EFM FANDOM RECAP รายการ EFM FANDOM LIVE [ 6 สิงหาคม 2569 ] ค่ำคืนนี้เตรียมพบกับ “แม็กกี้ - บาส” ที่จะมามอบรอยยิ้ม และเสิร์ฟความฟินให้แฟน ๆ ไปกับ 2 ดีเจสาวสวย คารมดี “ดีเจดาว” และ “ดีเจแนน”ในช่วงแรกของรายการ พี่ ๆ ดีเจอ่าน 5 พล็อตเรื่อง “EFM FANDOM FANFICTION”ที่ถูกเลือกมาจากแฟน ๆ พร้อมชวนท่องดินแดนแห่งจินตนาการที่ไร้ขอบเขตไปด้วยกันFANFICTION เรื่องที่ 1 มีชื่อว่า... สวัสดีครับคุณแผ่นเสียงของผมนามปากกา : def_mx บาส เด็กหนุ่มผู้ชื่นชอบในการฟังเพลงและแผ่นเสียง เค้ามักจะไปเดินหาร้านแผ่นเสียงในวันหยุดและวันนี้เค้าได้บังเอิญเจอร้านแผ่นเสียงร้านนึงที่มีมุมเล็ก ๆ ให้นั่งพักผ่อน เค้าจึงตัดสินใจเดินก้าวเข้าร้าน แต่ทว่าฝนก็ตกลงมาโดยไม่มีทีท่าว่าจะหยุดและมันทำให้บรรยากาศภายในร้านเย็นสบาย บวกกับมีเสียงเพลงคลอเบา ๆ ทำให้บาสเคลิ้มหลับไป แม็กกี้ กลับมาก็เจอบาส หลับอยู่ที่โซฟาข้างหน้าต่าง แม้ตอนนี้จะเลยเวลาปิดของร้านไปนานแล้ว บาสก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะตื่น และแม็กกี้ก็ไม่คิดที่จะปลุกเค้า นั่งมองบาสหลับอยู่นานนับชั่วโมง คิดถึงสายตาที่เป็นประกายในเวลาที่บาสเล่าถึงสิ่งที่ชอบ ทั้งคู่บังเอิญเจอกันในร้านแผ่นเสียงแห่งนึงเมื่อ 5 เดือนที่แล้ว เค้าทั้งคู่สนทนากันจึงทำให้รู้ว่าทั้งสองชอบหลาย ๆ อย่างคล้ายกัน ตึ๊ง! มีเสียงข้อความจากโทรศัพท์ บาสจึงก้มมองจอและรีบวิ่งออกจากร้านไปโดยที่ไม่ได้ขอคอนแทคไว้ หลังจากนั้นแม็กกี้ก็ไม่ได้เจอกับบาสอีกเลย นั่นจึงทำให้เแม็กกี้ตัดสินใจเปิดร้านแผ่นเสียงเป็นของตัวเองเพื่อหวังว่าวันนึงจะได้เจอกับบาสอีกครั้ง และวันนี้เค้าก็ได้เจอบาสและเค้าจะไม่ปล่อยให้โอกาสครั้งนี้หลุดหายไปอีกแล้ว “สวัสดีครับคุณแผ่นเสียงของผม”FANFICTION #1: This FANFICTION is titled... Hello, my record!Pen Name : def_mx Bas, a young man with a deep love for music and vinyl, habitually hunts for record shops during his free time. Today, his wanderings led him to a charming establishment boasting a cozy, tranquil nook, so he decided to step inside. As if on cue, a downpour began, lending the interior a wonderfully cool and inviting ambiance. The gentle melodies drifting from the speakers soon had Bas lost in a blissful daze. Maxky returned to discover Bas sound asleep on a sofa near the window. Though the shop was long past its closing hour, Bas remained deeply slumbering, and Maxky chose not to disturb him. He spent hours simply watching him, recalling the vibrant spark that ignited his eyes whenever he spoke of his passions. Their paths had crossed serendipitously five months earlier, also within the hallowed halls of a record store. Their initial chat quickly revealed a remarkable alignment of interests. Suddenly, a notification pinged on Bas's phone. He briefly checked the screen and then bolted from the store, leaving without a word or any way to reconnect. Maxky never laid eyes on Bas again after that day. This bittersweet memory is precisely why he eventually opened his own record shop, harboring a quiet hope of one day crossing paths with him again. And now, here he was, and he was determined not to let this moment slip through his fingers. "Hello, my record," he whispered.FANFICTION เรื่องที่ 2 มีชื่อว่า... แบบบ้านที่ลงตัวนามปากกา : Phaploysirin แม็กกี้ สถาปนิกรุ่นพี่ผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเนี้ยบและไม่เชื่อเรื่องฮวงจุ้ย แต่ต้องร่วมออกแบบบ้านตัวอย่างกับ บาส หมอดูฮวงจุ้ยรุ่นน้อง “ประตูควรขยับอีกนิดครับ” บาสยิ้ม “เสียสัดส่วน” แม็กกี้ตอบทันที ทั้งคู่เถียงกันแทบทุกวัน แต่แบบบ้านกลับสมบูรณ์ขึ้น เพราะต่างคนต่างเติมสิ่งที่อีกฝ่ายมองข้าม วันส่งงานเจ้าของโครงการเอ่ยชมว่า “บ้านหลังนี้อบอุ่นกว่าทุกแบบที่ผ่านมา” หลังทุกอย่างเสร็จสิ้น ทั้งคู่ยืนมองบ้านหลังนั้นข้างกัน แสงเย็นทอดผ่านชายคา กระดิ่งลมไม้ไหวแผ่ว “ตอนแรกผมนึกว่าเราคงทำงานด้วยกันไม่ได้” บาสพูด “ผมก็คิดแบบนั้น” แม็กกี้หัวเราะ ทั้งคู่เงียบไปครู่หนึ่ง “แต่สุดท้าย บ้านหลังนี้ก็สมบูรณ์แบบกว่าที่คิด” บาสพยักหน้า “เพราะต่างคนต่างยอมขยับคนละนิดมั้งครับ” แม็กกี้มองบ้านก่อนเอ่ยเบา ๆ “บางทีบ้านที่อบอุ่น ไม่ใช่บ้านที่สมบูรณ์แบบ แค่มีคนที่อยากสร้างมันไปด้วยกันก็น่าจะพอ” บาสยิ้มโดยไม่ตอบ มีเพียงเสียงกระดิ่งลมที่ดังแผ่ว ราวกับบอกว่าบ้านหลังนี้ไม่ใช่แค่บ้านตัวอย่างอีกต่อไป แต่เป็นจุดเริ่มต้นของการมีใครสักคนให้เดินกลับมาหาFANFICTION #2: This FANFICTION is titled... A perfect house designPen Name : Phaploysirin Maxky, a seasoned architect who prided himself on logic and dismissed feng shui as hocus pocus, found himself reluctantly paired with Bas, a younger feng shui devotee, to craft a model home. Bas, with a gentle smile, suggested, “A little nudge for the doorway, perhaps?” Maxky, ever the pragmatist, immediately countered, “It’s completely out of proportion!” Their days were a symphony of playful disagreements, yet, through their constant back-and-forth, the house design blossomed, each filling in the gaps the other missed. On the grand unveiling, the project owner beamed, declaring, “This home feels so much more inviting than any we’ve built before.” Later, the project wrapped, Maxky and Bas stood shoulder-to-shoulder, admiring their creation. The afternoon sun dappled through the eaves, while wooden wind chimes whispered a gentle melody. “Honestly, I wasn’t sure we’d pull it off together,” Bas admitted. Maxky chuckled, “Me neither!” A comfortable silence settled between them. “But in the end,” Bas continued, “this house turned out even better than we’d hoped.” Maxky nodded. “Perhaps it’s because we both softened our edges a bit.” He then mused, gazing at the house, “Sometimes, a truly welcoming home isn't about being flawless; it's about having someone to share the journey of building it.” Bas offered a quiet smile in response. The soft chime of the wind chimes seemed to hum a tune, hinting that this dwelling was no longer just a showcase, but the promise of a place to call home.FANFICTION เรื่องที่ 3 มีชื่อว่า... รักสุกงอม...พร้อมเก็บเกี่ยวนามปากกา : F.Socute "เหนือ" นักศึกษาเกษตรจบใหม่ สอบติดเกษตรอำเภออย่างที่ตั้งใจ หลังเคยบนยอดเขาคิชฌกูฏไว้ว่า หากสอบติดจะเดินเท้าขึ้นไปแก้บน ทั้งที่คนส่วนใหญ่จะนั่งรถโฟวิลขึ้นไปกัน แล้วดันเลือกขึ้นเวลากลางคืนจนลื่นตกเขา โชคดีได้ "เสือ" เจ้าของสวนทุเรียนหมอนทองชื่อดังแห่งจันทบุรีช่วยไว้ พร้อมบ่นหน้าตายว่า "บนทั้งที...ทำไมไม่เลือกกลางวัน...ไม่รักชีวิตเล้ยยย" ทั้งคู่คิดว่าคงไม่เจอกันอีก จนวันแรกของการรับราชการ เหนือกลับได้รับพื้นที่ดูแลที่มีสวนของเสืออยู่พอดี เจ้าของสวนจอมกวนคอยแหย่เกษตรอำเภอหน้าใหม่ทุกครั้งที่ลงพื้นที่ ส่วนเหนือก็แพ้ทางคนปากร้ายแต่ใจดี จนชาวบ้านทั้งอำเภอลุ้นให้เป็นแฟนกัน ท่ามกลางเสียงหัวเราะ ทั้งคู่ต้องร่วมมือฝ่าวิกฤตโรครากเน่า เพลี้ย ศัตรูพืช ภัยแล้ง ราคาทุเรียนตก และพ่อค้าคนกลางที่เอาเปรียบชาวสวน จากคู่กัดกลายเป็นคู่คิด จากคนช่วยชีวิตกลายเป็นคนที่อยากใช้ชีวิตด้วยกัน และเหนือก็ได้รู้ว่าพรที่สมหวังที่สุด ไม่ใช่การสอบติดราชการ แต่คือการได้พบ "เสือ" ผู้ทำให้หัวใจของเขาสุกงอม... หวานยิ่งกว่าหมอนทองในสวนFANFICTION #3: This FANFICTION is titled... Love has ripened...ready to be harvested.Pen Name : F.Socute Freshly minted agricultural graduate Nuea, true to his word, aced his civil service exam. He'd pledged to conquer Khao Khitchakut mountain on foot if he passed – a feat most folks opt out of, preferring a 4x4 ride. His chosen ascent? The dead of night. Predictably, he took a tumble down the slopes. Fortune, however, smiled upon him in the form of Suea, the charismatic owner of a renowned durian plantation in Chanthaburi. Suea, with a gruff but caring tone, chided him, "Why not pick daylight for your solemn promises? You're not exactly cherishing that life of yours!" Both men, in that moment, believed their paths would diverge forever. Fate, however, had other plans. On Nuea's very first day on the job, he was assigned to the very district housing Suea's famed orchard. The playful orchard owner couldn't resist teasing the new agricultural officer during his site visits, and Nuea found himself utterly charmed by Suea's sharp wit and underlying kindness. The entire village buzzed with the hope of them becoming a couple. Amidst the shared laughter, they joined forces to tackle a cascade of agricultural challenges: the dreaded root rot, an infestation of aphids, pesky pests, the sting of drought, plummeting durian prices, and the underhanded tactics of unscrupulous middlemen. From adversaries to allies, from a rescuer to the one person Nuea longed to spend his life with, he discovered his ultimate prize wasn't the civil service exam, but finding Suea – the man who made his heart blossom, sweeter than any durian from his celebrated orchard.FANFICTION เรื่องที่ 4 มีชื่อว่า... พยากรณ์หัวใจวันนี้นามปากกา : ชอรอ888 'ฝนตกอีกแล้ว แอปไม่เห็นแจ้งเตือนเลยทำไงเนี่ย เอกสารสำคัญอยู่ด้วย' เสียงเล็ก ๆ พูดขึ้นท่ามกลางสายฝนขณะที่รถเมล์กำลังวิ่ง 3 ทุ่มเป็นเวลาเลิกงานของ แม็ก นักพยากรณ์อากาศหนุ่ม จู่ ๆ ก็ได้ยินเสียงคนนั่งตรงหน้า พูดเบา ๆ พร้อมทำท่าคอตก ก่อนที่เขาจะยื่นร่มให้ ซึ่งเจ้าของเสียงที่บ่นเมื่อครู่ก็ดูงง ๆ กับการกระทำของเขา "พอดีผมมีเสื้อกันฝนครับ ไม่เป็นไร ดูท่าเอกสารคุณน่าจะเยอะ อ่อแล้วพรุ่งนี้พกร่มมาด้วยนะครับ ฝนจะตกเวลาเดิม" เจ้าของเสียงบ่น ทำท่ายิ้มกว้างขอบคุณ พร้อมก้มหัวเบา ๆ ก่อนจะลงจากรถไป ซึ่งเลิกงานวันนี้ก็เหมือนเดิม เวลาเดิมกับรถเมล์สายเดิม จู่ ๆ ดันมีเสียงหนึ่งแทรกขึ้นมา 'คุณเจ้าของร่ม ขอบคุณนะครับเมื่อวานช่วยได้มากเลย' คนตรงหน้าพูดขึ้นพร้อมรอยยิ้มที่สดใสก่อนจะถามกลับมาอีกว่า 'ว่าแต่พรุ่งนี้จะมีฝนอีกไหมครับคุณเจ้าของร่ม' "เอ่อ.. มีครับช่วงนี้พายุเข้าครับ" 'ขอบคุณมากนะครับ เมื่อวานถ้าคุณไม่บอกให้พกร่มมา วันนี้ผมแย่อีกแน่ ๆ ครับคุณนักพยากรณ์' ยิ้มอีกแล้วแฮะ "ไม่เป็นไรครับ ยินดีครับ" ผมไม่เข้าใจตัวเอง พยากรณ์อากาศมาตั้งนาน แต่ทำไมกับหัวใจตัวเองถึงพยากรณ์ไม่ได้ว่า ทำไมใจสั่นกับคนแปลกหน้าที่อยู่ตรงหน้าได้มากขนาดนี้FANFICTION #4: This FANFICTION is titled... Heart forecast for todayPen Name : ชอรอ888 The sky had opened up again, a relentless downpour, and not a peep from the weather app. "What am I going to do? I've got important papers!" a small voice wailed, barely audible above the drumming rain as the bus rumbled on. It was 9 PM, the end of a long shift for Max, a young chap who made his living predicting the weather. He noticed the person in front of him, head bowed, muttering their woes. Without a second thought, Max offered his umbrella. The complaining passenger looked taken aback. "Oh, no, thank you! I've got a raincoat. I'm fine. You've got quite the stack of documents there. By the way, you should definitely bring an umbrella tomorrow, around this time. It'll be raining again." A wide, grateful smile spread across the passenger's face, accompanied by a slight bow before they disembarked. It was the usual routine: same time, same bus. Then, another voice cut through the quiet. "Thanks a million, Mr. Umbrella Man! You were a lifesaver yesterday!" the person from earlier chirped, beaming. "Say, will it rain again tomorrow, Mr. Umbrella Man?" Max, a bit flustered, replied, "Uh... yeah, looks like a stormy spell is coming." "Fantastic! Thank you so much. If you hadn't told me to grab an umbrella yesterday, I'd have been in a real pickle again today, Mr. Weather Guy," they said with another grin. "You're most welcome," Max managed. He found himself completely baffled. He could chart the course of hurricanes and predict frost patterns with uncanny accuracy, yet his own heart was an enigma. Why did it leap and flutter like a trapped bird whenever this stranger stood before him? It was a mystery far more perplexing than any weather system he'd ever encountered.FANFICTION เรื่องที่ 5 มีชื่อว่า... เพื่อนบ้านสายเผือกนามปากกา : เซเลอร์เจ้อ “ห้อง 502 เอาผู้ชายขึ้นห้องอีกแล้วค่ะ” ข้อความใหม่เด้งขึ้นในกลุ่มไลน์ “ชาวหอไม่หลับไม่นอน” ก่อนจะมีรูปเบลอ ๆ ตามมาติด ๆ “นั่นพี่ส่งผิดห้อง… นั่นกูเอง” บาส พิมพ์สวนกลับทันที พร้อมอิโมจิหัวเราะกวนประสาท จนแอดมินกลุ่มอย่าง แม็กกี้ กดลบข้อความแล้วแท็กชื่อเขา “ถ้ามึงไม่สร้างเรื่องสักวัน โลกจะหยุดหมุนหรือไง” บาสกับแม็กกี้เป็นเพื่อนบ้านห้องตรงข้าม และเป็นคู่กัดประจำหอพัก คนหนึ่งชอบปั่น คนหนึ่งชอบบ่น เจอหน้ากันเมื่อไหร่ เป็นได้เถียงกันตั้งแต่หน้าลิฟต์ยันร้านข้าวใต้หอ จนลูกบ้านทั้งตึกเปิดวงพนันว่าวันนี้ใครจะเป็นฝ่ายแพ้ แต่เรื่องแปลกเริ่มขึ้น เมื่อทุกความลับของคนในหอ ไม่ว่าจะใครแอบเลี้ยงแมว ใครค้างค่าเช่า หรือใครพาแฟนมานอน ล้วนถูกถ่ายรูปไปโพสต์ในกลุ่มแบบรู้ความเคลื่อนไหวทุกฝีก้าว จากที่เคยสงสัยกันเอง ทั้งคู่กลับต้องจำใจจับมือสืบหาตัว “สายเผือกปริศนา” ที่ซ่อนตัวอยู่ในหอพัก ระหว่างที่ต้องแกล้งเป็นมิตรต่อหน้าคนอื่น แต่กัดกันลับหลังทุกห้านาที ความวุ่นวายก็ยิ่งบานปลาย เพราะยิ่งสืบ… ความลับของตัวเองก็ยิ่งถูกแฉ และตอนนี้ คนที่ทั้งหอสงสัยที่สุด… ดันเป็น แม็กกี้กับบาส เสียเองFANFICTION #5: This FANFICTION is titled… Nosy neighborPen Name : เซเลอร์เจ้อ A new message pinged in the "Sleepless Dorm Residents" LINE group, accompanied by a grainy photo: "Someone's back in Room 502 again." Bas, spotting the pic, immediately replied, "Uh, wrong room... that's me," punctuating it with a sarcastic laughing emoji. Maxky, the group admin and Bas's across-the-hall neighbor and sworn dorm rival, promptly deleted his comment and tagged him. "Will the world stop turning if you don't stir up some drama for one single day?" he quipped. Their rivalry was legendary; Bas lived to poke fun, Maxky to grumble. Their encounters, whether in the elevator or the downstairs diner, always devolved into arguments, so much so that the entire building had a running bet on who'd 'win' next. But then things took a weird turn. Suddenly, every dorm secret – the clandestine cat owner, the rent dodgers, the sneaky overnight guests – was being snapped and posted in the group, meticulously documenting everyone's movements. Initially, suspicion fell on each other. However, they soon found themselves compelled to join forces to unmask the "secretive snooper" lurking within the dorm. While they put on a show of truce for the rest of the residents, behind closed doors, they were bickering non-stop. The situation spiraled into utter chaos, amplified by the fact that their own secrets were being exposed with every investigative step they took. Now, the dorm's prime suspects... are none other than Maxky and Bas themselves.เข้าสู่ช่วงที่สองของรายการ EFM FANDOM LIVE ค่ำคืนที่ผ่านมาขอต้อนรับ “แม็กกี้ - บาส”ที่มาแจกความตลก เฮฮาตามสไตล์สองหนุ่มที่จะเรียกเสียงหัวเราะตลอดการพูดคุย ( ด้อมนี้ขึ้นชื่อเรื่องความแปลกทั้งศิลปินและแฟนคลับ ) ใคร ๆ ก็บอกว่าด้อมนี้ทั้งศิลปินและแฟนคลับซีนเสมอกันมาก ๆ ทั้งตลกและแปลก เหตุการณ์ที่แปลกมาก ๆ จนโดนเส้น “แม็กกี้ - บาส” ก็คือมีแฟนคลับใส่หน้ากากม้ามาหา เป็นหน้ากากม้าที่สวมเข้าไปทั้งหัวเลย แล้วแฟนคลับก็มาร้องฮี่ ๆๆ ใส่ “แม็กกี้” และถึง “บาส” จะไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์วันนั้น แต่ก็ได้เห็นเหมือนกันว่าตลกมาก และทั้งคู่ยังเสริมอีกว่า พี่ ๆ แฟนคลับชอบตัดคลิปแต่งแฟนฟิคในโลกออนไลน์กันเยอะมาก มีทั้งพล็อตประธานบริษัท หรือแม้กระทั่งมาเฟีย และทุกคนทำกันจริงจังมาก ทั้งคู่เลยยืนยันว่าที่ “แม็กกี้ - บาส” แปลกก็เพราะติดมาจากเหล่าแฟนคลับทั้งนั้น( งานวันเกิดแสนอบอุ่น ) งานวันเกิด ‘Maxky Tiny Smiles, Big Giving 2026’ ที่ผ่านมา “แม็กกี้” เล่าว่าบรรยากาศดีมาก ๆ เพราะตัวเองชอบทำบุญ ก็เลยอยากมาทำบุญกับเหล่าแฟนคลับด้วยกัน ซึ่งปีที่แล้วก็ได้ทำบุญพร้อมแฟนคลับเหมือนกัน และถ้าพูดถึงวันเกิดก็จะต้องไม่ลืมของขวัญ “บาส” เองก็ได้ให้ของขวัญกับ “แม็กกี้” ไปแล้ว แต่จะเป็นของขวัญอะไรก็ให้เจ้าตัวออกมาเล่าเอง ให้แฟนคลับรอลุ้นไปพร้อมกัน( ความตั้งใจที่จะทำให้ได้ของปีนี้ ! ) สำหรับ “บาส” อยากลดความอ้วนบ้าง เพราะที่ผ่านมามีแต่ ‘#บาสเด็กอ้วนที่แท้จริง’ อยากจะให้เปลี่ยนเป็นเด็กผอม หรือเด็กกล้ามดูบ้าง ในอนาคตแฮชแท็กประจำตัวอาจจะกลายเป็น ‘#บาสเด็กกล้ามที่แท้จริง’ ส่วน “แม็กกี้” ก็อยากจะลดน้ำหนักเช่นเดียวกัน เพราะถึงแม้ว่าจะเพิ่งปิดกองไปเมื่อเร็ว ๆ ที่ผ่านมา แต่ก่อนหน้านั้นพักกองถ่ายไปเกือบ 1 เดือน ทำให้เข้าใจผิดคิดว่าจบหมดแล้ว ระยะเวลาที่พักกองไปทำให้น้ำหนักขึ้น 5 กิโลกรัมเลยทีเดียว แถมคิวสุดท้ายก่อนพักกอง “บาส” ก็สั่งพิซซ่ามากินฉลองกันในกองด้วย ทำให้ต้องกลับมาฟิตหุ่น และดูแลสุขภาพกันมากขึ้นแล้วล่ะ[ เซ็ตคำถาม : สวัสดีครับคุณเพื่อนบ้าน ]( อีกฝ่ายจะเป็นเพื่อนบ้านแบบไหน ) “แม็กกี้” พูดเลยว่า “บาส” ต้องมาป่วนแน่นอน ซิ่งมอเตอร์ไซค์มาถึงบ้านเพื่อเข้ามาป่วน แต่ก็ไว้ใจให้ “บาส” ดูแลบ้านให้นะ มั่นใจว่าของในบ้านจะไม่หาย เผลอ ๆ ได้ของเพิ่มด้วย เพราะ “บาส” ชอบฝากเสื้อผ้าไว้ที่บ้าน “แม็กกี้” เพราะตู้เสื้อผ้าที่บ้านของ “บาส” เต็มแล้วเลยเอามาฝาก ส่วน “บาส” คิดว่า “แม็กกี้” จะมาทำอาหารให้กิน เพราะพี่เขาทำอาหารเก่ง มีดีกรีเป็นถึงลูกเชฟ และเมนูเด็ดที่พร้อมจะนำเสนอก็คือ ข้าวผัด เพราะเป็นข้าวผัดแบบจีน หอมกระทะมาก ๆ เลย( แลกของขวัญต้อนรับเข้าบ้านให้อีกฝ่ายจะเป็นอะไร ) ถ้าต้องแลกของขวัญให้กัน “แม็กกี้” ก็จะให้ตู้เสื้อผ้าและไม้แขวนเสื้อกับ “บาส” เพราะถ้าตู้เก่าเต็ม จะได้ให้ตู้ใหม่ไปใส่เสื้อผ้าเพิ่ม และในส่วนของ “บาส” ก็จะให้พระพุทธรูป พอดีกับที่ช่วงนี้กำลังอิน และอยากให้ “แม็กกี้” ร่ำรวยเงินทองจากการบูชาพระพุทธรูป( ที่สิงสถิตในบ้านของอีกฝ่าย ) “บาส” เลือกที่จะสิงสถิตอยู่ในห้องของ “แม็กกี้” เลย โดยเฉพาะที่มุมเครื่องเล่นเกมขับรถ คงจะนั่งเล่นจริงจังสนุกสนานเลยล่ะ ส่วน “แม็กกี้” ขอสิงสถิตที่ห้องพระ ไปนั่งสมาธิให้จิตใจสงบ เพราะที่บ้านของ “บาส” จะมีห้องสำหรับพระพุทธรูปโดยเฉพาะ แถมยังเปิดไฟและเปิดแอร์ให้ทั้งวันเพื่อความเป็นสิริมงคลตามความเชื่อ( คำพูดต้อนรับเพื่อนบ้าน ) คำพูดสั้น ๆ ที่จะพูดตอนต้อนรับเพื่อนบ้านของกันและกัน ถึงแม้จะสั้น ๆ แต่ก็ประทับใจอย่าง “แม็กกี้” ก็จะพูดว่า ‘อยู่ตรงนี้นะ อย่าเพิ่งหนีกันไปไหน’ และ “บาส” ก็จะพูดว่า ‘ชิว ๆ เลยนะ บ้านของผมก็เหมือนบ้านของพี่’ เรียกได้ว่าเป็นการต้อนรับที่อบอุ่นสุด ๆ( การเดินทางของซอโซ่ล่ามธีร์ ) สำหรับซอโซ่ล่ามธีร์เริ่มพูดคุยโปรเจกต์กันมาตั้งแต่ปีที่แล้ว และเริ่มถ่ายทำตั้งแต่ประมาณเดือนเมษา เรียกได้ว่าถ่ายทำกันเกือบครึ่งปีเลยทีเดียว “แม็กกี้ - บาส” อยู่ด้วยกันกับโปรเจกต์นี้มานานจริง ๆ แถม “แม็กกี้” ยังพูดอีกว่าการเป็นพี่ธีร์ก็ใช้ Energy เยอะมาก ๆ ถึงแม้ว่าทุกคนจะแซวว่าตัวเขาเองและธีร์จะเหมือนกัน แต่ “แม็กกี้” ก็ขอเถียงขาดใจว่าเหนื่อยมากจริง ๆ จะมีคล้ายกันแค่ตอนถ่าย YouTube เท่านั้นที่ใกล้เคียงกับตัวเขาเอง แถมเรื่องนี้ยังได้ขึ้นไปถ่ายบนดอยด้วย และได้ยินเรื่องเล่ามาว่า “แม็กกี้” เมาดอยแต่ก็มีลูกชิ้นเห็ดมาเสิร์ฟถึงหน้าประตูห้อง โดยเหตุการณ์ในวันนั้นคือ “แม็กกี้” อยากกินลูกชิ้นเห็ดมาก ๆ เพราะเป็น Signature ของที่นั่นเลย แต่พอขึ้นถึงดอยก็คอพับเลย เมาดอยสุด ๆ “บาส” เลยไปซื้อลูกชิ้นเห็ดมาให้แทน ถึงจะไม่ได้ช่วยแก้เมาแต่แก้หิวได้ดี จนเหล่าแฟนคลับแซวว่าคงเป็นเห็ดที่หวานที่สุดในโลกเลยล่ะ( เปรียบอีกฝ่ายกับฮีโร่ใน ROV จะเป็นตัวไหน ? ) “แม็กกี้” จะให้ “บาส” เป็น Alice (อลิซ) เพราะเป็นตัวละครที่ขนปุย ๆ อีกทั้งยังเป็นตำแหน่งซัพพอร์ต ที่ถ้าได้ออกเวทก็ดาเมจแรงมาก ๆ เหมือนกัน ส่วน “บาส” จะให้ “แม็กกี้” เป็น Florentino (ฟลอเรนติโน่) เพราะหล่อเหมือนกันกับ “แม็กกี้” แถมเป็นตัวละครที่เก่งมาก ๆ และยังเล่นยากอีกด้วย( สกิลการเล่นเกมของสองหนุ่ม ) สำหรับสกิลการเล่นเกมของ “แม็กกี้ - บาส” เรียกได้ว่าเล่นเกมเก่งกันทุกคนเลย แถม “แม็กกี้” ขออวดด้วยว่าเคยจัดการ Pro Player ของเกม ROV มาแล้วอย่าง “กิตงาย” เพราะขนาดรุม 5:1 แล้วเขายังรอด แต่ “แม็กกี้” อาศัยจังหวะเผลอ ทำให้จัดการกับ “กิตงาย” ได้ ถือเป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจไปเลย “บาส” ยังเอ่ยปากชมว่าพี่เขาเก่งมากจริง ๆและอีกหนึ่งช่วงเวลาสำคัญ ที่จะเติมเต็มให้ไลฟ์นี้มีแต่ความสุข และรอยยิ้ม จนกลายเป็นค่ำคืนสุดพิเศษทางรายการ EFM FANDOM LIVE มีเกมสุดพิเศษมาให้ “แม็กกี้ - บาส” ได้เล่นสนุกกันแบบจัดเต็มกับเกมชื่อว่า “ROV หลบไป ขอทางให้ MKB !!”ในเกมนี้ “แม็กกี้ - บาส” ก็เล่นกันออกมาได้น่ารัก ชวนแฟน ๆ เขินน้วยตัวบิดกันแบบสุด ๆ !สามารถไปติดตามรับชมความน่ารักของทั้งคู่ได้เลยยย!(เข้าไปชมได้ใน YouTube : ATIME)ยังคงเติมเต็มความฟินให้ค่ำคืนนี้แบบต่อเนื่อง กับโมเมนต์สุดพิเศษ ด้วยการให้ “แม็กกี้ - บาส”โทรกลับไปพูดคุย และสร้างรอยยิ้ม เติมกำลังใจให้กับแฟน ๆ ได้อิ่มฟินไปตาม ๆ กันนน สุดท้ายนี้ ทางรายการ EFM FANDOM LIVE ขอขอบคุณ “แม็กกี้ - บาส” สำหรับโมเมนต์สุดพิเศษตลอดค่ำคืนนี้ และขอบคุณที่มามอบรอยยิ้มฮีลใจ ให้แฟน ๆ และทีมงานในสตูได้ใจฟูจนหุบยิ้มกันไม่อยู่ ฝากทุกคนติดตามซีรีส์ "ซอโซ่ล่ามธีร์ Be My Player Two" ทุกวันพฤหัสบดี เวลา 20.00 น. และรับชมแบบเวอร์ชัน Uncut ได้ทาง WeTV ที่เดียวเท่านั้น! สุดท้ายฝากเพลง ost. อย่างเพลง Birthday But With Me - Proxie และเพลง แกล้งๆ (Playing It Cool) - บอย สมภพ ด้วยน้าาสามารถเข้าไปรับชมความเคมีเคใจของทั้งคู่ได้ทางแล้วมาท่องโลกความฟินพร้อมกันใหม่ใน Chapter ต่อไปน้า~