“วันนี้คือพรุ่งนี้ของเมื่อวาน” เพลงใหม่จาก เจฟ ซาเตอร์ ถ่ายทอดประสบการณ์ความรักที่ทุกคนต้องเคยเจอ แทนความรู้สึกของคนไม่กล้าบอกรัก

NEW RELEASE

“วันนี้คือพรุ่งนี้ของเมื่อวาน” เพลงใหม่จาก เจฟ ซาเตอร์ ถ่ายทอดประสบการณ์ความรักที่ทุกคนต้องเคยเจอ แทนความรู้สึกของคนไม่กล้าบอกรัก

21 มี.ค. 2022

เป็นศิลปินคลื่นลูกใหม่ที่น่าจับตามองที่สุดในขณะนี้สำหรับ เจฟ ซาเตอร์ (Jeff Satur) ศิลปินมากความสามารถที่โดดเด่นทั้งในด้านการร้องและดนตรี รวมทั้งยังมีผลงานในด้านการแสดงที่ผ่านมาให้ได้เห็นผ่านตากันอีกด้วย จากค่าย Wayfer Records ภายใต้สังกัด Warner Music Thailand เจ้าของซิงเกิ้ลสุดฮิต “Highway” และ “ทำไมมันยาก” ที่เพิ่งปล่อยทั้ง 2 ซิงเกิ้ลให้ได้ฟังกันไปไม่นาน และได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี

วันนี้ เจฟ ซาเตอร์ ขอพิสูจน์ความสามารถด้านดนตรีของตัวเองอีกครั้งผ่านซิงเกิ้ลที่ 3 “วันนี้คือพรุ่งนี้ของเมื่อวาน” (LOOP) เพลงป๊อปแนว R&B ที่มีกลิ่นอายของความเป็น Lo-Fi นิดๆ จังหวะมีเดียมฟังสบายๆถ่ายทอดผ่านน้ำเสียงที่มีเสน่ห์และสไตล์การร้องที่โดดเด่น ซึ่งแสดงความเป็นตัวตนและการเติบโตขึ้นของเจฟ ได้อย่างชัดเจน นอกจากนี้ เจฟยังได้โชว์ศักยภาพและความสามารถของความเป็นศิลปินในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การแต่งทำนองเพลงและการเขียนเนื้อเพลงด้วยตนเอง โดยมี แม็ค ศรัณย์ มาเป็นโปรดิวเซอร์หลักให้กับเพลงนี้อีกด้วย

เจฟได้เล่าถึงที่มาของเพลงนี้ว่ามีแรงบันดาลใจมาจากประสบการณ์ของการแอบรักที่ทุกคนจะต้องเคยเจอ นั่นคือ การไม่กล้าบอกรักหรือบอกความรู้สึกในใจกับคนที่เราแอบชอบ ได้แต่ผลัดวันประกันพรุ่งไปเรื่อยๆ และในที่สุดก็ไม่ได้บอกเสียที เพราะว่าวันพรุ่งนี้...ไม่เคยมาถึงเลย

มิวสิควิดีโอเน้นการนำเสนอออกมาในรูปแบบของ Fashion Film เพื่อบ่งบอกความเป็นตัวตนของ เจฟทั้งในเรื่องของดนตรีและแฟชั่นได้อย่างชัดเจน รวมถึงการผสมผสานกันอย่างลงตัวระหว่างเส้นร้องและเส้นเรื่องที่สอดคล้องกับแนวดนตรี ส่งผลให้ซิงเกิ้ลที่ 3 “วันนี้คือพรุ่งนี้ของเมื่อวาน” (LOOP) กลายเป็นเพลงป๊อบทางเลือกใหม่ ที่จะสามารถเข้าถึงคนชอบฟังเพลงยุคใหม่ได้อย่างแน่นอน!


related NEW RELEASE

‘Black Tie’ ซิงเกิลใหม่จาก Jeff Satur ที่ผสมผสานระหว่างแฟชั่นกับดนตรี ได้แรงบันดาลใจจาก Valentino - Black Tie Collection

13 ต.ค. 2023

‘Black Tie’ ซิงเกิลใหม่จาก Jeff Satur ที่ผสมผสานระหว่างแฟชั่นกับดนตรี ได้แรงบันดาลใจจาก Valentino - Black Tie Collection

เจฟ ซาเตอร์(Jeff Satur)ศิลปินผู้ที่มีความสามารถครบเครื่อง จนได้ชื่อว่าเป็นผู้สร้างความบันเทิง(Entertainer)รุ่นใหม่แถวหน้า ปล่อยงานเพลงที่ทั้งไพเราะและเต็มไปด้วยคุณภาพ สร้างความแปลกใหม่ให้กับวงการเพลงบ้านเรามาอย่างต่อเนื่องอย่างเพลงที่ฮิตไปทั่วบ้านทั่วเมืองลืมไปแล้วว่าลืมยังไง(Fade)และตามมาติด ๆ กับเพลงเร็ว Dum Dum (ดึม ดึม)ที่ได้รับการต้อนรับเป็นอย่างดีเพราะความเท่ห์แบบอินเตอร์ในสไตล์ของเจฟ ซาเตอร์ และเพลงช้าล่าสุดก่อนที่เธอจะลืมฝัน(Lucid) กับ Wayfer Recordsสังกัดเพลงในการดูแลของ Warner Music Thailandที่เปิดโอกาสให้ศิลปินสร้างสรรค์ผลงานที่เป็นตัวของตัวเองได้อย่างเต็มที่ความสำเร็จที่เจฟ ซาเตอร์ได้รับจากซิงเกิ้ลเหล่านี้ นอกจากทำให้ได้รับความสนใจจากแฟนเพลงชาวไทยแล้ว คนฟังในต่างประเทศก็ให้ความชื่นชอบและชื่นชม จนเขาได้ถูกเลือกให้เป็นหนึ่งในผู้เข้าแข่งขันของรายการเรียลิตี้สุดฮิตในประเทศจีน Call Me By Fire 3แล้วด้วยภาพลักษณ์ที่ดูดี มีเอกลักษณ์ ได้นำพาเจฟ ซาเตอร์ ก้าวไปเป็นส่วนหนึ่งในโลกแฟชั่น และการเดินทางไปอิตาลีเมื่อต้นปีนี้ เพื่อร่วมงานแฟชั่นโชว์ของแบรนด์แฟชั่นระดับโลกอย่างValentinoซึ่ง เจฟ ซาเตอร์ ได้ร่วมงานอยู่บ่อยครั้ง จนกลายเป็นจุดเริ่มต้นของการนำแฟชั่นมาพบกับดนตรี ที่นำไปสู่ Black Tieเพลงภาษาอังกฤษเพลงแรกของหนุ่มคนนี้โดยแรงบันดาลใจของเพลง Black Tieเจฟ ซาเตอร์ เผยว่า มาจากCollection Black TieจากValentinoและเขาได้นำมาถ่ายทอดเป็นบทเพลงที่สร้างแรงบันดาลใจให้ผู้คนได้ยอมรับตัวตนอันเป็นเอกลักษณ์และใช้ชีวิตในแบบของตนเอง ซึ่งทำให้Black Tieไม่ใช่แค่เพลงที่มีไลน์ดนตรีเท่ ๆ ซาวนด์สะดุดหู แต่ยังชื่นชมความเป็นตัวของตัวเอง,การแสดงตัวตน รวมทั้งพลังที่เกิดจากความรักในตัวเอง ซึ่ง เจฟ ซาเตอร์ ส่งเรื่องราวเหล่านั้นผ่านเนื้อร้อง และท่วงทำนอง ที่บอกว่าแม้เราจะต้องผูกเนกไทสีดำเหมือนคนอื่น ๆ แต่เราก็สามารถที่จะใส่เนกไทสีดำในแบบที่เป็นตัวของตัวเองได้เช่นกันซึ่งสื่อถึงพื้นที่ในการแสดงตัวตน และปล่อยความคิดสร้างสรรค์ ที่มีอยู่ในตัวจนออกมาได้อย่างอิสระBlack Tieเป็นมากกว่าเพลง ๆ หนึ่ง เป็นยิ่งกว่าเพลงที่นำแฟชั่นมาพบกับดนตรี เมื่อเนกไทสีดำCollectionของValentinoถูกใช้เป็นสัญลักษณ์ในการนำเสนอความเป็นตัวตนออกมา ซึ่งเป็นอีกครั้งที่เจฟ ซาเตอร์ แสดงถึงความสามารถ และความคิดสร้างสรรค์ในตัว จนอาจพูดได้ว่า เขาก็คือ เนกไทสีดำ ของวงการเพลงไทยเช่นกันฟัง Black Tieเพลงดี ๆ ที่ซ่อนนัยยะของความหมายเอาไว้อย่างมากมาย ที่เกิดจากการนำดนตรีมาพบกับแฟชั่นของ เจฟ ซาเตอร์ ได้ทุกบริการสตรีมมิง และห้ามพลาดชมมิวสิควิดีโอ ที่ถ่ายทอดเรื่องราวต่าง ๆ ได้อย่างลึกซึ่ง ที่YouTube: Jeff Satur

Patrickananda ส่ง 2 เพลงใหม่ “ดวงตา (Eyes)” และ “ทางออก (Exit)” ทั้งเพราะและซึ้ง พร้อมปล่อย EP. ชุดใหม่ “LAVNDR” ที่จะทำให้หลงใหล และล่องลอยไปกับเรื่องราวหลากหลายมุมมอง

09 พ.ค. 2022

Patrickananda ส่ง 2 เพลงใหม่ “ดวงตา (Eyes)” และ “ทางออก (Exit)” ทั้งเพราะและซึ้ง พร้อมปล่อย EP. ชุดใหม่ “LAVNDR” ที่จะทำให้หลงใหล และล่องลอยไปกับเรื่องราวหลากหลายมุมมอง

4 ซิงเกิลล่าสุดของแพทริคอนันดา(Patrickananda)ไม่ว่าจะเป็น “Lavender”, “Oasis”, “จันทร์อังคารพุธพฤหัสศุกร์เสาร์อาทิตย์(Everyday)”และ “วงกลม(O)”ล้วนได้รับการตอบรับจากคนฟังอย่างอบอุ่น และยังแสดงให้เห็นถึงมุมมองใหม่ๆ ในการทำเพลงของศิลปินหนุ่มเลือดไทย-นิวซีแลนด์รายนี้ ที่หลากหลายทั้งเรื่องการจับเรื่องราวต่างๆ มาบอกเล่าเป็นบทเพลง ทั้งเรื่องดนตรี ที่ทำได้ดีทั้งงานที่เน้นบีทสนุกๆ ในอารมณ์สบายๆ หรือเพลงเศร้าๆ ให้ความรู้สึกซาบซึ้ง รวมถึงการใช้เสียงร้องที่มีครบ ตั้งแต่เนื้อเสียงที่ดี เทคนิค และการถ่ายทอดอารมณ์ ทั้ง 4 ซิงเกิล คือเพลงที่แพทริคอนันดาเตรียมเอาไว้สำหรับอีพีชุดแรก“LAVNDR”โดยที่ยังมีเพลงที่เก็บเอาไว้รอปล่อยให้ฟังเต็มๆ อยู่อีก ในที่สุด การรอคอยก็จบลง เมื่อ แพทริคอนันดา ส่ง EP. “LAVNDR” ออกมา และปล่อยสองเพลงซิงเกิลสุดท้ายจากงานชุดนี้ “ดวงตา(Eyes)”กับ “ทางออก(Exit)”ที่มีอารมณ์ เรื่องราวแตกต่างให้แฟนเพลงได้สัมผัสไปพร้อมๆ กัน โดยใน“ดวงตา(Eyes)”แพทริคอนันดา จะพาไปพบเรื่องราวความรัก ที่รับรู้ได้จากการมองดวงตาของใครสักคน แล้วรู้สึกปลอดภัย อุ่นใจ ที่ต่อให้โลกมีคนมากมาย หากได้อยู่กับเจ้าของดวงตาคู่นี้ก็เพียงพอแล้ว นอกจากเนื้อหาจะให้ความรู้สึกดีๆ แล้ว เพลงซึ้งเพลงนี้ยังโดดเด่นด้วยเสียงร้องที่โฟลว์ไปตามอารมณ์ ที่มอบความรู้สึกอบอุ่นที่สัมผัสได้ให้รับรู้ชัดเจน ขณะที่“ทางออก(Exit)”จะเป็นเรื่องราวความรักที่ผิดหวัง เมื่อใครบางคนต้องการทางออกไปจากชีวิตของอีกคน จนตัวเองเกิดความเปลี่ยนแปลงต่างๆ ไปจากเดิม เพราะความรักเป็นเรื่องที่เคยไปแล้ว ซึ่งเพลงนี้ดนตรีจะฟังหนักแน่น ราวกับตอกย้ำความเจ็บปวดให้มากขึ้น เช่นเดียวกับเสียงร้องของ แพทริคอนันดา นอกจากจะตัดเป็นซิงเกิลพร้อมๆ กับการปล่อย EP.ชุด “LAVNDR”ให้ฟังทั้ง “ดวงตา(Eyes)”และ “ทางออก(Exit)”ต่างก็ทำเป็น Music Video ที่พร้อมจะพาอารมณ์คนฟังดำดิ่งไปกับเนื้อหาได้อย่างลึกซึ้งทั้งสองเพลงให้ชม โดยชมได้ทางYoutube : PATRICKANANDAเช่นเดียวกับ Music Video เพลงอื่นๆ จาก EP. “LAVNDR” และสามารถฟัง EP. ชุดแรกของ แพทริคอนันดา กันได้จากทุก Streamingภาพ : Warner Music Thailand

“วงกลม” ซิงเกิลใหม่จาก PATRICKANANDA แทนความรู้สึกของคนที่ยังวนเวียนอยู่ในความทรงจำเก่าๆ กับรักที่ไม่มีวันกลับมา

17 ก.พ. 2022

“วงกลม” ซิงเกิลใหม่จาก PATRICKANANDA แทนความรู้สึกของคนที่ยังวนเวียนอยู่ในความทรงจำเก่าๆ กับรักที่ไม่มีวันกลับมา

ด้วยเสียงร้อง ดนตรี และการเขียนเนื้อเพลง ที่มีสไตล์ มีซาวนด์เฉพาะตัว ทำให้ แพทริคอนันดา หนุ่มเลือดไทย-นิวซีแลนด์ กลายเป็นศิลปินที่น่าจับตามองตั้งแต่เปิดตัวในวงการ จากซิงเกิลที่ปล่อยมาอย่างต่อเนื่อง “Polaroid”, “12TH”, “คนไกล”, “แสงใดใด”, “Lavender”, “Oasis” หรือ “จันทร์อังคารพุธพฤหัสศุกร์เสาร์อาทิตย์ (Everyday)”วันนี้ แพทริคอนันดา คือ ศิลปินที่สร้างความแปลกใหม่ และความสดให้กับวงการเพลง ที่มีแฟนเพลงให้การติดตาม ให้ความสนใจเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ซิงเกิลล่าสุด “วงกลม” แพทริคอนันดา จะพาไปพบชีวิตของใครบางคน ที่วนเวียนอยู่กับความทรงจำเก่าๆ ที่เคยมีกับใครบางคน จนไม่สามารถพาชีวิต มูฟออน ไปต่อไม่ได้ หรืออยู่ในภาวะติดอยู่ในวงกลมนั่นเอง ภาวะติดอยู่ในวงกลม คือ อาการของคนที่ลืมอดีตไม่ได้ แล้วถูกหลอกหลอนด้วยความทรงจำที่เคยมีกับใครบางคน แพทริคอนันดา พูดถึงเรื่องราวในเพลงใหม่ ไม่ว่าจะเป็นสิ่งที่เคยทำด้วยกัน สถานที่ที่เคยอยู่ด้วยกัน จนไปต่อไม่ได้ เหมือนติดกับอยู่วังวนที่ไม่มีทางออก ต่อให้ใช้เวลาหรือระยะทางแค่ไหน ก็ยังวนกลับมาที่เดิมอยู่อย่างนี้ซํ้าไปซํ้ามา ซึ่งที่มาของเพลงนี้ก็คือ ประสบการณ์ช่วงเวลาหนึ่งในชีวิตของ แพทริคอนันดา เอง ตัวเพลงเต็มไปด้วยเสน่ห์ดนตรีในแบบที่เรียกว่าเป็นซาวนด์ใหม่ของวงการเพลงไทยก็คงไม่ผิด แต่ที่แตกต่างก็คือ บีทฟังสนุกมากขึ้น เนื้อร้องที่เล่นกับคำติดหู เมโลดี้ที่วนเวียนในความรู้สึก เทคนิคการร้องที่มีลักษณะของการร่ายส่งให้ “วงกลม” ฟังสะดุดหูยิ่งขึ้น มิวสิควิดีโอมีบรรยากาศเฉพาะตัว โดยเฉพาะโทนของภาพ มุมกล้อง การตัดต่อ ที่ไม่ใช่แค่สวย แต่มีสไตล์ เล่าเรื่องได้สนุก จนไม่อยากละสายตา โดยเพลงนี้ แพทริคอนันดา ได้ ไอซ์ พาริส นักร้อง-นักแสดงคนเก่งอีกคนของวงการบันเทิงบ้านเรา มาเป็นผู้ช่วยผู้อำนวยการสร้าง (Assistant Producer) อีกด้วย ซึ่งมิวสิกวิดีโอ “วงกลม” มีให้ชมแล้วเรียบร้อยที่ YouTube : PATRICKANANDAภาพ : WARNER MUSIC THAILAND

“แค่เงา” ซิงเกิลใหม่จาก Jeff Satur บทเพลงซึ้งๆ ของคนที่ทำได้แค่มอง และเป็นเซฟโซนให้คนที่เรารัก

24 พ.ค. 2022

“แค่เงา” ซิงเกิลใหม่จาก Jeff Satur บทเพลงซึ้งๆ ของคนที่ทำได้แค่มอง และเป็นเซฟโซนให้คนที่เรารัก

นับตั้งแต่เปิดตัวด้วยซิงเกิลแรก “Highway”เมื่อเดือนพฤศจิกายนปีที่ผ่านมาเจฟ ซาเตอร์(Jeff Satur)ศิลปินหนุ่มหน้าใหม่ของ Wayfer Recordsก็ถูกจับตามอง เมื่อตัวเพลงมาพร้อมซาวนด์ที่ฟังทันสมัย ภาพลักษณ์ของ เจฟ ซาเตอร์ เองก็มีเสน่ห์ดึงดูดสายตา กับซิงเกิลต่อมา “ทำไมมันยาก” และ “วันนี้คือพรุ่งนี้ของเมื่อวาน” ที่ปล่อยตามมาอย่างต่อเนื่อง ก็คือการตอกย้ำถึงความสามารถของ เจฟ ซาเตอร์ ว่าหนุ่มคนนี้ ไม่ได้มีดีแค่เบื้องหน้า เพราะยังมีส่วนร่วมในการสร้างสรรค์ผลงาน ไม่ว่าจะเป็นเนื้อร้อง,ทำนอง รวมถึงการออกแบบดนตรี ซึ่งทั้งหมดเป็นผลลัพธ์จากการทำงานในวงการบันเทิงมาถึง8ปี ไม่ว่าจะเป็นงานเพลง ที่เจฟ ซาเตอร์เริ่มเดินบนเส้นทางสายนี้มาตั้งแต่ปี2558ทั้งร้อง,ทั้งแต่งเพลง รวมถึงเป็นโปรดิวเซอร์ วันนี้เจฟ ซาเตอร์จะนำประสบการณ์ที่สั่งสมมายาวนาน มานำเสนอผ่านซิงเกิลที่สี่ “แค่เงา”(Hide)บทเพลงซึ้งๆ ของคนที่ทำได้แค่มอง และเป็นเซฟโซนให้คนที่เรารัก อยู่เคียงข้างไม่ต่างจากเงาแค่นั้นก็พอ ไม่ว่าจะเป็นการร้องเพลงที่อารมณ์มาเต็ม เทคนิคที่หลากหลายไหลไปตามบีทและท่วงทำนองของดนตรี ที่ฟังล้ำ ทันสมัย ที่โกอินเตอร์ได้สบายๆโดยเพลงนี้ เจฟ ซาเตอร์ ได้ บิลล์บิลลี01 (BILLbilly01)หรือณัฐดนัย ชูชาติ มาเป็นโปรดิวเซอร์ ซึ่งทำให้แสดงศักยภาพในตัวออกมาได้มากขึ้น ความสามารถทางด้านการแสดง ก็โชว์กันเต็มๆ ในมิวสิกวิดีโอ เมื่อออกแบบให้สื่อสารเนื้อหาและความรู้สึกของเพลง ผ่านทางภาษากายเต็มที่โดย เจฟ ซาเตอร์ เป็นผู้แสดงเพียงคนเดียว ที่หลังจากปล่อยให้ชมกันทางYouTube : Jeff Saturก็ได้รับคำชื่นชมจากแฟนเพลงในหลายประเทศ และยอดชมก็ผ่านครึ่งล้านไปอย่างรวดเร็วภาพ : Warner Music Thailand

album
efm
-

-