พูดคุยกับ “MAIYARAP” ถึงเบื้องหลังการทำซิงเกิลล่าสุด “ใครในเพลง”

ENTERTAINMENT NEWS

พูดคุยกับ “MAIYARAP” ถึงเบื้องหลังการทำซิงเกิลล่าสุด “ใครในเพลง”

31 มี.ค. 2023

“MAIYARAP (ไมยราพ)” หรือ “แชมป์-นครินทร์ จรูญวิทยา” แร็ปเปอร์หนุ่มมากความสามารถจากค่าย YUPP! กลับมาอีกครั้งพร้อมซิงเกิลใหม่ล่าสุด "ใครในเพลง" ซึ่งได้ศิลปินรุ่นพี่อย่าง “แสตมป์-อภิวัชร์ เอื้อถาวรสุข” มาร่วมชวนให้ทุกคนอินไปกับท่วงทำนองแห่งความทรงจำที่ยังคงติดอยู่ในใจ วันนี้เราจึงชวนแชมป์มาร่วมค้นหาใครในเพลง พูดคุยถึงเบื้องหลังในการทำเพลงนี้กัน

ช่วยเล่าคอนเสปของเพลง “ใครในเพลง” ให้ฟังหน่อย

“คอนเสปของเพลงนี้ก็คือ เราซ่อนใครคนนึงไว้ในเพลง แต่กิมมิคของเพลงนี้ คืออยากให้ทุกคนฟังแล้วไม่ได้รีเลทถึงแค่ความรักของหนุ่มสาว อยากให้นึกถึงทั้งกลุ่มเพื่อน ครอบครัว แล้วก็อีกหลาย ๆ อย่างที่เราซ่อนไว้ในเพลง”

เพลงนี้ใช้เวลาทำนานมั้ย

“2 ปีกว่าเกือบ 3 ปีได้ครับ”

จุดเริ่มต้นของเพลงนี้เริ่มมาจากอะไร

“จุดเริ่มต้นมาจากแชมป์ได้เจอกับพี่แสตมป์ในโปรเจคโปรเจคนึง แล้วเราก็คุยกันไว้นานแล้ว ว่าเราอยากทำเพลงด้วยกัน พอมีโอกาส แชมป์ก็เลยชวนพี่แสตมป์ทำเพลงนี้ ก็เลยโยนคอนเสปไปให้พี่แสตมป์ ว่าเราจะใช้คอนเสปนี้นะ ซ่อนใครในเพลง”

เพลงนี้มีความยากขึ้นจากเพลงก่อน ๆ มั้ย

“เพลงนี้ความยากของมันน่าจะเป็นเรื่องของความหมายเพลง อย่างที่แชมป์บอกไปว่า ไม่ได้อยากให้สื่อถึงความรักของหนุ่มสาวอย่างเดียว เรียกว่าอยากให้ฟังเพลงนี้แล้วนึกถึงอีกเพลงนึง แล้วทันทีที่ฟังอีกเพลงนึง ก็จะวนกลับมานึกถึงเพลงนี้ อันนี้มันคือสิ่งที่ยาก แล้วจุดที่ยากที่สุดอีกจุดนึง เป็นเหตุผลที่เพลงนี้มันนาน 2ปีเกือบ 3 ปี เพราะว่าแชมป์ไม่สามารถเขียนเนื้อเพลงให้จบได้ จนตอนแชมป์เสียคุณป้า แชมป์ก็เลยเข้าใจความรู้สึกมากขึ้น ว่าคนที่เขาซ่อนใครไว้ในเพลง ที่นอกเหนือจากความรักของหนุ่มสาวเนี่ยมันเป็นยังไง”

ชอบเนื้อร้องท่อนไหนที่สุดในเพลง

“ชอบทุกท่อนเลยครับ โดยเฉพาะท่อนของพี่แสตมป์ พี่เขาเป็นเหมือนส่วนผสมสุดท้ายที่ทำให้เพลงนี้มันลงตัวที่สุดแล้ว”

ใครในเพลง ในมุมมองของแชมป์ สื่อถึงใคร

“สำหรับตัวแชมป์เอง แชมป์รู้สึกว่าเพลงนี้สื่อถึงคุณป้า แต่ว่าอยากให้ทุกคนฟังเพลงนี้แล้วนึกถึงใครก็ได้ ที่ทุกคนซ่อนไว้ในเพลง”

ทำไมถึงเลือก feat. กับพี่แสตมป์

“ต้องบอกก่อนว่าแชมป์มองพี่แสตมป์เป็นไอดอลครับ แชมป์มีไอดอลเรื่องการเขียนเนื้อเพลงอยู่ 3 คน มีพี่แสตมป์ อภิวัชร์ พี่อะตอม ชนกันต์ แล้วก็พี่กอล์ฟ ฟักกลิ้งฮีโร่ ผมชอบพี่แสตมป์ถึงขนาดที่ว่าไปซื้อหนังสือนิ้วกลมตามพี่แสตมป์เลยนะ อ่านตามเลย”

นี่เป็นการร่วมงานกับพี่แสตมป์ครั้งแรกหรือเปล่า

“เป็นการร่วมงานกันครั้งที่สองแล้วครับ”

แล้วการร่วมงานกันครั้งนี้เป็นยังไงบ้าง

“เขินครับ เป็นครั้งที่สองแล้วก็ยังเขินอยู่ รู้สึกเกร็ง ๆ แล้วก็เป็นเกียรติมากที่ได้ทำงานร่วมกับไอดอลของเรา แชมป์รู้สึกว่ามันนับเป็นอีกความสำเร็จในชีวิตได้เลยที่ได้ร่วมงานกับพี่แสตมป์”

สตอรี่ของ MV “ใครในเพลง” เป็นยังไง

“สตอรี่ MV อันนี้ต้องขอบคุณพี่ผู้กำกับเลยครับ ที่วางสตอรี่มา 3 ไลน์ ไลน์สตอรี่แรกคือผู้ชายคนนึงที่คิดถึงกลุ่มเพื่อนตอนฟังเพลง สตอรี่ที่สองก็คือเรื่องของพี่ชายน้องชาย และอีกสตอรี่นึงก็คือความรักของหนุ่มสาว ที่บังเอิญไปเจอแฟนเก่าอยู่กับแฟนใหม่ แต่ตัวเองก็ยังรู้สึกอยู่”

ในมุมมองของแชมป์ คิดว่าเพลงนี้ให้ความรู้สึกแบบไหน เป็นเพลงอกหัก เพลงเศร้า หรือเพลงคิดถึง

“จะมองว่าเศร้ามันก็เศร้า จะมองว่าคิดถึงมันก็คิดถึง ผมเรียกมันว่าเพลงเศร้าแล้วกัน เพราะฟังแล้วมันก็เศร้า มันอาจจะเศร้าเพราะความคิดถึง หรืออาจจะเศร้าเพราะความรู้สึกสูญเสียเหมือนกับแชมป์”

มีเพลงแนวไหนที่รู้สึกว่าอยากทำแต่ยังไม่ได้ทำมั้ย

“อยากทำเพลงลูกทุ่ง แล้วก็ไปทางเพลงป๊อปสนุก ๆ หน่อย อยากเต้นครับ”

ฝากอะไรถึงแฟนคลับ และคนที่ติดตามผลงานของแชมป์อยู่หน่อย

“อยากฝากให้ทุกคนรอติดตามผลงานใหม่ ๆ นะครับ ตอนนี้หลังจากเพลงใครในเพลง แชมป์ก็พยายามที่จะรวบรวมอัลบั้มเต็มให้เสร็จภายในปลายปีนี้ ก็อยากให้ทุกคนรอติดตามกันครับ ผมก็พยายามจะหาอะไรใหม่ ๆ ทำ ก็หวังว่าทุกคนจะยังไม่เบื่อกันนะ” 

ย้อนกลับไปสู่ห้วงความทรงจำกับซิงเกิล “ใครในเพลง” จาก “MAIYARAP x STAMP” ได้แล้ววันนี้ ทาง YouTube YUPP! และมิวสิกสตรีมมิงทุกแพลทฟอร์ม

related ENTERTAINMENT NEWS

ชวนคุยกับ “QLER” ถึงเบื้องหลังซิงเกิลใหม่ล่าสุด “ALICE”

17 ก.ค. 2023

ชวนคุยกับ “QLER” ถึงเบื้องหลังซิงเกิลใหม่ล่าสุด “ALICE”

เรียกได้ว่ากระแสตอบรับดีสุด ๆ สำหรับ “QLER” หรือ คิว-ฐิติพงศ์ เกิดแก้ว ศิลปินจากค่าย What The Duck ที่ส่งเพลง “ใจลอย” ให้ฮิตติดชาร์ต จนล่าสุดก็ทะลุ 10 ล้านวิวไปแล้ว วันนี้เขากลับมาอีกครั้ง กับซิงเกิลใหม่ล่าสุด ที่เล่าเรื่องราวการขอพรจากดาวตก Chill Online จึงชวนคิวมาพูดคุยถึงเบื้องหลังของ “ALICE” กันรู้สึกยังไงกับกระแสตอบรับของเพลง “ใจลอย” ที่ล่าสุดก็ทะลุ 10 ล้านวิวแล้วQLER – “รู้สึกตื่นเต้น แล้วก็ตกใจด้วยว่าทำไมมันขนาดนี้”เพลง “ใจลอย” ปล่อยมาหลายเวอร์ชันมากเลยQLER – “เปลืองตัวมากเลยเนอะเพลงนี้ ทำหลายอย่างมากเลย เหมือนเขาจะให้ทำเพลงนี้เป็นเพลงสุดท้ายแล้วในชีวิต (หัวเราะ)”ได้ส่องฟีดแบคมั้ยว่าคนฟังชอบ “ใจลอย” เวอร์ชันไหนที่สุดQLER – “น่าจะเวอร์ชันสามช่า สงกรานต์ ตอนนั้นเราปล่อยเพลงวันที่ 6 เมษาพอดี อีกอาทิตย์นึงมันสงกรานต์ เราก็เลยแอบทำเวอร์ชันโจ๊ะ ๆ ไว้ด้วย”แล้วคิดว่าเวอร์ชันไหนเป็นตัวเองที่สุดQLER – “ก็น่าจะเวอร์ชันสามช่านี่แหละ”คิดไว้ว่าจะมี “ใจลอย” เวอร์ชันอื่นอีกมั้ยQLER – “พอแล้วครับ เดี๋ยวเขาจะเบื่อกัน”พูดถึง “ALICE” ซิงเกิลใหม่ที่กำลังจะปล่อยหน่อยว่าเป็นเพลงแนวไหนQLER – “เป็นเพลงป็อปที่มีกลิ่นร็อคนิดนึง”“ALICE” มีความแตกต่างจากเพลง “ใจลอย” มั้ยQLER – “แตกต่างนะ เพราะว่าฟีลนี่คือเศร้าจัด แต่ว่าใจลอยมันจะเศร้าแบบขี้เล่น ด้านเมโลดี้มันก็จะมีลายเส้นของเรา เราจะชอบใช้เมโลดี้ที่ในเชิงดนตรีมันมีความเวิลด์มิวสิค เราจะชอบใช้โน้ตแบบนั้น ซึ่งมันก็จะมีอยู่ในเพลงนี้ด้วยแหละครับ แต่ว่ากลิ่นมันแค่ต่างกันด้วยเครื่องดนตรีที่เราเอามาใส่”ชื่อเพลง “ALICE” คืออะไร มีที่มาจากอะไรQLER – “มันคือดาวตก คอนเสปเพลงมันเกี่ยวกับการขอพรจากดาวตก เราก็เลยคิดว่ามันน่าจะดีนะ ถ้าเราตั้งชื่อให้ดาวตกของเรา แล้วบังเอิญไปดูซีรีส์ Alice in borderland รู้สึกว่าเรื่องนั้นมันก็เกี่ยวกับอุกกาบาตชนเหมือนกัน เราก็เลยคิดว่าชื่อ ALICE น่าจะดีนะ ชื่อเหมือนผู้หญิงด้วย น่ารักดี”เพลงนี้ได้ใช้ประสบการณ์ส่วนตัวใส่เข้าไปในเพลงมั้ยQLER – “ใช้ประสบการณ์ส่วนตัวแหละ เราไปเจอหลาย ๆ คนที่กำลังขอพร ไปตามวัดหรือสถานที่มูต่าง ๆ ใช่มั้ย เราก็เลยสงสัยว่าทำไมต้องทำแบบนั้น ประมาณว่าสิ่งที่เราอยากขอ ด้วยกำลังของเรา เราไม่สามารถทำได้ ณ ตอนนั้น เราก็เลยขอพรกับสิ่งนั้น ก็เลยเป็นการตั้งคำถามจากสิ่งที่คนอื่นทำ”ปกติคิวเป็นสายมูด้วยมั้ยQLER – “ตอนนี้ไม่ แต่เมื่อก่อนเราเป็นสายมูนะ อาจจะเป็นเพราะว่าตอนนั้นอยู่กับครอบครัว แล้วเขาเชื่อเรื่องแบบนี้ ก็เลยไปกับเขาด้วย”ถ้าขอพรได้หนึ่งข้อ อยากขออะไรQLER – “ขอให้ถูกหวยชุด สักสองสามชุดพอมั้ยนะ เอาสัก 100 ล้าน เราจะอยู่บ้าน แล้วก็ใช้ชีวิตปกติจนตายเลย”ถ้าถูกหวยแล้วจะยังทำเพลงต่อมั้ยQLER – “ไม่ทำแล้ว 100 ล้านไม่ต้องทำแล้วเพลงอะ (หัวเราะ) ทำเอาสังคมแล้วอันนั้น”“ALICE” จะมีสักกี่เวอร์ชันดีQLER – “เราแอบทำไว้สอง แต่ว่ายังไม่รู้ว่าจะมีอีกมั้ย”ใบ้ได้มั้ยว่าสองเวอร์ชันที่แอบทำไว้คือเวอร์ชันอะไรQLER – “เป็นเวอร์ชันที่ไม่ได้พิสดารมาก อาจจะอะคูสติกบ้าง เปียโนบ้าง”คิวเป็นคนเขียนเพลงเองด้วย เคยมีโมเมนต์ที่เขียนเพลงไม่ออกบ้างมั้ยQLER – “มีนะ พอเราทำงานครีเอทีฟ มันก็มีช่วงที่คิดไม่ออกบ้าง มันไม่เหมือนงาน science หรืองานที่อยู่กับตัวเลข ที่เราสามารถกำหนดค่าได้ว่ามันจะเป็นยังไงใช่มั้ย แต่ว่างานศิลปะ เราต้องรอ inspiration บางอย่างด้วย บางทีเราเขียนไม่ได้ เพราะเราไม่ได้เจอเรื่องราวที่เป็นแรงบันดาลใจให้เราเอามาเขียน มันก็จะมีช่วงแบบนั้น บางทีก็มีช่วงที่เครียดมาก ทำอะไรไม่ได้เลย”แล้วเวลาทำงานไม่ได้ มีวิธีจัดการกับปัญหานั้นในแบบของคิวมั้ยQLER – “เราจะพยายามทำไปเรื่อย ๆ ก่อนตอนแรก เพราะเรารู้สึกว่าถ้าไม่ทำอะไรเลย เราจะรู้สึกเหมือนกับว่าเราไม่ได้ลงมือทำอะไรเลย เหมือนเราไม่ตั้งใจทำงาน เราเลยรู้สึกว่าทำไปก่อน เดี๋ยวมันก็มาเอง แต่ว่าดีที่สุดก็คือไปทำอย่างอื่นก่อนดีกว่า เพราะเราไม่สามารถ force งานศิลปะให้มันออกมาได้หรอก”มีสถานที่ที่ชอบไปเวลาเขียนเพลงไม่ออกมั้ยQLER – “เราชอบไปภูเขา เขาใหญ่ บางทีก็ไปคนเดียว ไปนอนสองสามวัน ไม่ต้องคิดอะไร บางทีมันจะมีแค่เรื่องบางเรื่องในชีวิต เรื่องเล็ก ๆ บางทีก็เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นแค่ 5 วินาที ณ ตอนนั้น มันก็สามารถเป็นแรงบันดาลใจให้ได้ แต่แค่ชอบอยู่ในที่ที่ไม่เจอคน แล้วก็ไม่หนาว”เพลง “ALICE” ใช้เวลาทำนานมั้ยQLER – “จริง ๆ ถ้าเดโมก็ไม่นาน วันสองวันเสร็จ”อะไรคือส่วนที่ยากที่สุดของการทำเพลงนี้QLER – “การเขียนเนื้อครับ แต่ถ้าจากเพลงที่เขียนมา เพลงนี้เราไม่เขินที่สุด ไม่เขินที่สุดหมายถึงว่า เราค่อนข้างเคารพตัวเองในหน้าที่นี้แล้ว อย่างตอนเขียนใจลอยจะรู้สึกจั๊กจี้นิดนึง แต่เพลง ALICE เรายอมรับตัวเองในฐานะคนเขียนเพลงในระดับนึง”เขินที่ว่านี่เขินในเชิงไหน เขินกับเนื้อหาเพลง หรือเขินในฐานะนักแต่งเพลงQLER – “เราไม่มั่นใจ พื้นฐานเราเป็นคนไม่ค่อยมั่นใจอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเรื่องอะไรก็ตาม ถึงจะดูเหมือนกล้าพูด แต่จริง ๆ แล้วเราไม่ได้มั่นใจ เหมือนอันนี้เป็นแค่อีกหน้ากากนึง แต่ว่าตัวจริง ๆ เป็นคนที่ไม่กล้าเลย”ถ้าให้เทียบระหว่าง “ใจลอย” กับ “ALICE” เพลงไหนที่รู้สึกว่าเป็นตัวเองมากกว่าQLER – “ก็เพลงนี้แหละ ALICE เพลงใจลอยมันเหมือนเป็นหน้ากากที่แบบ แต่งเพลงแซวคนอื่น ซึ่งมันก็เป็นพาร์ทเล็ก ๆ ในชีวิตเราที่เราไม่เคยเอาออกมา แต่จริง ๆ แล้ว พื้นฐานเราเป็นคนเศร้า ๆ หน่อย”อยากให้คนฟังได้อะไรกลับไปหลังจากฟังเพลง “ALICE”QLER – “อยากให้เป็นเพื่อนแหละมั้ง เพราะเราจะทรีตเพลงเราเป็นเหมือนลูก หรือว่าเป็นเพื่อนของเรา ปกติเราเป็นคนที่แก้ปัญหาให้คนอื่นไม่เก่ง เราเป็นคนมีเพื่อนเยอะนะ แต่เวลาเพื่อนมาเล่าอะไรให้ฟัง เราก็ไม่ได้มีปัญญา ไม่ได้มี solution ที่จะช่วยแก้ปัญหา ก็เป็นได้แค่คนที่คอยรับฟังให้ เราก็อยากให้เพลงนี้เหมือนเป็นแค่เพื่อนคนนึง คือไม่ว่าจะเจอเรื่องอะไร ก็ขอให้ผ่านไปได้ด้วยดี”ฝากถึงแฟน ๆ ที่ติดตามผลงานของ QLER อยู่หน่อยQLER – “ขอบคุณมากที่ใจดีกับเรา แล้วก็ฝากเพลงนี้ด้วยนะครับ ไม่ว่าจะทำอะไรอยู่ก็เป็นกำลังใจให้ตลอด”

Talk with Ice Paris ถึงเบื้องหลังซิงเกิลใหม่ "มีแค่เธอก็พอ” (365Days)

19 ก.พ. 2024

Talk with Ice Paris ถึงเบื้องหลังซิงเกิลใหม่ "มีแค่เธอก็พอ” (365Days)

Ice Paris (ไอซ์-พาริส อินทรโกมาลย์สุต) กลับมาพร้อมซิงเกิลล่าสุด “มีแค่เธอก็พอ” (365Days) ซิงเกิลน่ารัก ๆ ที่มาพร้อมท่าเต้นสนุก ๆ ซึ่งถือเป็นซิงเกิลที่ 2 ภายใต้ Ice Paris Entertainment วันนี้เราจึงได้ชวนไอซ์มาพูดคุยถึงเบื้องหลังการทำงานในซิงเกิลนี้กันเพลง “มีแค่เธอก็พอ” เริ่มต้นมาจากอะไร“จริง ๆ ซิงเกิลนี้เป็นซิงเกิลแรกที่แต่งใน EP ครับ จริง ๆ กำลังทำ EP อยู่ ซึ่งจะมีทั้งหมด 5 เพลงเนอะ แล้วเพลงนี้เป็นเพลงแรกที่เราแต่งไว้ก่อนหน้าทุก ๆ เพลงเลย ก่อนงอนตลอด ก่อนเพลงอื่น ๆ ที่กำลังจะตามมา แต่ว่าพอเราเอามานั่งไล่ฟังทุกเพลงแล้วเรารู้สึกว่า เพลงงอนตลอดน่าจะทำมาปล่อยก่อน เป็นตัวเปิดที่ดีกว่า แล้วก็เป็นเพลงนี้เพลงที่สอง เพลงนี้ก็เลยจะพูดถึงความรักที่เรารู้สึกว่า เราอยากจะขอบคุณทุก ๆ อย่างบนโลกนี้ หรือขอบคุณอะไรก็ตาม ขอบคุณดวง ขอบคุณยูนิเวิร์สนี้ อะไรก็ตามที่ส่งคนคนนี้มาให้กับเรา”งั้น “เธอ” จากเพลง “มีแค่เธอก็พอ” ในความหมายของไอซ์คืออะไร“มันเป็นได้หลายอย่างเลย เพราะตอนเริ่มต้นไอเดียนี้ มันคือเริ่มมาจากคำคำเดียวของภาษาอังกฤษที่ไอซ์รู้สึกว่า ไอซ์มีคำถามกับสิ่งนี้มานานมากแล้ว ว่าทำไมคำคำนี้มันไม่มีในภาษาไทย คือคำว่า grateful หรือ appreciation มันไม่มีคำแปลตรงตัวในภาษาไทย ถ้าเกิดจะให้แปลเป็นภาษาไทย มันคือการเห็นคุณค่า หรือการขอบคุณในคุณค่าของสิ่งต่าง ๆ อะไรแบบเนี้ย ซึ่งมันไม่ได้มีคำคำนั้นตรงตัว มันอาจจะต้องแปลมาเป็นประโยค เราก็รู้สึกว่าทำไมมันถึงไม่มีสิ่งนี้ ก็เลยอยากจะถ่ายทอดมันออกมาในเพลง พอมันมาเป็นคำว่า เธอ เนี่ย มันเป็นได้หลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นแฟน ครอบครัว คนที่เรารัก หรือว่าจะเป็นแฟนคลับเองก็ตาม ทำไมทำมาแล้วรู้สึกว่ามันสามารถมอบให้กับทุกคนได้จริง ๆ ทุกคนที่เรารักก็คือคนที่เราอยากจะขอบคุณจริง ๆ ไอซ์รู้สึกว่าคำคำนี้มันเป็นคำที่ทำให้เรารู้สึกมีความสุขง่ายมากในชีวิต แค่เห็นคุณค่าของสิ่งที่เรามีอยู่”ทำไมถึงเลือก Feat. SMEW ร่วมงานกันเป็นยังไงบ้าง“เราทำงานด้วยกันอยู่แล้ว ตั้งแต่งอนตลอด จริง ๆ ตั้งแต่ก่อนหน้านั้นอีก ตั้งแต่ 789 จนมางอนตลอด แล้วก็รู้สึกว่าน้องเป็นคนที่เก่งมากอยู่แล้ว เราก็อยากร่วมงานกับน้องไปเรื่อย ๆ จนมารอบนี้ จริง ๆ ตอนแรก SMEW ไม่ได้เข้ามาแต่งด้วย คือผมแต่งกับพี่ ๆ กันเอง จนสุดท้ายมันมีท่อนนึงที่มันก็น่าแร็ปดีนะ ก็เลยคิดว่าอยากเอาให้ SMEW มาแต่งด้วย แล้วก็ช่วยแก้คำนู้นคำนี้ใน verse ต่าง ๆ แล้วพอทำไปทำมา ฟังเสียง SMEW คู่กับผม แล้วรู้สึกว่ามันก็ดีเหมือนกันนะ ก็เลยแบบ อะ SMEW ฟีทด้วยกันไปเลย ไม่ต้องมาแค่แต่ง เพราะรู้สึกว่าชอบผลงาน SMEW มาตั้งแต่แรกแล้ว อยากให้คนรู้จัก SMEW เยอะกว่านี้ อยากให้คนไทยได้เห็นเด็กเก่ง ๆ ก็เลยจับ SMEW ฟีทเลยครับ”มาที่พาร์ท MV มาในคอนเสปอะไร“เป็นมิวสิเคิลครับ เรื่องราวง่าย ๆ ก็คือ หนึ่งวันในการไปออกเดท ถ้าเกิดทุกคนได้ดู MV ก็คือตื่นมาแล้วเป็นวันที่จะไปออกเดท ทุกอย่างมันเมจิเคิลไปหมดเลย มีความสุขไปหมดเลย มีการเปิดฉาก เดินจนได้มาเจอนางเอก นางเอกก็จะมีความเขินนิดนึง แบบเพิ่งได้มาออกเดท แล้วพอรีเล็กซ์ขึ้นนิดนึงแล้วก็เต้นด้วยกัน หลังจากนั้นก็เอ็นจอยกันไปยาว ๆ ก็เป็นมู้ดนั้น ซึ่งเราทำเป็นมิวสิเคิล เพราะรู้สึกว่ามันเหมาะกับเพลงนี้ด้วย ด้วยความที่เรามีเสียงหมู่มวลอยู่แล้ว แล้วก็บวกกับว่าช่วงนี้อิน ตั้งแต่เล่นแฟนฉันเดอะมิวสิเคิลมา ดูหนังมิวสิเคิลเยอะขึ้นมาก จริง ๆ ก็ดูอยู่แล้ว แต่ช่วงหลัง ๆ มีหนังมิวสิเคิลมาอยู่บ้าง อย่างล่าสุดเลยก็ Wonka เราดูแล้วก็อินเข้าไปกว่าเดิม เราก็เลยรู้สึกว่าสักครั้งในชีวิต อยากทำมิวสิเคิลที่แดนเซอร์เยอะ ๆ ฟีลเหมือนแบบ Enchanted หนังดิสนีย์ที่คนเต้นเยอะ ๆ แบบมีความสุขสุด ๆ ก็เลยจัดเลยครับ”ทีมที่ทำก็คือโปรดักชันเฮาส์ของไอซ์เองด้วย“ใช่ครับ MAXMOTIVE”ความรู้สึกมันต่างมั้ย ระหว่างเราทำเอง กับคนอื่นทำ MV ให้“ต่างมาก เพราะเวลาเราทำเอง เราก็เหมือนต้องลงไปในทุก ๆ ดีเทลของมันเอง ก็เหนื่อยอีกแบบ แต่ก็สนุกอีกแบบเหมือนกัน ความสนุกมันคือเราได้คิดและเห็นมันออกมาในชีวิตจริง ไอเดียเราเล็ก ๆ น้อย ๆ มันสามารถโผล่มาเป็นความจริงได้ แต่ว่ามันก็จะมีข้อเสีย ตรงที่มันก็จะเหนื่อยกว่าปกติหน่อย มันต้องคิดเยอะ ต้องคิดทุกอย่าง เวลาทีมงานมีคำถามอะไรก็ต้องคิดแล้วก็ตอบ ต้องแอปปรู๊ฟ ต้องทำทุกอย่าง เหนื่อยขึ้นนิดนึง แต่ก็สนุกขึ้นด้วย”ร่วมงานกับ Pimma PiXXiE เป็นยังไงบ้าง“ดีมากฮะ รู้สึกว่าโชคดีมากที่เลือกพิมมา จริง ๆ ตอนนี้ PiXXiE ก็งานเยอะ ก็ไม่ได้มีคิวซ้อมเลย ตอนซ้อมได้ซ้อมกับพิมมาแค่รอบเดียว เป็นการซ้อมยาว ๆ รอบเดียวเท่านั้น แต่ว่าพิมมาก็คือตั้งใจมาก ต่อท่า เอาให้ได้ เห็นถึงความตั้งใจ เราก็ดีใจ แล้วพอไปออกกอง พิมมาก็ชอบพูดว่า พี่ หนูสะใจมากเลยอะ พอนางเห็นแดนเซอร์กับ extra เยอะ ๆ พูดทั้งวันเลยว่าหนูสะใจมากเลย พอเราได้ยินเราก็แฮปปี้ ที่นางเอก MV เราก็อินด้วย”เป็นการทำงานกับพิมมาครั้งแรกด้วยมั้ย“ครั้งแรกครับ”พอทำงานด้วยกันจริง ๆ น้องต่างที่เราคิดไว้มั้ย มีมุมไหนที่เพิ่งมาเห็นตอนร่วมงานกันมั้ย“พิมมาเหรอ มีจังหวะกวน ๆ หลายจังหวะที่ไม่คิดว่าจะสามารถต่อปากต่อคำได้ หรือว่าอีกอย่างนึง คือเป็นคนที่ชอบพูดว่าตัวเองกินเยอะ แต่อยู่ในกองไม่กินอะไรเลย ผมงงมาก ข้าวกล่องกินไปได้หนึ่งคำครึ่งอะ ผมว่าอันนี้คือมากสุดแล้ว มันยังเหลือแบบเต็ม ๆ เลย แต่พิมมาบอกกินไปแล้ว ไม่เอาแล้ว ผมบอกไม่จริงอะ ยูยังไม่กินอะไรเลย แต่ว่านางก็มาเถียงนะว่าวันนั้นใส่เอวลอย เดี๋ยวกลัวพุงออก ผมก็บอก จริงเหรอ เหมือนยูจะไม่กินอะไรเลยวัน ๆ”มีเรื่องสนุก ๆ อะไรในกอง หรือเรื่องเซอร์ไพรส์เหมือนสีเสื้อมงคลแบบ MV ที่แล้วมั้ย“MV นี้ไม่ได้มีเสื้อสีมงคล มีเซอร์ไพรส์อะไรในกองมั้ยเหรอ ไม่มีนะฮะ คือรู้สึกว่า MV นี้ ด้วยความเป็นมิวสิเคิลวันเทคอะ เราซ้อมกันหนักเหมือนกัน มันเป็น MV ที่เราเตรียมตัวเยอะกว่า MV อื่นมาก ตากล้องผู้กำกับก็คือแทบจะมาซ้อมเต้นกับไอซ์ไปด้วยทุก ๆ ครั้งเลย เราซ้อมหลายรอบมาก เหมือนมันไม่ใช่แค่ซ้อมเต้นแล้ว มันคือซ้อมเต้นกับกล้องไปด้วย คือการเตรียมงานอะยาก เตรียมงานนานกว่าปกติ แล้วก็ยากกว่าปกติ แต่ว่าพอไปถึงหน้ากองไม่ค่อยมีอะไรฮะ เพราะว่าด้วยความที่ทุกคนรู้ว่าเราเวลาน้อยมาก เราถ่ายได้แค่แสงกลางวัน ประมาณ 7 โมงเช้าถึง 6 โมงเย็น ก็คือแสงหมดแล้ว เราต้องถ่ายให้ทัน เพราะปกติมันไม่มี MV ไหน ที่เขาถ่ายกันเสร็จ 6 โมงเย็น มันเป็นไปได้ อันนี้ก็คือต้องรีบ”คิดว่าซีนไหนยากที่สุด หรือใช้เวลาเยอะที่สุด“โห พูดยากมากเลยอะ”งั้นไอซ์ชอบซีนไหนที่สุดใน MV“นี่ก็ยากเหมือนกัน จริง ๆ นะ พอเรามานั่งคิด ซีนตรงตู้โทรศัพท์ก็ยาก แล้วเราก็ชอบมาก คือมันยาก แล้วพอเราทำออกมาได้ เราก็ภูมิใจ ตรงซีนที่เต้นหลาย ๆ คนตรงบ่อน้ำก็ยาก นานด้วย เพราะต้องให้ทุกคนไปยืน ปรับบล็อกกิ้งทีละนิด ๆ ให้สวย กว่าจะเริ่มเต้นได้ ถ้าไม่ตรงก็ต้องเริ่มใหม่ ซีนสุดท้ายก็นานก็ยาก กว่าจะขึ้นเปียโนแล้วให้ทุกคนเต้นพร้อม ๆ กัน ก็เลยตอบไม่ได้เลยฮะ ชอบหมดเลย”คาดหวังอะไรจากซิงเกิลนี้บ้าง เอากี่ล้านวิวดี“โอ้ย ผมคาดหวังแบบ ร้อยล้านทุก ๆ ซิงเกิล แต่ว่าด้วยความเป็นจริงแล้ว ก็ให้ได้มากที่สุดเท่าที่มันจะทำได้ ผมก็จะเต็มที่ในการโปรโมท จนกว่ามันจะสุด ๆ แล้ว”MV ที่แล้ว ครบล้านวิวเลี้ยงหมูกระทะแฟนคลับ MV นี้จะมีมั้ย“เอาอะไรดีอะ”โต๊ะจีนมั้ย“โต๊ะจีนเหรอ ชีวิตนี้ผมไม่ค่อยได้กินโต๊ะจีนเลย”หม่าล่ามั้ย สุกี้หม่าล่า“หม่าล่าเหรอ ผมจะไม่พูดอะไรทั้งสิ้น ครั้งที่แล้วดิจิตอลฟุตปริ้นมาก ไอซ์รู้สึกว่าไอซ์แบบ พูดเล่น ๆ กับคนกลุ่มเล็ก ๆ ด้วยอะ แล้วอยู่ดี ๆ ทุกคนรู้ แล้วทุกคนก็เอามาเป็นหลักฐาน โอเค มันเป็นดิจิตอลฟุตปริ้น ดังนั้นเราจะไม่พูดอะไรทั้งนั้น เพราะเราไม่รู้ว่าเราทำได้แค่ไหน”เราได้มองภาพตัวเองในวงการเพลงมั้ย ว่าจุดสูงสุงของความฝันเราในเส้นทางนี้ มันเป็นยังไง“คือ ณ ตอนนี้ ก็ยังมีความฝันเดิม ว่าเราอยากมีคอนเสิร์ตเป็นของตัวเอง ก็ยังเป็นความฝันนั้นอยู่ ซึ่งคอนเสิร์ตตัวเองมันก็มีหลายปัจจัยเนอะ คอนเสิร์ตเราก็ต้องมีเพลงให้พอก่อนแล้วหนึ่ง เพลงมันก็ต้องมีคนรู้จักพอสมควร ในการที่คนเขาจะซื้อบัตรมาให้เต็ม มันก็เลยมีหลายสเต็ปกว่าที่เราจะไปถึงจุด ๆ นั้นได้ ก็เลยกำลังปั้นอยู่ฮะ”เราจะได้เห็น EP ภายในปีนี้มั้ย“ครบทุกเพลงปีนี้แน่นอนครับ”ฝากผลงานหน่อย ช่วงนี้มีอะไรให้ติดตามกันบ้าง“ก็ฝากเพลงก่อนเลยครับ มีแค่เธอก็พอ (365Days) ก็อยากให้ทุกคนเข้าไปฟังกันเยอะ ๆ ขอร้องเลย อยากให้ทุกคนเข้าไปฟังกันในสตรีมมิง เข้าไปดู MV กันเยอะ ๆ แบบพลีส ไปดู MV กัน เพราะเรารู้สึกว่าเราตั้งใจทำมาก ๆ ก็เข้าไปดูที่ YouTube Chanel Ice Paris Entertainment เนอะ แล้วก็อยากจะฝากละครไว้ด้วยฮะ เขาบอกว่ากลางปีนี้แหละ โลกหมุนรอบเธอ ใกล้และ มีพี่โบว์เมลดากับพี่เจมส์จิ อันนั้นก็เมามันเหมือนกัน แต่ไม่อยากสปอยล์อะไรเยอะ อยากให้ทุกคนรอติดตาม เขาบอกว่าปีนี้ อัปเดตล่าสุดนะ แล้วก็ฝากอีกบริษัทของไอซ์นะครับ MAXMOTIVE ถ้าเกิดใครอยากทำอะไรที่เกี่ยวกับภาพ ไม่ว่าจะเป็นภาพนิ่ง โฆษณา MV ซีรีส์ หนัง ได้หมดเลย สามารถมาติดต่อกันได้ ถ้าเกิดอยากดูพอร์ทเราก็ดูในไอจีได้ หรือดูใน MV ของคนในวงการ T-Pop ทั้งหลายเหล่านี้ ช่วงนี้เราก็ทำกันเยอะ ฝากด้วยครับ”

Talk with “Mirrr” ถึงเบื้องหลังซิงเกิลล่าสุด “กำแพงหัวใจ (Heartwall)”

08 ก.ย. 2023

Talk with “Mirrr” ถึงเบื้องหลังซิงเกิลล่าสุด “กำแพงหัวใจ (Heartwall)”

เรียกได้ว่าโดนใจคนใกล้ที่ไม่มีทางได้ลงเอยสุด ๆ สำหรับ "กำแพงหัวใจ (Heartwall)” ซิงเกิลใหม่จาก โต-เลอทัศน์ เกตุสุข และ นาว-วิชชานนท์ ว่องวีรชัยเดชา สองหนุ่มวง Mirrr แห่งค่าย What The Duck ที่หยิบเอามุมมองของคนสองคน ซึ่งกำลังตกอยู่ในความสัมพันธ์ที่ต่างคนต่างมีกำแพงในใจของตัวเอง มาเล่าผ่านเพลงที่ฟังง่าย ให้กลิ่นไอเพลงในยุค 2000 วันนี้เราจึงได้ชวนทั้งคู่ มาร่วมพูดคุยถึงเรื่องราวในซิงเกิลนี้กันช่วยเล่าคอนเสปของเพลง "กำแพงหัวใจ" ให้เราฟังหน่อยโต – “คอนเสปมันคือเราอยู่ในความสัมพันธ์ที่เราอยากพัฒนา แต่อีกฝ่ายไม่อยากพัฒนาความสัมพันธ์ ก็เลยสร้างกำแพงขึ้นมา เลยเป็นคอนเสปของเพลงกำแพงหัวใจ”เพลงนี้เริ่มต้นมาจากอะไรโต – “จำไม่ได้ครับ (หัวเราะ) เพราะเพลงนี้อยู่ที่ช่วงที่เขียนเพลงเยอะมาก ๆ เลยครับ แล้วช่วงนี้ก็เป็นช่วงที่ความจำไม่ค่อยดีเท่าไหร่ จริง ๆ นะครับ บางทีพูดไปเมื่อกี้ ลืมแล้ว ก็เลยจำไม่ได้ว่าเพลงนี้มีที่มาจากอะไร”งั้นพอจำได้มั้ยว่าเพลงนี้ได้เนื้อร้องหรือทำนองมาก่อนโต – “อันนี้ถ้าคิดเอาเองนะ โดยปกติแล้วของตัวผมเองจะมาพร้อมกันครับ สมมุติเล่นกับกีต้าร์ ก็จะไม่ใช่แค่ฮัมขึ้นมา แต่จะร้องมาเป็นคำเลย”คิดว่าอะไรคือสิ่งที่ยากที่สุดในการทำเพลงนี้นาว – “น่าจะเป็นพาร์ทร้องคอรัสครับ เพราะว่าเขาทำคอรัสเยอะมาก มันมีเวลาจำกัด แล้ววันนั้นก็ร้องกันสนุก เพลินไปเรื่อย ๆ เกือบตีห้าอะครับ ก็ไม่เชิงยาก แต่ว่าใช้เวลานาน”โต – “ถ้าในเชิง process น่าจะเป็นเรื่องการอัดร้อง แต่ถ้าในองค์รวมน่าจะเป็นเรื่องการตัดสินใจที่ยากที่สุด เพราะตอนแรกไม่ได้ตัดสินใจจะเอาเพลงนี้มาปล่อยต่อ คือไม่ได้กะจะเอาเพลงนี้มาทำด้วยซ้ำ แต่อยู่ดี ๆ ก็รู้สึกว่า พอไทม์มิ่งมันใช่ กับมู้ดอะไรต่าง ๆ ก็เลยรู้สึกว่าเพลงนี้เป็นเพลงที่เราสองคนชอบ ณ เวลาตอนนี้พอดี”มีท่อนที่ชอบที่สุดในเพลงนี้มั้ยนาว – “ชอบท่อนพรีครับ เมื่อในทุกค่ำคืน ฉันยืนอยู่ตรงที่เก่า ยังแอบหวังให้เราเป็นมากกว่านี้”โต – “งั้นผมเลือกเป็นท่อนฮุคครับ”ถ้าเจอคนที่กำแพงสูงมาก จะเลือกพยายามทำลายกำแพง หรือไปหาคนอื่นดีกว่านาว – “เลือกอย่างแรกครับ จนกว่าจะไม่ไหวก็ค่อยออกไป”โต – “ผมไม่ชอบทำลายกำแพง แล้วผมก็จะไม่ไปหาคนอื่นด้วย ถ้าผมชอบคนนึง ผมก็คงจริงใจกับเขา ไม่ให้เขาสร้างกำแพงอะครับ คอนเสปของเพลงกำแพงหัวใจ มันคือการที่คนนึงอยากพัฒนาความสัมพันธ์ แต่อีกฝ่ายสร้างกำแพง ผมรู้สึกว่า งั้นการที่อีกฝ่ายอยากพัฒนาความสัมพันธ์ มันอาจจะเร็วเกินไป มันอาจจะไม่ถูกจังหวะ หรือมันอาจจะไม่เหมาะสม ผมก็รู้สึกว่าเราไม่จำเป็นต้องไปทำลายกำแพงเขา สำหรับผมนะ ถ้าเขาโอเคกับเรา เขาจะเปิดเอง เราค่อย ๆ ไปได้ เราไม่จำเป็นต้องรีบร้อนอะไรขนาดนั้น”ส่วนตัวเป็นคนที่มีกำแพงมั้ย แล้วคิดว่าคนแบบไหนถึงจะทำลายกำแพงเราได้นาว – “ปกติถ้าใครเข้ามาก็คงจะลองศึกษาดูใจกันมั้งครับ”โต – “ผมว่าสุดท้ายผมนี่แหละจะเป็นคนทำลายกำแพงลงเอง มันเหมือนผมสร้างเมืองอะครับ ผมจะสร้างกำแพงเป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว เพราะว่าเมืองของผมต้องปลอดภัย คิดแค่นั้น แต่ฟังก์ชันของผมคือผมไม่จำเป็นต้องไปทำลายกำแพง ถ้ากับคนที่ผมโอเค ผมก็แค่เปิดประตูให้เขาเข้ามา คือผมแค่มีกำแพงกับอันตราย กับหมาป่า กับทุก ๆ อย่าง ผมสร้างกำแพงขึ้นเพียงเพราะผมต้องการปกป้องคนในกำแพง ซึ่งผมมองว่าประชาชนในกำแพงนั่นก็คืออินไซด์ร่างกาย คือจิตใจ คือทุกอย่างของผม ถ้ากับคนที่ผมโอเค ผมจะไม่มีกำแพงเลย เพราะเขาเข้ามาอยู่ในเมืองของผมแล้ว ผมเปิดประตูรับเข้ามาแล้ว มาเอ็นจอย มาแฮงค์เอาท์ด้วยกันได้เต็มที่ในนี้ แล้วเราจะปลอดภัยจากข้างนอกด้วยกันครับ”อยากให้เพลง “กำแพงหัวใจ” เป็นอะไรสำหรับคนฟังนาว – “จริง ๆ เลย ผมอยากให้เป็นแรงบันดาลใจครับ เราคิดอะไรก็ทำในสิ่งที่เราคิด พยายามในสิ่งที่เราเป็น บางทีชีวิตเราก็ลีดด้วยความหวัง แต่ถ้ามันมีแต่ความหวัง ไม่มีความจริงเลย มันก็จะทำให้เราหาทางลงไม่ได้ ผมก็เลยอยากให้เราเอาความจริงมาพูดคุยกันมากกว่า ถ้าเอาความจริงมาพูดคุยกัน ผมว่ามันจะไม่เกิดเหตุการณ์สร้างกำแพงอะไรพวกนี้ มันน่าจะเป็นเรื่องของความชัดเจน ความจริงใจ ฟังก์ชันของมันคือ ในความสัมพันธ์ของเรา เราไม่ take advantage กัน เราไม่พยายามหาประโยชน์จากอีกฝ่าย ทั้งเราและฝ่ายตรงข้าม แต่เราทั้ง give and take กัน อย่างน้อยถ้าหลุดพ้นจากสิ่งนี้ไปได้แล้ว คำว่าหลุดพ้นในที่นี้คือ ไม่ว่าจะเป็นการทำลายกำแพงได้ ได้คบกัน หรือว่าจะแยกย้ายกันไป แต่อย่างน้อยมันไม่ต้องอยู่ในลูปนี้แล้ว ไม่อยู่ในลูปที่เราจะต้องสับสน ฟุ้ง ไม่แน่ใจ ไม่มั่นคง มันเหมือนเป็นแค่ stage แรกของความสัมพันธ์ที่บางคนอาจจะชื่นชอบ เพราะมันตื่นเต้น แต่ step ต่อไปอะครับ มันเป็น step ที่เรากำลังจะพูดถึง มันเป็น step ที่กำแพงกำลังจะเกิดขึ้นละ ซึ่งอันนั้นมันเป็น step ที่เราไม่ควรให้เขาสร้างกำแพงละ เราควรจะจริงใจกับตัวเราและกับเขา ผมไม่แน่ใจว่ามันตอบคำถามนี้ได้มั้ย แต่อย่างน้อยแค่เขาส่งเพลงนี้ไปให้อีกคน แล้วมันเคลียร์ประเด็นความสัมพันธ์เขาได้ ผมว่ามันก็ถือว่าโอเคแล้วครับ”MV เพิ่งจะทะลุ 1 ล้านวิวไปด้วย มีอะไรอยากบอกแฟนคลับที่ติดตามเราอยู่มั้ยนาว – “อยากขอบคุณที่ซัพพอร์ต รอติดตามผลงาน พวกเราดีใจมาก ๆ ที่ได้รับการตอบรับมาอย่างดี”โต – “เราอาจจะพูดด้วยน้ำเสียงโมโนโทน แต่เราดีใจมาก ๆ ครับ”นาว – “ก็คืออยากจะออกไปเจอทุก ๆ คนที่ซัพพอร์ต ถ้ามีโอกาสก็ทักทายกันได้ เพราะว่าพวกเราดีใจที่จะได้คุยแล้วก็ได้เจอทุกคนตลอดครับ”สปอยล์ซิงเกิลหน้าได้มั้ยว่าจะมาแนวไหนโต – “ร็อคครับ ผมก็พูดไปเรื่อย จริง ๆ ตอนนี้เราคุยกันว่า เราอยากจะทำในสิ่งที่เราอยากทำ เราอยากให้เพียวที่สุด ณ ตอนจุดเริ่มต้น เหมือนตอนอยู่ในห้องหลังม. อัดเพลง ไม่ต้องคิดเรื่องที่มันใหญ่เกินตัว คิดแค่ตัวเราสองคนว่าเราอยากทำอะไร เพราะฉะนั้นมันเหมือนกับว่า เพลงเราทำเรื่อย ๆ อยู่แล้ว แต่เราไม่ได้มองว่าทุกอย่างต้องเป็นแบบนี้แบบนั้น มันเหมือนกับว่า วันนี้มึงอยากกินอะไรวะ มา กูกินด้วย วันนี้อยากทำเพลงอะไรวะ มา กูทำด้วย อันนี้กูไม่อยากทำอะ กูอยากทำอันนี้และ เพราะฉะนั้น ถ้าผมบอกตอนนี้ แพลนมันเป็นแบบนี้ใช่ปะ แต่พอไปถึงวันปล่อยจริง ๆ มันอาจจะเป็นอย่างอื่นก็ได้ อย่างเพลงกำแพงหัวใจเนี่ย อยู่ดี ๆ มันมาต่อโดยที่ไม่ได้ตั้งใจด้วยซ้ำ แต่จริง ๆ แล้วมันคือตั้งใจนะครับ คือการทำงานอะ แพลนไว้นานมาก เราตั้งใจที่จะยึดโยงกับตัวแพลนมาก ๆ แต่วิธีคิดของเราอัปเดตตลอดเวลา แล้วพอเราอัปเดตตลอดเวลา มันเลยทำให้บางอย่างมันไม่ up to date ของพวกเราแล้ว”นาว – “ก็คือเราทำอาร์ตด้วยความรู้สึก ด้วยฟีลลิ่ง ตอนที่เราคุยกันว่าเราอยากจะทำ สมมุติเราอยากจะทำแบบนี้ เมื่อประมาณสามเดือนที่แล้ว แต่ความรู้สึกปัจจุบันมันอาจจะใช้ไม่ได้แล้ว เราอาจจะเจอความรู้สึกที่มันเฟรชกว่า น่าสนุกกว่า”โต – “แต่ process เดดไลน์การทำงานมันก็ยังมีอยู่ เพราะฉะนั้นเราก็ต้องพยายามปรับสองสิ่งนี้ให้มันไปด้วยกันได้”สุดท้าย ฝากถึงคนที่กำลังเจอกับสถานการณ์แบบในเพลง “กำแพงหัวใจ” หน่อยโต – “สำหรับผม ผมอยากให้จริงใจกับตัวเองครับ แล้วค่อยจริงใจกับคนอื่น เราต้องจริงใจกับตัวเองก่อน ถึงจะจริงใจกับคนอื่นได้ จริงใจกับความรู้สึกของตัวเอง จริงใจว่าเรารู้สึกยังไง จริงใจว่าเราต้องการอะไร จริงใจว่าสิ่งที่เราคาดหวังคืออะไร สิ่งที่เราไม่คาดหวังคืออะไร สิ่งที่เราอยากให้เกิดขึ้นคืออะไร แล้วถ้ามันเป็นไปได้ ก็อยากให้ตั้งใจเพื่อตัวเอง ตั้งใจเพื่อสิ่งที่เราจริงใจกับตัวเอง ไม่เกี่ยวกับแค่เรื่องการทำลายกำแพงของใครนะครับ หมายถึงว่าถ้าเรามีแพชชั่นกับสิ่งที่เราทำ กับอะไรก็ได้ เราตั้งเป้าแล้วก็ทำมันไปเลย พรุ่งนี้เราอาจจะเปลี่ยนใจก็ได้ มันไม่ผิด เราก็ค่อยชัดเจนกับวันพรุ่งนี้ต่อไป มันเป็นเรื่องของวันพรุ่งนี้ มันไม่เกี่ยวแล้ว เราเอาแค่ปัจจุบัน ดังนั้นผมเลยรู้สึกว่า ในเรื่องนี้มันเป็นแค่พาร์ทพาร์ทนึงในชีวิตของเรา มันเหมือนเป็นสารตั้งต้นของ attitude ทุกอย่าง แล้วเรื่องความสัมพันธ์ของคนที่เราอยากทำลายกำแพงอะ มันก็เหมือนโจทย์ที่ผมบอก คือสุดท้ายแล้วพอเรามีความตั้งใจตรงนั้นอะ มันก็จะโยงไปถึงความสัมพันธ์ที่เราก็จะตั้งใจ ทำตรงนั้นไม่ให้มันเกิดกำแพงขึ้นมา”นาว – “เพลงนี้มันกำลังพูดถึงกำแพงใช่มั้ยครับ ถ้ามันสูง จริง ๆ เราก็แค่พัฒนาตัวเองให้มีความสามารถในการที่จะเดินทางขึ้นไป สมมุติถ้าเขากำแพงสูง เราก็แค่สร้างกำแพงของเราขึ้นมาให้สูงเท่าเขา แล้วก็กระโดดข้ามไปก็ได้ มันก็มีหลายวิธี แต่ว่า core หลัก ๆ ก็คือ ถ้าเราพัฒนาตัวเองอยู่ตลอด มันน่าจะมีวันที่เราประสบความสำเร็จในเรื่องนั้น”สามารถเข้าไปฟังและชม Music Video เพลง "กำแพงหัวใจ (Heartwall)” จากวง Mirrr ได้แล้ววันนี้บน YouTube: Whattheduck และทุกบริการ Music Streaming

คุยกับ fellow fellow ถึง 2 ซิงเกิลล่าสุด "ดาวหางฮัลเลย์" และ "ฉันคือความทรงจำดี ๆ ของเธอรึเปล่า

11 ก.ย. 2023

คุยกับ fellow fellow ถึง 2 ซิงเกิลล่าสุด "ดาวหางฮัลเลย์" และ "ฉันคือความทรงจำดี ๆ ของเธอรึเปล่า

fellow fellow กลับมาลุยงานเพลง ภายใต้ต้นสังกัดใหม่อย่าง Kicks Records พร้อมสองซิงเกิลล่าสุด "ดาวหางฮัลเลย์" และ "ฉันคือความทรงจำดี ๆ ของเธอรึเปล่า" ที่ต้องบอกเลยว่า ทันทีที่ปล่อยออกมาก็ได้รับกระแสตอบรับดีสุด ๆ วันนี้เราเลยขอชวน ข้าว—ปณิธิ เลิศอุดมธนา และ ที—พิษณุ หทัยพัธลักษณ์ จาก fellow fellow มาพูดคุยถึงการทำงานในสองซิงเกิลนี้กันช่วยเล่าคอนเสปของเพลง "ดาวหางฮัลเลย์" ให้เราฟังหน่อยข้าว – “ผมเป็นคนชอบเรื่องอวกาศอยู่แล้ว แล้วก็พอจะรู้จักดาวหางฮัลเลย์คร่าว ๆ เราได้ยินมาตอนเด็ก ๆ ก็พอจะรู้ว่าเป็นดาวหางที่จะวนมาที่โลกเรื่อย ๆ ซึ่งพอไปอ่านข้อมูลเพิ่มเติม ก็รู้ว่ามันจะวนกลับมาให้เห็นด้วยตาเปล่าทุก 75 ปี เลยรู้สึกว่ามันโรแมนติกดี ถ้าเราจะเอามาเปรียบกับเรื่องความรัก มาพูดกับใครสักคนว่า เราอยากจะรอดูดาวหางฮัลเลย์กับเธอจัง มันแปลว่าเราอยากอยู่ไปจนแก่นะ อยู่ด้วยกันไปนาน ๆ”เพลงนี้ใช้เวลาทำนานมั้ยที – “น่าจะประมาณเดือนกว่า ๆ ครับ”คิดว่าอะไรคือสิ่งที่ยากที่สุดในการทำเพลงนี้ข้าว – “คอนเสปนี่แหละครับ ดาวหางฮัลเลย์นี่แหละ”ที – “ผมว่าน่าจะเป็นช่วงตอนเขียนแหละ”ครั้งนี้ fellow fellow กลับมาในแนวที่เปลี่ยนไปด้วยใช่มั้ยข้าว – “หลายคนอาจจะจำ fellow fellow ว่าทำเพลงเศร้า จริง ๆ แล้วเราก็มีมุมโรแมนติกครับ แค่ยังไม่ได้นำเสนอให้ทุกคนเห็นบ่อย ๆ”ที – “น่าจะเป็นเพราะว่าเราหายกันไปพักใหญ่ด้วย ปีกว่า ๆ ทุกคนเลยอาจจะมองว่ามันเปลี่ยนไป แต่ผมว่าสไตล์เพลง วิธีการเล่าเรื่อง มันก็คล้าย ๆ กับก่อนหน้านี้ที่เราทำ แต่อาจจะมีสี หรืออะไรบางอย่างที่แตกต่างออกไปตามยุคสมัย”ชอบท่อนไหนมากที่สุดในเพลง "ดาวหางฮัลเลย์"ข้าว – “มันจะมีท่อนนี้ครับ ผมเขียนว่า ยังมีเพลงรักเป็นพันบทเพลงรอแชร์ให้เธอได้ฟัง ยังไม่รวมถึงลูกที่เราจะมีด้วยกันในอนาคต ที่จะเป็นสัญญาความรักของเรา”ที – “ตอนแรกที่ข้าวเขียนมา ผมก็ตกใจเหมือนกัน ข้าวมันจะไม่เขินเหรอ ร้องท่อนอะไรแบบนี้”ข้าว – “ตอนแรก ๆ ก็เขียนไปเขินไป แต่รู้สึกว่ามันต้องใส่ รู้สึกว่าการที่เราพูดกับใครสักคนเรื่องลูก แปลว่าเรามองสเต็ปไปไกลมาก มันมากกว่าความรักทั่วไปละ แสดงว่าเราต้องการที่จะมีเขาในชีวิต”ที – “ซึ่งก็ทำให้เห็นว่าเพลงนี้เรามีความเติบโตทางด้านอารมณ์ ดูเป็นผู้ใหญ่ขึ้น”มีฟีดแบคจากคนฟัง บอกว่าเพลงนี้จะเป็นเพลงงานแต่งในอนาคต รู้สึกยังไงข้าว – “ดีครับ ยินดีเลยครับ”มาที่อีกเพลง "ฉันคือความทรงจำดี ๆ ของเธอรึเปล่า" เพลงนี้เริ่มต้นมาจากอะไรข้าว – “มันมาจากการที่ผมคิดว่าเนื้อหาแบบนี้ทุกคนน่าจะเคยผ่านมา ก็คือเราอาจจะเคยมีความทรงจำกับใครสักคน อาจจะเป็นเพื่อนเก่า แฟนเก่า”ที – “คนที่เราไม่ได้ติดต่อกันแล้ว เกินกว่า 3 ปีขึ้นไป อะไรแบบนี้”ข้าว – “วันนึงเราอาจจะบังเอิญเจอรูปภาพที่ทำให้เราระลึกย้อนเรื่องราวในอดีต แล้วเราอาจจะคิดว่า ตอนนั้นเราก็มีความสุขดีเนอะ ทีนี้ก็อยากจะย้อนถามอีกฝั่งนึงว่า แล้วเธอล่ะ เวลาเธอนึกถึงเรา มันเป็นความทรงจำที่ดีหรือเปล่า ถ้าบังเอิญเจอหน้ากัน เดินสวนกัน เธอจะทักเรามั้ย หรือว่าเธอจะหลบหน้า เหม็นหน้าเรา อะไรแบบนี้อะครับ”เพลงนี้ได้ guncharlie มาร่วม feat. ด้วย การร่วมงานกันเป็นยังไงบ้างข้าว – “คือน้อง guncharlie เนี่ย เป็นศิลปินร่วมค่ายอยู่แล้ว เป็นศิลปินรุ่นพี่ใน kicks records ครับผม เราเห็นความสามารถของเขาอยู่แล้ว เพราะเขาเป็นแรปเปอร์ที่มีสไตล์การแรปที่ค่อนข้างเป็นเด็กรุ่นใหม่ แล้วก็คิดว่าน่าจะเหมาะ”ที – “แล้วเพลงที่เขาปล่อย ๆ มาก่อนหน้านี้ ก็ดูเหมาะกับมู้ดเพลงที่เรากำลังทำอยู่พอดี แล้วด้วยความที่เราก็ย้ายบ้านใหม่มาอยู่ในบ้านเดียวกันด้วย ก็เลยง่ายเลยครับ ก็เลยคุยกับพี่แทนว่าอยากได้น้องกันมาร่วมฟีท”ข้าว – “ตอนแรกก็คิดถึงคนอื่นเยอะแยะ แต่สุดท้ายก็คุยกับพี่แทนว่าน้องกันเนี่ยแหละ ผมว่าน้องกันน่าจะเวิร์ค”ที – “พอระบุเป็นน้องกันปุ๊บ เราก็ส่งเดโม่ไปเลยครับ น้องกันก็เขียนกลับมาภายในไม่เกิน 24 ชั่วโมงเลยเนอะ ได้เดโม่แรกกลับมาเลย”ข้าว – “ใช่ เด็กสมัยนี้ไฟแรง”ที – “สุดท้ายก็คุยกัน แก้ไปแก้มา ผมก็ทำดนตรีเพิ่ม เหมือนคุยกันว่าอยากได้มากกว่านี้ เพิ่มท่อนมั้ย ผมก็ทำดนตรีเพิ่มส่งกลับไป แป๊บ ๆ ก็ได้กลับมาครบทั้งท่อนหมดเลย”เพลง "ฉันคือความทรงจำดี ๆ ของเธอรึเปล่า" ใช้เวลาทำนานมั้ยข้าว – “มาควบคู่กับดาวหางฮัลเลย์เลยครับ แต่งมาพร้อม ๆ กัน”ที – “ใช่ ทำในช่วงเวลาใกล้ ๆ กัน ก็ประมาณเดือนกว่า ๆ เหมือนกันครับ”เป็นความตั้งใจของ fellow fellow มั้ย ที่อยากให้สองซิงเกิลที่ปล่อยมาอารมณ์คอนทราสกันข้าว – “จริง ๆ ก็คือความตั้งใจนะครับ จริง ๆ เริ่มเขียนเพลง ฉันคือความทรงจำดี ๆ ของเธอหรือเปล่า ก่อน เสร็จแล้วก็รู้สึกว่าเราต้องทำเพลงอีกสักเพลงนึง แต่งมาเผื่อ แล้วความรู้สึกมันไม่ควรจะไปซ้ำกับอีกเพลงนึง ก็เลยพยายามแต่งอีกเพลงที่มันแตกต่างออกมา ก็เลยมาเป็นเพลงดาวหางฮัลเลย์”ตัว VISUALIZER ของทั้งสองเพลง เป็นเหมือนภาคต่อกันด้วยมั้ยที – “จริง ๆ ด้วยความที่มันถ่ายพร้อม ๆ กันด้วยแหละครับ แต่วิธีการสื่อสารมันอาจจะไม่ได้ต่อกัน หรือมันอาจจะต่อกันก็ได้นะ แล้วแต่คนตีความ แต่มันเป็นความบังเอิญที่เราถ่ายทำพร้อม ๆ กัน คนแสดงก็ใช้คนเดียวกัน”ทำไมถึงเลือกใช้เป็น VISUALIZER แทนการทำเป็น MVข้าว – “ผมรู้สึกว่าผมอยากให้คนฟังเพลงอะครับ ผมอยากให้ภาพ VISUALIZER มันทำหน้าที่เสริมอารมณ์ในการฟังเพลง ให้มันเห็นภาพมากขึ้น แต่ไม่ได้มาแย่งซีนของเพลง”ที – “เหมือนส่วนใหญ่เวลาเราเห็นคอมเมนต์ของ MV ที่เป็นเส้นเรื่อง หลัก ๆ คอมเมนต์ข้างล่างมันจะแบ่งเป็น 2 ฝั่งเนอะ มันจะเป็นฝั่งที่เรามาวิเคราะห์เนื้อเรื่องของ MV กัน แล้วอีกฝั่งก็จะคอมเมนต์เรื่องเพลง แต่พอมาเป็น VISUALIZER มันจะตัดเรื่องนั้นออกไป เพราะมันไม่ต้องมีการเชื่อมโยงอะไรทั้งสิ้น คือเราฟังเพื่อเป็นภาพประกอบมู้ดของเพลง”ข้าว – “คืออยากให้คนฟีลกับภาพ รู้สึกว่าภาพสวย แล้วอารมณ์มันไปกับดนตรีด้วย”อยากให้ทั้งสองเพลงนี้ เป็นอะไรสำหรับคนฟังข้าว – “ดาวหางฮัลเลย์ ก็อยากให้เป็นเครื่องมือในการที่แบบ ถ้าเราสักใครสักคนนึง ที่เรารู้สึกว่ารักเขามาก ๆ อยากจะอยู่กับเขาไปตลอด เพลงนี้ใช้ได้ ใช้เป็นสื่อ ใช้เป็นเพลงงานแต่งได้ครับ”ที – “ส่วน ฉันคือความทรงจำดี ๆ ของเธอหรือเปล่า อาจจะให้เป็นมุมมุมนึงไว้ให้เขาคลายเหงาละกันครับ ผมว่ามันน่าจะเหมาะสมกับแบบนั้นมากกว่า มันจะออกสื่อมากก็ไม่ได้เนอะ”ข้าว – “อ่า ใช่”ที – “แต่ถ้าโสดจริง ๆ ก็น่าจะใช้ได้เหมือนกัน”ข้าว – “ถ้าโสดใช้ได้ มีแฟนก็ใช้ได้ แต่ถ้าแฟนถามก็บอกว่าเพื่อนเก่า (หัวเราะ)”พูดอะไรถึงแฟนคลับที่ติดตาม fellow fellow อยู่หน่อยที – “ขอบคุณแฟนคลับตั้งแต่ยุคดั้งเดิมที่ติดตามกันมาจนถึงปัจจุบัน แล้วใครก็ตามที่ฟังเพลงใหม่ ๆ เรา แล้วก็ โห เพลงนี้เป็นเพลงแรกเลยที่เคยฟัง ก็ขอบคุณทุกคนมาก ๆ เลยครับ มันก็เป็นเหมือนกำลังใจสำหรับเราเหมือนกันนะ เวลามีใครมาคอมเมนต์ หรือว่าโพสต์สตอรีแล้วแท็กบอกเราว่าชอบเพลงนี้มาก ๆ”ข้าว – “เราเก็บทุกคอมเมนต์ พวกคอมเมนต์ในยูทูปหรือเฟซบุ๊คอะไรแบบนี้ คนทั่วไปอาจจะคิดว่าศิลปินคงไม่ค่อยตั้งใจที่จะดูที่จะอ่าน แต่พวกผมอ่านทุกบรรทัดนะครับ”ที – “บางทีอาจจะไม่ได้อยากไปตอบมาก เพราะรู้สึกว่าเดี๋ยวมันอาจจะดูรก แต่ว่าเราอ่านหมด”สปอยล์งานในอนาคตหน่อย เราจะได้เห็นอะไรจาก fellow fellow อีกบ้างที – “ก็ในปีนี้ คิดว่าน่าจะมีเพลงใหม่อีกหนึ่งเพลงครับ สปอยล์ได้มากสุดเท่านี้”ข้าว – “สปอยล์มากกว่านี้ไม่ได้ เพราะว่ายังไม่ได้ทำ”ที – “มันก็จะเป็นแนวที่เราทำกันอยู่แล้วอะครับ แต่อกหักหรือสมหวังยังไม่แน่ใจ ให้รอติดตามครับ”สามารถเข้าไปฟังและชม OFFICIAL VISUALIZER ของทั้ง 2 ซิงเกิลล่าสุด "ดาวหางฮัลเลย์" และ "ฉันคือความทรงจำดี ๆ ของเธอรึเปล่า" ได้แล้ววันนี้ บน YouTube: fellowfellowband และทุกบริการ Music Streaming

album
efm
-

-