สำหรับทั้งคู่ไม่ต้องพูดเยอะ เพราะรู้มือกันสุด ๆ ! การันตีความรู้มือ รู้ใจของ ริวจิน – แพทจิ ที่รู้จักกันมาตั้งแต่เด็ก จนได้มาเป็นพาร์ทเนอร์ พร้อมเสิร์ฟความน่ารักแบบ NATIVE แท้ 100%

EFM FANDOM RECAP

สำหรับทั้งคู่ไม่ต้องพูดเยอะ เพราะรู้มือกันสุด ๆ ! การันตีความรู้มือ รู้ใจของ ริวจิน – แพทจิ ที่รู้จักกันมาตั้งแต่เด็ก จนได้มาเป็นพาร์ทเนอร์ พร้อมเสิร์ฟความน่ารักแบบ NATIVE แท้ 100%

21 ก.ย. 2026

              รายการ EFM FANDOM LIVE [ 17 กันยายน 2569 ] ค่ำคืนนี้เตรียมพบกับ “ริวจิน - แพทจิ” ที่จะมามอบรอยยิ้ม และเสิร์ฟความฟินให้แฟน ๆ ไปกับ 2 ดีเจสวยหล่อ คารมดี “ดีเจแนน” และ “ดีเจโซเซฟ”

ในช่วงแรกของรายการ พี่ ๆ ดีเจอ่าน 5 พล็อตเรื่อง “EFM FANDOM FANFICTION”

ที่ถูกเลือกมาจากแฟน ๆ พร้อมชวนท่องดินแดนแห่งจินตนาการที่ไร้ขอบเขตไปด้วยกัน

FANFICTION เรื่องที่ 1 มีชื่อว่า... ทอรัก ถักรอ

นามปากกา : babydew

            แพรไหม หนุ่มอีสานช่างทอผ้าแห่งหมู่บ้านดอนซับไหม เติบโตมากับวิถีชีวิตและภูมิปัญญาผ้าไหมของครอบครัว บ้านของเขาเปิดทั้งร้านขายผ้าไหมที่ทอด้วยมือและโฮมสเตย์ ให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสทุ่งนา ธรรมชาติ อาหารพื้นบ้าน และวัฒนธรรมอีสานอย่างใกล้ชิด วันหนึ่ง ไม้โท หนุ่มเมืองกรุงที่เดินทางมาทำธุรกิจ รถกลับเสียระหว่างทางจนต้องเข้าพักที่โฮมสเตย์ของแพรไหม จากคนสองคนที่มาจากต่างโลก ไม้โทค่อย ๆ เรียนรู้วิถีชีวิตของดอนซับไหม ทั้งการเลี้ยงไหม สาวไหม ย้อมสี ทอผ้า รวมถึงประเพณีและความอบอุ่นของชุมชน ขณะที่ความใกล้ชิดของทั้งคู่ก็ค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นความรักที่คาดไม่ถึง หลังจากนั้นไม้โทจึงได้ชวนเพื่อน ๆ มาเพื่อพักผ่อนเเละสัมผัสบรรยากาศเหมือนที่ตัวเองได้รับ แต่เเล้วเมื่อไม้โทต้องกลับกรุงเทพฯ เพื่อสานต่องานธุรกิจ                        ทั้งสองจึงต้องแยกจากกัน แพรไหมยังคงทำงานทอผ้าต่อไป พร้อมถักทอความคิดถึงลงบนผืนผ้า และเฝ้ารอวันที่ไม้โทจะกลับมายังดอนซับไหมอีกครั้ง “ความฮักกะคือผืนผ้า กว่าจะถักทอเป็นผืนหนึ่ง ต้องใช้ทั้งเวลาและการรอคอย”

FANFICTION #1: This FANFICTION is titled... Stitch love into every moment.

Pen Name : babydew             

            Praemai, a young weaver from Don Sap Mai village in northeastern Thailand, was raised among his family’s generations-old silk-weaving knowledge and traditions. His family operates a handwoven silk shop and a homestay, giving visitors the chance to experience the rice fields, natural surroundings, local cuisine, and northeastern Thai culture firsthand. One day, Maitho, a Bangkok city boy traveling for business, has car trouble and finds himself staying at Praemai’s homestay. Though they come from entirely different worlds, Maitho gradually discovers the Don Sap Mai way of life—from raising silkworms and reeling silk to dyeing and weaving, along with the community’s traditions and heartfelt hospitality. As they grow closer, their unexpected bond blossoms into love. Later, Maitho brings his friends to visit so they can share the same welcoming atmosphere. But when business calls him back to Bangkok, the two are forced to part. Praemai carries on weaving, threading his longing into every piece of fabric as he waits for the day Maitho returns to Don Sap Mai. "Love is like a piece of fabric; it takes time and waiting to weave it into one."

FANFICTION เรื่องที่ 2 มีชื่อว่า... love with me free Wi-Fi

นามปากกา : mุก (มุก)

            "ไผ่" HR ขึ้นชื่อว่าเนี้ยบสุดๆ เจ้ากี้เจ้าการ ปากจัด พร้อมเถียงกลับทุกคนที่ขวางหน้า โดยเฉพาะ "โรม" หนุ่มไอทีสุดหล่อขวัญใจแผนกบัญชี เสื้อยืดกางเกงยีนส์มาทำงานที่ดูเหมือนจะปกติในทุกวัน แต่ดันไปขัดหูขัดตาไผ่ ไม่มีใครรู้ว่าเหตุใดคนสองคนที่ทำงานคนละแผนกถึงได้มีเรื่องปะทะคารมกันแทบทุกวัน บางครั้งเริ่มจากเรื่องเล็กน้อยอย่างการตอบอีเมล หรือบางทีก็เริ่มต้นจากคอมพิวเตอร์ของไผ่ที่เกิดอาการเสียขึ้นมาอย่างกะทันหัน จนกลายเป็นเรื่องปกติไปแล้วที่ทุกครั้งเมื่อคอมมีปัญหา คนที่เดินมาหยุดอยู่หน้าโต๊ะของไผ่จะเป็นโรมเสมอ ประโยคแรกที่ดังขึ้นก็มักไม่ใช่คำทักทาย แต่เป็น "ไหน วันนี้คอมเป็นไรอีกครับ คุณ HR" "ถ้ารู้จะเรียกมาปะ" โรมยกยิ้มมุมปาก ถ้าการยั่วโมโหไผ่คือกีฬา โรมคงได้เหรียญทองโอลิมปิกไป 5 สมัยแล้ว                        "ก็ปกติดีนะครับ คุณแกล้งผมปะ ชอบผมหรอ อยากเจอหน้าผมทุกวันอ่ะดิ" "เป็นบ้าปะ ก็เมื่อกี้มันเปิดไม่ติดอ่ะ ชั้นจะแกล้งคุณเพื่ออะไร เวลาชั้นเป็นเงินเป็นทอง เสียเวลาป่าว ๆ แค่เพราะจะมาแกล้งคุณ" "วันหลังก็ลองเสียบปลั๊กให้แน่น ๆ นะครับ อย่าเตะปลั๊กแบบเมื่อกี้อีกล่ะ" ว่าแต่แผนก IT คนตั้งเยอะแยะ ทำไมมีแค่โรมที่มาดูคอมให้ไผ่ล่ะ ?

FANFICTION #2: This FANFICTION is titled... Love with me free Wi-Fi

Pen Name : mุก       l          

            "Pai," the HR manager, has a reputation for being exacting, commanding, and razor-tongued. She is always prepared to argue with anyone who crosses her path, especially "Rome," the attractive IT specialist adored by the accounting team. Rome's standard t-shirt-and-jeans look gets under Pai's skin. No one can explain why these two employees from separate departments seem to butt heads nearly every day. Sometimes the conflict begins over something as minor as an email reply. Other times, Pai's computer suddenly crashes. By now, it has become an unspoken routine: whenever her computer acts up, Rome is the one who appears at her desk. He never starts with a hello. Instead, he asks, "So, what's wrong with your computer today, Mr. HR?" "If I knew, do you think I'd call you?" Rome says with a smirk. If irritating Pai were an Olympic event, Rome would already have five gold medals. "It seems to be working perfectly. Are you messing with me? Do you like me? Do you just want to look at my face every day?" "Are you out of your mind? It wouldn't even turn on a moment ago. Why would I mess with you? My time is money. I wouldn't waste it just to annoy you." "Next time, plug it in correctly. And don't kick the cord like that again." But hold on—there are plenty of people in the IT department. Why is Rome always the only one who comes to fix Pai's computer?

FANFICTION เรื่องที่ 3 มีชื่อว่า... ภาษารักษ์

นามปากกา : veevaris

          เรื่องของ รักษ์ (แพทจิ) เด็กหนุ่มวัย 18 ปี มีความบกพร่องทางการได้ยิน เขาเพิ่งจบชั้นม.6 มาหมาด ๆ รักษ์มีเพื่อนสนิทที่คบกันมาตั้งแต่ประถมชื่อ ทิวเขา (ริวจิน) ถึงแม้รักษ์จะ     ไม่ค่อยได้เล่นกับทิวเขาแบบเด็กคนอื่น แต่ทิวเขาก็มักจะหาของเล่นมาเล่นกับรักษ์อยู่เสมอ จนตอนนี้เขาทั้งสองอายุ 18 ปี ทิวเขาก็ยังคงมาชวนรักษ์ไปเตะบอลหรือทำกิจกรรมอย่างอื่นอยู่เสมอ ทิวเขามีความเสมอต้นเสมอปลายมาตลอด สิ่งนี้มันทำให้รักษ์คิดกับทิวเขาเกินคำว่าเพื่อนไปมากแล้ว แต่ก็ไม่สามารถพูดออกไปได้เพราะกลัวผิดหวัง กลัวทิวเขาถูกมองไม่ดี รักษ์ยังคงคิดว่าเป็นเพื่อนกันแบบนี้ต่อไปคงดีกว่า แต่สำหรับทิวเขาแล้วเขารอให้รักษ์รู้ตัวและยอมรับกับความรู้สึกของเขาจริง ๆ เหมือนที่ทิวเขาเป็น ทิวเขายอมรับว่าชอบรักษ์ก่อน  อาจเป็นเพราะว่าเอ็นดูเวลารักษ์ทำหน้างอแง หรือวีนเวลาที่ทิวเขาไม่ยอมทำตาม แต่ด้วยหลายปัจจัยจึงอยากให้เราทั้งคู่โตมากกว่านี้ โตพอที่จะดูแลกันและกันได้ดีมาก ๆ อยากใช้ชีวิตตามที่รักษ์ต้องการ นี่แหละภาษารักษ์

FANFICTION #3: This FANFICTION is titled... Rak's language

Pen Name : veevaris            

            This is Rak’s (Patji’s) story, an 18-year-old boy with a hearing impairment who has recently finished high school. His closest friend is Tiwkhao (Ryujin), whom he has known since elementary school. Rak may not play with Tiwkhao the way other children do, but Tiwkhao has always made an effort to find toys and activities they can enjoy together. Even at 18, he still asks Rak to play soccer or join him in whatever else he has in mind. That unwavering presence has led Rak to develop feelings that reach beyond friendship. Still, he keeps them hidden, afraid of being rejected or receiving a hurtful response. To Rak, staying friends seems safer. Tiwkhao, however, is waiting for Rak to recognize and accept what he feels, because his own feelings are just as strong. He was the first to admit that he liked Rak—perhaps because he finds Rak especially adorable when he pouts or throws a tantrum whenever Tiwkhao refuses to give him what he wants. Even so, because of several circumstances, Tiwkhao wants them both to grow more mature, learn how to take better care of each other, and build their lives around Rak’s wishes. This is Rak’s language.

FANFICTION เรื่องที่ 4 มีชื่อว่า... Bake My Heart ขนมปังเวทมนตร์ของคุณคนเดียว

นามปากกา : ฉลามวาฬ

            จะเป็นยังไง... ถ้าขนมปังที่คุณกินเข้าไปไม่ได้แค่ทำให้อิ่มท้อง แต่กลับมอบ “พลังวิเศษระยะสั้น” ตามอารมณ์ของคนอบ! แพทจิ เจ้าของร้านเบเกอรี่โฮมเมดไซส์มินิ หนุ่มน้อยน่ารัก ยิ้มสดใส มีความลับสุดป่วนเพราะความรู้สึกรุนแรงในใจขณะอบขนมมักกลืนลงไปในแป้งโดว์เสมอ ทว่าพลังนี้กลับส่งผลกลั่นแกล้งแค่คน ๆ เดียวเท่านั้น! แจ็กพอตจึงตกเป็นของ ริวจิน สถาปนิกสุดเนี๊ยบหน้าดุที่ไม่ชอบของหวาน แต่วันนั้นฉันรีบจนจำใจซื้อครัวซองต์ที่แพทอบ ตอนอารมณ์ “ตื่นสายอยากบินได้” ไปกิน กัดคำแรก ตัวเขาก็ลอยสูงจากพื้น 1 เมตร กลางแยกไฟแดง สถาปนิกคูล ๆ จึงต้องกลายเป็นลูกค้าประจำเพื่อมา “จับผิด” แต่ยิ่งกินยิ่งป่วน... คัพเค้กแอบมอง ทำตัวล่องหน 10 นาที ขนมปังกระเทียมใจฟู ได้ยินเสียงหมาแมวแถวนั้นนินทา ชูครีมระเบิดความเขิน ผมเปลี่ยนเป็นสีชมพูแถมมีหูแมวโผล่ เมื่อคุมพลังไม่ได้ ริวจินจึงต้องออกคำสั่งชวนหัวใจกระตุก “ถ้านายจะอบขนมตอนอารมณ์ไม่นิ่ง นายต้องเอามาให้ฉันกินคนเดียว” มาร่วมลุ้นไปกับเบเกอรี่เต๊าะเนียนๆ ของเชฟแสนน่ารัก คนหน้าดุจะทนความหวานนี้ได้นานแค่ไหน? แล้วทำไมพลังวิเศษถึงเกิดขึ้นแค่กับ ริวจิน คนเดียวเท่านั้นกันแน่

FANFICTION #4: This FANFICTION is titled... Bake My Heart

Pen Name : ฉลามวาฬ            

            What if the bread you ate did more than satisfy your hunger—what if it gave you a "short-term superpower" shaped by the baker’s mood? Patji, the owner of a tiny homemade bakery, is a cheerful young man with an adorable smile and a wildly troublesome secret: whatever powerful emotion he feels while baking is absorbed into the dough. Unfortunately, this strange ability affects only one person—and that unlucky winner is Ryujin, a precise, serious architect who has no interest in sweets. One day, circumstances force him to buy a croissant Patji made while feeling "sleepy and eager to fly." The moment Ryujin takes a bite, he rises a meter above the ground in the middle of a traffic light! Soon, the composed architect becomes a regular customer, determined to keep an eye on Patji’s unpredictable antics. Yet the more he eats, the more outrageous things become... Cupcakes make him peek, he turns invisible for 10 minutes, garlic bread fills him with happiness, he starts hearing dogs and cats gossip, and cream puffs make him blush as his hair turns pink and cat ears spring from his head. Unable to control these powers, Ryujin delivers a heart-stopping order: "If you’re going to bake while you’re in a bad mood, you have to give it only to me!" Step into this playful, smooth-talking bakery adventure! How long can this stern-faced cutie resist the sweetness? And why do these superpowers appear only when Ryujin eats them?

FANFICTION เรื่องที่ 5 มีชื่อว่า... กฎข้อเดียวของรูมเมท

นามปากกา : เม้วเม้ว

            วันแรกที่ย้ายมาอยู่ด้วยกัน แพทจิ แปะ “กฎของรูมเมท” ไว้หน้าตู้เย็น ห้ามแย่งของกิน ห้ามใช้ผ้าเช็ดตัวผิดผืน ห้ามเปิดแอร์ต่ำกว่า 24 องศา และห้ามเอาเสื้ออีกคนไปใส่โดยไม่ขอ ริวจิน อ่านข้อสุดท้าย ก่อนหันไปมองเสื้อตัวเองที่อยู่บนตัวแพทจิ “แล้วที่ใส่อยู่นี่?” “กฎเพิ่งเขียน เหตุเกิดก่อนกฎหมายมีผล” หลังจากนั้นกฎก็เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ตามความวุ่นวายของทั้งคู่ ห้ามกินไก่ทอดชิ้นสุดท้าย ห้ามแอบถ่ายตอนหลับ ห้ามกลับดึกโดยไม่บอก และห้ามซื้อกาแฟมาแก้วเดียว เพราะสุดท้ายก็ต้องแบ่งกันอยู่ดี จนคืนหนึ่ง ริวจินกลับถึงห้องแล้วพบกฎข้อใหม่ ลายมือเหมือนคนเขียนแล้วลบอยู่หลายรอบ ข้อ 11 ห้ามชอบรูมเมทตัวเอง ริวจินอ่านอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนหยิบปากกาขีดคำว่า “ห้าม” ทิ้ง แล้วเขียนเพิ่มว่า “ข้อนี้ทำผิดไปตั้งแต่วันแรกแล้ว” เช้าวันต่อมา มีลายมือแพทจิเพิ่มอยู่ข้างใต้ “ผู้ฝ่าฝืนปรับ 100 บาท แต่ถ้าผิดทั้งคู่ หารคนละครึ่ง :)” ริวจินจึงวางเงิน 200 บาทไว้หน้าตู้เย็น “ทำไมสองร้อย?” “จ่ายล่วงหน้า” “ล่วงหน้าอะไร?” ริวจินยิ้ม “กะว่าจะทำผิดทุกวัน”

FANFICTION #5: This FANFICTION is titled… The golden rule of living with roommates.

Pen Name : เม้วเม้ว    

            On their very first day as roommates, Patji taped a list titled "Roommate Rules" to the refrigerator: Don’t argue over food, don’t grab the wrong towel, don’t set the AC below 24 degrees, and don’t wear each other’s clothes without permission. Ryujin read the final rule, then looked down at his shirt—the one Patji happened to be wearing. "What about the shirt I’m wearing right now?" "The rules were only just written. They took effect before anyone had a chance to enforce them." From then on, new rules appeared one after another, adding even more chaos to their lives. Don’t take the last piece of fried chicken, don’t secretly photograph the other person while they’re asleep, don’t come home late without letting anyone know, and don’t buy only one cup of coffee, because they’d end up sharing it anyway. One night, Ryujin came back to the room and discovered another rule. It was handwritten, with traces of having been erased and rewritten several times: Rule 11: No liking your roommate. Ryujin stared at it briefly, crossed out the word "No," and wrote beneath it, "This rule was broken on the first day." The next morning, Patji had added a note in their handwriting: "Violators are fined 100 baht. But if both of you break the rule, the fine is split in half :)" Ryujin placed 200 baht on the refrigerator. "Why two hundred?" "It’s a prepayment." "Prepayment for what?" Ryujin smiled. "I plan to break the rules every day."

เข้าสู่ช่วงที่สองของรายการ EFM FANDOM LIVE ค่ำคืนนี้ต้อนรับ “ริวจิน - แพทจิ”

ที่จะแชร์ความน่ารัก และจุดเริ่มต้นเรื่องราวของทั้งสองคน

( ที่มาของชื่อเล่น ริวจิน - แพทจิ )

          “ริวจิน” เป็นคนไทย 100% แต่เพราะว่าป๊าม๊าไปฮันนีมูนที่ญี่ปุ่น แล้วก็มี “ริวจิน” ขึ้นมาก็เลยได้ชื่อภาษาญี่ปุ่น ส่วน “แพทจิ” จริง ๆ แล้วชื่อเล่นตั้งแต่เกิดคือ “แพททริค” แต่ด้วยความที่ตอนเด็ก ๆ กลัวเพื่อนเข้าใจผิดว่าเป็นฝรั่ง ก็เลยใช้แค่ชื่อ “แพท” และพอโตมาชื่อจริงคือ “จิรชาติ” จึงนำมาผสมกันกลายเป็น “แพทจิ” ที่ใช้ในทุกวันนี้

( ทั้งคู่การันตีว่าคลิกกันสุด ๆ ! )

            สำหรับ “แพทจิ” ด้วยความที่แวดวงสังคมใกล้กัน มุมมองเลยคล้ายกันไปหมด และทั้งคู่ก็มีความชิลมาก ๆ ที่เหมือนกัน เรียกได้ว่าคลิกกันมาก ๆ ส่วน “ริวจิน” เล่าว่าไลฟ์สไตล์ใกล้เคียงกันมาก ๆ เพราะเหตุผลที่เหมือนน้องก็คือรู้จักกันมาก่อนและสังคมใกล้ ๆ กัน อย่างเหตุการณ์ล่าสุดที่ “แพทจิ” ไปเดินป่า และ “ริวจิน” ก็ไปเดินป่ามาเหมือนกัน ถึงไม่ได้ไปด้วยกันแต่ก็คุยกันถูกคอ เข้าใจกันไปหมด และสำหรับ “ริวจิน” มองว่าการเดินป่าทำให้ได้อยู่กับตัวเอง และธรรมชาติ เวลาที่ Burnout แล้วได้ไปเดินป่าก็รู้สึกเหมือนได้เติมพลัง

( ริวจินและฉายาประจำตัว ‘ฝันร้ายเมะบ้านส้ม’ )

            จากฉายา ‘ฝันร้ายเมะบ้านส้ม’ ของ “ริวจิน” เจ้าตัวบอกว่าชิล ๆ เพราะถึงจะมีฉายาฝันร้าย มันก็มีฉายาฝันดีเหมือนกัน แต่ “แพทจิ” ก็รีบแย้งขึ้นมาตลก ๆ ว่า ‘ไม่เห็นจะมีใครเรียกเลย’ แต่ “ริวจิน” ก็ยืนยันว่ามีคนเรียกอยู่บ้าง แต่ยังไงก็มีแค่ “แพทจิ” เท่านั้นที่จะหยุดฝันร้ายเมะบ้านส้มนี้ได้ “แพทจิ” ก็รีบเถียงในทันทีเลยว่าไม่จริง เพราะตอนนี้ก็ยังหยุดไม่ได้เลย “ริวจิน” เลยรีบแก้ตัวว่า ‘พี่ก็อยู่ของพี่เฉย ๆ ยังไม่ได้ทำอะไรเลยนะ’ คราวนี้ “แพทจิ” เลยอ้อนขอให้มาเทอร์มาช่วยยืนยันแล้วแหละแบบนี้

[ เซ็ตคำถามพิเศษ​ : ผมขอเป็น MR.Fanboy ของคุณ]

( ให้ริวจินจำลองสถานการณ์ ถ้าได้แฟนไซน์กับแพทจิ 1 นาที... )

          “ริวจิน” บอกว่าก่อนอื่นเลยก็จะเข้าไปนั่งให้เสร็จสรรพ แล้วพี่ ๆ ทีมงานค่อยเริ่มจับเวลา พอกดอัดคลิป Video แล้วก็จะรีบบอกชื่อกับ “แพทจิ” ก่อนเลย อาจจะมีเขิน ๆ บ้างแต่ก็จะถามว่าวันนี้เหนื่อยมั้ย ชวนพี่คุยได้นะ หรือมีอะไรอยากถามพี่มั้ย ถ้าอยากเจอกันอีกเดี๋ยวรอบถัดไปมาหาอีกนะ จะไปหาทุก ๆ งานเลย สำหรับ “ริวจิน” ก็คงเป็นประมาณนี้

( ถ้าแพทจิขอริวจินถ่ายรูป... )

            แน่นอนว่าก็ต้องมี ‘ท่ามามี๊’ และคอมโบกับ ‘ท่าร้อนใน’ เอาให้น่ารักแต่ติดเท่ และอีกรูปก็เป็นท่าน่ารัก ๆ ซน ๆ แบบ ‘ท่าคุโรมิ’ สามารถเข้าไปชมความน่ารักได้ที่ YouTube : ATIME น้าาา

( ถ้าริวจินเป็นแฟนบอยของแพทจิ... )

          “ริวจิน” ชอบ “แพทจิ” ตรงมุมที่ว่า “แพทจิ” เป็นคนที่ตั้งใจมาก ๆ ถ้าตั้งใจจะทำอะไรสักอย่างก็จะตั้งใจมาก ๆ และเป็นคนที่มี Passion เยอะ

( ถ้าแพทจิมีริวจินเป็นไอดอล... )

          “แพทจิ” จะยกให้ “ริวจิน” เป็นไอดอลในด้านการใช้ชีวิต เพราะ “ริวจิน” เป็นคนที่ใช้ชีวิตคุ้มค่ามาก ๆ ทุกวินาทีเลย เพราะในหนึ่งวันมีกิจกรรมเยอะมาก ไปที่นั่นที่นี่ หลายที่สุด ๆ แถมยังใช้ชีวิตยันดึกจนจบวันเลย สุดท้าย “แพทจิ” แซวทิ้งท้ายว่า “ริวจิน” เขาเหมือนร้านสะดวกซื้อที่เปิด 24 ชั่วโมง แต่ “ริวจิน” ก็บอกว่ามีเหตุผลที่เป็นแบบนี้ เพราะรู้สึกว่าบางอย่างถ้าไม่ทำตอนนี้ ในอนาคตก็อาจจะไม่ได้ทำหรือไปไม่ได้แล้ว เพราะในบางกิจกรรมทำตอนนี้ก็สนุกที่สุด

( แฮชแท็กที่เปรียบเสมือนไดอารี่เก็บเรื่องราวของริวจิน - แพทจิ )

            ถ้าต้องมีแฮชแท็กที่เปรียบเสมือนไดอารี่ที่เก็บเรื่องราวของ “ริวจิน - แพทจิ” จะตั้งชื่อว่าอะไรกันบ้าง เริ่มที่ “ริวจิน” จะตั้งว่า #รู้มือwithริวจินแพทจิ เพราะส่วนตัว “ริวจิน” ชอบใช้คำว่ารู้มือมาก เพราะกับ “ริวจิน - แพทจิ” ไม่ต้องพูดอะไรกันเยอะก็รู้มือกันอยู่แล้ว ส่วน “แพทจิ” จะตั้งว่า #อัสสัมเซนต์คาเบรียล เพราะ “ริวจิน” เรียนอัสสัมชัญ และ “แพทจิ” เรียนเซนต์คาเบรียล และนี่ก็คือเหตุผลที่ทำให้รู้จักกันมาตั้งแต่ยังเรียนอยู่ประมาณชั้นม.2 - ม.3 แล้วก็ทำให้รู้จักกันยาว ๆ จนถึงปัจจุบันเลย

( เสียงตอบรับจากแฟน ๆ หลังจากซีรีส์ออนแอร์ดีจนคาดไม่ถึง ! )

            หลังจากที่ซีรีส์ออนแอร์มาได้ 3 EP. แล้ว และได้เห็น Feedback จากคนดูทุกคน “ริวจิน” รู้สึกดีใจมาก ๆ ที่ทุกคนชอบและซัพพอร์ตทีมนักแสดงเรื่อง MR.Fanboy ช่วยปั่นเทรนด์กันโหดมาก แต่ตอบรับกันดีทุก EP. เลย ส่วน “แพทจิ” ก็ดีใจเหมือนกัน เพราะถึงแม้ว่าตัวเองจะไม่ได้ออกมาบ่อย เพราะไม่มีตัวละครนี้ในนิยาย แต่พอครั้งไหนที่ออกมาก็มีคนเอาไปลงและชมตลอด เลยรู้สึกดีใจที่เราก็ได้เป็นส่วนหนึ่งของซีรีส์เรื่องนี้

( เร็นจิ และ ธาม เป็นคนแบบไหน ? )

          “แพทจิ” บอกว่าตัวละคร “ธาม” เป็นตัวละครที่อยากจะเข้ามาทำงานในวงการบันเทิง มีความตั้งใจมาก ๆ ทำให้พอได้มีโอกาสอยู่ในที่ที่ชอบแล้วก็จะคอยสังเกตคนต่าง ๆ ทำให้จะส่งผลต่ออนาคตด้วย เพราะ “ธาม” เป็นคนที่ไม่ชอบความไม่ยุติธรรม และความไม่เท่าเทียม เพราะในซีรีส์ก็จะมีเรื่องเด็กเส้นที่เข้ามาและได้เล่นซีรีส์ ทั้ง ๆ ที่ตัวละครของเราเล่นได้ดีกว่า กลับเป็นได้แค่ตัวประกอบเท่านั้น ส่วนตัวละครของ “ริวจิน” ชื่อว่า “เร็นจิ” เป็นตัวละครที่ท้าทายมาก ๆ เพราะเหมือนต้องเล่นกับระบบ แต่ก็เป็นตัวละครที่มีความเป็นตัวเราเองผสมอยู่ด้วยเหมือนกัน

และอีกหนึ่งช่วงเวลาสำคัญ ที่จะเติมเต็มให้ไลฟ์นี้มีแต่ความสุข และรอยยิ้ม จนกลายเป็นค่ำคืนสุดพิเศษ

ทางรายการ EFM FANDOM LIVE มีเกมสุดพิเศษมาให้ “ริวจิน - แพทจิ” ได้เล่นสนุกกันแบบจัดเต็ม

กับเกมชื่อว่า “ริวจิน แพทจิ NATIVE 100%” ในเกมนี้ทั้งคู่ก็เล่นกันออกมาได้น่ารัก ชวนให้แฟน ๆ เอ็นดูทั้งคู่ไม่หยุดดด ~

สามารถไปติดตามรับชมความน่ารักของทั้งคู่ได้เลยยย !

(เข้าไปชมได้ใน YouTube : ATIME)

ยังคงเติมเต็มความฟินให้ค่ำคืนนี้แบบต่อเนื่อง กับโมเมนต์สุดพิเศษ ด้วยการให้ “ริวจิน - แพทจิ”

โทรกลับไปพูดคุย และสร้างรอยยิ้ม  เติมกำลังใจให้กับแฟน ๆ ได้อิ่มฟินไปตาม ๆ กันนน

              สุดท้ายนี้ ทางรายการ EFM FANDOM LIVE ขอขอบคุณ “ริวจิน - แพทจิ” สำหรับโมเมนต์สุดพิเศษตลอดค่ำคืนนี้ และขอบคุณที่มามอบรอยยิ้มฮีลใจ ให้แฟน ๆ และทีมงานในสตูได้ใจฟูจนหุบยิ้มกันไม่อยู่ ฝากทุกคนติดตามซีรีส์ Mr. Fanboy รักสุดใจนายแฟนบอย ทุกวันเสาร์ เวลา 22.30 น. ทางช่อง One31 รับชมเวอร์ชัน Uncut ได้ทางแอปพลิเคชัน iQIYI และฝากเพลง ost ซีรีส์ทั้ง 2 เพลง "NO PAIN NO GAIN" จาก PERSES และ FANBOY - ASH (AuAu, SVRN, HEART OF BUS) สามารถเข้าไปดู MV ได้ทาง YouTube : DMD MUSIC น้าา

สามารถเข้าไปรับชมความเคมีเคใจของทั้งคู่ได้ทาง

 

แล้วมาท่องโลกความฟินพร้อมกันใหม่ใน Chapter ต่อไปน้า~

 

album
efm
-

-