ถึงแม้ในซีรีส์จะเป็นคู่อริกัน แต่ในชีวิตจริง หมิงหมิง - เนปจูน รักกันมาก ๆ เลยล่ะ ! การันตีความน่ารักของคู่ หมาเด็กกับพี่แมวส้ม ที่ถูกต้อง รับประกันได้เลยว่า สองสาวน่ารักจนแฟน ๆ ต้องยิ้มจนแก้มยกแน่นอน ~

EFM FANDOM RECAP

ถึงแม้ในซีรีส์จะเป็นคู่อริกัน แต่ในชีวิตจริง หมิงหมิง - เนปจูน รักกันมาก ๆ เลยล่ะ ! การันตีความน่ารักของคู่ หมาเด็กกับพี่แมวส้ม ที่ถูกต้อง รับประกันได้เลยว่า สองสาวน่ารักจนแฟน ๆ ต้องยิ้มจนแก้มยกแน่นอน ~

26 ต.ค. 2026

            รายการ EFM FANDOM LIVE [ 8 ตุลาคม 2569 ] ค่ำคืนนี้เตรียมพบกับ “หมิงหมิง - เนปจูน” ที่จะมามอบรอยยิ้ม และเสิร์ฟความฟินให้แฟน ๆ ไปกับ 2 ดีเจสวยหล่อ คารมดี “ดีเจแนน” และ “ดีเจโซเซฟ”

ในช่วงแรกของรายการ พี่ ๆ ดีเจอ่าน 5 พล็อตเรื่อง “EFM FANDOM FANFICTION”

ที่ถูกเลือกมาจากแฟน ๆ พร้อมชวนท่องดินแดนแห่งจินตนาการที่ไร้ขอบเขตไปด้วยกัน

FANFICTION เรื่องที่ 1 มีชื่อว่า... ช่อนี้… ชอบนะ

นามปากกา : forjune (ฟอร์ - จูน)

            คนบางคนส่งดอกไม้ให้คนที่ชอบ แต่ “มิลิน (หมิงหมิง)” เจ้าของร้านดอกไม้กลับมีลูกค้าคนหนึ่งที่ชอบสั่งดอกไม้ให้เธอเองทุกสัปดาห์ “เอาดอกเดิมค่ะพี่มิน แต่ขอเปลี่ยนสีริบบิ้นนะคะ” “จะเอาไปให้ใครเหรอ เนย (เนปจูน) ?” มิลินถามเป็นครั้งที่เท่าไหร่ก็ไม่รู้ แต่คำตอบยังเหมือนเดิม “ความลับค่ะ” หนึ่งเดือนผ่านไป ดอกไม้สิบสองช่อถูกสั่งและหายไปจากร้านโดยที่มิลินไม่เคยเห็นคนรับสักครั้ง จนวันหนึ่งเธอตัดสินใจตามไปดู และพบว่าเนยนำดอกไม้ทั้งหมดมาวางเรียงกันไว้ที่ม้านั่งหน้าร้าน ก่อนจะหยิบช่อสุดท้ายเดินกลับมา “พี่มินคะ ดอกไม้ทุกช่อที่หนูสั่ง จริง ๆ แล้วหนูตั้งใจให้พี่นะ” มิลินชะงัก “แล้วทำไมไม่ให้ตั้งแต่แรก?” เนยยิ้มเขิน ๆ “ก็พี่บอกว่าร้านมีบริการจัดดอกไม้ตามความรู้สึก หนูเลยค่อย ๆ สะสมความกล้าไปพร้อมกับดอกไม้ไงคะ” เธอยื่นช่อสุดท้ายให้ “ช่อนี้ไม่ต้องมีคำอธิบายแล้วค่ะ เพราะหนูอยากบอกตรง ๆ ว่า…หนูชอบเจ้าของร้าน” มิลินรับช่อดอกไม้ไว้ ก่อนยิ้มแล้วตอบว่า “งั้นพี่คงต้องทำบัตรสมาชิกให้แล้วล่ะค่ะ เพราะลูกค้าคนนี้…พี่อยากให้มาทุกวัน”

FANFICTION #1: This FANFICTION is titled... I like this bouquet

Pen Name : forjune   

            Some people buy flowers for the ones they admire, but Milin (Mingming), who runs the flower shop, has a customer who places a weekly order just for her. "The flowers can stay the same, but please use a different ribbon color each time," Noey (Neptune) says. "Who are they for, Noey?" Milin asks yet again, but Noey always gives the same reply: "That’s a secret." A month Ges by. Twelve bouquets leave the shop, and Milin never sees who receives them. Then, one day, curiosity gets the better of her, and she follows Noey. She discovers Ney placing every bouquet on the bench outside the shop, then taking the final arrangement and coming back. "Mingming, I ordered all those flowers for you," Noey confesses. Milin stares in surprise. "Then why didn’t you give them to me before?" Noey offers a bashful smile. "You told me the shop makes custom arrangements, so I decided to collect my courage one bouquet at a time," she explains, handing Milin the last one. "This bouquet needs no special message. I just want to tell you myself... I like the shop owner." Milin takes the flowers, smiles, and says, "Then I’ll need to make you a membership card, because I want this customer... to visit every day."

FANFICTION เรื่องที่ 2 มีชื่อว่า... มนตรารักต้องห้าม (Forbidden Love Spell)

นามปากกา : Phaploysirin

            ในคืนที่พระจันทร์กลายเป็นสีเลือด “เนปจูน” เจ้าหญิงองค์สุดท้ายแห่งอาณาจักร ถูกคำสาปโบราณ หากเธอมอบหัวใจให้ใครคนนั้นจะต้องตาย เพื่อปกป้องทั้งอาณาจักร เนปจูนจึงถูกส่งไปซ่อนตัวในป่าต้องห้าม ที่ซึ่งเธอได้พบกับ “หมิงหมิง” แม่มดสาวผู้เกลียดราชวงศ์ยิ่งกว่าสิ่งใด “ถอยไปเจ้าหญิง ข้าไม่ช่วยคนของราชวงศ์” หมิงหมิงเอ่ย “งั้นช่วยฉันในฐานะผู้หญิงคนหนึ่งได้ไหม?” คำตอบนั้นทำให้แม่มดสาวชะงัก หมิงหมิงยอมให้เธอพักอยู่ในกระท่อม และทั้งสองเริ่มออกตามหาวิธีถอนคำสาป ระหว่างทาง เนปจูนได้เห็นด้านอ่อนโยนของแม่มดที่ไม่มีใครเคยรู้ ส่วนหมิงหมิงก็เริ่มรู้ว่าเจ้าหญิงที่เธอเคยเกลียดไม่ได้เหมือนราชวงศ์ที่เคยทำร้ายครอบครัวของเธอเลย เมื่อความจริงถูกเปิดเผย คำสาปนี้คือเวทมนตร์ที่ราชวงศ์รุ่นก่อน สร้างขึ้นเพื่อควบคุมสายเลือดเจ้าหญิงและมีเพียง “รักแท้ที่ราชวงศ์ไม่ยอมรับ” เท่านั้นที่จะทำลายมันได้ ยิ่งสืบความจริง ทั้งคู่ยิ่งใกล้ชิด จนหมิงหมิงรู้ตัวว่าหัวใจของเธอได้เลือกเนปจูนไปแล้ว แต่เมื่อความรักกำลังจะทำลายคำสาป เนปจูนกลับพบว่า ราคาของอิสรภาพคือชีวิตของหมิงหมิง และเธอเองจะยอมให้คนที่เธอรักต้องตายเพื่ออิสรภาพของเธอได้หรือไม่..

FANFICTION #2: This FANFICTION is titled... Forbidden Love Spell

Pen Name : Phaploysirin

            On the night the moon bled crimson, Neptune, the kingdom’s final princess, fell victim to an ancient curse: anyone who received her heart would lose their life. To keep the kingdom safe, she was sent into hiding in the forbidden forest, where she encountered Mingming, a young witch who despised the royal family above all else. "Move along, princess. I don’t help royals," Mingming said. "Then could you help me—not as a princess, but as a woman?" The unexpected reply left the witch speechless. Mingming eventually let Neptune stay in her cottage, and the two began looking for a way to lift the curse. As they traveled through the forest and searched for answers, Neptune discovered a kindness in Mingming that no one else had ever witnessed. Meanwhile, Mingming slowly understood that the princess she had hated was nothing like the royal family responsible for destroying her own. When the hidden truth finally surfaced, they learned that the former royal family had created the curse to control Neptune’s bloodline. Only "true love that the royal family does not accept" could undo it. With every secret they uncovered, the two drew closer, until Mingming realized that her heart belonged to Neptune. Yet just as their love seemed ready to shatter the curse, Neptune learned the terrible cost of her freedom: Mingming’s life. Now she had to decide whether she could let the woman she loved die so that she could be free...

FANFICTION เรื่องที่ 3 มีชื่อว่า... ไม่ได้ มาหา ก๋วยเตี๋ยว

นามปากกา : pn

          ตั้งแต่วันแรกที่แม่ให้ย้ายเข้ามาหอใน ไนล์ ก็รู้สึกว่าชีวิตนี้ไม่มีอะไรเซ็งเท่านี้แล้ว อยู่ข้างนอกสบายกว่าตั้งเยอะ ไนล์เดินผ่านร้านก๋วยเตี๋ยวร้านโปรด และเหตุผลที่ทำให้ไปร้านนั้นทุกวันก็ไม่ใช่ก๋วยเตี๋ยว แต่เพราะ ยีน ลูกเจ้าของร้าน ยีนหน้าเหวี่ยง พูดน้อย ซื่อ ๆ แต่ถ้าได้ยิ้มละก็... ทำเอาฉันเผลอยิ้มไปด้วย นี่สินะหน้าเหวี่ยงยิ้มหวาน ยีนผู้ไม่สนใจใครแต่ทุกครั้งที่ไนล์เข้าร้าน เธอมักจะเงยหน้าขึ้นมาพร้อมพูดว่า “เล็กน้ำตกเพิ่มไข่” ไนล์ก็ได้แต่แกล้งถามว่า “จำได้ด้วยหรอ” ยีนพยักหน้า “จำได้ค่ะ” “จำอะไรได้บ้างคะ” ไนล์ถาม “ก็เส้นเล็ก น้ำตก เพิ่มไข่1ฟอง แล้วก็...   มาทุกวัน” ไนล์ยิ้มตาตี๋ เขินรีบก้มลงไปที่โต๊ะทันที วันนึงไนล์ไม่ได้มาที่ร้าน ยีนกลับมองประตูอยู่ทั้งเช้าเย็น พอวันต่อมาไนล์เดินเข้ามา ยีนก็ถามทันที “เมื่อวานหายไปไหนคะ?” ไนล์ยิ้มกวน ๆ “คิดถึงเหรอ?” ยีนเงียบไป ก่อนตอบเบา ๆ “ค่ะ” ไนล์ชะงักยีนยิ้มหวานกว่าทุกครั้ง “คิดถึงหน้าจืดที่มานั่งโต๊ะเดิมทุกวัน” ไนล์หลุดหัวเราะ แต่ในใจกลับเต้นแรงกว่าทุกครั้ง บางทีเหตุผลที่เธอมาร้านนี้ทุกวัน อาจไม่ใช่เพราะก๋วยเตี๋ยวอีกแล้ว….

FANFICTION #3: This FANFICTION is titled... I didn't come here for noodles.

Pen Name : pn

            From the moment her mother allowed her to move into the dorm, Nile felt as though life had never been more miserable. The world outside was far more comfortable. Every day, Nile passed by her favorite noodle shop—not because the noodles were anything special, but because of Jean, the owner’s daughter. Jean always wore a sullen expression. She was quiet and seemed innocent, but whenever she smiled, Nile couldn’t help smiling too. That was the charm of a grumpy face paired with a gentle smile. Jean, who normally seemed indifferent to everyone, would always look up and say, "Small noodles, waterfall style, with an egg." Nile would tease her, "You remember my order?" Jean nodded. "Yes." "What do you remember?" Nile asked. "Small noodles, waterfall style, one egg, and... you come here every day." Nile smiled bashfully and quickly lowered her gaze to the table. Then, one day, Nile didn’t show up. Jean kept glancing toward the door from morning until evening. When Nile finally walked in the next day, Jean immediately asked, "Where were you yesterday?" With a mischievous smile, Nile replied, "Did you miss me?" Jean was quiet for a moment. Then she answered softly, "Yes." Nile froze, caught off guard. Jean’s smile grew sweeter than ever. "I missed seeing your plain little face at the same table every day." Nile burst out laughing, but her heart was racing faster than it ever had before. Maybe she no longer came to the shop every day for the noodles

FANFICTION เรื่องที่ 4 มีชื่อว่า... แสงนำพาย้อนเวลากลับมาเพื่อพบเธอ

นามปากกา : Praew

            ร้านหนังสือแห่งหนึ่งย่านสุขุมวิท ที่ในสมัยก่อน ( พ.ศ.2523 ) ที่ตรงนี้เคยถูกทิ้งร้าง และต่อมาก็ได้ก่อสร้างเป็นร้านเทปเพลงและมีวิทยุกับโทรทัศน์รุ่นเก่า คุณปู่ผู้ดูแลร้านเทปแห่งนี้มีหลานสาวที่หน้าตาดีใช้ได้ เธอชื่อ นับดาว ( เนปจูน ) คนที่ใคร ๆ เห็น ก็อยากจะเข้ามาจีบ สมัยนั้นถ้าให้จีบก็คงผ่านเพจเจอร์ไม่ก็จดหมายสื่อรัก ฝั่งตรงข้ามคือร้านขายของชำที่มีของเล่นและขนมมากมาย ปัจจุบันร้านขายของชำแห่งนี้ได้โดนทุบและสร้างเป็นเรือนไทยให้เช่า อยู่มาวันหนึ่ง ตังเม ( หมิงหมิง ) กำลังจะเดินทางไปยังร้านหนังสือร้านโปรด จู่ ๆ ระหว่างทางก็รู้สึกมึนหัว ตอนแรกก็กะว่าจะนอนพักแล้วค่อยไปวันอื่นดีกว่า แต่ทำไมวันนี้จิตใจและความคิด ถึงอยากจะไปที่นั่นให้ได้ เมื่อถึงหน้าร้านหนังสือ ตังเมก็ต้องสะดุดตากับอุปกรณ์สื่อสารหน้าตาแปลก ๆ ที่ตกอยู่บนฟุตบาท นั่นคือเพจเจอร์ ที่ปัจจุบัน ( พ.ศ.2569 ) คงไม่มีใครใช้แล้วแน่ ๆ ด้วยความสงสัย ตังเมจึงก้มลงไปหยิบ ในขณะที่หยิบขึ้นมา นิ้วดันไปเผลอกดปุ่ม แสงสว่างวาบโผล่มาจากเพจเจอร์ ไม่ทันได้ตั้งตัว เมื่อแสงนั้นดับลง บรรยากาศรอบข้างก็กลับเข้าสู่ยุค 80s อีกครั้ง

FANFICTION #4: This FANFICTION is titled... The light guides me back in time to find her.

Pen Name : Praew

            In 1980, a bookstore in the Sukhumvit area stood abandoned. It was later transformed into a music cassette shop filled with old radios and televisions, run by a grandfather whose lovely granddaughter, Nabdao (Neptune), was admired by everyone who hoped to win her heart. In those days, romance traveled through pagers and handwritten love letters. Across the street, a general store sold toys and snacks. Today, it is gone, replaced by a traditional Thai house available for rent. One day, Tangme (Mingming) was heading to her favorite bookstore when a sudden wave of dizziness stopped her. She had planned to rest and return another day, but something about the store pulled at both her heart and mind. When she arrived, she noticed a peculiar communication device lying on the sidewalk—a pager, the kind of thing no one would use anymore in 2026. Curious, Tangme bent down to pick it up. Her fingers accidentally pressed a button, and a brilliant light burst from the pager. Before she had time to react, the glow vanished. The world around me had returned to the 80s once again.

FANFICTION เรื่องที่ 5 มีชื่อว่า... Rain in My Heart หากพระเจ้าไม่อนุญาตให้ฝนตก

นามปากกา : dekyingauan (เด็ก – หญิง - อ้วน)

            เมื่อวันเราพบกัน สายฝนที่เคยหลั่งไหลก็กลับหยุดชะงักราวกับมีเวทมนตร์ 'ดาหลา' (หมิงหมิง) ยังคงจำได้ดี ภาพของเด็กสาวที่ยืนอยู่ตรงหน้าเธอในวันฝนพรำ 'บากิ' (เนปจูน) เธอ...ผู้มาพร้อมกับสายฝนดั่งชื่อเรียก “ถ้าพรุ่งนี้ไม่เจอเรา เธอจะอยู่ได้ไหม” หลายครั้งที่คนเรามักมีคำถามในใจ แต่ไม่กล้าเอ่ยปากออกไปเพราะกลัวในคำตอบ “อยู่ได้ แต่คิดถึง” ฉันคิดว่าฉันโตพอที่จะรู้ว่าสถานการณ์ของเราสองคนในตอนนี้เป็นเช่นไร เราไม่สามารถหลีกเลี่ยงความเป็นจริงที่ต้องเผชิญว่าความรักของเรามันเป็นเรื่องที่ไม่สมควร ความรักของเรา ถูกคน ถูกที่ ถูกเวลา แต่ไม่ถูกต้อง ภายใต้แรงกดดันของครอบครัวที่ยังคงยึดมั่นให้การมีบุตรและการมีครอบครัวคือสิ่งที่ถูกต้องตามหลักสังคมและศาสนา ดาหลาบอกกับฉันเสมอว่า การที่เราได้เจอกันมันเป็นเรื่องที่โชคดีที่สุดในชีวิตของเขา แสงแดดอ่อน ๆ กับฤดูกาลใหม่คืบคลานเข้ามา ดาหลาจากไปพร้อมกับทิ้งจดหมายที่ใคร่บอกให้ฉันเก็บไว้ดูต่างหน้ายามคิดถึง “เขียนข้อความนี้ไว้ในวันสุดท้ายที่ได้อยู่กับเธอ” “ไม่ว่าจะอยู่ที่ใด จงจำไว้ว่าเธอยังคงเป็นฝนแรกของเราเสมอ” เราทั้งสองพบกันในวันที่ฝนพรำ และจากกันในวันที่ฝนหยุด

FANFICTION #5: This FANFICTION is titled… Rain in My Heart

Pen Name : dekyingauan

            On the day we first met, the heavy rain stopped all at once, almost as though magic had touched the sky. Dahla (Mingming) can still clearly picture the girl who stood before her that rainy day: Baki (Neptune). She had arrived with the rain, just as her name seemed to promise. “If we don’t see each other tomorrow, could you go on living without me?” People often ask themselves this question but keep it unspoken, afraid of what the answer might reveal. “I could, but I would miss you.” I believed I was old enough to understand where we stood. We could no longer deny the truth: our love was not acceptable. It was love between the right people, in the right place, at the right time—but it still wasn’t right. Our families continued to believe that marriage, children, and a family were the proper path dictated by society and religion. Even under that pressure, Dahla always told me that meeting me had been the greatest luck of her life. Soft sunlight began to appear, and a new season quietly arrived. Then Dahla left, leaving behind a letter for me to keep and read whenever I missed her. “Write this on the last day we spend together.” “Wherever you are, remember that you will always be our first rain.” We met beneath the rain and said goodbye when it finally stopped.

เข้าสู่ช่วงที่สองของรายการ EFM FANDOM LIVE ค่ำคืนนี้ต้อนรับ “หมิงหมิง - เนปจูน”

ที่จะมาแจกเคมีคู่ตรงข้ามแต่ลงตัวให้ทุกคนได้จิกหมอนฟินกันไปตาม ๆ กันนน ~

( วันรับปริญญาของพี่เนปจูน )

            ไม่นานมานี้ “เนปจูน” เพิ่งรับปริญญาไป “หมิงหมิง” ก็ได้ให้ปีกนางฟ้า และมงกุฎไป ด้วยความที่โดยส่วนตัวแล้ว “หมิงหมิง” ชอบของน่ารัก แบ๊ว ๆ เป็นทุนเดิมอยู่แล้วด้วย ทำให้อยากสานฝันให้ตัวเอง ประกอบกับ “เนปจูน” มีงานพอดีเลยชวนมาเป็นนางฟ้าด้วยกันซะเลย ติดปีกน่ารักเป็นนางฟ้าคู่กัน

( ทั้งคู่คือขั้วตรงข้ามกันสุด ๆ ! )

            หลาย ๆ คนอาจจะคิดว่า “หมิงหมิง” จะเป็นสายห้าว ลุย ๆ และ “เนปจูน” จะเป็นคนน่ารักติดแบ๊ว แต่ในความจริงแล้ว “หมิงหมิง” เป็นคนที่ติดแบ๊วมาก ชอบของกุ๊กกิ๊กน่ารัก แถมยัง Sensitive กับคนรอบข้าง ขัดกับ “เนปจูน” ที่จริง ๆ แล้วเป็นนักบาส ห้าว ๆ และออกแมนไปเลย ทำให้เวลาอยู่เฉย ๆ หน้านิ่งก็เหมือนกับกำลังดุหรือวีนอยู่ ทั้ง ๆ ที่ “เนปจูน” อาจจะแค่นั่งเหม่ออยู่เฉย ๆ ทำให้ช่วงแรก ๆ ก็แกล้งดุ “หมิงหมิง” ไปบ้าง เป็นอารมณ์ทีเล่นทีจริง แต่ “หมิงหมิง” แยกไม่ออกก็เก็บไปนอย ทำให้ตอนนั้น “เนปจูน” เพิ่งรู้ว่า “หมิงหมิง” เป็นคนตัวเล็กใจน้อย นึกว่าจะเป็นสายลุย ๆ แมน ๆ เหมือนกัน

( หมิงหมิงเจ้าชู้จริงหรือไม่ ?! )

            มีแฟนคลับชอบบอกว่า “หมิงหมิง” เป็นคน ‘เจ้าชู้’ เพราะเห็นว่าไป Follow ไอจีผู้หญิงสวย ๆ นั่นทำให้ “หมิงหมิง” ขอแก้ข่าวให้กับตัวเองว่า จริง ๆ แล้วผู้หญิงสวย ๆ ที่ทุกคนเห็นก็คือพี่ ๆ ในวงการนั่นแหละ เพราะบางคนเราก็ติดตามผลงานเลยกด Follow ไป ไม่ได้มีอะไรเลย ทำให้ “หมิงหมิง” ให้คะแนนความขี้หึงของ “เนปจูน” ไปมากกว่า 10/10 เลย เพราะถึงแม้เจ้าตัวจะบอกว่าไม่ขี้หึง แต่จากการกระทำที่เกิดขึ้นแล้ว “หมิงหมิง” ขอยืนยันว่าไม่จริง “เนปจูน” เป็นคนที่ขี้หึงมาก ถ้าเห็นแล้วจะถามเลย แผ่รังสีให้คนรอบข้างรู้ว่าเขาไม่โอเค ต้องบอกเขาตอนนั้นเลยว่าไปทำอะไรมา แต่ “เนปจูน” ก็รีบแย้งว่าที่ถามเพราะแค่อยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นเฉย ๆ อย่างเรื่อง Follow ไอจีผู้หญิงสวย ๆ ถ้าเป็น “เนปจูน” ก็คงดูเฉย ๆ ไม่ได้กด Follow ไปเหมือนกัน

( ฉายาหมาเด็กกับแมวส้ม )

            จากฉายา ‘หมาเด็ก - แมวส้ม’ มันก็มาจากโมเมนต์ที่ “หมิงหมิง - เนปจูน” อยู่ด้วยกันจริง ๆ เพราะ “หมิงหมิง” ก็ชอบเข้ามาอ้อน “เนปจูน” อยู่ตลอด บางทีนั่งเล่นอยู่ข้างกันก็เอาหัวมาถูออดอ้อนกัน “เนปจูน” ก็ได้แต่นั่งยิ้มนิ่ง ๆ ถึงแม้ว่าตอนแรกจะไม่ค่อยยินยอม แต่หลัง ๆ ก็ปล่อยให้ “หมิงหมิง” อ้อนไปเลย ทำให้ “หมิงหมิง” อธิบายว่าตัวเองเป็นคนที่รู้สึกอะไรก็จะแสดงออกไปเลย อยากให้อีกฝ่ายได้รู้ว่าเรารู้สึกยังไง

( ผลงานในอนาคตที่อยากมีร่วมกัน )

            ในอนาคตถ้าจะได้ทำอะไรด้วยกัน “หมิงหมิง” ก็มีอะไรที่อยากจะทำกับ “เนปจูน” เยอะมาก ๆ ด้วยความที่เราเพิ่งมาเจอกัน เพิ่งได้มาเป็น Partner กัน ทำให้มีอะไรหลายอย่างที่ยังไม่ได้ทำด้วยกัน “เนปจูน” เลยเสริมว่า รายการ Reality ก็น่าสนใจ เพราะเวลาที่ “หมิงหมิง - เนปจูน” อยู่ด้วยกันหลังกล้องมันสนุกมาก ๆ จนอยากให้มีกล้องวงจรปิดถ่ายเอาไว้เลย ทุกอย่างมันสนุกมาก และสามารถออกอากาศได้จริง

[ เซ็ตคำถามพิเศษ : มนรรร หมิงเนปรอรักในโรงเรียน ]

( สถานที่ไหนในโรงเรียนที่จะเป็นจุดนัดพบหลังเลิกเรียนที่รู้กันแค่สองคน ? )

            สำหรับ “หมิงหมิง” ก็จะเป็น ‘ห้องสมุด’ เพราะเป็นสถานที่ที่เงียบ ๆ เลยสามารถงีบนอนหลับได้ ด้วยความที่เป็นคนที่ชอบที่ที่เงียบสงบด้วย ขัดกับ “เนปจูน” ที่มาแนวสไตล์นักกีฬาเลยก็จะเป็นที่ ‘หลังสนามบาสหรือสนามบอล’ เพราะคิดว่าจะเป็นที่ที่วัยรุ่นจะมาเจอกันหลังเลิกเรียน

( เมนูไหนที่เป็นเมนูโปรดของอีกฝ่ายในโรงอาหาร ? )

          “เนปจูน” มองว่า “หมิงหมิง” จะชอบเมนูเส้น ๆ ก็คงจะเป็นเมนู ‘บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป’ แต่ถ้าไม่มีก็จะเป็นเมนู “หมิงหมิง” ส่วน “หมิงหมิง” คิดว่าเมนูโปรดของ “เนปจูน” จะต้องเป็น ‘อาหารสุขภาพประเภทต้มหรือน้ำพริกภาคเหนือ’ เพราะวันก่อนเพิ่งเห็น “เนปจูน” กินน้ำพริกอ่อง ซึ่งเป็นเมนูที่ “หมิงหมิง” วัยประถมไม่ชอบเลยเวลาเจอเมนูนี้ และคิดมาโดยตลอดว่าไม่อร่อย จนเห็นวันนั้นว่า “เนปจูน” เห็นแล้วก็รู้สึกคุ้น ๆ ว่าเป็นเมนูที่ตัวเองไม่ชอบแต่ “เนปจูน” จะชอบกินอะไรแบบนี้หรอ สุดท้าย “หมิงหมิง” ก็แซวว่า “เนปจูน” ชอบกินเมนูสูงอายุ และชอบกินมะระอีกด้วย

( วันกีฬาสีอีกฝ่ายจะอยู่สีอะไร และทำตำแหน่งอะไร ? )

          “เนปจูน” มองว่า “หมิงหมิง” จะอยู่สีเหลือง เพราะเขาสดใสเหมือนสีเหลือง และทำหน้าที่ตีกลอง ผู้นำเชียร์ แล้วมีไม้กลองมาแอ็คเท่ กึง ๆ เลยล่ะ ซึ่ง “หมิงหมิง” เล่าว่าตรงข้ามกับชีวิตจริงมาก เพราะตัวเองเป็นเชียร์ลีดเดอร์และอยู่สีฟ้ามาโดยตลอด และ “หมิงหมิง” ก็คิดว่าสำหรับ “เนปจูน” แล้วก็จะอยู่สีเหลือง เพราะเหมาะกับสีเหลืองมาก ส่วนตำแหน่งก็จะเป็นคนที่นั่งเฉย ๆ นั่งสวยไปโดยไม่ต้องทำอะไร แต่ถ้าต้องมีซักตำแหน่งก็คงให้เป็นนักกีฬา ตัวตึงตัวทำคะแนนให้สีเลย แล้วก็จะมีเด็ก ๆ กรี๊ดเชียร์อยู่ข้างสนาม

( ถ้าหมิงหมิง เป็นรุ่นน้องม.4 ที่แอบชอบพี่เนปจูน ม.6 จะบอกชอบหรือแอบรักต่อไป ? )

            ถ้าจากนิสัยของ “หมิงหมิง” เองก็จะเลือกเงียบ ไม่บอกและแอบชอบต่อไป จะเป็นคนที่แอบชอบและไม่ชอบเริ่มก่อน เพราะคิดว่าการได้แอบใครชอบสักคนมันก็โอเคแล้ว ต่างจาก “เนปจูน” ที่จะเป็นคนที่แอบทำอะไรสักอย่างให้เขารู้ว่าชอบ จะหาโอกาสบอกเป็นนัย ๆ ไปเลยว่าแอบชอบนะ ถ้าเขาไม่ได้คิดอะไรกลับก็เป็นเพื่อนพี่น้องกันต่อไปได้ ไม่ได้คิดอะไรเยอะ

( กว่าจะมาเป็นโตเกียวในทุกวันนี้ )

          “เนปจูน” เคยพูดเอาไว้ว่ากว่าจะได้ “หมิงหมิง” มารับบท ‘โตเกียว’ ในทุกวันนี้ ก็เรียกแคสมาหลายคนมาก ๆ นับดูดี ๆ แล้วก็น่าจะมากกว่า 10 คนเลย “หมิงหมิง” เลยบอกว่าตัวเองก็ไม่ได้มีประสบการณ์ในการแสดงขนาดนั้น แต่พอได้มา Workshop กับ “เนปจูน” ก็รู้สึกคลิ๊กกันตั้งแต่วันแรก ไม่ต้องปรับตัวอะไรเยอะเลยถึงแม้จะเพิ่งได้มาเล่นคู่กันครั้งแรกก็ตาม

( ถ้าทั้งสองตระกูลไม่ได้เป็นคู่อริกัน จะเป็นยังไง ?  )

          “เนปจูน” คิดว่า ‘โตเกียวและบลู’ จะช่วยกันติวหนังสือสอบ และได้ไปอยู่ที่กรุงเทพด้วยกัน ถึงแม้จะดูไม่ค่อยตื่นเต้นเท่าไหร่ แต่ “เนปจูน” ก็ปิดท้ายสวย ๆ ว่า ‘ความรักมันก็เรียบง่ายแบบนี้แหละ’

( ฉาก Love Scene ที่เผ็ชสุด ๆ )

          “เนปจูน” บอกว่าในตอนแรกคิดว่ายากแน่นอน เพราะน่าจะต้องมีหลายองค์ประกอบกว่าจะออกมาเป็น Love Scene ที่ได้เห็นกัน แต่พอได้ไป Workshop ด้วยกันกับ “หมิงหมิง” ก็อดแซวไม่ได้ว่าน้องเต็มใจที่จะทำสุด ๆ ทำให้ “หมิงหมิง” รีบแย้งเลยว่าที่ตัวเองเต็มใจจะทำเพราะได้ผ่านการ Workshop ที่ดีมาแล้ว และตอนที่กำลังถ่ายทำทุกคนทำงานเป็นระบบ และ Professional สุด ๆ เลยรู้สึกสบายใจที่จะแสดงออกมาถึงแม้ว่าจะไม่มีประสบการณ์มาก่อน แต่หลังจากถ่ายทำเสร็จก็รู้เลยว่าซีนนี้จะออกมาดี “หมิงหมิง - เนปจูน” รู้สึกดีสุด ๆ กับฉากนี้ที่ออกมาดี

( โตเกียวไส้ใหม่ ๆ ที่รู้กันแค่สองคน )

            ในซีรีส์มี ‘โตเกียวไส้ครีม’ เป็นของแทนใจของทั้งคู่ เพราะฉะนั้นในชีวิตจริงก็จะมีของแทนใจเป็นโตเกียวไส้ใหม่ ๆ ให้กันและกัน เริ่มที่ “หมิงหมิง” ก็จะให้ ‘โตเกียวไส้หนําเลี๊ยบ’ กับ “เนปจูน” เพราะจำได้ว่าในตอนนี้ถ่ายคลิปร้องเพลง Cover ด้วยกันเห็น “เนปจูน” สั่งเมนูหนําเลี๊ยบมากินที่ร้านอาหารเลยขอชิมไปก็รู้สึกว่าเค็ม ๆ อร่อยดี ส่วน “เนปจูน” ก็จะให้ ‘โตเกียวไส้มินต์ช็อกและโรยด้วยหมี่กรอบที่ใส่ในข้าวซอย’ เพราะน้องชอบกินอะไรแปลก ๆ และชอบเอาของหวานกับของคาวมาผสมกินด้วยกัน ทำให้ “หมิงหมิง” อดแซว เนป กลับไม่ได้ว่าตัวเองก็ชอบกินเค็มมาก ๆ ชอบแอบกินเกลือเพียว ๆ ตอนประถมด้วย

และอีกหนึ่งช่วงเวลาสำคัญ ที่จะเติมเต็มให้ไลฟ์นี้มีแต่ความสุข และรอยยิ้ม จนกลายเป็นค่ำคืนสุดพิเศษ

ทางรายการ EFM FANDOM LIVE มีเกมสุดพิเศษมาให้ “หมิงหมิง - เนปจูน” ได้เล่นสนุกกันแบบจัดเต็ม

กับเกมชื่อว่า “School of Love โรงเรียนสอนรัก”

ในเกมนี้สาว ๆ ก็เล่นกันออกมาได้น่ารัก ชวนแฟน ๆ เขินน้วยตัวบิดกันแบบสุด ๆ !

สามารถไปติดตามรับชมความน่ารักของทั้งคู่ได้เลยยย!

(เข้าไปชมได้ใน YouTube : ATIME)

ยังคงเติมเต็มความฟินให้ค่ำคืนนี้แบบต่อเนื่อง กับโมเมนต์สุดพิเศษ ด้วยการให้ “หมิงหมิง - เนปจูน”

โทรกลับไปพูดคุย และสร้างรอยยิ้ม  เติมกำลังใจให้กับแฟน ๆ ได้อิ่มฟินไปตาม ๆ กันนน

            สุดท้ายนี้ ทางรายการ EFM FANDOM LIVE ขอขอบคุณ “หมิงหมิง - เนปจูน” สำหรับโมเมนต์สุดพิเศษตลอดค่ำคืนนี้ และขอบคุณที่มามอบรอยยิ้มฮีลใจ ให้แฟน ๆ และทีมงานในสตูได้ใจฟูจนหุบยิ้มกันไม่อยู่ ฝากทุกคนติดตามซีรีส์ Juliet & Juliet ทุกวันเสาร์ เวลา 20.30 น. ทางช่องวัน 31 และดูเวอร์ชั่น Uncut เวลา 21.30 น. ทางแอปพลิเคชัน oneD , GagaOOLala และฝาก “JULIET & JULIET” FINAL EP. FAN SCREENING วันเสาร์ที่ 24 ตุลาคมนี้ด้วยน้า

สามารถเข้าไปรับชมความเคมีเคใจของทั้งคู่ได้ทาง

 

แล้วมาท่องโลกความฟินพร้อมกันใหม่ใน Chapter ต่อไปน้า~

 

album
♪efm
-

-