HEYTEA สาขาแรกในไทย เปิดแล้ว! พาส่อง HEYTEA LAB CentralWorld

Food & Beverage

HEYTEA สาขาแรกในไทย เปิดแล้ว! พาส่อง HEYTEA LAB CentralWorld

28 ก.ย. 2026

ช่วงนี้ใครเดินผ่าน CentralWorld น่าจะเห็นคนต่อคิวร้านชากันแบบยาว ๆ เพราะ HEYTEA (喜茶) แบรนด์ชาชื่อดังจากจีน เปิดสาขาแรกในประเทศไทยแล้ว! งานนี้ Chill ON ก็ไม่พลาด ขอไปสัมผัสด้วยตัวเองสักหน่อย

HEYTEA คืออะไร? และมาเปิดที่ไทยแล้ว!

HEYTEA เป็นแบรนด์ชาจากประเทศจีน ก่อตั้งขึ้นในปี 2012 เดิมใช้ชื่อว่า Royal Tea ก่อนจะรีแบรนด์เป็น HEYTEA จุดเด่นของแบรนด์คือการนำชาแบบดั้งเดิมมาผสมกับวัตถุดิบและรสชาติใหม่ ๆ จนเกิดเป็นเมนูที่มีความเป็น Modern Tea และเข้าถึงคนรุ่นใหม่

หนึ่งในเมนูที่สร้างชื่อให้ HEYTEA คือ Cheese Tea หรือชาที่ท็อปด้วยชีสโฟม จนกลายเป็นภาพจำของแบรนด์และทำให้ HEYTEA เป็นที่รู้จักไปในหลายประเทศ

และตอนนี้คนไทยไม่ต้องบินไปกินถึงต่างประเทศแล้ว เพราะ HEYTEA เปิด สาขาแรกในประเทศไทยที่ centralwOrld ในรูปแบบ HEYTEA LAB ซึ่งรวมทั้ง Tea Lab, Bake Lab และ Gelato Lab ไว้ในร้านเดียว

HEYTEA Thailand มีเมนูอะไรบ้าง?

สำหรับเมนูของ HEYTEA LAB Thailand มีให้เลือกทั้งเครื่องดื่ม ขนม และเจลาโต้ โดยแบ่งเป็น 3 โซนหลัก

1. Tea Lab 
รวมเมนูชา ชาผลไม้ และเครื่องดื่มสูตรต่าง ๆ ของ HEYTEA รวมถึงเมนูที่มีการพัฒนารสชาติให้เหมาะกับประเทศไทย

2. Bake Lab 
มีเมนูขนมอบอย่าง Croissant Egg Tart ที่มีหลายรสชาติ รวมถึงรส Thai Milk Tea ซึ่งเป็นรสชาติ Exclusive สำหรับประเทศไทย

3. Gelato Lab 
มีเจลาโต้ให้เลือกหลายรสชาติ โดยสามารถขอชิมก่อนเลือกได้ด้วย ใครเลือกไม่ถูกแนะนำให้ลองชิมกันก่อนได้เลย

บรรยากาศ HEYTEA LAB CentralWorld

เข้ามาในร้านแล้วจะรู้สึกได้ถึงบรรยากาศที่ค่อนข้าง อบอุ่นและเป็นกันเอง ตัวร้านเลือกใช้โทนและวัสดุที่ให้ความรู้สึกเรียบง่าย แต่ยังคงเอกลักษณ์ของ HEYTEA เอาไว้ได้อย่างชัดเจน พร้อมมีของตกแต่งและรายละเอียดเล็ก ๆ ตามมุมต่าง ๆ ที่ช่วยเพิ่มสีสันให้ร้านดูมีอะไรให้เดินชมมากขึ้น

อีกหนึ่งมุมที่เราชอบคือ โซนขายสินค้า (Merchandise) ที่ทางร้านจัดไว้ให้เราเลือกซื้อของกลับบ้าน มีทั้งของสะสมและไอเทมดีไซน์น่ารัก ๆ ที่ยังคงคาแรกเตอร์ของ HEYTEA ใครเป็นแฟนแบรนด์หรือชอบของกุ๊กกิ๊ก บอกเลยว่ามีเสียเงินเพิ่มแน่นอน

นอกจากนั้นภายในร้านยังแบ่งพื้นที่ออกเป็นทั้ง Tea Lab, Bake Lab และ Gelato Lab ทำให้เราได้เห็นว่าที่นี่ไม่ได้มีแค่เครื่องดื่ม แต่ยังมีทั้งขนมและเจลาโต้ให้เลือกแบบครบ ๆ เรียกได้ว่ามาร้านเดียว เดินดูได้เพลินตั้งแต่ต้นจนจบ

โดยรวมเราว่า HEYTEA LAB สาขานี้ให้ฟีลมากกว่าแค่ร้านชา แต่เหมือนเป็นพื้นที่ที่รวม เครื่องดื่ม ของหวาน คาเฟ่ และ Lifestyle เข้าไว้ด้วยกัน ใครชอบถ่ายรูปหรือทำคอนเทนต์ก็น่าจะสนุกกับการเก็บดีเทลต่าง ๆ ภายในร้านเหมือนกัน

มาถึงเมนูที่เราได้ลอง!

ไหน ๆ ก็มาถึงแล้ว เราขอลองให้ครบทั้งเครื่องดื่ม ขนม และเจลาโต้เลยแล้วกัน!

teaAir-Rock Oolong Jackfruit — 195 บาท
แก้วแรกเราเลือกเป็นชาอู่หลงที่มีกลิ่นและรสของขนุน พร้อมท็อปด้วยโฟมครีมรสขนุน สำหรับเราถือว่าเป็นรสชาติที่ค่อนข้างใหม่ เพราะไม่ค่อยได้เห็นชาอู่หลงจับคู่กับขนุนแบบนี้ แต่รวม ๆ แล้วได้ความหอมของชาและความหวานหอมของขนุนที่เข้ากันดี

Coconut Mango Boom — 180 บาท
แก้วนี้ขอสั่งตามพี่ลิซ่าเลย ตัวเครื่องดื่มมีความครีมมี่ ให้ฟีลเหมือนกินมะม่วงปั่นกับกะทิ มีเม็ดสาคูให้เคี้ยวเพลิน ๆ ส่วนตัวเราว่าแก้วนี้อร่อยและกินง่าย เป็นอีกเมนูที่หมดแก้วแบบไม่รู้ตัว

Thai Milk Tea Croissant Egg Tart — 165 บาท/ชิ้น
ขนมที่เป็น Exclusive สำหรับประเทศไทย และวันที่เราไปได้แบบอบใหม่ ๆ ร้อน ๆ ตัวครัวซองต์มีความกรอบด้านนอก ส่วนไส้ทาร์ตไข่มีความหอมชาไทย กินตอนร้อน ๆ คือดีมาก เสียดายที่ไม่ได้ลองรส Original และ Matcha เพราะทางร้านจำกัดจำนวนการซื้อ แต่บอกเลยว่าครั้งหน้ามีซ้ำแน่นอน!

Lime Thai Milk Tea Gelato — 139 บาท
รสชาติ Exclusive สำหรับประเทศไทยเช่นกัน ตัวเจลาโต้เป็นชาไทยที่มีความหอมหวานกำลังดี และตอนเสิร์ฟทางร้านจะขูดผิวเลมอนลงบนเจลาโต้ เพิ่มความหอมและความสดชื่น ทำให้รสชาไทยมีความกลมกล่อมขึ้น

Grape Basque Cheesecake Gelato — 139 บาท
รสนี้คือหนึ่งในรสที่เราชอบมาก! มีความหวานหอมจากองุ่น ผสมกับความนัวของชีสเค้ก กินแบบเย็น ๆ แล้วลงตัวมาก ใครชอบสายหวานนัว ๆ แนะนำให้ลอง

สรุปแล้ว HEYTEA น่าไปลองไหม?

โดยรวมเราว่า HEYTEA LAB Thailand เป็นร้านที่น่าลองสำหรับคนที่ชอบชาและอยากลองเมนูที่แตกต่าง เพราะไม่ได้มีแค่เครื่องดื่ม แต่ยังมีทั้ง Croissant Egg Tart และ Gelato ให้เลือกด้วย แถมยังมีหลายเมนูที่ทำขึ้นเป็น Exclusive สำหรับประเทศไทย

ถ้าใครกำลังแพลนจะไปช่วงนี้ แนะนำว่า เผื่อเวลาไว้เยอะ ๆ และเช็กระบบรับบัตรคิวก่อนเดินทาง เพราะช่วงเปิดร้านใหม่คนยังเยอะเป็นพิเศษ

HEYTEA LAB CentralWorld

  • สถานที่: centralwOrld ชั้น 1
  • เวลาเปิด-ปิด: 10.00–22.00 น.

related Food & Beverage

ตำนานความอร่อย หมูแดง หมูกรอบ คู่เมืองโพธาราม ราชบุรี

17 พ.ย. 2025

ตำนานความอร่อย หมูแดง หมูกรอบ คู่เมืองโพธาราม ราชบุรี

ร้านโอชาโพธาราม หมูแดงหมูกรอบ ก๋วยเตี๋ยว บะหมี่เกี๊ยวคือ หนึ่งในตำนานความอร่อยที่สืบทอดรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์มาอย่างยาวนาน คู่เมืองโพธาราม จังหวัดราชบุรี จนเป็นที่กล่าวขานของผู้คนในพื้นที่และนักท่องเที่ยวที่แวะเวียนมาสัมผัสความอร่อยบรรยากาศร้านเก่าแก่แต่เปี่ยมด้วยมนต์เสน่ห์ ดึงดูดให้ผู้คนเข้ามารับประทาน ตั้งแต่ก้าวแรกที่เดินเข้าร้าน คุณจะสัมผัสได้ถึงความอบอุ่นและกลิ่นหอมของน้ำซุปที่ลอยมาเตะจมูกเมนูยอดนิยมที่ต้องลิ้มลองเมนูที่เป็นเสมือน "พระเอก" และสร้างชื่อเสียงให้กับร้านคือ ข้าวหมูแดง และ ข้าวหมูกรอบรสเลิศ ที่ทำสดใหม่วันต่อวัน หมูกรอบของที่นี่มีจุดเด่นที่หนังฟูกรอบ เนื้อนุ่ม ชุ่มฉ่ำ ส่วนหมูแดงก็ย่างได้หอมและนุ่มลิ้น ราดด้วยน้ำราดสูตรเฉพาะที่เข้มข้นกลมกล่อมลงตัวข้าวหมูแดงข้าวหมูกรอบนอกจากนี้ยังมีเมนูไม่ควรพลาดก๋วยเตี๋ยวต้มยำสำหรับสายแซ่บ ทางร้านปรุงรสจัดจ้านด้วยน้ำมะนาวแท้ หอม ครบเครื่อง พร้อมหมูแดงหมูกรอบที่ทำเองเกี๊ยวน้ำหมูแดงเกี๊ยวแผ่นบางนุ่ม ห่อไส้แน่นๆ (ทั้งไส้หมูและไส้กุ้ง) เสิร์ฟในน้ำซุปหอมๆ ซดคล่องคอที่อยู่ : 77 ตำบล โพธาราม อำเภอโพธาราม ราชบุรี 70120วันจันทร์ - วันเสาร์: 11:30–16:00 น.วันอาทิตย์: 11:00–16:00 น.โทร : 083 223 2158ผู้เขียน : บาลี บัญชานิตยกาล

Paint Your Drinks ที่ "LOOP" สเลอปี้กดเอง ใจกลางสยาม

31 ต.ค. 2023

Paint Your Drinks ที่ "LOOP" สเลอปี้กดเอง ใจกลางสยาม

เดินชอปกันเหนื่อย ๆ แวะเติมความสดชื่นกันหน่อยมั้ย เรามีร้านสเลอปี้ใจกลางสยามมาแนะนำ ชื่อว่า “LOOP” เขามาในคอนเสป Paint Your Drinks เป็นสเลอปี้กดเอง จะกดกี่สีกี่รสชาติก็ได้ นอกจากจะอร่อยแล้วยังถือเป็นกิจกรรมสนุก ๆ ที่ให้ทุกคนออกแบบเครื่องดื่มของตัวเองได้ด้วยร้าน “LOOP” ตั้งอยู่ที่สยามสแควร์ ซอย 2 ตรงข้ามกับ Daddy and the Muscle Academy หาง่ายมาก มองหาร้านที่สีสันสดใสแล้วเดินเข้ามาเลยเมื่อเข้ามาแล้ว เขาจะเอาแก้วพลาสติกจิ๋วให้เราคนละใบ เอาไว้สำหรับชิมสเลอปี้แต่ละรส สามารถกดชิมได้ตามใจเลย จะชิมทุกรสเลยก็ได้นะพอเลือกรสชาติได้แล้ว ก็มาเลือกแก้วจริงสำหรับกดสเลอปี้กัน เขาก็จะมีหลายแบบหลายราคาให้เราเลือกสเลอปี้ของที่นี่มีให้เราเลือกมากกว่าสิบรสชาติเลย ทั้งรสผลไม้ แล้วก็รสนม สามารถกดได้ตามใจ จะผสมกี่รสในแก้วก็ได้ แต่ถ้าใครอยากให้สเลอปี้ไล่สีสวย ๆ แบบสายรุ้ง แนะนำให้กดสีละนิด ค่อย ๆ กด ค่อย ๆ ไล่สีเอานะพอกดสเลอปี้จนเต็มแก้วแล้ว ก็เอามาจ่ายเงินที่เคาน์เตอร์ ถ้าหากใครยังเป็นนักเรียน นักศึกษา เขามีส่วนลดให้ 20% ด้วยนะ อย่าลืมโชว์บัตรนักเรียน นักศึกษา ก่อนจ่ายเงินล่ะถ้าหากไม่รีบไปไหนต่อ อยากนั่งทานสเลอปี้ชิล ๆ ด้านในร้านก็มีที่นั่งไว้บริการด้วย ตกแต่งน่ารัก น่าถ่ายรูปเล่นสุด ๆร้านเปิดทุกวัน ตั้งแต่เวลา 11.00-23.00 น. ใครที่กำลังมองหาเครื่องดื่มเย็น ๆ มาเติมความสดชื่น ก็แวะที่ “LOOP” ได้เลย

"โกสา ก๋วยเตี๋ยวเนื้อตุ๋น หมูตุ๋น" ของดี ของเด็ดใกล้สวนรถไฟ

20 ธ.ค. 2023

"โกสา ก๋วยเตี๋ยวเนื้อตุ๋น หมูตุ๋น" ของดี ของเด็ดใกล้สวนรถไฟ

ใครเป็นสายหม้อไฟ สายก๋วยเตี๋ยวหมูตุ๋น เนื้อตุ๋น อยากชวนให้ลองมาชิมร้านเด็ดที่ต้องไม่พลาดใกล้สวนรถไฟ "โกสา ก๋วยเตี๋ยวเนื้อตุ๋น หมูตุ๋น" ร้านเด็ด ร้านอร่อย ที่ใคร ๆ ก็ติดใจเมื่อได้มาชิมเมนูภายในร้านก็จะเป็นเมนูก๋วยเตี๋ยวน้ำตก หมู เนื้อ เกาเหลา ทั้งแบบเป็นชาม และเป็นแบบหม้อไฟ และก็เมนูเครื่องเคียงอีกมากมาย แถมราคาไม่แพงด้วย คือดีย์สุด ๆมาแล้วเมนูที่สั่ง หม้อไฟหมู หมูลวกจิ้ม หมูตุ๋น เส้นก๋วยเตี๋ยว พร้อมลุย"หม้อไฟหมูตุ๋น" เต็มไปด้วยหมูชิ้น หมูตุ๋น ลูกชิ้น แบบแน่น ๆ หม้อเลย น้ำซุปคือดีมากกกก"หมูลวกจิ้ม" เสิร์ฟมาพร้อมกับน้ำจิ้ม จะกินแบบจิ้ม หรือเอาไว้เติมใส่หม้อไฟ ก็ได้เลยยกให้ทีเด็ด ใครที่ชอบเมนูตุ๋น บอกเลยต้องจัด "หมูตุ๋น" กินเปล่า ๆ ยังอร่อย พอจิ้มน้ำจิ้มก็ยิ่งอร่อยเมนูนี้สำหรับสายเนื้อทั้งหลาย "เกาเหลาเนื้อ" เครื่องแน่นไม่แพ้แบบหม้อไฟ อิ่มกำลังดีสำหรับกินคนเดียวใครผ่านมาแถวสวนรถไฟ ลองแวะเข้ามาชิมกันได้ที่ "โกสา ก๋วยเตี๋ยวเนื้อตุ๋น หมูตุ๋น" ร้านเปิดทุกวัน ตั้งแต่เวลา 7.00 น. - 15.00 น. ปิดทุกวันจันทร์ แอบบอกไว้นิด ถ้ามาตอนเที่ยง รอคิวนานนิดนึงน้า

Bite and Bond คาเฟ่บรรยากาศอบอุ่น ย่านเสาชิงช้า

18 ธ.ค. 2023

Bite and Bond คาเฟ่บรรยากาศอบอุ่น ย่านเสาชิงช้า

Bite and Bond อีกหนึ่งคาเฟ่บรรยากาศอบอุ่น ที่ซ่อนตัวอยู่ชั้นล่างของ Double B Hostel ย่านเสาชิงช้า ซึ่งตอนนี้เขาก็ตกแต่งร้านให้เข้ากับเทศกาลคริสต์มาส เป็นอีกร้านที่ทุกคนจะต้องชอบ เพราะนอกจากร้านสวยแล้ว ทั้งเครื่องดื่มและขนมก็อร่อยด้วยBite and Bond เป็นคาเฟ่ที่อยู่ไม่ไกลจากเสาชิงช้ามากนัก สามารถเดินทางมาได้ง่าย ๆ ด้วยรถไฟฟ้าใต้ดิน ลงสถานีสามยอด ทางออก 3 แล้วเดินหรือต่อรถมา จะเจอกับหน้าร้านสีขาวคลีน ๆ หาไม่ยากเลยบรรยากาศร้านช่วงนี้ก็จะดูอบอุ่นเป็นพิเศษ เพราะตกแต่งในตีมคริสต์มาส แถมที่นั่งก็เยอะ เพดานสูงโปร่ง ถือเป็นคาเฟ่ที่นั่งสบายมาก ๆ อีกหนึ่งร้าน จะมานั่งทำงานก็ได้ เขามีปลั๊กไฟให้บริการด้วยสำหรับวันนี้เราได้ลองเป็นเมนูซิกเนเจอร์ของทางร้าน Bite Bond จะเป็นกาแฟที่มีกลิ่นของมะพร้าว หอมอร่อยเค้กแคร์รอต ที่แต่งหน้าเค้กให้เข้ากับเทศกาลคริสต์มาส หน้าตาน่าทาน แถมยังรสชาติดีสุด ๆเวลาเสิร์ฟเครื่องดื่มหรือขนม ในช่วงนี้เขาก็จะแนบการ์ดใบเล็ก ๆ มาด้วย สามารถเขียนคำอธิษฐาน แล้วเอาไปแขวนที่ต้นคริสต์มาสตรงกลางร้านได้เลยร้าน Bite and Bond เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 09.00 - 17.00 น. ใครกำลังหาคาเฟ่นั่งชิลย่านเสาชิงช้า ก็สามารถมานั่งเล่นที่นี่ได้