
รายการ EFM FANDOM LIVE [ 27 สิงหาคม 2569 ] ค่ำคืนนี้เตรียมพบกับ “แม้ก - ณฐ” ที่จะมามอบรอยยิ้ม และเสิร์ฟความฟินให้แฟน ๆ ไปกับ 2 ดีเจสาวสวย คารมดี “ดีเจดาว” และ “ดีเจแนน”

ในช่วงแรกของรายการ พี่ ๆ ดีเจอ่าน 5 พล็อตเรื่อง “EFM FANDOM FANFICTION”
ที่ถูกเลือกมาจากแฟน ๆ พร้อมชวนท่องดินแดนแห่งจินตนาการที่ไร้ขอบเขตไปด้วยกัน

FANFICTION เรื่องที่ 1 มีชื่อว่า... Bound by the crescent moon
นามปากกา : จ๋อย
“สกาย” เด็กหนุ่มช้ำรัก เขามักจะนั่งมองดวงจันทร์ในคืนพระจันทร์เต็มดวงและอธิฐานให้มีใครสักคนมาพาเขาออกไปจากวังวนความรู้สึกนี้เสียที คืนหนึ่งขณะที่เขากำลังนั่งมองดวงจันทร์ที่ดาดฟ้าเหมือนอย่างทุกครั้ง สายตาเขาไปสะดุดที่ร่างของใครบางคนที่นั่งอยู่ไม่ไกลจากเขานัก ดูคล้ายจะช้ำรักมาเหมือนกัน สกายจึงตัดสินใจเดินเข้าไปทักทาย “ฟิลิกซ์” ชายหนุ่มใจช้ำ เขาอกหักอย่างเป็นทางการได้ไม่นาน คืนนี้เป็นคืนแรกที่เขาตัดสินใจออกมาดูดวงจันทร์ที่ดาดฟ้า หลังจากเขาเก็บตัวอยู่ในห้องมาหลายเดือน เมื่อฟิลิกซ์รู้ตัวว่าตนเองไม่ได้อยู่คนเดียวบนดาดฟ้า เขาก็โต้ตอบบทสนทนาที่อีกฝ่ายมอบให้อย่างดีจนเขารู้สึกดีขึ้นไม่น้อย แต่หลังจากแยกกันคืนนั้น เขาก็ไม่พบกันอีกเลย จนกระทั่งคืนพระจันทร์เต็มดวงวนมาอีกครั้ง พวกเขาทั้งสองคนกลับมาพบกันบนดาดฟ้าโดยบังเอิญ แต่ครั้งนี้ทั้งสองกลับไม่ดูเศร้าเท่าเดิมอีกแล้ว และทั้งสองคนก็จะมาพบกันที่นี่โดยบังเอิญทุกเดือนในวันพระจันทร์เต็มดวง บทสนทนาเริ่มเปลี่ยนจากการปลอบใจเป็นการถามไถ่ชีวิตประจำวัน ทั้งคู่เป็นความสบายใจของกัน ความสัมพันธ์จึงพัฒนาขึ้นเรื่อยๆ จากคนแปลกสู่คนสำคัญในวันพระจันทร์เต็มดวง
FANFICTION #1: This FANFICTION is titled... Bound by the crescent moon
Pen Name : จ๋อย
Sky, a young man nursing a broken heart, had a habit of sitting beneath the full moon each month, watching its light and quietly wishing that someone, anyone, would come and pull him out of the endless current of his own feelings. One night, as he sat on the rooftop just as he always did, his eyes caught on a figure not far away — someone who looked, unmistakably, just as heartbroken as he was. Sky decided to walk over and say hello. Felix, the young man with the wounded heart, had only recently, officially, had it broken. Tonight was the first night he'd brought himself out to see the moon from the rooftop, after months of shutting himself away in his room. When Felix realized he wasn't alone up there, he found himself answering the conversation the stranger offered him — answering it so easily, so warmly, that he felt lighter than he had in a long while. But once they parted that night, they didn't cross paths again. Not until the full moon came around once more. The two of them found themselves back on the rooftop, meeting again quite by chance. But this time, neither of them looked quite so sad. And so, by chance, they began meeting there every month, on the night the moon grew full. Slowly, the conversations shifted — from comforting words meant to soothe old wounds, to easy questions about each other's everyday lives. Each became a quiet comfort to the other, and little by little, what had started as two strangers became something else entirely: two people who mattered to each other, bound together by the nights of the full moon.

FANFICTION เรื่องที่ 2 มีชื่อว่า... ไก่สองไม้ครับ....สารวัตร
นามปากกา : แจ้มใจ๋
หมดแล้วยุคเคะคุณหนู เมะหมามอม เพราะนี่คือเมะคุณชาย เคะขายไก่ คุณชายกร คุณชายใหญ่ของบ้านอศวบุรเศรษฐ์สกุล เข้ารับตำแหน่งประธานของบุรเศรษฐ์กรุ๊ปเมื่อสองปีก่อน เล่าลือกันว่า คุณชายเป็นประเภทจริงจังกับงานจนน่ากลัว ผู้เป็นพ่อยังกลัวว่าเฮียแกจะแต่งงานกับงาน ไม่ยอมมีลูกมีเมีย เลยพยายามหาสะใภ้มาให้ดูตัวอาทิตย์ละคน แต่ไม่ว่าจะคนไหนก็ยังไม่น่าสนใจเท่างานของเฮีย จนกระทั่งมาเจอกับพ่อค้าขายไก่หน้าตามอมแมม สวมผ้ากันเปื้อนสีชมพูเข้มที่ได้จากเขียงหมูป้าจง บนใบหน้าจิ้มลิ้มมีแต่คราบน้ำมันจนมองไม่เห็นเค้าความน่ารัก ยืนเถียงกับลูกค้าเรื่องค้างค่าไก่ 5 บาทแล้วไม่ยอมจ่าย วินาทีนั้นคุณซีอีโอหนุ่มรู้สึกเหมือนโลกหยุดหมุน สั่งให้เลขาไปขอคอนแทคมาเลยทันที แต่ดันทำให้อีกฝ่ายเข้าใจผิด แง้นรถขายไก่หนีแทบไม่ทัน แต่พ่อก็ไม่ยอม ใช้รถหรูขับตาม แต่ไม่ว่ายังไงก็ตามไม่ทันเวฟปีศาจ จนคลาดกันไปในที่สุด เขาคิดว่าคงจะไม่ได้เจอกันแล้ว จนกระทั่ง... วันต่อมา ได้เจอกับทีมสอบสวนอาชญากรรมที่เข้ามาสอบสวนเขา เพราะถูกสงสัยว่าเป็นผู้บงการลักพาตัวนักการเมืองชื่อดัง "สวัสดีครับ ท่านประธาน" "ไก่สองไม้ครับ....สารวัตร"
FANFICTION #2: This FANFICTION is titled... Grilled Chicken and the Inspector
Pen Name : แจ้มใจ๋
Forget the era of the young miss and her scruffy little dog — this is the era of the young master and the chicken vendor. Master Korn, eldest son of the illustrious Asawaburirasettha family, had taken up the chairmanship of Burirasettha Group two years ago. Rumor had it that the man was terrifyingly devoted to his work — so much so that his own father feared he might end up "marrying" the company instead of taking a wife. Desperate for grandchildren, his father took to parading a different prospective daughter-in-law in front of him every week. But not one of them managed to hold a candle to his son's beloved spreadsheets and boardrooms. Not until the day he crossed paths with a grimy little chicken vendor. She stood behind her stall in a deep pink apron borrowed from Auntie Jong's pork stand, her pretty face smudged with cooking oil thick enough to hide any trace of her own prettiness, locked in a fierce argument with a customer who owed her five baht and refused to pay up. In that instant, the young CEO felt the world stop turning. He ordered his secretary to get her contact information immediately — only for the poor girl to completely misread the situation. She practically launched her chicken cart into a getaway, pedaling for her life. His father, unwilling to let the moment slip by, gave chase in his luxury car. But no amount of horsepower could catch up to her devilish speed, and in the end, she vanished into the city, gone without a trace. He thought that was the end of it. That their paths would never cross again. Until the next day — when he found himself face to face with a criminal investigation team, there to question him. He was, apparently, a suspect in the kidnapping of a famous politician. "Good evening, Chairman." "...Two skewers of grilled chicken, please, Inspector."

FANFICTION เรื่องที่ 3 มีชื่อว่า... Dear, The Voice on the Other Side
นามปากกา : กอจอ
‘แม้ก’ บังเอิญเก็บหูฟังข้างหนึ่งได้ระหว่างทางกลับบ้าน ตอนแรกตั้งใจจะเอาไปส่งคืนเจ้าของ แต่พอลองใส่เล่น ๆ กลับได้ยินเสียงใครบางคนพูดทักขึ้นมา เขาถอดหูฟังออกด้วยความตกใจก่อนลองใส่กลับเข้าไปอีกครั้งและเสียงนั้นก็ยังอยู่ ตอนแรกเขาคิดว่าเสียงนั้นอาจเป็นเจ้าของที่กำลังตามหาแต่ไม่ว่าจะลองถอดหรือใส่กี่ครั้ง เสียงปริศนาก็ยังคงพูดคุยกับเขาราวกับรู้ว่าเขากำลังได้ยินอยู่ จากเสียงปริศนาทั้งคู่เริ่มพูดคุยกันทุกวันโดยไม่รู้ชื่อหรือหน้าตา จากคนแปลกหน้าค่อยๆ กลายเป็นคนสำคัญจนเริ่มมีความรู้สึกดีต่อกันและตกลงนัดพบ ก่อนถึงวันนัดแม้กบังเอิญเจอ ‘ณฐ’ น้องชายของเพื่อนสนิทที่ไม่ได้เจอกันมานาน เด็กชายที่อายุห่างกับเขา 9 ปีในความทรงจำเติบโตเป็นนักศึกษาหนุ่มน่ารักที่ทำให้แม้กรู้สึกหวั่นไหวตั้งแต่แรกเจอ เมื่อทั้งคู่เอ่ยทักทายกัน เสียงของอีกฝ่ายกลับคุ้นเคยอย่างประหลาดก่อนจะจำได้ว่าเสียงที่ได้ยินผ่านหูฟังมาตลอด คือ เสียงของคนตรงหน้า หูฟังที่พลัดกันคนละข้างกลายเป็นจุดเริ่มต้นให้คนสองคนที่เคยรู้จักกันกลับมาตกหลุมรักกันอีกครั้ง จากเสียงที่เคยได้ยินผ่านหูฟัง สู่คนที่อยากได้ยินเสียงทุกวันโดยไม่ต้องมีหูฟังอีกต่อไป…
FANFICTION #3: This FANFICTION is titled... Dear, The Voice on the Other Side
Pen Name : กอจอ
MAX stumbled upon a single earbud on his way home. His first thought was simple enough — return it to whoever had lost it. But when he slipped it into his ear just to try, out of curiosity, a voice answered him. Someone, unmistakably, saying hello. He yanked it out in shock. Then, cautiously, put it back in. The voice was still there. At first, he assumed it must belong to the earbud's owner, searching for their missing pair. But no matter how many times he pulled it out or pushed it back in, the mysterious voice kept talking to him — as if it somehow knew he was listening on the other end. From that strange, disembodied voice, the two of them began talking every single day. Neither knew the other's name. Neither had ever seen the other's face. And yet, slowly, a stranger became someone who mattered. Feelings began to bloom in the space between words, until finally, they agreed to meet in person. Before the day of their meeting arrived, MAX happened to run into Nat — the younger brother of a close friend he hadn't seen in years. The boy who lived in his memory as a child nine years his junior had grown into a university student, handsome enough that something in MAX's chest stirred the moment their eyes met. When they exchanged greetings, something about the other boy's voice struck him as strangely familiar. And then it hit him. The voice he'd been listening to through the earbud, day after day — it was the very voice of the person now standing in front of him. A single lost earbud had become the unlikely beginning for two people who already knew each other, falling in love all over again — from a voice once heard only through a piece of plastic and wire, to a person he now wanted to hear every single day, with no earbuds required at all…

FANFICTION เรื่องที่ 4 มีชื่อว่า... ดอกไม้ไฟของนักดับเพลิง (The Firefighter's Firework)
นามปากกา : School_1997
แม้ก เป็นนักดับเพลิงที่เกลียดคนทำงานกับวัตถุไวไฟ เพราะเคยสูญเสียเพื่อนจากเหตุไฟไหม้ ส่วน ณฐ เป็นนักทำดอกไม้ไฟที่หลงใหลแสงสีบนท้องฟ้า ทั้งคู่พบกันครั้งแรกตอนเกิดเหตุไฟไหม้ในโรงงานของณฐ “คุณรู้ไหมว่าของพวกนี้อันตรายแค่ไหน” แม้กตะโกนใส่ด้วยความโมโห “รู้ครับ แต่ผมรู้วิธีควบคุมมัน” ณฐบอก “ไฟไม่เคยควบคุมได้” หลังเหตุการณ์นั้น แม้กต้องกลับมาตรวจความปลอดภัยที่โรงงานของณฐเป็นประจำ ทั้งคู่จึงได้พบกันบ่อยขึ้น จากคู่กัดกลายเป็นคนที่คอยช่วยเหลือกันโดยไม่รู้ตัว วันหนึ่งเกิดเหตุเพลิงไหม้ครั้งใหญ่ ณฐติดอยู่ในโกดังเก็บดอกไม้ไฟ แม้กฝ่าควันเข้าไปช่วย แม้จะรู้ว่าการระเบิดอาจเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ “พี่เข้ามาทำไม” ณฐถามด้วยความตกใจ “เพราะณฐยังอยู่ในนี้” ณฐกอดแม้กแน่นหลังถูกช่วยออกมาได้ “พี่เกลียดไฟไม่ใช่เหรอ” แม้กมองณฐแล้วตอบเบา ๆ “เกลียดสิ แต่ถ้าเป็นไฟที่พาณฐหายไป พี่เกลียดยิ่งกว่า” หลังจากนั้นณฐยังคงทำดอกไม้ไฟ ส่วนแม้กก็ยังคงดับไฟ เพียงแต่ทุกคืนที่ณฐจุดดอกไม้ไฟบนท้องฟ้าจะมีนักดับเพลิงคนหนึ่งยืนมองอยู่ข้าง ๆ เสมอ เพราะเขาเพิ่งรู้ว่า บางครั้งสิ่งที่อันตรายที่สุดไม่ใช่ไฟ แต่คือการตกหลุมรักคนที่อยู่ใกล้ไฟต่างหาก
FANFICTION #4: This FANFICTION is titled... The Firefighter's Firework
Pen Name : School_1997
MAX was a firefighter who despised anyone who worked with flammable materials — a hatred rooted in the friend he'd lost to fire years ago. Nat, meanwhile, was a fireworks maker, utterly captivated by the way color bloomed across the night sky. The two of them met for the first time during a fire at the factory where Nat worked. "Do you have any idea how dangerous this stuff is?" MAX shouted, fury cracking through his voice. "I know," Nat said. "But I know how to control it." "Fire," MAX shot back, "can never be controlled." After that incident, MAX found himself returning to Nat's factory again and again for routine safety inspections, and the two of them began crossing paths more and more. Slowly, without either of them quite noticing, two people who'd once done nothing but bicker became two people who quietly looked out for each other. Then, one day, a massive fire broke out. Nat was trapped inside the warehouse where the fireworks were stored. MAX pushed through the smoke to reach him, fully aware that an explosion could tear through the building at any second. "Why did you come in here?" Nat asked, stunned. "Because you were still in here." Once they were safely outside, Nat threw his arms around MAX and held on tight. "Aren't you supposed to hate fire?" he asked. MAX looked at him and answered softly. "I do. But if it's a fire that takes you away from me — that, I'd hate even more." After that, Nat kept making his fireworks, and MAX kept putting out fires, same as always. Except now, every night Nat lit up the sky, there was one firefighter who always stood beside him, watching. Because he'd finally understood something: sometimes the most dangerous thing in the world isn't fire at all. It's falling in love with someone who lives right beside it.

FANFICTION เรื่องที่ 5 มีชื่อว่า... คนในความฝัน
นามปากกา : littlestar.boo
คุณเคยฝันถึงใครสักคนซ้ำ ๆ บ้างไหม? ตอนนี้ ‘ณฐ’ ฝันถึงผู้ชายคนเดิมเป็นครั้งที่ 8 แล้วในตอนแรกก็จำไม่ค่อยได้หรอก แต่ตอนนี้เริ่มจำเสียง เสื้อผ้า กลิ่น หรือรอยยิ้มของเขาคนนั้นได้จนณฐเริ่มสงสัยว่า ‘ทำไมคนที่ไม่เคยรู้จัก ถึงได้รู้สึกคุ้นเคยขนาดนี้กันนะ?’ แต่ในทุกครั้งที่ณฐพยายามจะถามชื่ออีกฝ่าย ณฐก็มักจะตื่นก่อนเสมอ แต่ในครั้งนี้ต่างออกไป ผู้ชายคนนั้นยื่นแก้วกาแฟให้กับณฐ และพูดเอาไว้ว่า “ถ้าอยากเจอผม ก็ลองมาหาที่นี่สิ” และที่แก้วก็ได้มีชื่อร้านกาแฟติดอยู่พร้อมกับชื่อของเจ้าตัวว่า ‘แม้ก’ ณฐตื่นขึ้นมาพร้อมกับจำชื่อร้านและชื่อของแม้กจนขึ้นใจ และพอลองค้นหาก็ได้พบว่าร้านนั้นมีอยู่จริง ณฐไม่รอช้ารีบไปที่ร้านกาแฟนั้นอย่างไม่ลังเล และเมื่อถึงที่ร้านนั้น ณฐก็เห็นผู้ชายคนหนึ่งนั่งอยู่ที่มุมของร้าน ใช่… มันเหมือนในฝันทุกอย่าง หัวใจของณฐเต้นแรง นั่นคือแม้ก ชายที่เขาเฝ้าตามหามาโดยตลอด เขายืนมองอยู่นานจนแม้กเงยหน้าขึ้นมาสบตาเขา… และแม้กก็ยิ้มให้กับเขา รอยยิ้มที่เหมือนกับในฝันไม่มีผิด ก่อนที่อีกฝ่ายจะเป็นคนเริ่มพูดขึ้นมาก่อน “ณฐ… ในที่สุดก็ได้เจอกันสักทีนะ”
FANFICTION #5: This FANFICTION is titled… A Stranger in My Dreams
Pen Name : littlestar.boo
Have you ever dreamed about the same person, over and over again? Right now, Nat was having the same dream for the eighth time. At first, he could barely remember any of it. But lately, he'd started to remember things — the man's voice, the clothes he wore, the faint scent that clung to him, the exact curve of his smile. Enough that Nat had begun to wonder: how can someone I've never met feel this familiar? Every time he tried to ask the stranger's name, though, he woke up before he ever got the answer. This time was different. In the dream, the man held out a cup of coffee to him and said, "If you want to find me, come look for me here." Printed on the cup was the name of a coffee shop — and beside it, a name: MAX. Nat woke with both names burned into his memory. On a whim, he searched for the shop online — and found that it actually existed. He didn't hesitate for a second. He grabbed his things and headed straight there. When he arrived, he saw a man sitting alone in the corner of the shop. It was him. Exactly like in the dream, down to every last detail. Nat's heart pounded in his chest. This was MAX — the man he'd been searching for all along. He stood there, staring, until MAX finally looked up and their eyes met. And MAX smiled at him. The very same smile from the dream, unmistakable, unchanged. Then, before Nat could say a single word, the other man spoke first. "Nat... we finally meet."

เข้าสู่ช่วงที่สองของรายการ EFM FANDOM LIVE ค่ำคืนนี้ต้อนรับ “แม้ก - ณฐ”
ที่มาแบ่งปันเรื่องราวสนุก ๆ ที่เกิดขึ้นในไร่สวนส้ม และเกาะหรรษาให้ทุกคนได้ตื่นเต้นไปด้วยกันน
( อยู่ด้วยกันมานาน มีอะไรเปลี่ยนแปลงบ้าง ? )
จากที่อยู่ด้วยกันมา 6-7 ปี สำหรับ “แม้ก” แล้ว “ณฐ” เองก็โตขึ้นมาก ๆ เขามีความรับผิดชอบและความตั้งใจมากขึ้น แถมยังน่ารักขึ้นด้วย และยังไม่ลืมที่จะแซวน้องว่านอนเก่งขึ้นอีกด้วย “ณฐ” เลยแก้ตัวแบบน่ารัก ๆ ว่าตอนถ่ายซีรีส์มีซีนที่ต้องถ่ายตอนนอนบ่อย มันก็เลยทำให้หลับไปเลยในซีน อย่าให้หัวได้ถึงหมอนเพราะจะง่วงในทันทีเลยล่ะ ส่วน “ณฐ” บอกว่า สำหรับ “แม้ก” ก็ยังเป็นพี่ที่หล่อมาก ๆ เหมือนเดิม เพิ่มเติมคือแข็งแรงและสุขภาพดีขึ้น แต่ส่วนที่เปลี่ยนไปก็เป็น พี่เขาน่ารักกับ “ณฐ” มากขึ้นเรื่อย ๆ ทุกปี ไม่ได้ถึงขั้นเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ ให้เรียกว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงที่สม่ำเสมอขึ้นในทุก ๆ วัน ไม่มีหรอกตำนานอาถรรพ์ 7 ปีสำหรับคู่นี้

( ตำนานบ้าน 50 ล้าน )
เป็นที่ฮือฮาว่า ใน YouTube ช่อง domundiTV มีคลิปในตำนานอย่าง ‘เมื่อแม้กมาทัวร์บ้านณฐ 50 ล้าน อลังแค่ไหนต้องดู’ ทำเอาเหล่าดีเจอดแซวไม่ได้ว่า มีบ้าน 50 ล้านอยู่แล้วจะออกมาลำบากทำไม “ณฐ” ก็เลยเผยว่า อยากทำตามความฝัน และสร้างผลงานสนุก ๆ ให้กับทุกคน แต่ก็อดหยอกคนข้าง ๆ ต่อไม่ได้ว่า ถ้า “แม้ก” มาสร้างบ้านต่อข้าง ๆ ก็จะเป็นบ้าน 100 ล้านเลยนะ ทำเอา “แม้ก” รีบตอบกลับอย่างไวว่า ตอนนี้แค่ 50 บาทก็เหนื่อยแล้ว

( ลูกสาวสุด Cute อย่างน้องฮาร์ทดี้ )
ทั้งคู่ก็ได้มีลูกสาวสุดน่ารักชื่อว่า “ฮาร์ทดี้” ที่ทุกคนเอ่ยปากแซวว่าเหมือน “ณฐ” มาก ๆ เพราะหลับตลอดเวลาเลย ยืนอยู่เฉย ๆ ก็เซล้มลงไปนอนเลย เหมือน “ณฐ” ที่ทุกวันนี้โดนปลุกให้มาทำงาน แต่ “ฮาร์ทดี้” อยู่ในวัยกำลังโต ต้องให้ลูกพักผ่อนเยอะ ๆ แถมใครเห็นก็ชมตลอดว่าสีเหมือนนมเย็นเลย และในส่วนของเพื่อนสนิทของ “ฮาร์ทดี้” ก็มีเยอะมาก ๆ โดย “แม้ก - ณฐ” เล่าว่า จะมีน้อง “จุ๊กกรู้” ที่แฟนคลับชอบแซวว่าเป็นเพื่อนสนิทคิดไม่ซื่อ แต่ทั้งคู่ก็หวงลูกสาวนะ ลูกยังเด็กอยู่เลย พยายามจับแยก เดี๋ยวคงต้องกลับไปถามลูกที่บ้านว่าเป็นลูกเราหรือเขาที่เข้าหาก่อน แต่นอกจากนี้ก็ยังมีพี่ ๆ คนอื่นคอยดูแล อย่างพี่ “ซนซน” และยังมีพี่ “ทีมิ้ลค์” ที่คอยชวนไปดื่มชาด้วยกันบ่อย ๆ เป็นความสัมพันธ์ของเหล่าลูก ๆ ที่น่ารักมาก เรียกเสียงเอ็นดูจากคุณย่าคุณยายออนไลน์ได้เป็นอย่างดี

[ เซ็ตคำถามพิเศษ : ช่วงนี้อยู่ในระยะทำใจ… ]
( ถ้าอยู่ในระยะทำใจ “แม้ก” จะทำเหมือนพี่สามในซีรีส์มั้ย ? )
“แม้ก” ตอบอย่างมั่นใจว่า ไม่อย่างแน่นอน เพราะด้วยความที่ในซีรีส์ตัว “สาม” จะหนีไปอยู่ที่เกาะพะงันเป็นเดือน ๆ และยังตัดขาดจากโลกภายนอกด้วย ถ้าเป็นตัวเองจะเป็นคนที่อยู่คนเดียวไม่ได้ ต้องอยู่กับคนสนิทที่คอยดึงสติกลับมา ถ้าทำตาม “สาม” เลยคงจะแปลกมาก ๆ เพราะไม่ชอบอยู่คนเดียวเลยเวลาอกหัก

( ถ้ากำลังเฮิร์ทหนัก “ณฐ” จะเปิดฝักบัวทำ MV ในห้องน้ำหรือตัดผมเปลี่ยนลุค ? )
ก่อนจะตอบ “ณฐ” ก็แซวว่าถ้าเป็นซีรีส์เกาหลีก็จะไปตัดผม แต่ถ้าโดยส่วนตัว “ณฐ” แล้ว ก็จะเลือกเปิดฝักบัวทำ MV เพราะเคยมีโมเมนต์ท์ที่เวลาอาบน้ำแล้วตัวเองชอบคิดเรื่องต่าง ๆ ก็เลยจะใช้เวลานั้นที่ใจลอยเปิดน้ำรดตัวเอง ซึ่งเวลาทำแบบนั้นก็รู้สึกดีขึ้นเยอะเลย

( ถ้าวันหนึ่ง “ณฐ” เดินทางข้ามเกาะแล้วใช้ชีวิตสุดติ่งแบบคุณสาม “แม้ก” จะทำอย่างไร ? )
“แม้ก” จะรีบตามไปให้ไวที่สุด แล้วรีบมาเคลียร์กันเลยว่าเป็นอะไร และจะบอกกับ “ณฐ” ว่าอย่าอยู่คนเดียวเลย มันจะเหงาเอานะ มาอยู่ด้วยกันดีกว่า มีความสุขกว่าเยอะ

( “ณฐ” จะเลือก “พี่แม้ก” หรือ “คุณสาม” ถ้าต้องใช้ชีวิตด้วยกันในระยะยาว ? )
แน่นอนว่า “ณฐ” ก็ต้องเลือก “พี่แม้ก” อยู่แล้ว ส่วน “คุณสาม” ก็อยู่กับ “น้องแจม” ไป เพราะมีแค่ “น้องแจม” คนเดียวที่รับมือกับ “คุณสาม” ไหว เขาสองคนเหมือนลิ้นกับฟัน ส่วน “แม้ก - ณฐ” เป็นฟืนกับไฟ เราไปด้วยกันไม่สู้กันเหมือนคู่ “คุณสาม - น้องแจม”

( สำหรับ “แม้ก-ณฐ” อะไรที่จะรักษาแผลใจได้ดีที่สุด ? )
แน่นอนว่าคำตอบของทั้งคู่ทำเอาพี่ ๆ ดีเจแซวเลยว่าคนนึงมาแนวรูปธรรม ส่วนอีกคนก็มาในแบบนามธรรม เพราะคำตอบของ “แม้ก” คือ การมีคนใหม่จะเป็นการรักษาแผลใจได้ดีที่สุด แต่เราก็จะไม่ได้เอาสิ่งนี้มาทำร้ายเขา เราเลือกที่จะหาคนที่เข้ากับเราได้มากกว่า จะได้ลืมคนเก่าที่ทำร้ายใจเราได้ และเราก็ต้องไปต่อให้ได้ ส่วนคำตอบของ “ณฐ” คือการดึงหัวใจตัวเองกลับมา เพราะในตอนที่เราอินเลิฟ หรือกำลังมีความรัก เราจะเผลอเอาหัวใจไปฝากไว้ที่เขา แต่ถ้าความรักมันหมดแล้ว เราก็ต้องหันมารักตัวเองเหมือนเดิม เอาหัวใจของเรากลับมา

( ความรู้สึกในงาน #ที่สามมาบัสกิ้ง )
วันนั้น “แม้ก - ณฐ” รู้สึกขอบคุณทุกคนมาก ๆ ที่มาหากันที่งาน ‘YOUR THIRD BUSKING’ เพราะวันนั้นฝนตกหนักจนทำให้งานดีเลย์ไปเกือบ 2 ชั่วโมงเลย ขอบคุณทุกคนมาก ๆ ที่ยังอดทนรอกัน ดีใจมาก ๆ ที่มีคนมาหาเยอะขนาดนี้

( เพลงประกอบซีรีส์ที่เพราะจนทุกคนต้องทัก ! )
และที่งานนี้ “ณฐ” ได้ร้องเพลงประกอบซีรีส์อย่าง ‘แค่ได้ใกล้’ เรียกเสียงฮือฮาจากเหล่าแฟนคลับได้เป็นอย่างดี เพราะนอกจากทำนอง เมโลดี้เพลงจะน่ารักแล้ว เนื้อเพลงก็น่ารักเหมาะกับซีรีส์สุด ๆ แถมยังเป็นครั้งแรกที่ร้องแบบเต็มเพลง เพราะในซีรีส์ปล่อยออกมาแค่ทำนองเพลงในบางช่วงเท่านั้น ยังไม่ได้ปล่อยตัวเต็มออกมาเลย ให้รอติดตามเร็ว ๆ นี้ และหลังจากนี้ก็จะมีเพลงอื่น ๆ ที่เป็นคนอื่นร้องอีกก็เป็นได้

( สิ่งที่เกิดคาดจากการแสดงของซีรีส์เรื่องนี้ )
เพราะจาก Comment ของแฟนคลับคือบอกเอาไว้ว่า นักแสดงใส่สุดมาก ๆ สำหรับเรื่องนี้ ทั้งคู่เลยเล่าว่า บท “คุณสาม” เนี่ย “แม้ก” ต้องแสดงออกเยอะมาก ต้องเล่นใหญ่มากกว่าคนทั่วไป ทุกซีนที่เล่าคือเหนื่อยมาก ๆ และสิ่งที่ไม่คิดว่าชีวิตนี้จะได้ทำก็คือการปีนต้นมะพร้าว แล้วตอนที่ปีนต้องถอดเสื้อด้วย คือเจ็บไปหมด “ณฐ” ก็เสริมว่าตอนที่ “แม้ก” ลงมาจากต้นมะพร้าวคืออกแดงไปหมดเลย แถมเป็นซีนแรกบนเกาะเลยที่เริ่มถ่าย ถึงจะแปลกใหม่แต่ก็สนุกและคุ้มค่า เพราะถอดจากนิยายมาเป๊ะ ๆ เลย
ส่วน “ณฐ” ก็เล่าว่าเป็นซีนที่ “แจม” ต้องเกยตื้นจากในทะเล เพราะตกน้ำแล้วลอยมาเกยตื้นที่ฝั่ง ซึ่งพื้นที่ตรงนั้นที่เกยตื้นคือเต็มไปด้วยโคลนสีดำ และมีตะไคร่น้ำเต็มไปหมด แล้วต้องเอาแก้มมาทับพื้นที่โคลนตรงนั้น สุดท้ายก็ต้องยอมเอาหน้าลงไปจุ่มอยู่ดี แถมมีเข้าปากด้วย ถือซะว่าเป็นประสบการณ์ที่นักแสดงทุกคนจะต้องเจอ

( ถึงแม้เนื้อเรื่องจะตลก แต่ตอนถ่ายทำก็กดดันมากเช่นกัน )
ถึงแม้เรื่องนี้จะเป็นแนว Comedy แต่ “แม้ก - ณฐ” ก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่าเล่นยากมาก ๆ แถมยังกดดันด้วย เพราะจากนิยายแล้วตัวละครต้องเล่นใหญ่มาก ๆ ตอนที่ถ่ายทำก็กลัวว่าจะเล่นล้นเกินไปจนคนดูไม่ตลก แต่ฟีดแบ็คออกมาดีมากเลย เหมือนได้ยกภูเขาออกจากอก แถมแฟน ๆ ยังบอกอีกว่านักแสดงไม่ใช่แค่ทำถึง แต่ทำเกินไปมาก แค่ได้รู้ว่าแฟน ๆ ชอบมากก็โอเคแล้ว

( “คุณสาม” ตลกจนต้องกลั้นขำ )
ตอนถ่ายทำบางซีนก็ต้องมีกลั้นขำกันบ้าง ส่วนใหญ่จะเป็น “ณฐ” หลุดขำ “แม้ก” บ่อย ๆ เพราะตัวละคร “คุณสาม” เล่นใหญ่มาก ๆ “แม้ก” เลยเล่าความลับว่า บางฉากก็ไม่ได้บอก “ณฐ” ว่าจะเล่นแบบไหนหรือเล่นอะไร เพราะได้เห็นรีแอคตรงนั้นมันก็ดีกว่า ธรรมชาติมาก ๆ

และอีกหนึ่งช่วงเวลาสำคัญ ที่จะเติมเต็มให้ไลฟ์นี้มีแต่ความสุข และรอยยิ้ม จนกลายเป็นค่ำคืนสุดพิเศษ
ทางรายการ EFM FANDOM LIVE มีเกมสุดพิเศษมาให้ “แม้ก - ณฐ” ได้เล่นสนุกกันแบบจัดเต็ม
กับเกมชื่อว่า “ที่หนึ่ง ที่สองของใครไม่รู้ แต่ที่สามของเธอ”
ในเกมนี้ทั้งคู่ก็เล่นกันออกมาได้ตลกมาก ทำเอาเหล่าแฟน ๆ ขำกันสนั่นไปเลย !
สามารถไปติดตามรับชมความซนของทั้งคู่ได้เลยยย!
(เข้าไปชมได้ใน YouTube : ATIME)

ยังคงเติมเต็มความฟินให้ค่ำคืนนี้แบบต่อเนื่อง กับโมเมนต์สุดพิเศษ ด้วยการให้ “แม้ก - ณฐ”
โทรกลับไปพูดคุย และสร้างรอยยิ้ม เติมกำลังใจให้กับแฟน ๆ ได้อิ่มฟินไปตาม ๆ กันนน

สุดท้ายนี้ ทางรายการ EFM FANDOM LIVE ขอขอบคุณ “แม้ก - ณฐ” สำหรับโมเมนต์สุดพิเศษตลอดค่ำคืนนี้ และขอบคุณที่มามอบรอยยิ้มฮีลใจ ให้แฟน ๆ และทีมงานในสตูได้ใจฟูจนหุบยิ้มกันไม่อยู่ ฝากทุกคนติดตามซีรีส์ "ที่สามของเธอ Your third Series" ทุกวันอาทิตย์ เวลา 22.30 น. ทางช่อง GMM25 และชมเวอร์ชัน UNCUT เวลา 23.30 น. บนแอป iQIYI และฝาก OST. เพลง ที่สามของเธอ - ส้ม มารี ด้วยน้าา

สามารถเข้าไปรับชมความเคมีเคใจของทั้งคู่ได้ทาง
แล้วมาท่องโลกความฟินพร้อมกันใหม่ใน Chapter ต่อไปน้า~

-