ก็เธอเก่งขนาดเนี้ย จะห้ามใจยังไงไม่ให้กอดเธอเอาไว้ ขอยกทั้งหัวใจให้แค่ มิ้ลค์ - เลิฟ ~ EFM FANDOM LIVE ต้อนรับ 2 สาวที่มาเล่าเรื่องราวน่ารักให้ทุกคนได้ฟังกัน

EFM FANDOM RECAP

ก็เธอเก่งขนาดเนี้ย จะห้ามใจยังไงไม่ให้กอดเธอเอาไว้ ขอยกทั้งหัวใจให้แค่ มิ้ลค์ - เลิฟ ~ EFM FANDOM LIVE ต้อนรับ 2 สาวที่มาเล่าเรื่องราวน่ารักให้ทุกคนได้ฟังกัน

11 ก.ย. 2026

รายการ EFM FANDOM LIVE [ 3 กันยายน 2569 ] ค่ำคืนนี้เตรียมพบกับ “มิ้ลค์ - เลิฟ” ที่จะมามอบรอยยิ้ม และเสิร์ฟความฟินให้แฟน ๆ ไปกับ 2 ดีเจสาวสวย คารมดี “ดีเจดาว” และ “ดีเจแนน”

ในช่วงแรกของรายการ พี่ ๆ ดีเจอ่าน 5 พล็อตเรื่อง “EFM FANDOM FANFICTION”

ที่ถูกเลือกมาจากแฟน ๆ พร้อมชวนท่องดินแดนแห่งจินตนาการที่ไร้ขอบเขตไปด้วยกัน

FANFICTION เรื่องที่ 1 มีชื่อว่า... Silent Code (รหัสลับซ่อนรัก)

นามปากกา : tobesomething

            "มิ้ลค์" สายสืบสาวฝีมือดี ปลอมตัวเข้าไปในคาสิโนหรูเพื่อหาหลักฐานจับกุมแก๊งมาเฟียข้ามชาติ เธอต้องประสานงานกับ "เลิฟ" ดีลเลอร์สาวทรงเสน่ห์ประจำโต๊ะวีไอพี ซึ่งเป็นสายลับเฉพาะกิจที่ตำรวจส่งมาล่วงหน้า ในการทำงานทั้งคู่ไม่สามารถพูดคุยหรือส่งสัญญาณธรรมดาได้เพราะถูกจับตาดูตลอดเวลา เลิฟจึงใช้เทคนิคการ "สับไพ่" และการ "วางชิป" เป็นรหัสลับเพื่อส่งข้อมูลตำแหน่งของหัวหน้าแก๊งให้มิ้ลค์ ส่วนมิ้ลค์ก็ใช้การ "เคาะโต๊ะ" และการ "ส่งสายตา" ตอบรับ การทำงานร่วมกันผ่านรหัสลับไร้เสียงทำให้ทั้งคู่ผูกพันและรู้ใจกันอย่างรวดเร็วโดยไม่ต้องเอ่ยปากพูดสักคำ ทว่าในคืนลงมือ แผนกลับร่วงเมื่อหัวหน้าแก๊งจับได้ว่ามีสายลับ เลิฟยอมรับผิดแทนและถูกจับเป็นตัวประกัน มิ้ลค์ตัดสินใจฝ่าด่านการ์ดนับสิบเข้าไปช่วยเลิฟ โดยใช้รหัสลับการเคาะจังหวะก้าวขาและทิศทางที่เคยซ้อมกันไว้ ทำให้เลิฟก้มหลบกระสุนและมิ้ลค์เข้าชาร์จจัดการคนร้ายได้สำเร็จ หลังคดีจบลง ทั้งคู่นั่งพักบนหลังคาตึก มิ้ลค์เคาะนิ้วลงบนมือของเลิฟเป็นจังหวะรหัสลับ เลิฟยิ้มหวานแล้วเคาะมือมิ้ลค์ตอบ รหัสที่แปลว่า "จากนี้ไป ไม่ต้องซ่อนความรู้สึกอีกแล้วนะ"

FANFICTION #1: This FANFICTION is titled... Silent Code

Pen Name : tobesomething    

            "Milk," a highly capable detective, Ges undercover inside an extravagant casino to collect proof against a transnational mafia organization. Her mission depends on coordinating with "Love," a charismatic dealer working the VIP table and a specialized undercover agent whom the police placed there ahead of time. Because the pair is under constant surveillance, they cannot talk or rely on ordinary signals. Instead, Love conveys the gang leader’s whereabouts through coded card shuffles and chip arrangements, while Milk answers with subtle taps on the table and deliberate eye contact. Their wordless exchange quickly creates trust and mutual understanding. On the night of the operation, however, everything Ges wrong when the gang leader realizes that an undercover agent is among them. Love accepts responsibility and is captured as a hostage. Determined to save her, Milk battles through dozens of guards, following the coded tapping sequences, footwork, and directions they practiced together. As Love evades a hail of bullets, Milk manages to bring the criminals down. Once the case is over, the two women relax on the rooftop. Milk taps a coded rhythm against Love’s hand. With a tender smile, Love taps back—a message meaning, "From now on, you don’t have to hide your feelings anymore."

FANFICTION เรื่องที่ 2 มีชื่อว่า... ดอกไม้หลังสนามรบ (Flowers Beyond the Battlefield)

นามปากกา : Phaploysirin

            มิ้ลค์ เป็นนักข่าวสงครามที่ใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางเสียงระเบิด เธอเดินทางไปทั่วโลกเพื่อบันทึกเรื่องราวของผู้คนและความสูญเสีย จนลืมไปแล้วว่าคำว่า “บ้าน” หมายถึงอะไร ส่วน เลิฟ เป็นเจ้าของร้านดอกไม้เล็ก ๆ ในเมืองเงียบสงบ เธอใช้ชีวิตเรียบง่าย เชื่อว่าดอกไม้ทุกดอกมีความหมาย และทุกคนควรได้รับโอกาสเริ่มต้นใหม่ หลังหายไปจากบ้านเกิดหลายปี มิ้ลค์กลับมาโดยไม่คิดว่าจะได้พบเลิฟอีกครั้ง “กลับมาคราวนี้ จะอยู่นานไหม” เลิฟถาม “ไม่รู้สิ อาจจะไปพรุ่งนี้” มิ้ลค์ตอบ เลิฟไม่เคยถามว่ามิ้ลค์ผ่านอะไรมาบ้าง เธอเพียงยื่นดอกไม้ให้ทุกครั้งที่อีกฝ่ายแวะมา จนวันหนึ่งมิ้ลค์ถามว่า “ทำไมไม่เคยถามพี่เลยว่าที่นั่นเป็นยังไง” เลิฟยิ้มบาง ๆ “เพราะเลิฟไม่อยากให้พี่ต้องกลับไปอยู่ในความทรงจำที่เจ็บปวดอีก” คำพูดนั้นทำให้มิ้ลค์นิ่งไป เป็นครั้งแรกในรอบหลายปีที่มีใครสักคนไม่ได้อยากรู้เรื่องราวจากเธอ แต่เพียงแค่อยากรู้ว่า “วันนี้พี่เหนื่อยไหม” และบางทีสำหรับคนที่ใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางสงครามมานานอย่างมิ้ลค์ สิ่งที่เธอตามหามาตลอดอาจไม่ใช่ข่าวใหญ่ชิ้นต่อไป แต่อาจเป็นเพียงร้านดอกไม้เล็ก ๆ ที่มีใครบางคนรอเธอกลับมา

FANFICTION #2: This FANFICTION is titled... Flowers Beyond the Battlefield

Pen Name : Phaploysirin 

            Milk is a war correspondent who has spent years surrounded by the thunder of explosions. She moves from country to country, recording the stories of people and the losses they endure, until the meaning of "home" has faded from her memory. Love, meanwhile, runs a little flower shop in a peaceful town. Her life is modest, and she believes every flower carries a message and that everyone deserves the opportunity to begin again. After years away from her homeland, Milk comes back, never imagining she might see Love again. "Are you staying for long this time?" Love asks. "I’m not sure. Maybe I’ll be gone tomorrow," Milk answers. Love never questioned her about the past. Whenever Milk stopped by, she simply gave her flowers. Then, one day, Milk finally asked, "Why didn’t you ever ask what happened there?" Love offered a quiet smile. "Because I didn’t want to send you back into those painful memories." Her answer left Milk still. For the first time in years, someone wasn’t interested in hearing her story. Someone only wanted to ask, "Are you tired today?" Maybe after living so long among war and destruction, Milk wasn’t truly searching for another headline or the next great story. Maybe what she had been longing for all along was only a small flower shop, with someone inside waiting for her to come home.

FANFICTION เรื่องที่ 3 มีชื่อว่า... ไม่ถูกกัน แต่แมวถูกใจ

นามปากกา : Dos

          มิ้ลค์ วิศวกรโยธาที่มาคุมงานก่อสร้าง จึงเช่าบ้านในหมู่บ้านใกล้ไซต์ แต่หลังเซ็นสัญญา เจ้าของบ้านกลับแจ้งว่ามี “แมวจรประจำบ้าน” ที่เคยให้อาหารและฝากให้เธอดูแลต่อ มิ้ลค์ตั้งชื่อมันว่า “คอนกรีต” ตามอาชีพตัวเอง ทว่าเพราะงานยุ่งจนแทบไม่ได้อยู่บ้าน คอนกรีตชอบไปบ้าน เลิฟ สัตวแพทย์สาวในหมู่บ้าน เพราะที่นั่นมีแมวอีกตัวที่มันคุ้นเคยและมีอาหารให้กิน                      วันหนึ่งมันกลับมาพร้อมแผลจากการไปตีกับแมวตัวอื่น เลิฟจึงทำแผลและโพสต์รูปลงกลุ่มหมู่บ้านตามหาเจ้าของ มิ้ลค์เห็นโพสต์จึงรีบไปหา นั่นเป็นครั้งแรกที่เธอได้พบคอนกรีตตัวจริง แต่เลิฟเข้าใจว่ามิ้ลค์เป็นคนดูแลมันมานาน จึงสงสัยว่าทำไมปล่อยให้แมวมีแผลโดยไม่รักษา ขณะที่มิ้ลค์ต้องอธิบายว่า เธอเพิ่งได้รับฝากให้ดูแล และนี่คือครั้งแรกที่ได้เจอมัน ความเข้าใจผิดทำให้ทั้งคู่เริ่มต้นไม่ถูกชะตา ทว่าคอนกรีตกลับหนีไปหาเลิฟซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนมิ้ลค์ต้องตามไปรับแทบทุกวัน แต่ดูเหมือนคอนกรีตจะเริ่มมีเจ้าของเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งคนแล้ว เพราะกลายเป็นเลิฟกลับเริ่มเผลอมองไปที่หน้าประตู รอว่าเมื่อไรเจ้าของแมวตัวจริงจะมาเคาะประตูอีกครั้ง

FANFICTION #3: This FANFICTION is titled... They might not agree on much, but the cat adores them both.

Pen Name : Dos 

            Milk, a civil engineer overseeing a construction project, rents a house in a village close to the site. Once the lease is signed, the landlord tells her about a stray cat the villagers have been feeding and asks her to take responsibility for it. Milk names the cat "Concrete," inspired by her profession. But Milk's demanding schedule leaves Concrete free to wander. The cat often visits Love, the village veterinarian, where it has grown comfortable with another familiar cat and an abundant supply of food. One day, Concrete arrives with injuries from a fight. Love treats its wounds and shares a photo in the village group, hoping to locate its owner. When Milk sees the post, she hurries over. It is the first time she and Concrete have actually met. Love, assuming Milk has looked after the cat for quite some time, is baffled that she allowed it to get hurt without seeking treatment. Milk explains that she was only recently asked to care for Concrete and that this is their first encounter. The misunderstanding sparks immediate friction between the two women. To make matters worse, Concrete keeps escaping to Love's home, leaving Milk to retrieve it nearly every day. Before long, it begins to feel as if Concrete has found a second owner—while Love catches herself staring at the door, waiting for the cat's true owner to come knocking again.

FANFICTION เรื่องที่ 4 มีชื่อว่า... เจ๊หวานตำระเบิด

นามปากกา : โล้ไก่

            “ยิ้มหวาน (เลิฟ) ไม่เคยรู้เลยว่าการตำส้มตำวันละหลายสิบครก จะช่วยให้ลืมใครสักคนได้ไหม ตำไทยก็แล้ว ตำปูปลาร้าก็แล้ว ตำซั่ว ตำมั่ว ตำลาวก็ลองมาหมด ต่อให้เปลี่ยนไปย่างไก่ ก็ยังลืม แก้มหอม (พี่มิ้ลค์) รักแรกของเธอไม่ได้สักที “เจ๊หวาน ตำไทยเผ็ดน้อยกับไก่ย่างโต๊ะเดิมนะ!” “เผ็ดน้อยไม่มี!” เสียงตะโกนจากในครัวทำเอาลูกค้าสะดุ้ง วันนี้ยิ้มหวานอารมณ์เสียเป็นพิเศษ เพราะเมื่อคืนเธอฝันถึงวันนั้น… วันที่ตั้งใจจะสารภาพรักกับคนที่แอบชอบมาหลายปี แต่กลับสายเกินไป เพราะแก้มหอมบินไปเรียนต่อต่างประเทศเสียแล้ว หลายปีผ่านไปมะละกอหมดไปเป็นตัน แต่คนที่เธอพยายามลืมกลับยังอยู่ในหัวเหมือนเดิม “จะรักอะไรนักหนาวะ ตำจนแขนจะหลุดแล้วก็ยังไม่ลืม” “ใครรักใครอยู่เหรอคะ?” เสียงผู้หญิงจากหน้าร้านทำให้ยิ้มหวานชะงัก เธอค่อย ๆ เงยหน้าขึ้น ก่อนแทบทำสากหล่น รอยยิ้มนี้… เธอจำได้ดีกว่ารสชาติน้ำปลาร้าเสียอีก “แก้ม…มาได้ไง?” “กลับบ้านไง“ “แล้วมาร้านหวานทำไม?” แก้มหอมยิ้ม “คิดถึง” “คิดถึงส้มตำเหรอ?”  “คิดถึงคนตำส้มตำด้วย” สากในมือแทบหลุด หัวใจที่ห่อเหี่ยวกลับมาเต้นแรงเป็นจังหวะบราซิลอีกครั้ง

FANFICTION #4: This FANFICTION is titled... Jae Wan Tam Raberd

Pen Name : โล้ไก่ 

            "Yimwan" (Love) never imagined that pounding bowl after bowl of papaya salad every day might help her forget someone. She had made every version imaginable: Thai papaya salad, crab and fermented fish papaya salad, mixed papaya salad, Lao-style papaya salad—you name it, she had pounded it. Even grilling chicken failed to erase "Gamhom" (Milk), her first love. "Auntie Wan, one less-spicy Thai papaya salad and grilled chicken, same as always!" "We don't make it less spicy!" The shout from the kitchen startled the customer. Yimwan was particularly miserable today. The night before, she had dreamed about that day—the day she planned to confess her feelings to the person she had secretly loved for years. But she had been too late. Gamhom had already left to study abroad. Years had gone by, countless papayas had been sacrificed, and yet the person Yimwan wanted to forget still occupied her thoughts. "Why is love such a hassle? I've pounded papaya salad until my arm is ready to drop off, and I still can't forget her!" "Who loves whom?" A woman's voice from the front of the shop brought Yimwan to a halt. She slowly raised her head, nearly letting the pestle slip from her hand. That smile... she knew it more clearly than the flavor of fermented fish sauce.  "Gam...what are you doing here?" "I came home." "Then why did you come to my shop?" Gam smiled. “I’ve been missing you.” “The papaya salad?” “That too—but I missed the one who made it.” The pestle nearly fell from her hand. Her discouraged heart began pounding once more, alive with the pulse of a Brazilian rhythm.

FANFICTION เรื่องที่ 5 มีชื่อว่า... love you for 10,000 years

Pen Name : ccatmeow 

            "Welcome back to your account." Love spent nearly half the night wrestling with her password. If her phone hadn’t suddenly stopped working—and if all her favorite apps hadn’t been connected to this email—she wouldn’t have been dealing with it half-asleep. Once she managed to recover her accounts and log back in, she decided to use the opportunity to delete the piles of pointless spam. That was when a familiar account name caught her eye: "Panssa W." A forgotten memory stirred, and she searched for the sender. Soon, she found countless messages from that person: birthday greetings, invitations to meet, congratulations on passing her university entrance exam, and heartfelt excitement over everything she had accomplished. A few even read, "Milk loves you, Love." Milk? Her thoughts came to a halt. It was the name of her former lover, the one who had left her long ago. As she scrolled through the inbox, the old messages pulled her back into a past she had completely buried. Love spent the rest of the night reading every letter, struggling to believe that Milk had written them so sincerely, always thinking about her. And there she sat alone, reading those tender words and thinking of Milk, too.

FANFICTION #5: This FANFICTION is titled… love you for 10,000 years

นามปากกา : ccatmeow

‘ยินดีต้อนรับกลับสู่บัญชี’ เลิฟ ใช้เวลานั่งงมกับรหัสผ่านเกือบค่อนคืน หากไม่ใช่เพราะโทรศัพท์ของเธอดันเสียขึ้นมากระทัน และแอปพลิเคชันยอดฮิตที่เล่นต่างผูกไว้กับอีเมลนี้ทั้งหมด คงไม่มานั่งทำอะไรแบบนี้ในช่วงเวลานอนหลับแน่ ๆ หลังจากที่ไล่กู้คืนและเข้าสู่บัญชีแอคเคาท์ต่าง ๆ ได้สำเร็จ จึงถือโอกาสเคลียร์อีเมลขยะที่ไม่มีประโยชน์ทิ้งไปเสีย จนกระทั่งสายตาสะดุดกับชื่อบัญชีที่คุ้นตา ‘พรรษา ว.’ หน่วยความทรงจำถูกปลุกขึ้นมา พร้อมทั้งไล่ค้นชื่อเจ้าของอีเมล และพบว่าเธอได้รับจดหมายจากคนคนนี้หลากหลายฉบับ ไม่ว่าจะเป็นอวยพรวันเกิด นัดพบเจอ แสดงความยินดีกับการสอบเข้ามหาลัย ไปจนถึงร่วมยินดีกับทุกความสำเร็จของเธอ หรือแม้กระทั่งบอกว่า ‘น้องมิ้ลค์รักพี่เลิฟนะ’ น้องมิ้ลค์? สิ้นสุดการประมวลผล ที่แท้ก็เป็นชื่อของคนรักเก่าที่จากเธอไปไกลแล้ว กล่องจดหมายถูกไล่ลงมาเรื่อย ๆ จนทำให้เธอนึกถึงเรื่องของวันวาน ทั้งที่ลืมไปหมดแล้วด้วยซ้ำ เลิฟใช้เวลาทั้งคืนกับการอ่านจดหมายทั้งหมดจนแทบไม่น่าเชื่อเลยว่าคนรักเก่าอย่างมิ้ลค์จะเขียนจดหมายเหล่านี้จากหัวใจลำพังโดยนึกถึงเธอ ส่วนเธอนั่งอ่านถ้อยคำหวานซึ้งเหล่านั้นอย่างลำพังโดยคิดถึงมิ้ลค์

เข้าสู่ช่วงที่สองของรายการ EFM FANDOM LIVE ค่ำคืนนี้ขอต้อนรับ “มิ้ลค์ - เลิฟ”

ที่มาเล่าเรื่องราวน่ารัก ๆ ที่จะชวนให้ทุกคนอมยิ้มไปกับทุกคำพูดของทั้งคู่

( มิ้ลค์ - เลิฟ โตไปด้วยกันนะ )

            เมื่อ 3 ปีที่แล้ว “มิ้ลค์ - เลิฟ” เคยมา EFM FANDOM LIVE ในตอนที่เป็นธีมเกี่ยวกับ EFM FANDOM AWARDS โดยตอนนั้นทั้งคู่ได้ชื่อรางวัลว่า ‘เลิฟนี้ … กี่พรร(ษา)’ ซึ่งมีที่มาจากชื่อเล่นของ “เลิฟ” และชื่อจริงของ “มิ้ลค์” จากวันนั้นจนถึงวันนี้ก็เดินทางกันเข้าสู่ปีที่ 6 แล้ว เรียกได้ว่าอยู่ด้วยกันมาตั้งแต่ Day 1 ทั้งคู่บอกว่ามองตาก็รู้ใจกันเกือบหมด คุยด้วยกันมากขึ้น เพราะยิ่งโตกันเรื่อย ๆ ความคิดก็เปลี่ยนไปตามวัย แต่ถึงยังไงก็ได้เติบโตไปด้วยกันอยู่ดี

( เมิฟเมิฟสะอาดกว่าที่ทุกคนคิด ! )

            ในโลกโซเชียลมีหลายคนชอบแซว “เมิฟเมิฟ” ลูกสาวแสนน่ารักของทั้งคู่ว่า ไม่ชอบอาบน้ำ “มิ้ลค์ - เลิฟ” ขอเถียงสุดตัวเลยว่า ไม่จริงงงง ! “เมิฟเมิฟ” ตัวหอมฉุยตลอดเวลา แต่อาจจะเพราะสีตัว และขนของลูกที่ทำให้ดูมอมแมม และด้วยความที่เป็นเด็กเล่นซน ขี้เล่น แต่จริง ๆ แล้วอาบน้ำบ่อย และเป็นเด็กที่สะอาดมาก ๆ เลยน้า

[ เซ็ตคำถามพิเศษ : Secret of MUVMUV ]

( ชีวิตนักเรียนเมิฟเมิฟ )

            ด้วยความที่ “เมิฟเมิฟ” เป็นเด็กหน้าห้อง วันเสาร์อาทิตย์ “มิ้ลค์ - เลิฟ” ก็ได้ส่งไปเรียนพิเศษเพิ่มเติมด้วย แต่ก็จะเป็นกิจกรรมเป็นหลัก ให้ “เมิฟเมิฟ” ได้ Relax จากการเรียนที่โรงเรียนในวันปกติ และจากการที่ทั้งคู่ได้เล่นกับลูกบ่อย ๆ ก็พอจะเห็นว่า “เมิฟเมิฟ” เขาหัวไวเรื่องภาษามาก และไม่ใช่แค่ภาษาอังกฤษ แต่ทุกภาษาเลยด้วยซ้ำ เพราะล่าสุดที่ “เมิฟเมิฟ” มาไลฟ์ด้วยกันลูกก็มีบทสวดมนต์มาด้วย แล้วเขาสวดยาวจริงจังเลย อดแซวไม่ได้เลยว่า ที่ส่งลูกไปเรียนสองภาษานี่เป็นภาษาไทยกับภาษาบาลีสันสกฤตแน่เลย

( เจ้าประจำในการทำเวรที่โรงเรียน )

            เป็นที่เลื่องลือว่าเพื่อน ๆ ที่โรงเรียนฝาก “เมิฟเมิฟ” ทำเวรตลอดเลย แต่ “มิ้ลค์ - เลิฟ” ก็เล่าว่า “เมิฟเมิฟ” ไม่เคยบ่นเรื่องนี้ให้ฟังเลย แต่อยู่ที่บ้านลูกก็นอนตีพุงไม่ได้ทำงานบ้านอะไร เขาจะคอยมีพี่เลี้ยงดูแล แต่ก็ให้ “เมิฟเมิฟ” หัดทำงานบ้านบ้าง อย่างกวาดบ้าน ปัดฝุ่น

( หวานเย็นของเมิฟเมิฟ )

          “มิ้ลค์ - เลิฟ” แซวว่าสำหรับ “เมิฟเมิฟ” อาจจะไม่ได้มี ‘หวานใจ’ แต่ลูกคงอยากมี ‘หวานเย็น’ แทน แต่ถ้าต้องมีหวานใจจริง ๆ คุณสมบัติที่จะผ่านด่านมี๊และมะมี๊ได้ต้องพา “เมิฟเมิฟ” ไปกินของอร่อย ๆ และตามใจลูกให้มีความสุข แบบนั้นก็จะคว้าใจ “เมิฟเมิฟ” ไปได้ด้วย

( ตำแหน่งในกลุ่มสามตัวบาท )

            ในกลุ่ม ‘สามตัวบาท’ ตอนนี้ “เอนี่” เป็น Main Vocal “ลูน่า” ได้เป็น Main Visual “มิ้ลค์ - เลิฟ” เลยให้ “เมิฟเมิฟ” เป็น Main Dance และ Main Food Fighter เพราะ “เมิฟเมิฟ” มีทั้งดนตรีในหัวใจ และความมุ่งมั่นในการกิน ครองไปเลย 2 ตำแหน่ง

( เมิฟเมิฟได้นิสัยคุณมี๊และมะมี๊ไปเต็ม ๆ )

          “มิ้ลค์ - เลิฟ” เล่าเพิ่มอีกว่า เวลาอยู่ด้วยกันที่บ้าน “เมิฟเมิฟ” เป็นเด็กเรียบร้อย ไม่ดื้อเลย แต่ซุกซนตามประสาเด็ก “เลิฟ” บอกเลยว่า “เมิฟเมิฟ” ซนได้ “มิ้ลค์” มาเต็ม ๆ “มิ้ลค์” เลยบอกว่าสิ่งที่ “เมิฟเมิฟ” ได้จาก “เลิฟ” ไปคือความฉลาด และการจัดแจงผู้คน เพราะเวลาอยู่กับกลุ่มเพื่อน “เมิฟเมิฟ” ก็ชอบจัดแจง โดยเฉพาะกับ “ลูน่า” ที่จะโดนจัดแจงเยอะที่สุด แต่เขาก็เป็นที่พึ่งพาได้ เพราะ “เมิฟเมิฟ” เป็นเด็กที่หัวไวมาก

( ที่มาของชื่อ MILK LOVE WHIMSICAL HOUSE FANCON )

            ในตอนแรกยังไม่ได้มี Keyword หลัก แต่ด้วยความที่ “มิ้ลค์ - เลิฟ” อยากได้แนวสวนสนุกที่มีเครื่องเล่นหลาย ๆ อย่างให้ทุกคนที่เข้ามามีความสุข แต่ “เลิฟ” คิดว่าถ้าเป็นบ้านผีสิง หรือรถไฟเหาะ จะเลือกเพลงอะไรให้มันเข้ากับเครื่องเล่นดีล่ะ ทำให้ “เลิฟ” ได้ไปตีความหมายใหม่ให้ยังคงความซุกซนของเรา แต่สามารถนำไปตีความหมายและปรับใช้ได้มากขึ้น ก็ได้เจอกับคำว่า “Whimsy” ที่แปลว่าความเพ้อฝัน และความซุกซน แถมช่วงนี้ก็กำลังเป็นเทรนด์อยู่พอดีด้วย ทุกอย่างมันประจวบเหมาะกันพอดี แต่จริง ๆ แล้ว “มิ้ลค์ - เลิฟ” เคาะคำว่า “Whimsy” มาตั้งแต่ 2 เดือนก่อนแล้ว ดีใจที่ปล่อยออกมาแล้วเทรนด์ตรงกันพอดี

( Elements ที่มาจากตัวตนของมิ้ลค์ - เลิฟ )

            จากที่ปล่อย FULL SPOT ของ FANCON ออกมาทุก ๆ คนเห็นว่ามี Elements เล็ก ๆ น้อย ๆ เยอะเลยทั้งกล้องถ่ายรูป รถมอเตอร์ไซค์ ลูกโลก และอื่น ๆ อีกมากมาย ซึ่งทุกอย่างในนั้นมาจากซีรีส์ที่ “มิ้ลค์ - เลิฟ” เคยเล่น หรือ Music Video ที่เคยถ่าย ทุกอย่างถูกคิดมาแล้วว่ามาจากเรื่องราวของ “มิ้ลค์ - เลิฟ”

( โชว์ที่ทุกคนตั้งหน้าตั้งตารอ ! )

          “มิ้ลค์ - เลิฟ” เล่าว่าได้เห็น Comment จากแฟน ๆ เรื่องเพลงที่จะเอามาโชว์แล้ว แต่จากที่คุยด้วยกันแล้วก็ไม่อยากจะเปลี่ยนใจ เพราะได้คิดเพลงเอาไว้กันหมดแล้ว “มิ้ลค์” คิดว่าถ้าเราตั้งใจเลือกอะไรไปแล้วมันจะดีที่สุด และเชื่อว่าแฟนคลับจะชอบสิ่งที่เลือกเอาไว้ ส่วน “เลิฟ” ก็พยายามเลือกเพลงฮิตวัยเด็กมา เพราะชอบและโตมากับเพลง ตอนนี้วางไว้เกือบครบทุกอย่างแล้ว ทุกคนรอดูได้เลย และแน่นอนว่า “เมิฟเมิฟ” ก็จะได้มาแสดงโชว์ด้วยแน่ ๆ ทุกคนจะว้าวมาก ๆ เพราะไม่เคยเห็นอะไรแบบนี้แน่นอน

( Dress Code ของงานแฟนคอนของเรา )

            สำหรับ Dress Code ในวันงาน “มิ้ลค์ - เลิฟ” อยากให้เป็นสีสันสดใส แต่เดี๋ยวจะไปคุยกันมาก่อน แล้วจะบอกกับทุกคนว่าจะเป็น Dress Code อะไร เพราะเวลาขึ้นมาถ่ายรูปด้วยกันจะได้เหมือนมาด้วยกัน หรือ “มิ้ลค์” เสนอว่าติดกลิตเตอร์เยอะ ๆ เหมือนเทรนด์ตอนนี้ดีมั้ย เผื่อบางคนไม่กล้าแต่งตัวแรงก็ให้ไปเน้นที่ตกแต่งเลย

( Ditto ระฟ้าหล่นสวรรค์ )

            สำหรับซีรีส์ ‘Ditto ระฟ้าหล่นสวรรค์’ กำลังถ่ายทำถึงคิวที่ 9 แล้ว “มิ้ลค์ - เลิฟ” ตั้งใจถ่ายทำกันมาก ๆ อยากให้ทุกคนได้ดูภายในปีนี้ หรือเร็ว ๆ นี้ และซีรีส์เรื่องนี้ก็เป็นเรื่องโรแมนติก ดราม่า บทบาทแปลกใหม่ และท้าทายสุด ๆ ตัว “เลิฟ” เองก็เคยพูดเอาไว้ตั้งนานแล้วว่าอยากเล่นบทดราม่าบ้าง พอได้เริ่มถ่ายทำ 3 คิวแรกคือร้องไห้อยู่อย่างงั้น สมกับที่เคยพูดว่าอยากเล่นบทดราม่าสุด ๆ ถึงจะยากแต่พอได้อยู่ในจุดที่ Deep ที่สุดของตัวละครก็ทำให้เข้าใจตัวละครได้มากขึ้น แถมตัวละครก็ต้องเต้นบัลเลต์ด้วย ถึงแม้ “เลิฟ” จะเคยเรียนเมื่อตอนเด็ก ๆ แต่มันก็นานมากกว่า 20 ปีที่แล้ว แต่ความบังเอิญก็คือ “พี่กระแต” ที่เป็นผู้จัดซีรีส์คือครูสอนบัลเลต์ตอนเด็กของ “เลิฟ” เอง เรียกได้ว่าเป็นความบังเอิญที่เจ๋งมาก ๆ ส่วนบทบาทของ “มิ้ลค์” ก็ท้าทายไม่แพ้กัน เพราะต้องเล่นเป็นฝาแฝด แถมบทของฝาแฝดก็เยอะมาก มีอยู่ครั้งหนึ่งได้คุยกับตัวเองทั้งวันเลย เพราะเป็นคิวของตัวละครฝาแฝด

และอีกหนึ่งช่วงเวลาสำคัญ ที่จะเติมเต็มให้ไลฟ์นี้มีแต่ความสุข และรอยยิ้ม จนกลายเป็นค่ำคืนสุดพิเศษ

ทางรายการ EFM FANDOM LIVE มีเกมสุดพิเศษมาให้ “มิ้ลค์ - เลิฟ” ได้เล่นสนุกกันแบบจัดเต็ม

กับเกมชื่อว่า “Knock Knock!! MilkLove Open Heart”

ในเกมนี้ทั้งคู่ก็เล่นกันออกมาได้น่ารัก ชวนแฟน ๆ เขินน้วยตัวบิดกันแบบสุด ๆ !

สามารถไปติดตามรับชมความน่ารักของทั้งคู่ได้เลยยย!

(เข้าไปชมได้ใน YouTube : ATIME)

ยังคงเติมเต็มความฟินให้ค่ำคืนนี้แบบต่อเนื่อง กับโมเมนต์สุดพิเศษ ด้วยการให้ “มิ้ลค์ - เลิฟ”

โทรกลับไปพูดคุย และสร้างรอยยิ้ม  เติมกำลังใจให้กับแฟน ๆ ได้อิ่มฟินไปตาม ๆ กันนน

               สุดท้ายนี้ ทางรายการ EFM FANDOM LIVE ขอขอบคุณ “มิ้ลค์ - เลิฟ” สำหรับโมเมนต์สุดพิเศษตลอดค่ำคืนนี้ และขอบคุณที่มามอบรอยยิ้มฮีลใจ ให้แฟน ๆ และทีมงานในสตูได้ใจฟูจนหุบยิ้มกันไม่อยู่ สุดท้ายขอฝาก "MILK LOVE WHIMSICAL HOUSE FANCON" ในวันอาทิตย์ที่ 15 พฤศจิกายน ที่ยูเนี่ยน ฮอลล์ และกดบัตรพร้อมกัน 13 กันยายน เวลา 10:00 น. สำหรับใครที่ไม่ได้ไปก็มีบัตร Live Streaming ด้วยน้า

สามารถเข้าไปรับชมความเคมีเคใจของทั้งคู่ได้ทาง

 

แล้วมาท่องโลกความฟินพร้อมกันใหม่ใน Chapter ต่อไปน้า~

 

album
efm
-

-