ประโยคที่ว่า ‘เป็นความสบายใจของกันและกัน’ ไม่ได้มีแค่ในนิยาย แต่มีอยู่จริงสำหรับ สายลับ - ภณ ที่อยู่ด้วยกันมาหลายปีแล้ว แต่ความหวานยังไม่ลดน้อยลงเลย แถมยังจะสนิทใจกันมากขึ้นไปเรื่อย ๆ อีก

EFM FANDOM RECAP

ประโยคที่ว่า ‘เป็นความสบายใจของกันและกัน’ ไม่ได้มีแค่ในนิยาย แต่มีอยู่จริงสำหรับ สายลับ - ภณ ที่อยู่ด้วยกันมาหลายปีแล้ว แต่ความหวานยังไม่ลดน้อยลงเลย แถมยังจะสนิทใจกันมากขึ้นไปเรื่อย ๆ อีก

12 ต.ค. 2026

            รายการ EFM FANDOM LIVE [ 1 ตุลาคม 2569 ] ค่ำคืนนี้เตรียมพบกับ “สายลับ - ภณ” ที่จะมามอบรอยยิ้ม และเสิร์ฟความฟินให้แฟน ๆ ไปกับ 2 ดีเจ “ดีเจแนน” และ “ดีเจโซเซฟ”

ในช่วงแรกของรายการ พี่ ๆ ดีเจอ่าน 5 พล็อตเรื่อง “EFM FANDOM FANFICTION”

ที่ถูกเลือกมาจากแฟน ๆ พร้อมชวนท่องดินแดนแห่งจินตนาการที่ไร้ขอบเขตไปด้วยกัน

FANFICTION เรื่องที่ 1 มีชื่อว่า... Snap! to Meet You

นามปากกา : sopuffff

            ‘สองฟ้าโฟโต้’ ร้านถ่ายรูปสไตล์วินเทจที่มีเสียงลือว่าใครก็ตามที่ได้ถ่ายรูปกับร้านนี้ จะได้เจอคนที่คิดถึง คนที่โหยหาในรูปถ่าย บางคนได้เห็นคนรักเก่า บ้างก็เป็นพ่อแม่ บ้างก็เห็นเป็นคนที่ไม่คุ้นเคยแต่สักวันก็เจอคน ๆ นั้น และได้พัฒนาความสัมพันธ์จนเป็นคนรัก หรือเรียกว่าเนื้อคู่นั่นเอง วันหนึ่ง ‘ภีร์’ พนักงานออฟฟิศที่ไม่เชื่อเรื่องราวแปลกพิศดารของร้าน ๆ นี้ เกิดความคิดลองดี อยากจะไปลองถ่ายรูปที่ร้านแห่งนี้สักครั้ง จึงได้เข้าไปถ่ายรูปที่ร้านสองฟ้าโฟโต้ และเจอกัน ‘สองฟ้า’               ตากล้องหนุ่มพ่วงด้วยตำแหน่งเจ้าของร้านสุดหล่อนิ่ง เคร่งขรึม จนรู้สึกหมั่นไส้ขึ้นมานิด ๆ การถ่ายรูปของภีร์ก็ผ่านไปด้วยดี คืนนั้นภีร์ได้จ้องรูปถ่ายของตัวเองที่ได้มาจากร้าน ก็ไม่เห็นว่าจะมีใครปรากฏขึ้นมาในภาพ นั่งบ่นกับตนเองเชื่อในเรื่องแบบนี้ไปได้ จะเป็นจริงได้อย่างไร โดยเขาไม่รู้เลยว่าในคืนนั้นที่เขากำลังหลับใหล ภาพของคน ๆ หนึ่งกำลังปรากฏขึ้นในรูปถ่ายของเขา เช้าวันต่อมาภีร์เตรียมตัวเอารูปไปบ่นกับเพื่อนที่ออฟฟิศ ขณะที่กำลังจะหยิบรูปนั้นกลับสังเกตเห็นใครบางคนนอกจากตัวเขาในรูปถ่ายเข้าซะก่อน แล้วมันดันหน้าเหมือนสองฟ้า ตากล้องคนนั้นน่ะสิ!

FANFICTION #1: This FANFICTION is titled... Snap! to Meet You

Pen Name : sopuffff   

            "Song Fah Photo" is an old-fashioned photography studio said to have a strange, almost magical power: anyone who takes a picture there will eventually cross paths with someone they have been yearning for or missing. For some, that person is an ex-lover or a parent. For others, it is a complete stranger—someone they later meet in real life, fall for, and discover is their true soulmate. Curious but unconvinced by these unusual stories, "Phee," an office worker, decides to put the legend to the test. When he arrives at the studio, he meets "Song Fah," the photographer: handsome, reserved, and so serious that Phee immediately takes a dislike to him. The photoshoot itself Ges without a hitch, but later that night, Phee stares at the finished photograph and sees no one but himself. He scoffs, wondering how he could have believed such ridiculous nonsense in the first place. How could any of it possibly be true? What Phee does not realize is that, while he sleeps, another figure is gradually appearing in the photograph. The following morning, he gets ready to show the picture to his coworkers and complain about the whole experience. But the moment he picks it up, he spots someone standing beside him—and the person looks exactly like Song Fah, the photographer!

FANFICTION เรื่องที่ 2 มีชื่อว่า... ลูกบอล แดดอุ่น และคุณพี่ชาย

นามปากกา : วาริช (Warit)

            เสียงนกหวีดดัง! สิ้นสุดการฝึกซ้อมฟุตบอล โค้ชวิน ในชุดกีฬาแจกน้ำให้เด็ก ๆ สายตาสะดุดเข้ากับร่างสูงของพี่คิม พี่ชายของเคนกองหน้าประจำทีม ที่ยืนพิงรั้วสนามอยู่ทุกวัน "วันนี้มารับเคนเร็วนะครับ" วินทักพร้อมยื่นขวดน้ำ ​คิมรับขวดน้ำ นิ้วเรียวเผลอแตะโดนมือของโค้ชหนุ่ม หัวใจของคนพี่ที่นิ่งสงบเกิดอาการสะดุด "ผมไม่ได้มารับแค่เคนหรอกครับ ผมตั้งใจมาดูโค้ชต่างหาก"​ ประโยคเรียบง่ายทำเอาโค้ชหน้าแดง วินแกล้งหัวเราะกลบเกลื่อนความเขิน "พูดอะไรเนี่ยครับ"​ ตลอด 2 เดือน                       พี่คิมกลายเป็นแขกประจำขอบสนาม หน้าที่พี่ชายกลายเป็นข้ออ้างในการมานั่งเฝ้าโค้ชพละ ขนมเค้ก น้ำปั่น หรือผ้าเย็น มักถูกวางไว้บนโต๊ะทำงานพร้อมโน้ต ‘สู้ๆนะครับ’ ​"พรุ่งนี้วันหยุดสนามปิด โค้ชว่างไหมครับ?" คิมถามขณะช่วยเก็บกรวยยาง "ผมเจอร้านกาแฟบรรยากาศดี อยากชวนคนเก่งไปพักผ่อน.. ไปเดทกันนะครับ"​ คำชวนตรงไปตรงมาทำเอาวินแทบสะดุด ดวงตากลมโตมองหน้าอย่างอึ้ง ๆ ก่อนจะยิ้มกว้าง "ถ้ามีเค้กอร่อย ๆ ให้กิน... ผมอาจจะยอมตกลงนะ"​ คิมยิ้มมุมปาก "มีเพียบครับ แถมคนข้างๆ เค้าก็น่ารักที่สุดด้วย" สนามฟุตบอลยามเย็นกลายเป็นพื้นที่สีชมพูที่ซ่อนความรักของคน 2 คนไว้อย่างลงตัว

FANFICTION #2: This FANFICTION is titled... A ball, warm sunshine, and my older brother.

Pen Name : วาริช (Warit)

            The whistle sounded, signaling the end of football practice. Still dressed in his athletic gear, Coach Win passed bottles of water around to the kids. Then he noticed Kim’s tall figure by the fence, where Ken’s older brother and the team’s striker seemed to stand every day. “Picking Ken up early today?” Win said, offering him a bottle. Kim took it, his slender fingers brushing the young coach’s hand by accident. Win’s normally steady heart gave an unexpected flutter. “I didn’t come only to pick up Ken,” Kim replied, his simple words sending a blush across the coach’s face. Win tried to play it off with a laugh. “What are you talking about?” For the past two months, Kim had become a familiar presence on the sidelines. Being Ken’s older brother was a convenient excuse to sit nearby and watch the PE coach. Cake, smoothies, and chilled towels often appeared on Win’s desk, each accompanied by a note: “Keep fighting!” “Tomorrow’s a holiday, and the field is closed. Are you free, Coach?” Kim asked as he helped gather the cones. “I found a coffee shop with a great atmosphere. I wanted to invite you, my talented one, to unwind... to go on a date.” The direct invitation nearly made Win trip. His big, round eyes widened in surprise, then his face broke into a broad smile. “If there’s delicious cake, I might say yes.” Kim smirked. “There’s plenty.” And the person beside me is the cutest of all.

FANFICTION เรื่องที่ 3 มีชื่อว่า... เมื่อสองมิวส์ได้มาพบกัน

นามปากกา : Waves&Rays

          หลังจากเที่ยวบินข้ามประเทศยาวนานถึงสิบสองชั่วโมง ทะเล นั่งรออยู่ในพื้นที่ตรวจคนเข้าเมืองของฝรั่งเศส พร้อมกระเป๋าเดินทางมากมายและความกังวลที่อัดแน่นอยู่ในใจ เขาเพิ่งลาออกจากงานที่มีรายได้ดี เพื่อทิ้งชีวิตเดิมไว้เบื้องหลังและเริ่มต้นใหม่ในฐานะนักเรียนศิลปะและจิตรกรในประเทศที่เขาแทบพูดภาษาไม่ได้ ระหว่างรอเอกสาร เขาได้พบกับชายหนุ่มชาวไทยอีกคนชื่อ ซัน นักเขียนนิยายที่ย้ายมาอยู่ที่นี่เมื่อสองปีก่อนเพื่อออกตามหาแรงบันดาลใจ หลังจากรู้สึกติดอยู่กับงานและได้รับคำแนะนำให้ค้นหา “มิวส์” เพื่อทำความเข้าใจอาชีพของตัวเองให้ลึกซึ้งขึ้น ซันเล่าถึงช่วงเวลาที่เคยต้องเอาตัวรอดด้วยการเรียนภาษาและรับงานจิปาถะ ก่อนจะก้าวเข้าสู่วงการนายแบบและยังคงตามหาแรงบันดาลใจสำหรับงานเขียนของตัวเอง บทสนทนาเพียงไม่นานกลับทำให้ความคิดที่วุ่นวายของทะเลสงบลงเป็นครั้งแรกในรอบหลายสัปดาห์ ไม่มีเรื่องกำแพงภาษา กฎใหม่ ความเข้าใจผิด หรืออดีตที่ตามหลอกหลอน เหลือเพียงความรู้สึกว่าเขาได้ทิ้งทุกอย่างไว้ข้างหลัง และพร้อมจะเริ่มต้นชีวิตใหม่อีกครั้ง พร้อมกับความหวังบางอย่างที่เพิ่งถือกำเนิดขึ้น

FANFICTION #3: This FANFICTION is titled... When the two Muses met.

Pen Name : Waves&Rays

            After a 12-hour transnational flight, Thale waited in the French immigration hall, his luggage heavy with anxiety. He had recently walked away from a well-paying job, abandoning his former life to start over as an art student and painter in a country whose language he barely understood. While waiting for his documents, he met Sun, another young Thai man who had moved there two years earlier. Sun was a novelist who had come in search of inspiration, but after feeling trapped in his work, he had been encouraged to find a "muse" who could help him understand his craft more deeply. He told Thale about the difficult years he had spent learning the language and taking whatever jobs he could find to survive, eventually entering the modeling world while continuing to seek inspiration for his writing. Their short exchange quieted Thale's restless thoughts for the first time in weeks. For a moment, there were no language barriers, unfamiliar rules, misunderstandings, or ghosts from the past—only the sense that he had truly left everything behind and was ready to begin again, carrying with him a newly kindled hope.

FANFICTION เรื่องที่ 4 มีชื่อว่า... เจ้าที่เจ้าทาง เจ้าของหัวใจ

นามปากกา : lazy ink

            กรณ์ นักธุรกิจหนุ่มกำลังเครียดหนักเพราะชาวบ้านไม่ยอมขายที่ดินสร้างคอมมูนิตี้มอลล์ตามคำเตือนของพ่อหมอวัน ที่อ้างว่าที่ดินมีอาถรรพ์ ถ้าขายแล้วจะซวย!! กรณ์จึงบุกมาหาพ่อหมอวันถึงสำนัก พร้อมยื่นข้อเสนอ "50ล้าน ถ้าช่วยพูดให้ชาวบ้านยอมขายที่ดิน" วันตาโตด้วยความโลภ รีบปั้นน้ำเป็นตัวว่าต้องทำพิธีใหญ่ ทั้งที่ความจริงเขาเป็นแค่หมอผีต้มตุ๋นที่ใช้จิตวิทยาหลอกชาวบ้านไปวัน ๆ เท่านั้น วันจัดพิธีใหญ่ ระหว่างพ่อหมอร่ายรำ จู่ๆ เกิดพายุหมุนและไฟดับสนิท! กรณ์ตกใจกลัวจนสติหลุด กระโดดโผกอดซุกซบเข้ากับอกของพ่อหมอวันแน่น ขณะที่วันเองก็สะดุ้งกลัวผีไม่แพ้กัน เมื่อไฟติดสว่าง ชาวบ้านต่างอึ้งที่เห็นพ่อหมอยืนโอบกอดนักธุรกิจหนุ่มแน่นไม่ปล่อย กรณ์เงยหน้าถามด้วยดวงตาน่ารักจนวันใจสั่นแรง "เทวดาท่านบอกอะไรเหรอครับ?" "บอกว่า...ท่านยอมรับเจ้าแล้ว แต่มีข้อแม้เดียว..." วันกระซิบ "ให้กรณ์มาช่วยพัฒนาชุมชนร่วมกับฉันทุกสัปดาห์!" สิ้นคำประกาศ ชาวบ้านต่างพากันเฮและยอมเซ็นสัญญาขายที่ดินให้โดยดี ทิ้งให้นักธุรกิจหนุ่มจอมเนี๊ยบต้องกลายมาเป็นผู้ช่วยพ่อหมอจอมกะล่อน เปิดฉากความรักป่วนๆ ที่หอมกลิ่นธูปและเสียงหัวใจเต้นแรง

FANFICTION #4: This FANFICTION is titled... Guardian spirits of the land, owners of hearts.

Pen Name : lazy ink

            Korn, a young entrepreneur, is overwhelmed by pressure when the villagers refuse to sell their land for a community mall. Their decision is influenced by Wan, the local shaman, who warns that the property is cursed and that selling it will invite disaster. Furious, Korn rushes to Wan’s shrine and makes an offer: “50 million baht if you can convince the villagers to sell.” Driven by greed, Wan immediately invents a tale about an elaborate sacred ceremony. In truth, he is merely a fraud who relies on psychological tricks to manipulate the villagers. But as Wan begins the ritual, a powerful whirlwind suddenly sweeps through the area, and the electricity cuts out. Terrified, Korn panics and grabs Wan tightly. Wan is just as frightened by the ghostly presence and clings to him in fear. When the lights return, the villagers are astonished to find the shaman locked in an embrace with the young businessman. With eyes so captivating that Wan’s heart skips a beat, Korn asks, “What did the angels say?” “They said... they accept you, but there’s one condition,” Wan whispers. “You have to help me develop the community every week!” The villagers erupt in cheers and eagerly sign the land-sale agreements. A meticulous young businessman becomes the assistant of a crafty sorcerer, and a chaotic romance begins—steeped in incense smoke and the sound of two hearts racing.

FANFICTION เรื่องที่ 5 มีชื่อว่า... ถ้าโลกหายป่วย แล้วเราค่อยรักกัน (Before the World Heals)

นามปากกา : MC

            เมื่อเชื้อปริศนาคร่าชีวิตผู้คนนับพัน รัฐบาลส่ง “เรน” เจ้าหน้าที่ภาคสนามไร้ประวัติ ผู้เชี่ยวชาญอาวุธและการแฝงตัว พูดน้อยจนแทบไม่มีใครอ่านความรู้สึกออก มาร่วมงานกับ “หมอธีร์” นักวิจัยที่แทบไม่เคยก้าวออกจากห้องแล็บ เพื่อพัฒนายารักษาโรค ธีร์รู้จักเชื้อผ่านกล้องจุลทรรศน์ ส่วนเรนรู้จักผ่านคนที่กำลังจะตาย หลายเดือนที่ต้องพึ่งพากัน เปลี่ยนคนแปลกหน้าให้กลายเป็นคนสำคัญ จนคืนหนึ่งธีร์ถาม “ถ้าผมบอกว่าชอบคุณล่ะ?” เรนนิ่งไปครู่หนึ่ง เขาไม่เก่งเรื่องพูดความรู้สึก และครั้งนี้ก็เช่นกัน เพียงถอดสร้อยข้อมือของตัวเองสวมให้ธีร์ “ถ้าเราหยุดเชื้อนี้ได้... ค่อยมาถามผมอีกครั้ง” หกเดือนกว่า ยารักษาสำเร็จ ธีร์กลับมายืนตรงหน้าเขา “วันนี้ผมถามได้หรือยัง?” เรนเงียบ ก่อนดึงแขนเสื้อขึ้น เผยสร้อยแบบเดียวกันบนข้อมือ “พรุ่งนี้ผมต้องไปแล้ว” “แล้วจะกลับมาไหม?” เรนจับมือธีร์ไว้หลวม ๆ “เก็บสร้อยไว้สิ” นั่นคือคำตอบทั้งหมดของเขา วันรุ่งขึ้น ธีร์กลับเข้าห้องแล็บ ส่วนเรนหายไปพร้อมภารกิจใหม่ ไม่มีใครรู้ว่าพวกเขาเป็นอะไรกัน และไม่มีใครจำเป็นต้องรู้ เพราะทุกครั้งที่เรนกลับมา จะมีคนคนหนึ่งรอเขาอยู่ที่เดิมเสมอ

FANFICTION #5: This FANFICTION is titled… Before the World Heals

Pen Name : MC        

            When a mysterious virus takes thousands of lives, the government assigns "Rain" to help find a cure. A quiet, unassuming field agent skilled in weapons and infiltration, Rain keeps his emotions nearly impossible to read and rarely speaks more than necessary. His partner is "Dr. Theer," a researcher who seldom steps outside his laboratory. Theer studies the virus through his microscopes; Rain comes to understand it through the people dying around him. Months of relying on each other gradually turn two strangers into something more. Then, one night, Theer asks, "What if I told you I liked you?" Rain falls silent. He has never been good at putting his feelings into words, and this time is no exception. Instead, he removes his own bracelet and places it in Theer's hand. "If we can stop this virus... then ask me again." Six months later, a cure is discovered. Theer stands before Rain once more. "Can I ask you today?" Rain says nothing for a moment. Then he rolls up his sleeve, revealing a similar bracelet around his wrist. "I have to leave tomorrow." "Will you come back?" Rain gently takes Theer's hand. "Keep the bracelet." That is his entire answer. The following day, Theer Ges back to the lab, while Rain vanishes into another mission. No one knows what their relationship truly is, and no one needs to. Every time Rain returns, someone is always waiting for him in the same place.

เข้าสู่ช่วงที่สองของรายการ EFM FANDOM LIVE ค่ำคืนนี้ต้อนรับ “สายลับ - ภณ”

ที่จะมาการันตีว่า 2 คนนี้รู้ใจรู้จังหวะกันสุด ๆ จนทุกคนจะต้องฟินไปด้วยกันน ~

( ความเปลี่ยนแปลงหลังจากที่เคยมารายการล่าสุด )

            สำหรับ 2 หนุ่ม “สายลับ - ภณ” ได้มารายการ EFM FANDOM LIVE ล่าสุดเมื่อปี 2567 เลย ในตอนนั้นก็ได้รางวัล ‘คู่หูโลกวิญญาณ’ กลับบ้านกันไป ซึ่งจากวันนั้นมาจนถึงวันนี้ก็เปลี่ยนกันไปเยอะมาก ทาง “สายลับ” เท่ขึ้นเยอะเลย และคนที่เปลี่ยนไปมาก ๆ ก็คือ “ภณ” เพราะจากหนุ่มหน้าม้ากลายมาเป็นลุคผมยาวแบบนี้ แต่ด้วยเพราะคาแรคเตอร์นักเขียนที่รับบทอยู่จึงทำให้ได้ลุคใหม่แบบนี้ และทุก ๆ คนที่เจอก็บอกว่าเข้ากับตัวเองมาก

( น้องผมยาว พี่ก็เคยผมยาว )

            ครั้งแรกที่ “สายลับ” เห็นลุคนี้จาก “ภณ” ก็รู้สึกแปลกตามาก ๆ แต่เพราะว่าตัวเองก็เคยไว้ผมยาวมาก่อนแล้ว ก็เลยรีบเตือนน้องก่อนเลยว่าการดูแลหลังจากนี้จะทำให้เข้าใจสาว ๆ ที่เข้าร้านทำผม เพราะจัดการดูแลยากมาก ทั้งการสระ - ไดร์ ซึ่ง “สายลับ” เองเคยไว้ผมยาวจนถึงกลางหลังเมื่อนานมาแล้ว ตอนนั้นเป็นหนุ่มเซอร์และขี้เกียจตัดผม แถมขับรถจักรยานยนต์ด้วยทำให้จะเซ็ตผมไม่ได้ จึงตัดสินใจไว้ผมยาวไปซะเลย แต่ในท้ายที่สุดก็ต้องตัดผมอยู่ดีเพราะเริ่มไม่ไหวกับการดูแลผม

( เป็นที่พูดถึงอย่างมากกับประโยค ‘เป็นที่สบายใจของกันและกัน’ )

            จากงาน ‘THE CROW CLUB FIRST PREMIERE’ ในตอนที่พูดความรู้สึกถึงกันและกัน “สายลับ” ได้พูดกับ “ภณ” ว่า ‘ตอนนี้ทั้งคู่เป็นความสบายใจของกันและกัน’ และเหตุผลที่พูดออกไปแบบนั้นก็เพราะ “สายลับ - ภณ” เป็นพาร์ทเนอร์กันเข้าปีที่ 4 ทำงานด้วยกันมานานมาก นั่นทำให้รู้จังหวะของกันและกัน ในการถ่ายฉาก Love Scene ไม่เป็นกังวลเลยว่าจะทำตัวไม่ถูกหรือตื่นเต้น เพราะพอเป็น “ภณ” ก็รู้สึกสบายใจ รับส่งกันง่ายเลย ในบางครั้งก็ถ่ายตั้งแต่ซีนแรกของวัน ก็ไม่เคยมีปัญหาเลย ส่วน “ภณ” ก็เสริมว่าใช้ชีวิตอยู่กับ “สายลับ” มากกว่าคนที่บ้านอีก ทำงานมาด้วยกันตลอดทำให้มั่นใจว่าเขาพร้อมที่จะซัพพอร์ตเราไปตลอด เชื่อใจกันและกันมากขึ้นทั้งคู่

[ เซ็ตคำถามพิเศษ : คำอธิษฐานกลางสายฝน ]

( ถ้า สายลับ - ภณ ได้ไปเที่ยวท่ามกลางธรรมชาติด้วยกัน แล้วฝนตกหนัก จะทำอย่างไร ? )

            ระหว่าง ‘วิ่งตากฝนกลับบ้านไปด้วยกัน’ หรือ ‘นั่งหลบฝน และพูดคุยกันไปเรื่อย ๆ จนกว่าฝนจะหยุดแล้วค่อยกลับบ้าน’ เริ่มที่ “สายลับ” เลือกที่จะนั่งพูดคุยกันรอฝนหยุด เพราะด้วยความที่อยู่ท่ามกลางธรรมชาติ มันเป็นโอกาสที่ดีที่เราจะได้เสพบรรยากาศธรรมชาติ แถมได้อีกบรรยากาศของธรรมชาติด้วย นั่งคุยกันไปชิว ๆ พร้อมเสพบรรยากาศสวย ๆ ส่วน “ภณ” ก็อยากเลือกทั้งคู่ เพราะในแบบที่ “สายลับ” เลือกมันก็เป็นบรรยากาศที่ดี แต่ถ้าเลือกวิ่งตากฝนก็จะสนุกไปอีกแบบ อาจจะวิ่งตากฝนไปก่อนครึ่งทางแล้วค่อยแวะนั่งพูดคุยระหว่างทาง จะได้เก็บให้ครบทุกบรรยากาศ

( ถ้า ภณ มีอาการฝนตกในใจ สายลับ จะทำอย่างไร ? )

          “สายลับ” เล่าว่าสำหรับ “ภณ” แล้ว ถ้าชวนไปหาของกินก็จะดีขึ้น หรือแค่ปล่อยให้อยู่คนเดียวกับตัวเองก็จะดีขึ้นเองเช่นเดียวกัน สำหรับ “ภณ” แล้วมีหลากหลายวิธีมาก รวมไปถึงเข้าไปแหย่ ๆ กวน ๆ เขาก็ดีขึ้นเหมือนกัน แต่ทางที่ดีที่สุด “สายลับ” ก็ไม่อยากให้ “ภณ” เศร้าเลย เพราะน้องเป็นคนที่สดใส ถ้าเศร้าก็ทำเอาเรารู้สึกไม่ดีตามไป

( ถ้า ภณ สามารถอธิษฐานอะไรก็ได้กลางสายฝน และคำขอนั้นจะเกิดขึ้นจริงกับ สายลับ จะอธิษฐานว่าอะไร ? )

          “ภณ” จะขอให้ฝนหยุดตก และน้ำไม่ท่วม เพราะไม่อย่างนั้นรถของ “สายลับ” จะดับ ขนาดวันนี้น้ำไม่ท่วมเพียงแค่ฝนตกพี่เขายังระแวงเลย ทำให้ “ภณ” ต้องไปรับ “สายลับ” ในวันนี้เพื่อมารายการนี้ ถึงแม้ว่าบ้านของ “สายลับ” จะไม่ได้น้ำท่วม แต่พื้นที่รอบข้างถูกล้อมด้วยน้ำท่วมหมดเลย ทำให้ไม่กล้าขับรถออกมาเอง

( ตัวละครนักเขียนที่ ภณ ต้องปรับตัว )

            จากบท ‘ซัน’ ที่เป็นนักเขียนนิยาย ทำให้ “ภณ” ต้องถามนักเขียนหลาย ๆ คนว่าคนที่ทำอาชีพนี้เป็นยังไง พี่นักเขียนที่ไปปรึกษาก็บอกว่าส่วนใหญ่จะเป็นคนที่เพ้อ ๆ หน่อย และฟุ้งบ่อย แต่เดิมแล้ว “ภณ” เองก็เป็นคนที่คิดเยอะ และเพ้ออยู่แล้ว แต่อาจจะไม่ได้ฟุ้งเยอะ ทำให้ต้องคุยกับนักเขียนเยอะ ๆ และอาศัยคุยกับพี่เขียนบทเพิ่มเติมเรื่องพฤติกรรม ก็ได้คำแนะนำเพิ่มเติมมาว่าให้เป็นคนช่างสังเกต มองคนรอบตัวเยอะ ๆ ซึ่ง “ภณ” ก็ชอบสังเกตคนรอบตัวอยู่แล้ว ก็นำหลาย ๆ อย่างมาปรับใช้เยอะเหมือนกัน

( บทของ สายลับ ที่คาดไม่ถึงในหลาย ๆ ซีน )

            ส่วนบทของ “สายลับ” คือ ‘ทะเล’ จิตรกรหนุ่มเพลย์บอยผู้จัดการคลับ ซึ่งสำหรับ “สายลับ” แล้วก็หา Reference เพื่อมาเติมเต็มตัวละครให้ดูมีมิติมากขึ้น เพราะ ‘ทะเล’ เขาเป็นหนุ่มที่ไม่เชื่อในเรื่องความรักเลย แต่เขาเป็นคนที่ Friendly มากทำให้มีหลายคนเข้าใจผิดกับตัวเขา ตอนที่ “สายลับ” ได้อ่านบทก็คาดไม่ถึงหลายอย่างเลย หรืออย่างตอนล่าสุดที่เขากำลังจะหยิบถุงออกมาแต่ดันเป็นลูกอมซึ่งมันขัดกับลุคภายนอกของ ‘ทะเล’ มาก

( ทะเล - ซัน ที่เป็นคู่รักปลอม ๆ )

            ภายในเรื่อง “THE CROW CLUB อีกาสมาคม” จะมีอีก 3 คู่ที่อยู่ในเรื่องนี้ด้วย แต่ในแต่ละคู่ก็จะมีเส้นเรื่องที่ต่างกันออกไป ถึงแม้จะอยู่สมาคมด้วยกันแต่ก็เหมือนกับว่ามี 4 ภารกิจ อย่างของ “สายลับ - ภณ” ก็จะเป็นคู่รักปลอม ๆ เพื่อให้ตัวละคร ‘ซัน’ เขียนนิยายได้ เพราะพอเขาได้เจอ ‘ทะเล’ ก็รู้สึกว่าคนนี้คือ Husband Material เอาเขามาแต่งนิยายได้เลย มันตรงกับคาแรคเตอร์ในฝัน ทำให้ ‘ซัน’ อยากจ้างมาให้เรารู้ว่าความรักจริง ๆ มันเป็นยังไง แต่ถ้าติดตามดูกันไปเรื่อย ๆ ก็จะได้รู้ว่ามีอะไรเกิดขึ้นอีกหลังจากนี้

( ถ้าอีกาสมาคมมีจริง )

          “สายลับ - ภณ” คิดว่ามันต้องวุ่นวายมากแน่ ๆ เพราะแค่ในซีรีส์ก็วุ่นวายมากแล้ว และถ้าไม่มี ‘อีกาสมาคม’ ตัวละคร ‘ทะเล - ซัน’ ก็คงไม่ได้ว่าจ้างกัน เพราะถ้าไปจ้างกันแบบไม่มีสมาคมจะแปลกมาก แต่ทั้งคู่ก็แซวขำ ๆ ปิดท้ายว่า มันแปลกตั้งแต่ ‘ซัน’ พกพิมพ์ดีดมาใช้พิมพ์งานแล้ว

( ร่วมงานกับรุ่นพี่อย่างพี่คริส หอวัง )

          “สายลับ” ไม่เกร็งเลยเพราะได้ Workshop ด้วยกันไปแล้ว และบท ทะเล ก็เป็นรองจาก ‘เจ้ลินดา’ ทำให้รู้สึกชิว ไม่มีอะไรต้องกลัว แถมตามบทก็สนิทกันด้วย และ “พี่คริส หอวัง” เป็นคนน่ารัก ชวนคุยเรื่อย ๆ ทำให้ไม่มีอะไรต้องเกร็งเลย

และอีกหนึ่งช่วงเวลาสำคัญ ที่จะเติมเต็มให้ไลฟ์นี้มีแต่ความสุข และรอยยิ้ม จนกลายเป็นค่ำคืนสุดพิเศษ

ทางรายการ EFM FANDOM LIVE มีเกมสุดพิเศษมาให้ “สายลับ - ภณ” ได้เล่นสนุกกันแบบจัดเต็ม

กับเกมชื่อว่า “The Bird Club สมาคมชมนก”

ในเกมนี้ “สายลับ - ภณ” ก็เล่นกันออกมาได้น่ารัก ชวนแฟน ๆ เขินน้วยตัวบิดกันแบบสุด ๆ !

สามารถไปติดตามรับชมความน่ารักของทั้งคู่ได้เลยยย!

(เข้าไปชมได้ใน YouTube : ATIME)

ยังคงเติมเต็มความฟินให้ค่ำคืนนี้แบบต่อเนื่อง กับโมเมนต์สุดพิเศษ ด้วยการให้ “สายลับ - ภณ”

โทรกลับไปพูดคุย และสร้างรอยยิ้ม  เติมกำลังใจให้กับแฟน ๆ ได้อิ่มฟินไปตาม ๆ กันนน

          สุดท้ายนี้ ทางรายการ EFM FANDOM LIVE ขอขอบคุณ “สายลับ - ภณ” สำหรับโมเมนต์สุดพิเศษตลอดค่ำคืนนี้ และขอบคุณที่มามอบรอยยิ้มฮีลใจ ให้แฟน ๆ และทีมงานในสตูได้ใจฟูจนหุบยิ้มกันไม่อยู่ ฝากทุกคนติดตามซีรีส์ “THE CROW CLUB อีกาสมาคม” ทุกวันศุกร์ เวลา 22.30 น. ทางช่อง ONE31 รับชมย้อนหลังได้ทาง Netflix และแอป oneD เฉพาะประเทศไทย เวลา 23.30 น. สุดท้ายฝากเพลงประกอบซีรีส์ 2 เพลงอย่างเพลง ‘LOSER - The Crow Club’ และเพลง ‘ไม่ได้ตั้งใจรัก - สายลับ ภณ’ ด้วยนะค้าาา

สามารถเข้าไปรับชมความเคมีเคใจของทั้งคู่ได้ทาง

 

แล้วมาท่องโลกความฟินพร้อมกันใหม่ใน Chapter ต่อไปน้า~

 

album
♪efm
-

-