รวมของกินที่ องค์พระปฐมเจดีย์

Food & Beverage

รวมของกินที่ องค์พระปฐมเจดีย์

07 ส.ค. 2024

วันนี้ Atimeขอพาทุกคนมาตะลุยแหล่งรวมของอร่อย อย่างองค์พระปฐมเจดีย์ ที่จังหวัดนครปฐม

มากันร้านแรก ร้านขนมครก ร้านเด็ดที่อยู่คู่องค์พระปฐมเจดีย์มายาวนาน มีไส้ผัก ข้าวโพด และเผือก ขนมครกเนื้อนุ่ม รสชาติเข้มข้น สมกับที่อยู่มานานจริงๆ

มาต่อกันที่ร้านที่คนต่อคิวซื้อยาวมาก จนต้องแจกบัตรคิว อย่างร้าน ทอดมันกุ้ง ที่เปิดมาได้พักใหญ่ ร้านนี้เขาเด่นเรื่องทอมมันกุ้ง ชิ้นโต เนื้อเด้ง ซื้อกลับไปกินที่บ้านไม่ต้องห่วงว่าไม่ร้อน เพราะทอดมันกุ้งร้านนี้ร้อนนานจริง รับประกันเลย

และที่องค์พระปฐมเจดีย์ ยังมีร้านอร่อย ร้านดังอีกหลายร้าน ทั้งร้านเย็นตาโฟ ร้านไอศครีมลอยฟ้า และร้านอื่นๆ อีกมายมาย แอดแนะนำให้ดูพยากรณ์อากาศก่อนมากันนะ เพราะถ้ามาวันที่ฝนตกก็จะโหลงเหลงหน่อย เพราะร้านปิดหลายร้าน 

ใครที่สนใจมาไหว้พระทำบุญ ก็สามารถมาอิ่มท้องกันต่อได้เลยที่องค์พระปฐมเจดีย์ มาที่เดียวได้ทั้งอิ่มบุญ และอิ่มท้อง

 

พิกัด : องค์พระปฐมเจดีย์

27 ถนน เทศา ตำบลพระปฐมเจดีย์ อำเภอเมืองนครปฐม นครปฐม

 

related Food & Beverage

ตะลุยกิน 5 ร้านดัง ย่านบรรทัดทอง

23 พ.ค. 2024

ตะลุยกิน 5 ร้านดัง ย่านบรรทัดทอง

ถนนบรรทัดทอง แหล่งรวมขนม และของกินเจ้าดังมากมาย ที่กำลังเป็นกระแสในตอนนี้ วันนี้ Atime จะพาทุกคนไปตะลุยกิน 5 ร้านดัง ย่านบรรทัดทองร้านดังร้านแรกของย่านบรรทัดทอง ร้าน “Lobster City” ที่ไม่ได้มีแค่ Lobster เท่านั้น แต่ยกซีฟู้ดมาไว้ที่นี่แบบจัดเต็ม เมนูเด็ดขึ้นชื่อนี้ คือ ข้าวกุ้งแกะ ใครเป็นสายกินกุ้ง แต่ไม่ชอบแกะ ต้องห้ามพลาดร้านนี้เมนูข้าวกุ้งแกะ ข้าวสวยร้อน ๆ วางด้วยกุ้งตัวใหญ่ ราดด้วยมันกุ้งเยิ้ม ๆ ทานคู่กับน้ำจิ้มแซ่บซี๊ด บอกเลยว่าอร่อยลงตัว เมนูนี้จะมีด้วยกัน 2 เซ็ต ได้แก่ เซ็ต 1 กุ้ง 6 ตัว ราคา 149 บาท และเซ็ต 2 กุ้ง 12 ตัว ราคา 290 บาทพิกัด https://maps.app.goo.gl/GpTWg5EJG1D6yaw89เปิดทุกวันเวลา 12.00-23.00 น.ร้านที่ 2 “เฮียจู๋ก๋วยเตี๋ยวต้มยำหมูบะช่อ หมูกรอบ”ย่านบรรทัดทอง" ร้านก๋วยเตี๋ยวต้มยำมะนาวสด เครื่องแน่น รสแซ่บ ไม่ต้องปรุงเพิ่ม จุดเด่นของร้านอยู่ที่ เกี๋ยวเตี๋ยวต้มยำหม้อไฟ ที่เสิร์ฟมาแบบหม้อไฟ เครื่องเคียงแน่นจัดเต็ม ไม่ว่าจะเป็น กุ้ง ปลาหมึก หมูบะช่อ มีราคาอยู่ที่ 399 บาท แถมร้านนี้ยังมีร้านหมูกรอบ อาหารตามสั่งให้เลือกอีกมากมายพิกัด https://maps.app.goo.gl/nEfJTs8Zbqdc6Rzh9ร้านเปิดทุกวัน 11.00- 00.00 น. (เที่ยงคืน)ของหวานเจ้าดังร้านที่ 3 “Layer” ที่กำลังเป็นไวรัลในตอนนี้ หลายคนอาจจะได้ยินชื่อเรียกกันว่า ร้านช็อคโกแลตน้ำตก จุดเด่นของร้านนี้ที่เดินผ่านแล้วต้องหยุดแวะ คือช็อคโกเลตน้ำตกหน้าร้าน โดยเขาจะราดช็อคโกเลตบนสตรอวเบอรี่ให้ลูกค้าฉ่ำ ๆ แบบแก้วต่อแก้ว สตรอวเบอรี่ + ช็อคโกแลต + ชีสเค้กพรีเมียม รวมกันแล้วลงตัวแบบหยุดกินไม่ได้อีกเมนูเด็ดไม่แพ้กัน คือ บาน็อฟฟี่ โดยจะเป็นกล้วยหอมหวาน ราดมาด้วยช็อคโกแลต ตบท้านด้วยแครกเกอร์กรอบ กินเพลิน โดนร้าน “Layer” ทั้งหมด 3 ขนาดให้เลือก ได้แก่ ไซส์ S 180.- / ไซส์ M 260.- / ไซส์ L 310.- หากใครเดินผ่านร้านนี่ แนะนำว่าต้องลองพิกัด https://maps.app.goo.gl/efA4hsxazgefNf2F9 (อยู่ระหว่างซอยจุฬา 14 กับซอยจุฬา 1ติดกับร้าน Haab)เปิดทุกวัน 17.00 – 23.30 น.ร้านที่ 4 “Fried Banana (กล้วยทอด 9 นิ้ว) บรรทัดทอง” ร้านยอดฮิตประจำโซเชียล เป็นการขายกล้วยทอดรูปแบบใหม่ ทานคู่กับไอศกรีม มีรสชาติให้เลือกทั้งช็อคโกแลต และไอศกริมกะทิ ไฮไลต์อยู่ที่กล้วยทอดที่ยาวถึง 9 นิ้ว ทางร้านใช้กล้วยน้ำว้าคัดคุณภาพ ชุบแป้งสูตรพิเศษของทางร้าน ทอดสดใหม่ทุกชิ้น ราดด้วยนมข้น ถ้าใครได้ลองแล้วต้องติดใจ จนกลับมาซ้ำแน่นอน“Fried Banana (กล้วยทอด 9 นิ้ว) บรรทัดทอง” เซ็ตให้เลือกด้วยกัน 3 เซ็ต แต่หากใครได้มาแล้วต้องเลือกเป็น Combo Erotic กล้วยทอด ๙ ไอศกรีม และซอสมีให้เลือก 3 ซอส คือ นมข้น ช็อคโกแลต กะทิ ราคา 109.- เรียกได้ว่ามาถึงบรรทัดทองทั้งทีต้องจัดเต็มพิกัด https://maps.app.goo.gl/CAf1uqFZjnWvECHB7เปิด 18.00 – 23.00 น. ร้านหยุดทุกวันจันทร์ร้านดังร้านสุดท้ายของย่านบรรทัดทอง จบด้วยของทานเล่น หอม อร่อย กับขนมไข่ร้าน “Haab” เป็นขนมไข่โบราณเนยฉ่ำ ต้นตับรับจากจังหวัดสงขลา โดยจะใช้เตาถ่านในการทำ จึงทำให้กลิ่นหอมของเตาถ่าน สวนตัวขนมไข่ กรอบนอกนุ่มใน และสอดใส้เนย ไม่ว่าจะกัดไปตรงไหนก็เจอเนยฉ่ำ ยิ่งกินร้อน ๆ ยิ่งฟิน โดนขนมไข่ มีให้เลือก 3 ขนาด ได้แก่ ไซส์ S 70.- / ไซส์ M 90.- และไซส์ L 100.-พิกัด ttps://maps.app.goo.gl/YDP27SqVDcffa5WC7 (ร้านอยู่ข้าง ๆ เอลวิสสุกี้)ร้านเปิดทุกวัน เวลา 18.00-23.00 น.หากใครได้มีโอกาสมาเดินเที่ยวแถวย่านบรรทัดทอง แนะนำให้ลองแวะดูสักครั้ง เพราะย่านนี้เขามัดรวมของอร่อยชื่อดังครบจบในที่เดียว รับลองว่าไม่ผิดหวังแน่นอน

Chum Chum ร้านชาที่ทำให้สมุนไพรกลายเป็นเรื่องชิค ๆ

05 พ.ย. 2025

Chum Chum ร้านชาที่ทำให้สมุนไพรกลายเป็นเรื่องชิค ๆ

หากพูดถึงคำว่า “สมุนไพร” ภาพจำที่ติดหัวหลาย ๆ คนคงเป็นคำว่า “อ่อมแก่” ทั้งกลิ่นเหม็นเขียว และรสชาติขมสุดฤทธิ์ อีกทั้งยังเป็นเรื่องที่ดูจะล้าสมัยไปหน่อยในปัจจุบัน แต่บอกเลยว่า ไม่ใช่สำหรับร้านนี้Chum Chumเป็นร้านน้ำชาที่หยิบเอาสมุนไพรมานำเสนอในรูปแบบใหม่ ๆ ได้เก๋มาก ๆ ด้วยการนำสมุนไพรมาทำเป็นชา เอกลักษณ์เด่น ๆ ของร้านนี้เลยคือความหอม ทุกเมนูมีความหอมสมุนไพรแบบเฉพาะตัวที่โดดเด่นมาก พร้อมชูสรรพคุณของแต่ละเมนูออกมาให้ชัดเจน ซึ่งช่วยประกอบการตัดสินใจในการเลือกดื่มได้ดีมากบนป้ายเมนูจะมีสัญลักษณ์ที่แสดงถึงสรรพคุณต่าง ๆ ของสมุนไพร เช่น ช่วยเรื่องผิวพรรณ หัวใจ หรือการขับถ่าย ที่มองเห็นได้อยู่ข้าง ๆ แต่ละเมนูบนป้ายเรื่องของความหลากหลายของเมนูเองก็ไม่น้อยหน้าใคร เมนูชาใสสุขภาพต่าง ๆ มีให้เลือกถึง 7 แบบ อีกทั้งเมนูสเปเชี่ยลที่ทางร้านได้ออกแบบมาแล้วว่า อร่อยเข้ากันแน่นอนโสมสกัดเมนูที่ยกให้เป็นอันดับหนึ่งด้านการแก้ไขความ “อ่อมแก่” ของสมุนไพร ให้ทานง่ายแบบ คล่องคอสุด ๆ เลย คือ โสมสกัด ดูดเข้าไปคำแรก คือ พีคเลย เพราะมันอร่อยลงตัว กลิ่นโสมอ่อน ๆ แต่ไม่เหม็นฉุน รสชาติที่ไม่เหลือความขมอยู่เลย ทานง่ายมาก แบบสุด ๆชากุ้ยฮวารังนกอีกเมนูที่ต้องจัด คือ ชากุ้ยฮวารังนก ชาหอม ๆ ติดขมปลาย ๆ บวกกับเนื้อรังนกให้ได้เคี้ยวเพลิน ๆ ดื่มแล้วรู้สึกได้รับพลังแห่งความ Healthyน้ำมะพร้าวซ่าเจลลี่พีชคอมบูชาเมนูสุดแหวกอย่าง น้ำมะพร้าวซ่าเจลลี่พีชคอมบูชา เขาก็มี เมนูโซดาซ่าสดชื่น หอมกลิ่นน้ำมะพร้าวแท้ ๆ พร้อมเจลลี่พีชคอมบูชาเคี้ยวเพลิน ๆ อาจจะฟังดูเหมือนไม่เข้ากัน แต่บอกเลยว่า มันเข้ากันได้เฉยเลยใครที่อยากลองเสพความหอมพร้อมอร่อยกับสมุนไพรสไตล์คนเก๋ ต้องไปจัดกันเลยที่ร้าน Chum Chumพิกัดสาขา:เซ็นทรัลปิ่นเกล้า ชั้น 2สามย่านมิตรทาวน์ ชั้น B1เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ งามวงศ์วาน ชั้น Gเซ็นทรัลพระราม 3 ชั้น Gเซ็นทรัลชิดลม ชั้น 1 (โซน Public Market)Gaysorn Amarin ชั้น 4 (โซน Food Courty)ผู้เขียน : ชานนท์ ไชยศรี

หลุยส์วาณิชย์ คาเฟ่อาหารไทย ย่านบรรทัดทอง

10 ม.ค. 2024

หลุยส์วาณิชย์ คาเฟ่อาหารไทย ย่านบรรทัดทอง

ชี้เป้าร้านเด็ด ร้านอร่อย ร้านดังที่ต้องมาโดนสักครั้งของย่านบรรทัดทอง "หลุยส์วาณิชย์" เปรียบเสมือนคาเฟ่อาหารไทย เพราะมีเมนูให้เลือกเยอะมาก และแต่ละเมนูก็น่ากินมากเช่นกัน"หลุยส์วาณิชย์" เป็นร้านอาหารไทยที่กำลังเป็นกระแส และโด่งดังในโซเชียลอย่างมาก จนใครต่อใคร ก็ต้องหาเวลามาลองกันสักครั้ง ร้านมีลักษณะเป็นห้องแถว 2 ห้อง ตกแต่งด้วยสีขาวคลีน ๆ พร้อมด้วยพร๊อพสินค้าย้อนยุค มีความเป็นเอกลักษณ์สุด ๆไม่รอช้าจัดเมนูเด็ดกันเลย "ต้มเกี่ยมบ๊วยหมูสับ" ถือว่าเป็นเมนูที่ต้องโดนของทางร้าน ซดน้ำแล้วสดชื่นเลยต่อมาด้วยเมนู "ปลาหมึกผัดผงกะหรี่" ปลาหมึกหั่นมาเป็นชิ้นใหญ่ ถึงเครื่อง ถึงรส สุด ๆส่วนใครที่ชอบเมนูเส้นต้องจัด "มาม่าผัดหอยเชลล์" หอยเชลล์ตัวใหญ่ ใส่มาแบบไม่ห่วงปิดท้ายด้วยเมนู "ปลากระพงผัดกะเพรา"ปลากระพงชิ้นใหญ่มาก หอมกลิ่นกระเทียม กลิ่นพริก กินกับข้าวสวย หืมมมมม อร่อยยยร้าน "หลุยส์วาณิชย์" ตั้งอยู่บนถนนเส้นบรรทัดทอง เปิดบริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 12.00 - 23.00 น. ใครที่ชอบกินเมนูอาหารไทย อยากให้มาลองสักครั้ง แอบบอกนิดนึง ช่วงดึกคิวคนรอก็จะเยอะนิดนึงน้า

KOJIRO ร้านอาหารญี่ปุ่นสไตล์ครอบครัว รสชาติต้นตำหรับญี่ปุ่นแท้ๆ

26 พ.ย. 2024

KOJIRO ร้านอาหารญี่ปุ่นสไตล์ครอบครัว รสชาติต้นตำหรับญี่ปุ่นแท้ๆ

หากนึกถึงร้านอาหารญี่ปุ่นรสชาติดี วัตถุดิบสดใหม่ ที่ปรุงได้รสชาติของต้นตำหรับญี่ปุ่นแท้ ๆ ต้องร้าน "KOJIRO JAPANESE CUISINE" หรือที่รู้จักกันในชื่อ โคจิโร่ เปิดทั้งหมด 3 สาขาด้วยกัน คือสาขาคู้บอน สาขาวัชรพล และสาขากรุงเทพกรีฑาร้านKojiro Japanese Cuisine ในทุก ๆ สาขาจึงพร้อมเสิร์ฟเมนูอาหารญี่ปุ่นในรสชาติแบบต้นตำรับ เน้นชูรสชาติวัตถุดิบเป็นหลัก และพร้อมที่จะตอบโจทย์สายครอบครัว เพราะทางร้านมีเมนูอาหารให้เลือกกว่า 100 เมนู รังสรรค์จากฝีมือของเชฟที่มีประสบการณ์ในวงการอาหารญี่ปุ่นมานานกว่า 20 ปีบรรยากาศร้านKojiro Japanese Cuisine สาขากรุงเทพกรีฑา ออกแบบมาสำหรับสายครอบครัวโดยเฉพาะ โดยทางร้านจะตกแต่งในสไตล์ญี่ปุ่น เน้นสีเป็นไม้สีอ่อนคู่มากับสีน้ำเงิน บรรยากาศมีความสบาย ๆ ปลอดโปร่ง ในส่วนของที่นี่จะมีทั้งแบบโต๊ะธรรมดา และโต๊ะญี่ปุ่น โดยจะมีให้เลือกนั่งทั้งโต๊ะขนาดเล็ก และใหญ่ จะมาทานกับคนเดียว กลุ่มเพื่อน ๆ หรือครอบครัวก็ตอบโจทย์จุดเด่นของความเป็นต้นตำรับที่ร้าน Kojiro Japanese Cuisineนำเสนอจะอยู่ตรงที่เน้นชูรสชาติวัตถุดิบ ไม่ปรุงแต่งเยอะจนกลบรสชาติของวัตถุดิบที่เลือกใช้ทางคุณผึ้งและเชฟจึงค่อนข้างเอาใจใส่ และพิถีพิถันกับการคัดเลือกวัตถุดิบ เน้นเป็นวัตถุดิบนำเข้าจากญี่ปุ่นโดยเฉพาะปลาชนิดต่าง ๆรวมไปถึงวัตถุดิบพรีเมียมอื่น ๆ"Kojiro Salad"มาต่อกันที่เมนูจากครัวเย็นกันด้วยเมนู 'Kojiro Salad' เมนูสลัดสำหรับคนรักสุขภาพ ท็อปหน้ามาด้วยปลาดิบหลากหลายชนิด เสิร์ฟพร้อมน้ำสลัด 2 รสชาติ คือ น้ำสลัดงาขาว และน้ำสลัดดำสไตล์ญี่ปุ่น ราดน้ำสลัดทั้งสอง และคลุกให้เข้ากัน ทานคู่กับปลาดิบสดชื่นมาก ถ้วยนี้ราคา 320 บาท"Kojiro Don"สายปลาดิบห้ามพลาดเมนูนี้ เพราะในหนึ่งชามจะได้ทานทั้งปลาฮามาจิ, หอยเชลล์, อากามิ, แซลมอน, ท้องปลาแซลมอน,กุ้งหวานญี่ปุ่น, ไข่ปลาแซลมอน ปิดท้ายด้วยไข่หวานญี่ปุ่น เรียกได้ว่ายกทะเลมาไว้ครบจบในถ้วยเดียว เอาใจสายปลาดิบสุด ๆ ถ้วยนี้ราคา 560 บาทมาต่อกันที่เมนูเส้น และเมนูข้าวกันบ้าง อย่างเมนูเส้นจะเป็นเมนู Yakisoba (ภาพด้านขวาล่าง) ราคา 180 บาท เสิร์ฟมาในกระทะร้อน เส้นนุ่ม หนึบ ท็อปด้วยไข่ดาวเยิ้ม ๆ สายเส้นต้องเลิฟเมนูนี้ ส่วนเมนูข่าวอย่างเมนูข้าวหน้าปลาไหล Unagi Don (ภาพด้านขวาล่าง) ราคา 420 บาท เสิร์ฟมาในกล่องเบนโตะ กับปลาไหลชิ้นโต เนื้อนุ่ม ละเอียด มีกลิ่นหอมจากเนื้อปลา และซอสสายข้าวปั้นที่ร้านเขาก็มีเมนูข้าวปั้นหลายเมนู วันนี้แอดสั่งมา 2 เมนู ได้แก่ Monohoshi Zao Sushi (ภาพด้านขวาล่าง) ราคา 1,590 บาท เมนูซูชิซิกเนเจอร์ ของทางร้าน ที่ได้แรงบันดาลใจมาจาก 'Monohoshi'หรือดาบประจำตัวของโคจิโร่ ซึ่งได้ว่าชื่อเป็นดาบที่ยาวที่สุดทางร้านจึงได้นำเสนอเมนูซูชิเมนูนี้ลงบนถาดไม้ยาวที่เปรียบเสมือนดาบ Monohoshiเมนูต่อมา Volcano Roll (ภาพด้านซ้ายล่าง) ราคา 300 บาท เมนูห้ามพลาด ปลาแซลมอล ท็อปด้วยไข่กุ้ง และซอสของทางร้าน เสริมด้วยเกร็ดขนมปัง ทานคู่กัน คือ ที่สุด"Hakamon Usuzukuri"เมนูสุดอลัง ปลาดิบหลายชนิด ทั้ง แซลมอล ทูน่า และหอยปีนก ที่แร่มาได้พอดีคำ เนื้อปลาลายสวย วางเรียงบนจานอย่างสวยงาม เสิร์ฟแบบเย็น พร้อมน้ำจิ้มสูตรเฉพาะจากทางร้าน"Ika Somen"สำหรับที่ชื่นชอบปลาหมึก ต้องห้ามพลาด เมนูนี้ หมึกดองไข่แดง หมึกเนื้อกรุบ เด้ง สด ท็อปด้วยไข่แดง พร้อมโรยด้วยไข่กุ้ง จานนี้แอดรับประกันความสด สะอาด ไร้กลิ่นคาวแน่นอน ราคา 190 บาท"Kanimiso"มันปูสไตล์ญี่ปุ่น ที่ถึงแม้จะดูเป็นเมนูที่หาทานได้ทั่วไป แต่เมนูนี้ของร้านKojiro Japanese Cuisine ต้องขอบอกว่าเป็นเมนูที่ค่อนข้างแตกต่างจากร้านอื่น เพราะทางร้านจะเสิร์ฟเป็นมันปูญี่ปุ่นรสชาติดั้งเดิมญี่ปุ่นต้นตำรับ ที่เชฟได้แกะสูตรมาจากญี่ปุ่นโดยตรง ไม่ปรุงแต่ง หรือเติมท็อปปิ้งจนกลบรสชาติของมันปูทานแล้วจะได้รสชาติของมันปูญี่ปุ่นแบบเต็มๆ ในทุกคำ ราคา 240 บาททานคาวแล้วต้องทานหวาน ทางร้านKojiro Japanese Cuisine ก็มีขนมอร่อย ๆ อย่างเมนูไอศกรีม ชาเขียว โมจิ วาราบิ (ภาพด้านล่างขวา) และเมนูไอศกรีมวานิลา ดังโงะ (ภาพด้านล่างซ้าย) รสชาติไอศกรีมของทางร้านรสชาติกลมกล่อม ไม่หวานจนเกินไป ทานคู่กับโมจิ หรือดังโงะ เข้ากันสุด ๆ ส่วน กลิ่นของชาเชียวก็ หอมสดชื่นใกล้ปีใหม่ แล้ว ใครที่อยากพาคนพิเศษ หรือครอบครัวมาทานอาหารอร่อย วัตถุดิบดี ต้องที่ร้าน Kojiro Japanese Cuisine อร่อย สุขทั้งครอบครัว ที่ร้านมีทั้งหมด 3 สาขา คือสาขาคู้บอน สาขาวัชรพล และสาขากรุงเทพกรีฑาส่วนใครสนใจโปรโมชันดี ๆ แอดก็มีมาเสนอ เพราะตอนนี้ทางร้านได้จัดโปรเด็ด เอาใจแฟน ๆ Atime เพียงมีพ้อยท์ในแอปพลิเคชัน Atime FungFin 10,000 แต้ม รับไปเลย Voucher แทนเงินสดมูลค่า 500 บาท สามารถใช้ได้ที่ Kojiro Japanese Cuisine สาขากรุงเทพกรีฑา เท่านั้น โปรดี ๆ แบบนี้มีเพียง 10 สิทธิ์เท่านั้นสามารถแลกพอยท์ได้ที่ แอปพลิเคชัน "Atime Fungfin" ฟังง่าย ฟังฟรี ฟังฟินทุกวันดาวน์โหลดได้แล้ววันนี้ ทั้ง IOS และ AndroidApple Store : https://apple.co/3uzxw4uGoogle Play Store : https://bit.ly/3qI0LB5ผู้เขียน เบญญาภา แนบเนียน