‘อย่าฝืน (Over)’ เพลงรักเพลงใหม่จาก PERSES ชวนเช็กลิสก่อนตัดสินใจจะไปต่อหรือจบกันแค่นี้

NEW RELEASE

‘อย่าฝืน (Over)’ เพลงรักเพลงใหม่จาก PERSES ชวนเช็กลิสก่อนตัดสินใจจะไปต่อหรือจบกันแค่นี้

10 ธ.ค. 2024

หลังจากเสิร์ฟ..เสิร์ฟ..เสิร์ฟ เพอร์ฟอร์แมนซ์เต็บสิบไม่หักผ่านเพลง BODYGUARD กันไปแล้ว วันนี้หนุ่ม ๆ PERSES ก็ขอสวิชอารมณ์ด้วยการส่งเพลงช้าเนื้อหาบอกเล่าถึงเรื่องราวความรัก เมื่อความสัมพันธ์เดินมาถึงจุดที่ต่างฝ่ายต้องทบทวนว่าจะไปต่อหรือพอแค่นี้ เลยกลายเป็นมูดเพลงเรียกน้ำตา อินไปกับทุกความสัมพันธ์ที่ยังรอคอยคำตอบให้หัวใจ

“ได้โปรดเลยอย่าฝืนถ้าเราไปกันไม่ไหว ให้มันจบตรงนี้คงดีกว่าต้องกล้ำกลืนใช่ไหม
ถ้าหากจะต้องร้องปล่อยให้น้ำตาไหลไป ไม่รู้ว่าจะฝืนทำไมถ้าตอนสุดท้ายต้องไปอยู่ดี”

ท่อนฮุกยังเจ็บปวดบาดใจขนาดนี้ เพราะนี่เป็นเพลงรักอกหักเพลงที่ 2 จากอัลบั้ม ALTERLAND ของ PERSES จากค่าย G’NEST ถ่ายทอดเรื่องราวความรักที่เดินทางมาถึงทางตัน เมื่อคนสองคนต่างฝืนอยู่ในความสัมพันธ์ที่รู้ว่า สุดท้ายจะต้องจบลงด้วยการเลิกรา โดยได้ ตูน Three Man Down มาแต่งเนื้อร้องและทำนอง ถ่ายทอดความเจ็บปวดผ่านแนวเพลงป็อปร็อก ผสานกับเสียงร้องของ PERSES ที่สื่ออารมณ์ความรู้สึกของเพลง เข้าถึงอารมณ์ของผู้ฟัง เรียกว่าทำเอาอินซะจนน้ำตาไหลไปตาม ๆ กัน

ความพิเศษของเพลงนี้คือการให้โชว์สกิลด้านการแสดงของ เน ณรัณ ในฐานะพระเอกมิวสิกวิดีโอ ชายหนุ่มที่ย้อนเวลากลับไปแก้ไขความผิดพลาดในอดีต ที่เขาเคยละเลยความรู้สึกของคนรัก ที่แสดงโดย เจน รมิดา แม้จะพยายามแก้ไขกี่ครั้ง ก็ต้องเผชิญกับคำถามที่ต้องตอบตัวเองให้ได้ว่า จะฝืนเดินหน้าต่อ..หรือยอมรับกับความเจ็บปวดนี้ดี

นี่เป็นอีกหนึ่งความท้าทาย โดยเฉพาะในซีนที่ต้องถ่ายทอดความรู้สึกกดดัน สับสน และแตกสลาย ซึ่งเป็นซีนอารมณ์ที่ เน ต้องร้องไห้จริง เพื่อส่งความรู้สึกของเพลงให้เข้าถึงผู้ชม และอีกหนึ่งความพิเศษในมิวสิกวิดีโอนี้ คือการใช้เทคนิคทางภาพที่ในซีนร้องรวม ปลั๊กกี้ ธรากร จะต้องร้องเพลงแบบย้อนหลังโดยเรียงคำจากหลังไปหน้า ก่อนนำภาพมา Reverse เพื่อทำให้เห็นเรื่องราวของการย้อนเวลา และความสมจริงในการถ่ายทอดอารมณ์เพลงนี้ ซึ่งได้ ผู้กำกับภาพสวย จีน-ปราชญ์ โรจนสินวิไล มาสร้างบรรยากาศให้ดำดิ่งลงไปอีก

อย่าฝืน (Over) ถือเป็นอีกหนึ่งผลงานที่สะท้อนความเป็นจริงของความรักในมุมมองที่โตขึ้น และเนื้อหาเพลงนี้อาจตรงกับ ชีวิตของใครหลายคน แฟน ๆ สามารถรับชมมิวสิกวิดีโอเพลงนี้ได้แล้วทาง YouTube : gnest_official และทุกบริการ Music Streaming รวมทั้งขอเพลงนี้เข้ามาที่ EFM ได้ทุกวันและทุกช่วง DJ 

ภาพ : G’NEST

related NEW RELEASE

‘MIRROR MIRROR’ การกลับมาในลุคใหม่ของ VIIS ดุดันซะใจในสไตล์เพลงป๊อปบีทหนัก

09 พ.ค. 2024

‘MIRROR MIRROR’ การกลับมาในลุคใหม่ของ VIIS ดุดันซะใจในสไตล์เพลงป๊อปบีทหนัก

ถ้าถามว่าอะไรร้อนแรงเทียบเท่ากับอุณหภูมิประเทศไทยตอนนี้ ก็มีแต่ยัยลูกสาววง VIIS ศิลปินเกิร์ลกรุ๊ปจากค่าย G’NEST ในเครือ GMM MUSIC ที่แหละที่เทียบได้ การันตีด้วยผลงานซิงเกิลใหม่ล่าสุดที่พวกเธอปล่อยออกมาหมาด ๆ สำหรับ ‘MIRROR MIRROR’ พร้อมกับท่อนฮุกติดหู“Mirror mirror, let me knowในกระจกคือฉันหรือใคร”ที่ทำเอาหลายคนหลอนหูพึมพัมกันไปทั้งวันสิ่งที่แฟนเพลงทุกคนเซอร์ไพรส์คือ การกลับมาครั้งนี้ของ VIIS ในเพลง ‘MIRROR MIRROR’ ทำเอาขนลุกจริงไม่จกตา เพราะตั้งแต่ G’NEST ปล่อยภาพมู้ดแอนด์โทน และคลิป Dance Break ออกมาก็เป็นที่ฮืฮฮา เพราะทั้งแนวเพลงที่ต่างไปจาก 3 เพลงแรกทั้ง ‘Barbie (Oops! Oops!)’, ‘ร้ายก็ได้ (Don’t Mind)’ และ ‘เล่นไม่คิด (Thoughtless)’ ที่เกาะธีมเป็นแนววัยรุ่นสดใส ๆ ดนตรีฟังสบาย แต่ในเพลงนี้จัดเต็มความมันแบบดุดันสะใจในสไตล์เพลงป๊อปบีทหนัก ที่ได้ ฮาย-ธันวา เกตุสุวรรณ และ โฟร์-ประทีป สิริอิสสระนันท์ มาเป็นเอ็กเซ็กคิวซีฟโปรดิวเซอร์ไม่เพียงเท่านั้นลุคของพวกเธอก็ดูโตและแข็งแกร่งขึ้น เสริมความเท่ด้วยเสื้อผ้าหน้าผมโดย Pony Stone พร้อมท่าเต้นจาก HARLEM SHAKE ที่ออกแบบให้มีความแข็งแรง เหมาะกับการโชว์เพอร์ฟอร์แมนซ์เดือดดานตาแตก โดยเฉพาะช่วง Dance Break ต้องเรียกว่าปล่อยของจนไฟลุก สร้างปรากฎการณ์แมลงก้นกระดก เป๊ะไม่ทิ้งแถวเจ้าพ่อเพอร์ฟอร์แมนซ์อย่างวง PERSES วงรุ่งพี่เลยสาว ๆ เล่าให้เราฟังว่า เพลงนี้มาพร้อมกับคอนเซ็ปต์ที่อยากจะสร้างแรงบันดาลใจให้คนฟังทุกคน มีความมั่นใจในตัวเอง ตรงตามเนื้อหาของเพลงที่ย้ำเตือนเราว่าเราไม่เหมือนกัน เราไม่เหมือนใคร และเราเป็นเราคนเดียวที่มีในโลก และถ้าคนที่เข้ามาจะไม่จริงจังกับเรา มันก็คงไม่ใช่ OK?ในมิวสิกวิดีโอได้ จีน-คำขวัญ ดวงมณี มานั่งเก้าอี้ผู้กำกับเพื่อถ่ายทอดเรื่องราวที่อิงมาจากเทพนิยาย Snow White โดยมีการหยิบยกเอา ‘แอปเปิ้ล’ และ ‘กระจก’ มาสอดแทรก ซึ่งความหมายของแอปเปิ้ลในเทพนิยายสะท้อนให้เห็นถึง หญิงสาวที่ใจอ่อนยอมกินแอปเปิ้ลอาบยาพิศตามคำหลอกล่อของแม่มด แต่สำหรับเจ้าหญิง VIIS ทั้ง 5 กลับไม่หวั่นไหวกับคำเชิญชวนที่หลอกล่อนั้น เพราะพวกเธอเชื่อมั่นในความคิดของตัวเอง ส่วนกระจกก็เป็นเหมือนเครื่องสะท้อนความจริง และความตรงไปตรงมา ซึ่งตีความหมายได้ว่า ฉันที่เป็นตัวตนของฉัน เหมือนในท่อน “Mirror mirror, let me know ในกระจกคือฉันหรือใคร” และ ยังเป็นเครื่องสะท้อนถึงก้นบึ้งของจิตใจ ที่เมื่อต้องตกอยู่ในห้วงหลุมดำมืด ก็พร้อมที่จะสะท้อนด้านมืด เผยความเข็มแข็ง ความหนักแน่นออกมาเพื่อปกป้องตัวเองตามไปชมฝีไม้ลายมือ และพัฒนาการทางดนตรีของสาว ๆ วง VIIS ได้แล้ววันนี้ด้วยการรับชม Music Video เพลง ‘MIRROR MIRROR’ ทางช่อง YouTube : gnest_official และทุกบริการ Music Streamingภาพ : G’NEST

‘เราคงจะได้พบกัน’ การร่วมงานสุดเซอร์ไพรส์ของ 2 ซูเปอร์สตาร์ เบิร์ด ธงไชย และ ปุ๊ อัญชลี ที่จะพาทุกคนออกไปค้นหาสิ่งที่รัก

12 มิ.ย. 2024

‘เราคงจะได้พบกัน’ การร่วมงานสุดเซอร์ไพรส์ของ 2 ซูเปอร์สตาร์ เบิร์ด ธงไชย และ ปุ๊ อัญชลี ที่จะพาทุกคนออกไปค้นหาสิ่งที่รัก

ปลดล็อกสกิลหูเคลือบทองคำกันได้แล้วตอนนี้ เพราะล่าสุด GMM MUSIC ได้ปล่อยซิงเกิลสุดพิเศษ ‘เราคงจะได้พบกัน’ การร่วมงานกันของ 2 ซูเปอร์สตาร์ระดับตำนานอย่าง เบิร์ด​-ธงไชย แมคอินไตย์ และ ปุ๊-อัญชลี จงคดีกิจ ไม่เพียงจะเป็นการคอลแลบอเรชันสุดเซอร์ไพรส์แล้ว นี่ยังเป็นครั้งแรกอย่างเป็นทางการที่สองศิลปินเจ้าของตำนานมาร่วมสร้างผลงานด้วยกันสำหรับ ‘เราคงจะได้พบกัน’ เป็นบทเพลงของคนที่ตามหาความรัก และรอคอยใครสักคน จากน้ำเสียงที่สุดแสนคิดถึงของ พี่เบิร์ด และ พี่ปุ๊ ที่แฟน ๆ ต่างคิดถึง โดยเพลงนี้ได้ โอม-ปัณฑพล ประสารราชกิจ หรือ โอม Cocktail และ แม็ก-ธิติวัฒน์ รองทอง แห่งวง The Darkest Romance ร่วมกันเขียนและเรียบเรียงเนื้อเพลงจนออกมาไพเราะ ที่ไม่เพียงแต่จะสร้างความตื่นเต้นให้กับแฟนเพลงเท่านั้น 2 ศิลปินของเราก็ตื่นเต้นไปแพ้กันพี่เบิร์ด บอกกับเราว่า “ตอนนั้นที่ร่วมงานกันครั้งแรก ๆ พี่ปุ๊ดังมาก พี่เบิร์ดยังไม่ได้เป็นนักร้องเลย สำหรับพี่เบิร์ด เวลาได้อยู่กับพี่ปุ๊ พี่จะรู้สึกเซฟมาก อบอุ่น สบายใจ ดังนั้นเพลงใหม่เพลงนี้ ก็น่าจะเป็นความรู้สึกของทุกคนเลย พวกเราอยากเจอกัน เรารอเวลาวันนั้น แล้วเพลงนี้ก็เกิดขึ้น ความหมายของเพลงนี้มันกว้างมากสำหรับทุกคน ไม่ใช่แค่พี่เบิร์ดกับพี่ปุ๊ แต่เป็นเพลงสำหรับใครก็ได้ที่กำลังตามหาสิ่งที่รัก หาคนที่จะรักเรา หาคนที่เราต้องการ แล้วในที่สุดเราก็ได้พบกัน”ขณะที่ พี่ปุ๊ พูดถึงการตัดสินใจมาร้องเพลงด้วยกันในซิงเกิลนี้ว่า เป็นเหมือนกับความฝัน “พี่ปุ๊ไม่คิดว่าจะได้ร่วมงานกันอีก การกลับมาเจอกันในเพลงนี้เหมือนกับความฝัน ‘เหมือนฝันตอนตื่น’ ไม่คิดว่าจะเกิดขึ้นจริง ดีใจจนอธิบายไม่ได้ ทุกครั้งที่เจอพี่เบิร์ด เหมือนเป็นของขวัญพิเศษ บทเพลงนี้พาพี่ปุ๊ และพี่เบิร์ด กลับมาพบกัน และอยากมอบให้เป็นเพลงของทุกคน มันไม่ใช่แค่เรา มันเป็นของทุกคนที่รอคอย และอยากขอบคุณทีมงาน ที่สร้างสรรค์เพลงนี้ขึ้นมา”การพบกันในครั้งนี้ของ เบิร์ด ธงไชย และ ปุ๊ อัญชลี นับเป็นอีกปรากฏการณ์สำคัญของวงการเพลง ที่แฟน ๆ ของทั้งคู่ต้องฟูลฟีลสำหรับการได้กลับมาพบกันอีกครั้ง หลังจากที่รอคอยมานาน และได้ร้องเพลงที่มีความหมายร่วมกัน ตามไปสัมผัสกับความรู้สึกที่แสนอิ่มเอมหัวใจนี้กันได้ ด้วยการรับชมมิวสิกวิดีโอเพลง ‘เราคงจะได้พบกัน’ ได้แล้วบน YouTube : GMM GRAMMY OFFICIAL และฟังได้ทุกบริการ Music Streaming หรือจะขอเข้ามาที่ EFM ก็ได้ภาพ : Bird Thongchai

‘Retro-39’ ซิงเกิลสากลใหม่จาก Tilly Birds ที่หยิบเอาความพยายามวิ่งหนีความทรงจำกับคนรักเก่ามาถ่ายทอด

04 ต.ค. 2024

‘Retro-39’ ซิงเกิลสากลใหม่จาก Tilly Birds ที่หยิบเอาความพยายามวิ่งหนีความทรงจำกับคนรักเก่ามาถ่ายทอด

สร้างสรรค์ผลงานเพลงสากลออกมาอย่างต่อเนื่อง สำหรับ Tilly Birds วง Alternative Rock จากค่าย GeneLab ในเครือ GMM MUSIC หลังจากที่ได้ปล่อย White Pills ซิงเกิลแรกจากอัลบั้มสากลออกมาไม่นาน 3 หนุ่ม เติร์ด-อนุโรจน์ เกตุเลขา, บิลลี่-ณัฐดนัย ชูชาติ และ ไมโล-ธุวานนท์ ตันติวัฒนวรกุล ก็ได้ปล่อยซิงเกิลที่ 2 ออกมาในชื่อ Retro-39 เพลง Synth-Pop ผสม Indie Rock ซาวด์สดใสโดย Tilly Birds ตั้งใจมุ่งสู่ตลาดเพลงสากลกับเป้าหมายของวงที่เริ่มต้นมาตั้งแต่ฝันแรกที่อยากเล่นดนตรีไปทั่วโลก ผ่าน Retro-39 ที่จะพาทุกคนย้อนเวลาไปถึงช่วงที่คิดถึง เพลงพูดถึงความพยายามหลีกหนีความทรงจำที่มีกับคนเก่า โดยพวกเขาได้เล่าถึงการทำงานเพลงนี้ให้เราได้ฟังว่า“ถือเป็นเพลงแรกที่วงเขียนเนื้อเพลงโดยเฉพาะเจาะจงถึงวัตถุครับ เราอยากถ่ายทอดอารมณ์ของคนที่พยายามจะ Detox ตัวเองจาก social media เพื่อไม่ให้เจอภาพเขา เลยกลับมาฟังเพลงผ่านเครื่องเล่นเทป shoebox ที่เต็มไปด้วยความทรงจำ (เครื่อง Retro-39) แต่ลึก ๆ ในใจก็แอบหวังว่าเขาจะกลับมา และเราจะได้บันทึกความรู้สึกและความรักของทั้งคู่ไว้ในเครื่องอัดนี้ เลยเป็นที่มาของชื่อเพลงครับ”เรื่องราวในมิวสิกวิดีโอก็เต็มไปด้วยกิมมิคย้อนยุคสุดน่ารัก สอดแทรก pop culture references ของภาพยนตร์และดนตรีมากมาย จากการร่วมกำกับของ เติร์ด นักร้องนำ และ คุณชู่ (Cehadoo) ที่ทั้งคู่เคยฝากการกำกับไว้แล้วในมิวสิกวิดีโอเพลง ลู่วิ่ง (Can't Keep Up) และในมิวสิกวิดีโอเพลง Retro-39 ทั้งคู่ได้ถ่ายทอดเรื่องราวของผู้ชายคนหนึ่งที่ too dumb to let go เขาอยากจะปล่อยมือจากความทรงจำและความรู้สึกที่มีต่อแฟนเก่า โดยมีวง Tilly Birds มาช่วยไว้ เติร์ด ได้นิยามความหมายของเพลงและมิวสิกวิดีโอนี้คร่าว ๆ ว่า “ถ้าเรามูฟออนไม่ได้ ก็ไปให้สุด” ซึ่งตอนที่ เติร์ด เขียนเพลงนี้ก็ยังคงคิดถึงคนที่เขียนให้อยู่เสมอติดตามฟังและชมมิวสิกวิดีโอ Retro-39 ซิงเกิลสากลใหม่จาก Tilly Birds ได้ทาง YouTube : GeneLab และทุกบริการ Music Streamingภาพ : GeneLab

‘White Pills’ เพลงสากลในรอบ 10 ปีของ Tilly Birds ก้าวแรกของมิชชันลุยตลาดอินเตอร์

09 เม.ย. 2024

‘White Pills’ เพลงสากลในรอบ 10 ปีของ Tilly Birds ก้าวแรกของมิชชันลุยตลาดอินเตอร์

ย้อนกลับไปในช่วงท้ายบนเวที ‘It’s Gonna Be Tilly Birds Concert’ คอนเสิร์ตใหญ่ครั้งแรกของ Tilly Birds วงอัลเทอร์เนทีฟร็อกแห่งค่าย GeneLab เมื่อเดือนกรกฎาคมปีก่อน เราได้ยินพวกเขาประกาศเป้าหมายใหม่ที่ตั้งใจลุยตลาดเพลงอินเตอร์แบบเต็มตัว พร้อมหยิบ 1 เพลงที่มีชื่อว่า ‘White Pills’ ออกมาบรรเลงให้แฟน ๆ ในคอนเสิร์ตได้ฟังก่อนใครวันนี้ได้เวลาแล้วสำหรับก้าวแรกของมิชชั่นยิ่งใหญ่ เติร์ด-อนุโรจน์ เกตุเลขา, บิลลี่-ณัฐดนัย ชูชาติ และไมโล-ธุวานนท์ ตันติวัฒนวรกุล เลยขอประเดิมอัลบั้มสากลด้วยการปล่อยเพลง ‘White Pills’ ออกมาให้ฟังกันแบบเต็ม ๆ พร้อมชวนขยับไปตามกรูฟ และซาวด์ดนตรีที่อัดแน่นไปด้วยเอกลักษณ์ของ Tilly Birdsพวกเขาเล่าว่านี่เป็นการกลับมาทำงานเพลงสากลในรอบกว่า 10 ปี เพราะ Tilly Birds เริ่มต้นด้วยการทำเพลงสากลมาก่อนทั้ง ‘Heart In A Cage’ และ ‘Like A Dead Man’ แต่หลังจากนั้นก็ได้ท้าทายด้วยการทำเพลงไทยและประสบความสำเร็จถึง 2 อัลบั้ม จนรู้สึกว่าถึงเวลาที่จะต้องกลับไปสู่จุดเริ่มต้น ด้วยการทำในสิ่งที่เป็น Tilly Birds ในรูปแบบที่โตขึ้น ซึ่งแม้ว่าเนื้อเพลงจะเป็นสากล แต่ทุกรายละเอียดก็ยังคงบ่งบอกถึงความเป็น Tilly Birds ได้อย่างชัดเจน“ทุกอย่างในเพลงนี้ยังเป็น Tilly Birds ทั้งหมดเลยครับ ทั้งดนตรีที่เป็น Alternative, การเรียบเรียง และซาวด์กีตาร์ ซึ่งเพลงนี้เป็นเพลงที่พูดถึงความรู้สึกที่เราอยากจะลืมแต่ก็ยังลืมไม่ได้ ยังเจ็บยังทรมานกับการเห็นภาพความทรงจำเก่า ๆ อยู่อย่างนั้น จะนอนก็นอนไม่หลับ เชื่อว่าหลายคนคงเข้าใจความรู้สึกนี้ที่มันมูฟออนไม่ได้สักที“เพลงนี้เราก็เขียนกันเองเป็นหลักครับ แต่ได้ Alex Syps และ Nache Chan มาช่วยทำให้เพลงออกมาสมบูรณ์มากขึ้น ส่วนพาร์ตดนตรีก็ยังคงความชัดในแบบของ Tilly birds ที่มีความเป็น เติร์ด บิลลี่ และ ไมโล ที่คุ้นเคยอยู่ ส่วนมิวสิกวิดีโอก็ได้เพื่อนของเรา ตุลย์-ณัฐดนัย ป้อมบ้านต้า มาเป็นผู้กำกับให้อีกครั้ง หลังจากเคยร่วมงานกันในเพลง ‘ฉันมันเป็นใคร’ และ ‘เดอะแบก’ ซึ่งเขาก็ถ่ายทอดภาพและเรื่องราวออกมาในแบบที่เราชอบมาก ๆ ครับ อยากฝากให้ทุกคนได้ติดตาม”สัมผัสตัวตนและเป็นจุดเริ่มต้นบนเส้นทางดนตรีของ Tilly Birds ผ่านซิงเกิลสากลใหม่ ‘White Pills’ ก้าวแรกของการเดินทางครั้งใหม่ที่ใหญ่และท้าทายกว่าเดิม เพื่อเป้าหมายในการลุยตลาดเพลงสากลแบบเต็มตัว ฟังและชมมิวสิกวิดีโอเพลงนี้ได้แล้วทาง YouTube : GeneLab และทุกบริการ Music Streamingภาพ : Tilly Birds

album
efm
-

-