‘While We’re Young’ จากของขวัญให้ เฌอปราง-มิวสิค สู่ซิงเกิลใหม่ของวง LUSS เพื่อคนที่กำลังทำตามความฝัน

NEW RELEASE

‘While We’re Young’ จากของขวัญให้ เฌอปราง-มิวสิค สู่ซิงเกิลใหม่ของวง LUSS เพื่อคนที่กำลังทำตามความฝัน

02 ธ.ค. 2022

LUSS วงดูโอของ เบน-ศิรสิทธิ์ ตั้งบุญดวงจิตต์ และ ปั้น-นลพรรณ อัมพุช พวกเขาชัดเจนในเรื่องเอกลักษณ์เฉพาะทั้งดนตรีที่ผสมสานงานอิเล็กทรอนิกเข้ากับอาร์แอนด์บีที่มีความเป็นพ็อปได้อย่างลงตัว ที่พอได้ยินเสียงดนตรีในเพลงต่างๆ ของพวกเขา ก็รู้ได้เลยว่า นี่ล่ะเพลงของ LUSS ด้วยความชัดเจนในเนื้องานทำให้ LUSS มีแฟนเพลงติดตามทั้งในและนอกประเทศมากมาย

และในซิงเกิลใหม่ ‘While We’re Young’ แฟนเพลงจะได้พบอีกมุมมองของ LUSS กับเรื่องราวที่จริงจังมากขึ้นแต่อบอุ่น อยากสื่อสารกับทุกคนที่มีความฝันมุ่งมั่นจะทำสิ่งต่างๆ ให้กลายเป็นจริง จนหลงลืมอะไรบางอย่างที่อยู่ข้างทาง หรือกระทั่งคนที่เคียงข้างเรา

“เคยรู้สึกเหมือนว่าเราวิ่งไปเรื่อยๆ เพื่อทำตามความฝันบ้างไหม? ขณะที่เรารีบที่จะโตขึ้น บางทีเราก็ลืมที่จะหยุดและมองดูว่า มีความสุขอะไรบ้างที่อยู่รอบตัวเรา หรือมีใครบ้างที่คอยให้กำลังใจเราอยู่ แม้ว่าคนๆ นั้นอาจจะอยู่ใกล้หรือไกลเราก็ตาม” LUSS พูดถึงที่มาของ ‘While We’re Young’

โดยจุดเริ่มต้นของ ‘While We’re Young’ มีที่มาจากบ้าน CherSic Village กลุ่มแฟนคลับของ เฌอปราง และ มิวสิค BNK48 ที่อยากให้ LUSS ทำเพลงเพื่อเป็นของขวัญให้ทั้งสองคน ที่จะออกเดินทางตามความฝันในเส้นทางใหม่ในอนาคต ซึ่งคอนเซ็ปต์ของเพลง มาตรงกับที่ เบน และ ปั้น อยากเล่าพอดี

“เป็นเรื่องของคนที่มาเจอกัน เพราะต้องการทำตามความฝันของตัวเอง แต่เส้นทางนั้นก็พาให้เราเจอใคร ที่เป็นเหมือนความสุขให้กับเราเหมือนกัน” LUSS พูดถึงเนื้อหาในเพลง “ไม่ว่าวันนี้ของเขาจะเป็นยังไง เราจะยินดีกับเขา เมื่อเขาประสบความสำเร็จ แต่ในวันที่เขาท้อ และมองไม่เห็นใคร ไม่ว่าจะยังไงเราก็ยังคงอยากเป็นกำลังใจให้ และอยู่เคียงข้างเสมอ”

ซึ่งความรู้สึกดีๆ เหล่านี้ที่อยู่ใน ‘While We’re Young’ สามารถสัมผัสได้ทั้งจากเนื้อร้องและดนตรี ที่เป็นการเติบโตขึ้นไปอีกระดับหนึ่งของ LUSS ที่เชื่อว่า ทุกคนที่ได้ฟังเพลงนี้ นอกจากจะรู้สึกตื่นเต้นไปกับอีกด้านหนึ่งที่ เบน กับ ปั้น เผยออกมาให้เห็นแล้ว ยังอยากส่งต่อเพลงนี้ เป็นความรู้สึกดีๆ ให้กับเพื่อนๆ ไปพร้อมๆ กัน

สามารถฟังซิลเกิลใหม่ของ LUSS อย่าง ‘While We’re Young’ ได้แล้ววันนี้ทุกบริการ Music Streaming หรือเข้าไปชม Music Video ได้บน YouTube : Wayfer Records

ภาพ : Wayfer Records 

related NEW RELEASE

‘Black Tie’ ซิงเกิลใหม่จาก Jeff Satur ที่ผสมผสานระหว่างแฟชั่นกับดนตรี ได้แรงบันดาลใจจาก Valentino - Black Tie Collection

13 ต.ค. 2023

‘Black Tie’ ซิงเกิลใหม่จาก Jeff Satur ที่ผสมผสานระหว่างแฟชั่นกับดนตรี ได้แรงบันดาลใจจาก Valentino - Black Tie Collection

เจฟ ซาเตอร์(Jeff Satur)ศิลปินผู้ที่มีความสามารถครบเครื่อง จนได้ชื่อว่าเป็นผู้สร้างความบันเทิง(Entertainer)รุ่นใหม่แถวหน้า ปล่อยงานเพลงที่ทั้งไพเราะและเต็มไปด้วยคุณภาพ สร้างความแปลกใหม่ให้กับวงการเพลงบ้านเรามาอย่างต่อเนื่องอย่างเพลงที่ฮิตไปทั่วบ้านทั่วเมืองลืมไปแล้วว่าลืมยังไง(Fade)และตามมาติด ๆ กับเพลงเร็ว Dum Dum (ดึม ดึม)ที่ได้รับการต้อนรับเป็นอย่างดีเพราะความเท่ห์แบบอินเตอร์ในสไตล์ของเจฟ ซาเตอร์ และเพลงช้าล่าสุดก่อนที่เธอจะลืมฝัน(Lucid) กับ Wayfer Recordsสังกัดเพลงในการดูแลของ Warner Music Thailandที่เปิดโอกาสให้ศิลปินสร้างสรรค์ผลงานที่เป็นตัวของตัวเองได้อย่างเต็มที่ความสำเร็จที่เจฟ ซาเตอร์ได้รับจากซิงเกิ้ลเหล่านี้ นอกจากทำให้ได้รับความสนใจจากแฟนเพลงชาวไทยแล้ว คนฟังในต่างประเทศก็ให้ความชื่นชอบและชื่นชม จนเขาได้ถูกเลือกให้เป็นหนึ่งในผู้เข้าแข่งขันของรายการเรียลิตี้สุดฮิตในประเทศจีน Call Me By Fire 3แล้วด้วยภาพลักษณ์ที่ดูดี มีเอกลักษณ์ ได้นำพาเจฟ ซาเตอร์ ก้าวไปเป็นส่วนหนึ่งในโลกแฟชั่น และการเดินทางไปอิตาลีเมื่อต้นปีนี้ เพื่อร่วมงานแฟชั่นโชว์ของแบรนด์แฟชั่นระดับโลกอย่างValentinoซึ่ง เจฟ ซาเตอร์ ได้ร่วมงานอยู่บ่อยครั้ง จนกลายเป็นจุดเริ่มต้นของการนำแฟชั่นมาพบกับดนตรี ที่นำไปสู่ Black Tieเพลงภาษาอังกฤษเพลงแรกของหนุ่มคนนี้โดยแรงบันดาลใจของเพลง Black Tieเจฟ ซาเตอร์ เผยว่า มาจากCollection Black TieจากValentinoและเขาได้นำมาถ่ายทอดเป็นบทเพลงที่สร้างแรงบันดาลใจให้ผู้คนได้ยอมรับตัวตนอันเป็นเอกลักษณ์และใช้ชีวิตในแบบของตนเอง ซึ่งทำให้Black Tieไม่ใช่แค่เพลงที่มีไลน์ดนตรีเท่ ๆ ซาวนด์สะดุดหู แต่ยังชื่นชมความเป็นตัวของตัวเอง,การแสดงตัวตน รวมทั้งพลังที่เกิดจากความรักในตัวเอง ซึ่ง เจฟ ซาเตอร์ ส่งเรื่องราวเหล่านั้นผ่านเนื้อร้อง และท่วงทำนอง ที่บอกว่าแม้เราจะต้องผูกเนกไทสีดำเหมือนคนอื่น ๆ แต่เราก็สามารถที่จะใส่เนกไทสีดำในแบบที่เป็นตัวของตัวเองได้เช่นกันซึ่งสื่อถึงพื้นที่ในการแสดงตัวตน และปล่อยความคิดสร้างสรรค์ ที่มีอยู่ในตัวจนออกมาได้อย่างอิสระBlack Tieเป็นมากกว่าเพลง ๆ หนึ่ง เป็นยิ่งกว่าเพลงที่นำแฟชั่นมาพบกับดนตรี เมื่อเนกไทสีดำCollectionของValentinoถูกใช้เป็นสัญลักษณ์ในการนำเสนอความเป็นตัวตนออกมา ซึ่งเป็นอีกครั้งที่เจฟ ซาเตอร์ แสดงถึงความสามารถ และความคิดสร้างสรรค์ในตัว จนอาจพูดได้ว่า เขาก็คือ เนกไทสีดำ ของวงการเพลงไทยเช่นกันฟัง Black Tieเพลงดี ๆ ที่ซ่อนนัยยะของความหมายเอาไว้อย่างมากมาย ที่เกิดจากการนำดนตรีมาพบกับแฟชั่นของ เจฟ ซาเตอร์ ได้ทุกบริการสตรีมมิง และห้ามพลาดชมมิวสิควิดีโอ ที่ถ่ายทอดเรื่องราวต่าง ๆ ได้อย่างลึกซึ่ง ที่YouTube: Jeff Satur

‘Stranger’ เพลงบัลลาดใหม่จาก Jeff Satur ถ่ายทอดความเศร้าจับใจของรักที่กำลังจะกลายเป็นคนแปลกหน้า

09 ธ.ค. 2022

‘Stranger’ เพลงบัลลาดใหม่จาก Jeff Satur ถ่ายทอดความเศร้าจับใจของรักที่กำลังจะกลายเป็นคนแปลกหน้า

สำหรับใครที่กำลังคิดถึงเสียงร้องบาดลึกถึงอารมณ์ของ เจฟ ซาเตอร์(Jeff Satur) ศิลปินสังกัด Wayfer Records ในเครือ Warner Music Thailandแล้วละก็ วันนี้เขากลับมาพร้อมกับซิงเกิลใหม่ในสไตล์บัลลาดอย่างเพลง ‘Stranger’ บทเพลงที่สะท้อนถึงความรู้สึกเศร้าจับใจ ที่ได้ไอเดียมาจากละครเวทีเรื่อง ‘CLOSER’ ที่เขาร่วมแสดงสำหรับ ‘Stranger’ ก็คือการหยิบเอาผลงานจากการทำงานละคร มานำเสนอให้กับแฟนๆ ที่รู้จักเขาจากผลงานเพลงได้สัมผัส เพราะ‘Stranger’คือเพลงบัลลาดซึ้งในอารมณ์ของคนที่ใจกำลังจะสลาย เมื่อคนรักกำลังจะกลายเป็นคนแปลกหน้า โดย เจฟ ซาเตอร์ ไม่ใช่เพียงบอกเล่าเรื่องราว แต่ยังส่งต่ออารมณ์ผ่านเสียงร้องที่รับรู้ถึงความปวดร้าวที่อยู่ในน้ำเสียงได้อย่างชัดเจนซึ่ง เจฟ เขียนเพลงนี้ด้วยมุมมอง ด้วยอารมณ์ของ แดน ตัวละครที่เขารับบท ซึ่งเป็นความรู้สึกที่มีความหวังแต่ในขณะเดียวกันก็ต้องสัมผัสกับความเจ็บปวดร้าวรานนอกจากดนตรีที่ฟังหม่นเศร้าแต่เพราะ กับเสียงร้องที่ที่เต็มอารมณ์ของ เจฟ ซาเตอร์ แล้ว ยังมีความรู้สึกของ แดน ตัวละครที่ เจฟ ซาเตอร์ รับบทซึ่งจะถูกถ่ายทอดออกมาพร้อมๆ กัน ที่ได้ยินได้ฟังแล้วก็รับรู้ถึงความรู้สึกที่อยู่ในส่วนที่ลึกที่สุดของหัวใจของตัวละครนี้ได้เป็นอย่างดีแฟนๆ สามารถเข้าไปสัมผัสกับ ‘Stranger’ ผลงานใหม่จาก Jeff Saturได้แล้ววันนี้ทุกบริการ Music Streaming และสามารถเข้าไปชมมิวสิกวิดีโอได้ทาง YouTube : Jeff Saturหรือขอเพลงนี้เข้ามาได้ที่ EFM94 ทุกวันและทุกช่วงดีเจภาพ : Wayfer Records

‘คนสุดท้ายบนโลกใบนี้’ หนึ่งของขวัญในเดือนแห่งความรักจาก Zweed n’ Roll ที่จะเปลี่ยนทุกดวงใจที่เคยมืดมนให้สดใสอีกครั้ง

02 ก.พ. 2024

‘คนสุดท้ายบนโลกใบนี้’ หนึ่งของขวัญในเดือนแห่งความรักจาก Zweed n’ Roll ที่จะเปลี่ยนทุกดวงใจที่เคยมืดมนให้สดใสอีกครั้ง

เดือนแห่งความรักปีนี้ Zweed n’ Roll ขอมอบของขวัญเป็น EP.Album ชุดใหม่อย่าง ‘(Z)ometh!ng_E/se?’ ที่อัดแน่นไปด้วยบทเพลงหลากสี หลากอารมณ์ โดยมี โอ๋ ซีเปีย มาร่วมดูแลการผลิตในฐานะโปรดิวเซอร์ ซึ่งปล่อยออกมาให้ได้ฟังกันต้อนรับกุมภาพันธ์ถึง 6 เพลง ที่ล้วนแล้วแต่เป็นความท้าทายครั้งใหม่ เพราะนี่เป็นสีสันทางดนตรีที่พวกเขาเองก็ยังไม่เคยทำมาก่อน แต่กลิ่นอายความเป็น Zweed n’ Roll ก็ยังมีให้สัมผัสแบบเต็ม ๆวันนี้พวกเขาได้ปล่อย 1 เพลงที่อยู่ใน EP.Album นี้ พร้อมกับมิวสิกวิดีโอออกมาให้แฟน ๆ ได้ฟังและชมกันกับ ‘คนสุดท้ายบนโลกใบนี้’ ซึ่งความพิเศษคือเพลงนี้เป็นฝีมือการเขียนเนื้อร้องของ เบียร์-ปธานิน สิทธิ มือกีตาร์ของวง Solitude Is Bliss แต่รู้สึกว่า Zweed n’ Roll น่าจะสื่อสารได้ดีมากกว่า ทางวงจึงมีการนำมาเรียบเรียงใหม่ในแบบฉบับของตัวเองเพลงนี้บอกเล่าเรื่องราวที่ลุ่มลึกของคนที่จมอยู่กับความผิดหวังจากความรัก แต่ได้พบกับใครบางคนที่ทำให้ชีวิตกลับมามีสีสันอีกครั้งในท้ายที่สุด ฉันชดใช้กรรมเกี่ยวกับความรักมาช่วงหนึ่งแล้ว แต่ความรักของเธอ เหมือนถ้อยคำจากนางฟ้า วงเลยเลือกเพลง ‘คนสุดท้ายบนโลกใบนี้’ มาทำเป็นมิวสิควิดีโอเพลงล่าสุด ปล่อยให้ชมเพื่อฉลองเดือนแห่งความรักไปพร้อมกับแฟนเพลงทุกคนสามารถเข้าไปฟังและชมมิวสิกวิดีโอเพลงได้แล้วบน YouTube Zweed n’ Roll และรับฟังเพลงจาก EP.Album ‘(Z)ometh!ng_E/se?’ ทุก ๆ บทเพลงผ่านบริการ Music Streamingภาพ : Warner Music Thailand

Patrickananda ส่ง 2 เพลงใหม่ “ดวงตา (Eyes)” และ “ทางออก (Exit)” ทั้งเพราะและซึ้ง พร้อมปล่อย EP. ชุดใหม่ “LAVNDR” ที่จะทำให้หลงใหล และล่องลอยไปกับเรื่องราวหลากหลายมุมมอง

09 พ.ค. 2022

Patrickananda ส่ง 2 เพลงใหม่ “ดวงตา (Eyes)” และ “ทางออก (Exit)” ทั้งเพราะและซึ้ง พร้อมปล่อย EP. ชุดใหม่ “LAVNDR” ที่จะทำให้หลงใหล และล่องลอยไปกับเรื่องราวหลากหลายมุมมอง

4 ซิงเกิลล่าสุดของแพทริคอนันดา(Patrickananda)ไม่ว่าจะเป็น “Lavender”, “Oasis”, “จันทร์อังคารพุธพฤหัสศุกร์เสาร์อาทิตย์(Everyday)”และ “วงกลม(O)”ล้วนได้รับการตอบรับจากคนฟังอย่างอบอุ่น และยังแสดงให้เห็นถึงมุมมองใหม่ๆ ในการทำเพลงของศิลปินหนุ่มเลือดไทย-นิวซีแลนด์รายนี้ ที่หลากหลายทั้งเรื่องการจับเรื่องราวต่างๆ มาบอกเล่าเป็นบทเพลง ทั้งเรื่องดนตรี ที่ทำได้ดีทั้งงานที่เน้นบีทสนุกๆ ในอารมณ์สบายๆ หรือเพลงเศร้าๆ ให้ความรู้สึกซาบซึ้ง รวมถึงการใช้เสียงร้องที่มีครบ ตั้งแต่เนื้อเสียงที่ดี เทคนิค และการถ่ายทอดอารมณ์ ทั้ง 4 ซิงเกิล คือเพลงที่แพทริคอนันดาเตรียมเอาไว้สำหรับอีพีชุดแรก“LAVNDR”โดยที่ยังมีเพลงที่เก็บเอาไว้รอปล่อยให้ฟังเต็มๆ อยู่อีก ในที่สุด การรอคอยก็จบลง เมื่อ แพทริคอนันดา ส่ง EP. “LAVNDR” ออกมา และปล่อยสองเพลงซิงเกิลสุดท้ายจากงานชุดนี้ “ดวงตา(Eyes)”กับ “ทางออก(Exit)”ที่มีอารมณ์ เรื่องราวแตกต่างให้แฟนเพลงได้สัมผัสไปพร้อมๆ กัน โดยใน“ดวงตา(Eyes)”แพทริคอนันดา จะพาไปพบเรื่องราวความรัก ที่รับรู้ได้จากการมองดวงตาของใครสักคน แล้วรู้สึกปลอดภัย อุ่นใจ ที่ต่อให้โลกมีคนมากมาย หากได้อยู่กับเจ้าของดวงตาคู่นี้ก็เพียงพอแล้ว นอกจากเนื้อหาจะให้ความรู้สึกดีๆ แล้ว เพลงซึ้งเพลงนี้ยังโดดเด่นด้วยเสียงร้องที่โฟลว์ไปตามอารมณ์ ที่มอบความรู้สึกอบอุ่นที่สัมผัสได้ให้รับรู้ชัดเจน ขณะที่“ทางออก(Exit)”จะเป็นเรื่องราวความรักที่ผิดหวัง เมื่อใครบางคนต้องการทางออกไปจากชีวิตของอีกคน จนตัวเองเกิดความเปลี่ยนแปลงต่างๆ ไปจากเดิม เพราะความรักเป็นเรื่องที่เคยไปแล้ว ซึ่งเพลงนี้ดนตรีจะฟังหนักแน่น ราวกับตอกย้ำความเจ็บปวดให้มากขึ้น เช่นเดียวกับเสียงร้องของ แพทริคอนันดา นอกจากจะตัดเป็นซิงเกิลพร้อมๆ กับการปล่อย EP.ชุด “LAVNDR”ให้ฟังทั้ง “ดวงตา(Eyes)”และ “ทางออก(Exit)”ต่างก็ทำเป็น Music Video ที่พร้อมจะพาอารมณ์คนฟังดำดิ่งไปกับเนื้อหาได้อย่างลึกซึ้งทั้งสองเพลงให้ชม โดยชมได้ทางYoutube : PATRICKANANDAเช่นเดียวกับ Music Video เพลงอื่นๆ จาก EP. “LAVNDR” และสามารถฟัง EP. ชุดแรกของ แพทริคอนันดา กันได้จากทุก Streamingภาพ : Warner Music Thailand

album
efm
-

-