‘จาก’ ซิงเกิลใหม่จาก Bomb at Track ทัชทุกหัวใจทุกความรู้สึก เพราะทุกความสัมพันธ์ต้องมีวันจากลา

NEW RELEASE

‘จาก’ ซิงเกิลใหม่จาก Bomb at Track ทัชทุกหัวใจทุกความรู้สึก เพราะทุกความสัมพันธ์ต้องมีวันจากลา

21 มี.ค. 2024

‘การจากลา’ เหตุการณ์ที่ใครก็หนีไม่พ้น และเป็นเรื่องยากในการรับมือเสมอ เหมือนกับเพลง ‘จาก’ ของวง Bomb at Track ที่พาคนฟังไปทำความเข้าใจความหมายการจากลา ด้วยเนื้อหาเพลงลึกซึ้ง โดนใจคนฟัง ซึ่ง เต้ นักร้องนำของวงรับหน้าที่เขียนเนื้อร้องเพื่อถ่ายทอดทุกความรู้สึกใจใจ

“นี่ฉันต้องเสียใครไปจากชีวิตอีกหรือเปล่า
นอกจากเธอยังมีใครอีกหรือเปล่า
ต้องการให้ฉันเดียวดายใช่ไหม
ถึงต้องมาทิ้งกัน”

ไม่เพียงแต่เนื้อหาจะบาดลึก มิวสิกวิดีโอยังได้ เฟย-ภัทร เอกแสงกุล มานำแสดงร่วมกับนักแสดงอีก 27 ชีวิต ที่ผู้กำกับได้ร้อยเรียงรายละเอียด เพื่อถ่ายทอดเรื่องราวครบถ้วนด้วยวิธีถ่ายแบบ Long Take ในเวลาเพียง 3.33 นาที แต่กลับทำให้ใครหลายคนเข้าใจความหมายของการจากลา และหวนนึกถึงเรื่องราวของตนเอง จนพายอดวิวทะลุ 1 ล้านวิวภายใน 1 สัปดาห์เท่านั้นที่เพลงถูกปล่อยออกมา ทั้งยังติดอันดับที่ 11 on Trending for music ในยูทูปไปเรียบร้อย (ข้อมูลเมื่อวันที่ 21 มีนาคม 2567)

แฟน ๆ ติดตามชมมิวสิกวิดีโอเพลง ‘จาก(Expired)’ จาก Bomb at Track ได้แล้ววันนี้ทาง Youtube : genierock และทุกบริการ Music Streaming

ภาพ : genie records

related NEW RELEASE

‘ลืมไปเลย หรือไม่เคยมีอยู่จริง’ ซิงเกิลใหม่จาก กอกี้ กวิสรา กับคำถามเรียบง่ายแต่แทงลึกในความสัมพันธ์ พร้อมได้ 2 สมาชิกวงไททศมิตร มาร่วมเติมเต็มอารมณ์เพลง

21 พ.ค. 2025

‘ลืมไปเลย หรือไม่เคยมีอยู่จริง’ ซิงเกิลใหม่จาก กอกี้ กวิสรา กับคำถามเรียบง่ายแต่แทงลึกในความสัมพันธ์ พร้อมได้ 2 สมาชิกวงไททศมิตร มาร่วมเติมเต็มอารมณ์เพลง

“ความรัก ความสุข หรือความทรงจำที่เคยมีร่วมกัน...มันจางหายไปเพราะกาลเวลา หรือจริง ๆ แล้ว มันไม่เคยมีอยู่เลยตั้งแต่แรก?”คำถามแสนเรียบง่ายที่ย้อนกลับมาเค้นใจในวันที่ความสัมพันธ์พังทลาย กลายเป็นแรงบันดาลใจสำคัญของซิงเกิลล่าสุดจาก กอกี้ กวิสรา ศิลปินหญิงเสียงนุ่มจากค่าย 19 ที่ปล่อยผลงานลำดับที่ 4 ในชื่อเพลง ลืมไปเลย หรือไม่เคยมีอยู่จริงหลังจากสร้างความประทับใจในผลงานก่อนหน้า ไม่ว่าจะเป็น Life of อีหล่า, โอ้เจ้าดอกไม้ และ นอยนินอยด์ คราวนี้กอกี้กลับมาพร้อมบทเพลงที่เข้มข้นทางอารมณ์ที่สุดเท่าที่เคยทำมา พร้อมแขกรับเชิญพิเศษอย่าง 4Moze TaitosmitH มารับบทคู่สนทนาในบทเพลง และ เจ-ธนกฤต สองเมือง อีกหนึ่งสมาชิกจากวงไททศมิตร มารับหน้าที่โปรดิวเซอร์เต็มตัวเสียงร้องเฉพาะตัวของ กอกี้ ที่เปี่ยมด้วยความรู้สึก ผสานกับโทนเสียงอบอุ่นของ 4Moze ทำให้เพลงนี้เปรียบเสมือนบทสนทนาของคนสองคนที่เคยรักกัน แต่กลับตั้งคำถามถึงสิ่งที่เคยเป็นว่า...มันเคยเกิดขึ้นจริง หรือเป็นแค่สิ่งที่เราหลงคิดไปเองกอกี้ เล่าถึงเบื้องหลังเพลงนี้ว่า“นี่เป็นเพลงอกหักเพลงแรกที่กอกี้แต่งเลยค่ะ ก่อนหน้านี้ นอยนินอยด์ จะเป็นแนวน่ารัก สดใส แต่เพลงนี้มีน้ำหนักและความจริงจังมากขึ้น คล้ายกับ Life of อีหล่า กับ โอ้เจ้าดอกไม้ ที่เคยทำให้หลายคนน้ำตาซึมมาแล้ว ตอนที่ค่ายถามว่าอยากร่วมงานกับใคร กอกี้ก็นึกถึงพี่โมส ไททศมิตรทันที เพราะเคยทำงานกับพี่เจในฐานะโปรดิวเซอร์อยู่แล้ว พอได้ทั้งสองคนมาร่วมงานกัน มันก็จูนกันง่ายมาก และผลลัพธ์ก็ออกมาลงตัวมากจริง ๆ ค่ะ”สำหรับ ลืมไปเลย หรือไม่เคยมีอยู่จริง ไม่ใช่แค่บทเพลงที่ถ่ายทอดความเศร้า แต่ยังพาผู้ฟังย้อนกลับไปทบทวนความสัมพันธ์ครั้งหนึ่งในชีวิต กับคำถามที่หลายคนอาจเคยเก็บไว้ในใจ และถึงเวลาได้พูดออกมา แม้บทสรุปจะไม่สวยงาม แต่ก็อาจเป็นจุดเริ่มต้นของการยอมรับความจริงและก้าวเดินต่อไปฟังและค้นหาคำตอบของคุณเองได้แล้ววันนี้ บนทุกแพลตฟอร์มสตรีมมิ่ง และรับชมมิวสิกวิดีโอได้ที่ YouTube : 19.Officialภาพ : 19 Official

‘เราคงจะได้พบกัน’ การร่วมงานสุดเซอร์ไพรส์ของ 2 ซูเปอร์สตาร์ เบิร์ด ธงไชย และ ปุ๊ อัญชลี ที่จะพาทุกคนออกไปค้นหาสิ่งที่รัก

12 มิ.ย. 2024

‘เราคงจะได้พบกัน’ การร่วมงานสุดเซอร์ไพรส์ของ 2 ซูเปอร์สตาร์ เบิร์ด ธงไชย และ ปุ๊ อัญชลี ที่จะพาทุกคนออกไปค้นหาสิ่งที่รัก

ปลดล็อกสกิลหูเคลือบทองคำกันได้แล้วตอนนี้ เพราะล่าสุด GMM MUSIC ได้ปล่อยซิงเกิลสุดพิเศษ ‘เราคงจะได้พบกัน’ การร่วมงานกันของ 2 ซูเปอร์สตาร์ระดับตำนานอย่าง เบิร์ด​-ธงไชย แมคอินไตย์ และ ปุ๊-อัญชลี จงคดีกิจ ไม่เพียงจะเป็นการคอลแลบอเรชันสุดเซอร์ไพรส์แล้ว นี่ยังเป็นครั้งแรกอย่างเป็นทางการที่สองศิลปินเจ้าของตำนานมาร่วมสร้างผลงานด้วยกันสำหรับ ‘เราคงจะได้พบกัน’ เป็นบทเพลงของคนที่ตามหาความรัก และรอคอยใครสักคน จากน้ำเสียงที่สุดแสนคิดถึงของ พี่เบิร์ด และ พี่ปุ๊ ที่แฟน ๆ ต่างคิดถึง โดยเพลงนี้ได้ โอม-ปัณฑพล ประสารราชกิจ หรือ โอม Cocktail และ แม็ก-ธิติวัฒน์ รองทอง แห่งวง The Darkest Romance ร่วมกันเขียนและเรียบเรียงเนื้อเพลงจนออกมาไพเราะ ที่ไม่เพียงแต่จะสร้างความตื่นเต้นให้กับแฟนเพลงเท่านั้น 2 ศิลปินของเราก็ตื่นเต้นไปแพ้กันพี่เบิร์ด บอกกับเราว่า “ตอนนั้นที่ร่วมงานกันครั้งแรก ๆ พี่ปุ๊ดังมาก พี่เบิร์ดยังไม่ได้เป็นนักร้องเลย สำหรับพี่เบิร์ด เวลาได้อยู่กับพี่ปุ๊ พี่จะรู้สึกเซฟมาก อบอุ่น สบายใจ ดังนั้นเพลงใหม่เพลงนี้ ก็น่าจะเป็นความรู้สึกของทุกคนเลย พวกเราอยากเจอกัน เรารอเวลาวันนั้น แล้วเพลงนี้ก็เกิดขึ้น ความหมายของเพลงนี้มันกว้างมากสำหรับทุกคน ไม่ใช่แค่พี่เบิร์ดกับพี่ปุ๊ แต่เป็นเพลงสำหรับใครก็ได้ที่กำลังตามหาสิ่งที่รัก หาคนที่จะรักเรา หาคนที่เราต้องการ แล้วในที่สุดเราก็ได้พบกัน”ขณะที่ พี่ปุ๊ พูดถึงการตัดสินใจมาร้องเพลงด้วยกันในซิงเกิลนี้ว่า เป็นเหมือนกับความฝัน “พี่ปุ๊ไม่คิดว่าจะได้ร่วมงานกันอีก การกลับมาเจอกันในเพลงนี้เหมือนกับความฝัน ‘เหมือนฝันตอนตื่น’ ไม่คิดว่าจะเกิดขึ้นจริง ดีใจจนอธิบายไม่ได้ ทุกครั้งที่เจอพี่เบิร์ด เหมือนเป็นของขวัญพิเศษ บทเพลงนี้พาพี่ปุ๊ และพี่เบิร์ด กลับมาพบกัน และอยากมอบให้เป็นเพลงของทุกคน มันไม่ใช่แค่เรา มันเป็นของทุกคนที่รอคอย และอยากขอบคุณทีมงาน ที่สร้างสรรค์เพลงนี้ขึ้นมา”การพบกันในครั้งนี้ของ เบิร์ด ธงไชย และ ปุ๊ อัญชลี นับเป็นอีกปรากฏการณ์สำคัญของวงการเพลง ที่แฟน ๆ ของทั้งคู่ต้องฟูลฟีลสำหรับการได้กลับมาพบกันอีกครั้ง หลังจากที่รอคอยมานาน และได้ร้องเพลงที่มีความหมายร่วมกัน ตามไปสัมผัสกับความรู้สึกที่แสนอิ่มเอมหัวใจนี้กันได้ ด้วยการรับชมมิวสิกวิดีโอเพลง ‘เราคงจะได้พบกัน’ ได้แล้วบน YouTube : GMM GRAMMY OFFICIAL และฟังได้ทุกบริการ Music Streaming หรือจะขอเข้ามาที่ EFM ก็ได้ภาพ : Bird Thongchai

PERSES ส่งซิงเกิลใหม่ ‘Catch the Night’ เด่นด้วยซาวด์แบบ Electronic ผสม TRAP กับลุคใหม่ดุดันกระแทกใจ

09 มี.ค. 2023

PERSES ส่งซิงเกิลใหม่ ‘Catch the Night’ เด่นด้วยซาวด์แบบ Electronic ผสม TRAP กับลุคใหม่ดุดันกระแทกใจ

ต้อนรับฤดูร้อน..ด้วยความร้อนระอุกับ ‘Catch the Night’ ผลงานซิงเกิลที่ 3 จากหนุ่มๆ วง PERSES ศิลปินบอยกรุ๊ปจากค่ายG’NESTในเครือGMM Grammy พร้อมท่อนฮุกกระแทกใจ‘IT’S RIDE OR DIE? C’MON CATCH THE NIGHT’ช่วงเวลาสนุกๆ ที่PERSESอยากชวนให้ทุกคนออกมาใช้ชีวิต และเลือกเส้นทางชีวิตของตัวเอง โดยไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น พวกเขาก็พร้อมที่จะอยู่เคียงข้างไปด้วยกัน อีกทั้งยังจัดเต็มกับทุกส่วนประกอบของเพลงชนิดที่ไม่ให้แฟนๆ ได้ผิดหวังกับการคัมแบคนอกจากลุคใหม่ที่ถูกใจแฟนคลับแล้ว หากได้ฟังเพลงนี้แค่อินโทรขึ้นมาก็รู้เลยว่าเพลง‘Catch the Night’มาพร้อมกับสไตล์เพลงที่แปลกใหม่ ต่างจาก2เพลงก่อน อย่าง‘MY TIME’ที่เน้นคาแรคเตอร์ ท่าเต้นแข็งแรง แสดงออกตรงไปตรงมา และ‘TOUCHDOWN(ใกล้ดาว)’ที่ฟังง่าย สบายๆ สไตล์หนุ่มอบอุ่น ซึ่งเพลงล่าสุดนี้พวกเขาจัดเต็มความสนุก ด้วยซาวด์ Electronic ตามสไตล์เพลงEDMที่ได้นำมาผสมผสานกับสไตล์TRAPเพิ่มความดุดันมากขึ้น ทำให้ท่าเต้นที่ถูกออกแบบมาได้อย่างสุดโหดสุดมันส์ยิ่งกว่าเดิมในพาร์ทเพอร์ฟอร์แมนซ์ โดยครั้งนี้PERSESก็ไม่พลาดที่จะมีส่วนร่วมในการนำเสนอไอเดียและดีไซน์ดนตรี รวมถึงเสียงร้องในแบบของตัวเองอีกด้วยสำหรับเรื่องราวของเพลง‘Catch the Night’ได้หยิบเอาตัวตนของทั้งจั๋ง-วิกร บูรณภิญโญ,เน-ณรัณ วิกัยรุ่งโรจน์,กฤติน-กฤติน สอสูงเนิน,ปาล์ม-พีรวิชญ์ พินธะและปลั๊กกี้-ธรากร คำสิงห์เมมเบอร์ที่เป็นกลุ่มเด็กชายGEN Zผู้เต็มเปี่ยมไปด้วยแพชชั่น พร้อมพุ่งไปสู่เป้าหมาย พากันออกมาชวนให้ทุกคนกล้าใช้ชีวิตในแบบของตัวเอง ลองทำสิ่งที่ไม่เคยทำ และใช้ชีวิตให้คุ้มค่าไปด้วยกัน โดยMusic Video เพลงนี้ได้จีน-คำขวัญ ดวงมณีผู้กำกับฝีมือดีที่ฝากลายเซ็นกับผลงานสร้างชื่อมากมายทั้งในและต่างประเทศ มาถ่ายทอดเรื่องราวผ่านสถานการณ์ ที่PERSESหลุดเข้าไปในโลกของเกม โดยแต่ละคนมีภารกิจที่จะต้องเอาชนะในด่านของตัวเองให้สำเร็จ เพื่อเก็บอัญมณีประจำตัวให้ครบทั้ง5ชิ้น ก่อนพระอาทิตย์ขึ้น“เกมต่างๆ ที่ทุกคนต้องเอาชนะ และอัญมณีทั้ง5ชิ้น มีความเชื่อมโยงเข้ากับตัวตนของพวกเราครับ มีความหมายต่างกันไปตามคาแรคเตอร์ของสมาชิกในวงกฤตินแทนด้วยความกล้า กับภารกิจเกมวิ่งที่ต้องวิ่งผ่านอุปสรรคต่างๆ ซึ่งเบื้องหลังในวันถ่ายทำ กฤติน ต้องวิ่งชนกำแพงจำลองที่วิ่งได้เพียงเทคเดียวเท่านั้น ทำให้โฟกัสกับการวิ่งชน จนเผลอลงน้ำหนักผิดจังหวะ ข้อเท้าพลิกกันเลยทีเดียว ส่วนเนแทนด้วยแพชชั่น กับภารกิจเกมแข่งรถ ที่ต้องใช้สมาธิความตั้งใจแน่วแน่ พร้อมเสี่ยงในทุกสถานการณ์ เพื่อให้ได้ความสำเร็จนั้นมาปาล์มแทนด้วยมิตรภาพ ที่มาพร้อมกับรอยยิ้มและเป็นมิตรกับทุกคนและผมจั๋งแทนด้วยยูนิตี้ กับบทบาทพี่ใหญ่ของวงที่เป็นผู้เชื่อมสัมพันธ์ของสมาชิกในวง ซึ่งผมกับปาล์มได้ทำภารกิจในเกมเต้นด้วยกัน และ สุดท้ายปลั๊กกี้ที่มาในภารกิจเกมเลเซอร์ กับคาแรกเตอร์ที่อ่อนโยน และเป็นผู้มอบพลังงานบวกให้สมาชิกทุกคน ทำให้เป็นที่รักของทุกคน แทนด้วยอัญมณีความรัก และเมื่ออัญมณีทั้ง5ชิ้นนี้ มารวมพลังกันก็เหมือนการรวมตัวกันของPERSESซึ่งจะขาดชิ้นไหนไปไม่ได้” จั๋ง วิกร พี่ใหญ่ของวงพูดถึงความหมายอันลึกซึ้งที่แฝงอยู่ใน Music Videoระอุรับฤดูร้อนกับผลงานชิ้นล่าสุดนี้ ที่G’NESTและPERSESตั้งใจทำออกมาให้ได้ชมกันหวังว่าทุกคนจะได้รับความสุข ความสนุกกลับไปแบบเต็มๆ ติดตามดูMusic Videoเพลง ‘Catch the Night’ ได้บน YouTube : gnest_official และทุกบริการ Music Streaming หรือขอเพลงนี้เข้ามาที่ EFM94 ได้ทุกวันและทุกช่วง DJภาพ : G’NEST

‘Retro-39’ ซิงเกิลสากลใหม่จาก Tilly Birds ที่หยิบเอาความพยายามวิ่งหนีความทรงจำกับคนรักเก่ามาถ่ายทอด

04 ต.ค. 2024

‘Retro-39’ ซิงเกิลสากลใหม่จาก Tilly Birds ที่หยิบเอาความพยายามวิ่งหนีความทรงจำกับคนรักเก่ามาถ่ายทอด

สร้างสรรค์ผลงานเพลงสากลออกมาอย่างต่อเนื่อง สำหรับ Tilly Birds วง Alternative Rock จากค่าย GeneLab ในเครือ GMM MUSIC หลังจากที่ได้ปล่อย White Pills ซิงเกิลแรกจากอัลบั้มสากลออกมาไม่นาน 3 หนุ่ม เติร์ด-อนุโรจน์ เกตุเลขา, บิลลี่-ณัฐดนัย ชูชาติ และ ไมโล-ธุวานนท์ ตันติวัฒนวรกุล ก็ได้ปล่อยซิงเกิลที่ 2 ออกมาในชื่อ Retro-39 เพลง Synth-Pop ผสม Indie Rock ซาวด์สดใสโดย Tilly Birds ตั้งใจมุ่งสู่ตลาดเพลงสากลกับเป้าหมายของวงที่เริ่มต้นมาตั้งแต่ฝันแรกที่อยากเล่นดนตรีไปทั่วโลก ผ่าน Retro-39 ที่จะพาทุกคนย้อนเวลาไปถึงช่วงที่คิดถึง เพลงพูดถึงความพยายามหลีกหนีความทรงจำที่มีกับคนเก่า โดยพวกเขาได้เล่าถึงการทำงานเพลงนี้ให้เราได้ฟังว่า“ถือเป็นเพลงแรกที่วงเขียนเนื้อเพลงโดยเฉพาะเจาะจงถึงวัตถุครับ เราอยากถ่ายทอดอารมณ์ของคนที่พยายามจะ Detox ตัวเองจาก social media เพื่อไม่ให้เจอภาพเขา เลยกลับมาฟังเพลงผ่านเครื่องเล่นเทป shoebox ที่เต็มไปด้วยความทรงจำ (เครื่อง Retro-39) แต่ลึก ๆ ในใจก็แอบหวังว่าเขาจะกลับมา และเราจะได้บันทึกความรู้สึกและความรักของทั้งคู่ไว้ในเครื่องอัดนี้ เลยเป็นที่มาของชื่อเพลงครับ”เรื่องราวในมิวสิกวิดีโอก็เต็มไปด้วยกิมมิคย้อนยุคสุดน่ารัก สอดแทรก pop culture references ของภาพยนตร์และดนตรีมากมาย จากการร่วมกำกับของ เติร์ด นักร้องนำ และ คุณชู่ (Cehadoo) ที่ทั้งคู่เคยฝากการกำกับไว้แล้วในมิวสิกวิดีโอเพลง ลู่วิ่ง (Can't Keep Up) และในมิวสิกวิดีโอเพลง Retro-39 ทั้งคู่ได้ถ่ายทอดเรื่องราวของผู้ชายคนหนึ่งที่ too dumb to let go เขาอยากจะปล่อยมือจากความทรงจำและความรู้สึกที่มีต่อแฟนเก่า โดยมีวง Tilly Birds มาช่วยไว้ เติร์ด ได้นิยามความหมายของเพลงและมิวสิกวิดีโอนี้คร่าว ๆ ว่า “ถ้าเรามูฟออนไม่ได้ ก็ไปให้สุด” ซึ่งตอนที่ เติร์ด เขียนเพลงนี้ก็ยังคงคิดถึงคนที่เขียนให้อยู่เสมอติดตามฟังและชมมิวสิกวิดีโอ Retro-39 ซิงเกิลสากลใหม่จาก Tilly Birds ได้ทาง YouTube : GeneLab และทุกบริการ Music Streamingภาพ : GeneLab

album
efm
-

-