เมนแดนซ์ชิดซ้าย เมนร้องชิดขวา นาทีนี้ก็ต้องให้หนุ่ม ๆ “GELBOYS 2” เป็นเหนือเมนแล้วล่ะ! แถมทั้ง 6 หนุ่ม ยังพกเรื่องเล่ามาเม้าท์แฟ่ดกันตามสไตล์ Gen Z จนทำเอาแฟนๆ ฟินกันทั้งสตู

EFM FANDOM RECAP

เมนแดนซ์ชิดซ้าย เมนร้องชิดขวา นาทีนี้ก็ต้องให้หนุ่ม ๆ “GELBOYS 2” เป็นเหนือเมนแล้วล่ะ! แถมทั้ง 6 หนุ่ม ยังพกเรื่องเล่ามาเม้าท์แฟ่ดกันตามสไตล์ Gen Z จนทำเอาแฟนๆ ฟินกันทั้งสตู

26 ส.ค. 2026

                 รายการ EFM FANDOM LIVE [ 20 สิงหาคม 2569 ] ค่ำคืนนี้พบกับ 4 หนุ่ม GELBOYS “ไป๊ป - นิว - พีเจ - เลออน” และ 2 หนุ่ม GELZBABY “ภีม - ไม้” ที่พาความสนุกสนาน เสียงหัวเราะมาเสิร์ฟแฟน ๆ พร้อมด้วย 2 ดีเจสาวสวย “ดีเจดาว” และ “ดีเจแนน”

ในช่วงแรกของรายการ พี่ ๆ ดีเจอ่าน 5 พล็อตเรื่อง “EFM FANDOM FANFICTION”

ที่ถูกเลือกมาจากแฟน ๆ พร้อมชวนท่องดินแดนแห่งจินตนาการที่ไร้ขอบเขตไปด้วยกัน

FANFICTION เรื่องที่ 1 มีชื่อว่า... Close Friends

นามปากกา : boomingtoon (บูมิ่งตูน)

            “ถ้าเหลือเวลาอีก 24 ชั่วโมงก่อนเรียนจบ พวกมึงจะทำอะไรกัน?” คำถามนั้นทำให้วงสนทนาเงียบไปชั่วครู่ ก่อนความคิดมากมายจะค่อย ๆ ก่อตัวขึ้น… คงขับรถไปทะเลตอนดึก ๆ เปิดเพลงดังจนคนข้าง ๆ ต้องตะโกนด่า แวะร้านสะดวกซื้อตอนตีสอง ซื้อของกินเต็มมือ แล้วกลับมานั่งทะเลาะกันเรื่องเดิม ๆ คงมีช่วงหนึ่งที่เสียงหัวเราะค่อย ๆ เบาลง เหลือเพียงความเงียบ และสายตาของทั้งหกที่มองหน้ากัน ราวกับอยากจดจำคืนนี้เอาไว้ให้นานที่สุด บางทีไป๊ปอาจจะสารภาพอะไรบางอย่างกับนิว บางทีพีเจอาจจะถามเลออนถึงความรู้สึกที่ค้างคามานาน บางทีภีมอาจจะยื่นของที่ไม้อยากได้ให้ พร้อมบอกว่าเขายังจำมันได้เสมอ และบางที…คำว่า “เพื่อน” อาจไม่ใช่คำเดียวที่พวกเขาอยากเรียกกันอีกต่อไป ฟังดูเป็นคืนสุดท้ายที่ดี… ดีเกินกว่าจะลืม น่าเสียดายที่มันไม่เคยเกิดขึ้น ไม่มีใครทำอะไร ไม่มีใครกล้าพูดอะไร ของที่อยากให้ยังคงอยู่ในลิ้นชัก และคำสารภาพยังคงอยู่ในใจ สุดท้าย 24 ชั่วโมงก่อนเรียนจบก็เป็นเพียงอีกหนึ่งวันที่ผ่านไป เพราะบางความรู้สึก…ต่อให้คนที่อยากให้เห็นที่สุดอยู่ใน Close Friends ก็ไม่ได้แปลว่าเราจะกล้าพูดมันออกไปตรง ๆ

FANFICTION #1: This FANFICTION is titled... Close Friends

Pen Name : boomingtoon

            “If you only had one day left before graduation, what would you do?” The question brought their conversation to a sudden stop. Then, little by little, countless possibilities began taking shape. They could drive to the beach in the middle of the night, turn the music up until the person beside them complained, stop at a convenience store at 2 a.m. for an unreasonable amount of snacks, and return to bickering over the same familiar topics. Maybe, at some point, their laughter would slowly disappear, leaving the six of them in quiet, simply looking at one another—as if they wanted to preserve the memory of that night forever. Perhaps Pipe would finally tell New what he had been keeping inside. Maybe PJ would ask Leon about the feelings he had carried for so long. Pheem might give Mai the gift she had once wanted and tell her that he remembered. And maybe… “friend” would no longer be the only word they could use for one another. It sounded like the perfect final night—almost too perfect to ever forget. But it never happened. They did nothing. No one found the courage to say what they truly wanted to say. The gifts stayed hidden in drawers, and the confessions remained locked inside their hearts. In the end, the 24 hours before graduation became nothing more than another ordinary day that slipped away. Because sometimes, even when the person you most want to see your feelings is already in your Close Friends list, that still doesn’t mean you’ll be brave enough to tell them directly.

FANFICTION เรื่องที่ 2 มีชื่อว่า... เด็กไม่มีชื่อ

นามปากกา : Fungjai (ฟังใจ)

            ธาริน (ไป๊ป) , นที (นิว) , พีรัช (พีเจ) , ภูเขา (เลออน) , เขต (ภีม) และ ไม้เอก (ไม้) บังเอิญได้ยินเรื่องประหลาดของโรงเรียนว่า เมื่อสิบห้าปีก่อนเคยมีนักเรียนคนหนึ่งหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย แต่กลับไม่มีชื่อของเด็กคนนั้นอยู่ในทะเบียน ไม่มีรูปถ่าย และไม่มีหลักฐานใดหลงเหลือว่าเขาเคยมีตัวตน ระหว่างที่ทั้งหกตามหาความจริง พวกเขากลับหลุดเข้าไปในอดีต ช่วงไม่กี่วันก่อนที่เด็กคนนั้นจะเสียชีวิต ทำให้พวกเขาต้องเผชิญหน้ากับเหตุการณ์ในคืนนั้นด้วยตัวเอง ทั้งหกพยายามช่วยเด็กและค้นหาความจริงว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ยิ่งเข้าใกล้คำตอบ ความทรงจำของผู้คนเกี่ยวกับเด็กคนนั้นกลับยิ่งถูกบิดเบือน สิ่งเดียวที่สามารถยืนยันการมีอยู่ของเด็กคนนั้นได้คือ “ชื่อจริง” ทั้งหกจึงต้องตามหาเบาะแสที่ถูกซ่อนอยู่ในโรงเรียน เพื่อค้นหาว่าเขาเป็นใคร และหาทางกลับมายังเวลาของตัวเอง ทว่าในระหว่างนั้น พวกเขากลับพบว่าความลับของเด็กคนนั้นเชื่อมโยงกับหนึ่งในพวกเขาเอง และหากไม่สามารถเรียกชื่อที่แท้จริงของเด็กคนนั้นได้ก่อนคืนที่เขาเสียชีวิต หนึ่งในหกจะถูกแทนที่ และกลายเป็น “เด็กที่ไม่มีชื่อ” คนต่อไป

FANFICTION #2: This FANFICTION is titled... The child has no name.

Pen name : Fungjai    

            Tharin (Pide), Nathee (New), Peerach (PJ), Phukhao (Leon), Khet (Peem), and Maiek (Mye) stumble upon a chilling rumor at school: fifteen years earlier, a student vanished completely. Their name appears in no records, no pictures of them exist, and every trace suggesting they were ever there has disappeared. Determined to uncover the truth, the six friends are unexpectedly sent back to the days leading up to the student’s death, where they must witness that fateful night for themselves. They try to save the child and piece together what really happened, but the closer they come to the truth, the more everyone’s memories of the child begin to change. The child’s “real name” is the only proof that they ever existed. To find it, the six must search the school for hidden clues while looking for a way home. Along the way, they learn that the child’s secret is tied to one of them. If they fail to discover the child’s true name before the night of their death, one of the six will be erased and take the child’s place as the next “nameless child.”

FANFICTION เรื่องที่ 3 มีชื่อว่า... At 25, I Met You

นามปากกา : Mellumi (เมลลูมิ)

          ในแต่ละวันคนเราต้องพึ่งอะไรในการใช้ชีวิตบ้าง? ครอบครัว แฟน หรือศิลปิน แต่ที่พูดมานั้นไม่ใช่ 'นิว' แม้แต่นิดเดียว เพราะเขาใช้ชีวิตโดยการพึ่งหมอดู ไม่ว่าจะดูดวงประจำวัน เสื้อสีมงคลไปทำงาน หรือแม้แต่เรื่องความรัก ล้วนแล้วแต่อยู่ในแพลนเขาหมด ถึงชีวิตตอนนี้ของเขาจะดูราบรื่น แต่มันก็เหมือนจะเรียบไปหน่อยจนขาดสีสันที่รอคนมาเติมเต็ม นิวถอนหายใจเมื่อเห็นตัวเองกำลังต่อแถวซื้อของไหว้สีชมพูที่ร้านสะดวกซื้อเพื่อขึ้นไปไหว้พระแม่ลักษมีรอบที่ 10 ของปี ตอนนี้เขาก็อายุครบ 25 เหมือนที่หมอดูเคยบอกไว้ว่า เขาจะเจอเนื้อคู่ แต่ทำไมชีวิตเขาตอนนี้มันช่างโดดเดี่ยว ต่อให้เขาต้องรับเคราะห์ก่อนเจอเนื้อคู่ตามคำทำนาย ตอนนี้เขาก็อยากจะรับเคราะห์นั้นให้ไว ๆ ซะเหลือเกิน "ปี๊นปี๊นนน" "โอ๊ย" ไม่ทันได้ระวัง นิวเผลอเหม่อลอยคิดอะไรเรื่อยเปื่อยตอนออกจากร้านสะดวกซื้อทำให้โดนรถมอเตอร์ไซค์เฉี่ยว เขาล้มลงที่พื้นพร้อมกับของที่กระจาย "คุณเป็นอะไรไหม" ชายร่างสูงคิ้วเข้มรีบวิ่งเข้ามาช่วยนิวที่นั่งก้นจ้ำเบ้าอยู่ที่พื้น พร้อมกับหยิบผ้าเช็ดหน้ามาซับเลือดที่มือของเขา "ขอผมดูหน่อยนะครับ ผมชื่อ ไป๊ป เป็นหมอ ER โรงพยาบาลตรงนี้"

FANFICTION #3: This FANFICTION is titled... At 25, I Met You

Pen Name : Mellumi

            What does a person depend on to make it through each day—a family, a significant other, or perhaps an artist? None of those describe New. He puts his faith in fortune tellers instead. His daily horoscope, the colors he wears, his work schedule, and even his romantic life are all carefully guided by their predictions. At first glance, New’s life seems to be going perfectly, yet it feels strangely dull, as though it is missing the spark someone could bring into it. He lets out a sigh when he realizes he is standing in line at a convenience store, buying pink offerings for his tenth consecutive year of worshiping Goddess Lakshmi. He is now twenty-five, exactly as the fortune teller predicted—and this is the year he is supposed to meet his soulmate. So why does he feel so alone? The prophecy warned that misfortune would come before he met his destined partner, and although New is willing to endure it, he hopes it will pass as quickly as possible. “Beep beep!” “Ouch!” Distracted by his thoughts as he stepped away from the convenience store, New failed to notice a motorcycle approaching and was struck. He crashed to the ground, sending his belongings skidding in every direction. “Are you okay?” A tall man with striking dark brows hurried over to help. As New sat on the pavement, the stranger gently wiped the blood from his hand with a handkerchief. “Let me take a look. My name is Pide. I’m an ER doctor at this hospital.”

FANFICTION เรื่องที่ 4 มีชื่อว่า... เจี๊ยบตัดยางเราทำไม

นามปากกา : waterlily (วอเตอร์ลิลลี่)

            พีเจ เป็นลูกชายไร่องุ่นชื่อดัง วันนึงแม่ให้พีเจไปรับผู้ชายคนนึงชื่อ เลออน ให้เข้ามาทำงานที่ไร่องุ่นของเขา เขาไม่เข้าใจแม่ที่ให้เลออนมาอยู่ที่นี่ พอได้มาใช้ชีวิตด้วยกัน จากที่พีเจต่อต้านและกลั่นแกล้งเลออนสารพัด ก็กลับเผลอยิ้มทุกครั้งเวลาเห็นเจ้าตัวเล็กที่อยู่ด้วยทุกวันทำอะไรที่เขาเอ็นดู แต่มารู้ตัวอีกทีก็สายเกินไปแล้ว เมื่อน้องของพีเจที่ชื่อว่า ภีม หนุ่มตี๋ตัวสูงได้เสนอตัวเข้ามาเดินหน้าจีบเลออน และนี่คืออุปสรรคที่ใหญ่ที่สุดในชีวิตของพีเจที่เห็นตัวเองและน้องชายจีบคนคนเดียวกัน เลออนเจ้าตัวเล็กอยากกลับบ้านทุกวัน แต่พ่อแม่สั่งให้อยู่ที่ไร่องุ่นไปก่อน เพราะที่บ้านมีปัญหา ในช่วงค่ำคืนที่มืดแต่ยังมีแสงสว่างอยู่ตามต้นไม้ พีเจเห็นเจ้าตัวเล็กนั่งร้องไห้ เจ้าตัวรีบเดินเข้ามาหาและจ้องหน้าที่มีน้ำตาไหลเปื้อนเต็มไปหมด แล้วพีเจเองก็สวมกอดเลออน การที่เลออนคิดถึงบ้านอยู่และร้องไห้แต่ตอนนี้พีเจได้ทำให้เลออนกลับยิ้มขึ้นมา เพราะหลังจากที่เขาได้ปลอบเลออน เขาก็แกล้งเจ้าตัวเล็กต่อ เพราะรู้ว่าเจ้าตัวจะทำให้น้องเปลี่ยนจากร้องไห้กลับมายิ้มได้อีกครั้ง เลออนใจเต้นและเริ่มรู้สึกดีที่ได้มีคนที่ชื่อพีเจอยู่ข้างกัน

FANFICTION #4: This FANFICTION is titled... Why did Jeab cut my tires?

Pen Name : waterlily   

            PJ is the son of a well-known vineyard owner. One day, his mother asks him to bring Leon to work on the family vineyard, though PJ cannot understand why she wants the boy there. At first, PJ picks on Leon and makes his life difficult. But as they spend more time together, PJ catches himself smiling whenever Leon does something that stirs his affection. By the time he recognizes his feelings, however, it may already be too late. PJ’s younger brother, Peem—a tall and striking man—begins courting Leon, creating the greatest conflict PJ has ever faced as the brothers compete for the same person. Leon longs to return home each day, but his parents insist that he remain at the vineyard because of troubles in their household. One night, beneath the dim glow of the trees, PJ finds Leon crying. He hurries to him, looks into his tearful face, and pulls him into a comforting embrace. Determined to chase away Leon’s homesickness, PJ keeps teasing him after reassuring him, knowing he can bring another smile to the boy’s face. Leon’s heart begins to flutter, and he slowly realizes how happy he feels whenever PJ is beside him.

FANFICTION เรื่องที่ 5 มีชื่อว่า... Post-it

นามปากกา : มะเขือเทศ

เสียงเกมดังลอดผ่านกำแพงมาตั้งแต่หัวค่ำ ไม้ พยายามข่มตานอนจนเกือบตีสาม แต่เสียงหัวเราะจากห้องข้าง ๆ ก็ยังไม่เบาลง สุดท้ายจึงเขียนโพสต์อิทแปะไว้หน้าห้อง “ถ้าจะเล่นเกมถึงดึก รบกวนเบาเสียงลงหน่อยนะครับ” เช้าวันต่อมา ภีม เห็นข้อความนั้น จึงซื้อขนมถุงหนึ่งแขวนไว้หน้าห้องข้าง ๆ “ขอโทษสำหรับเมื่อคืนครับ” เย็นวันนั้นไม้กลับมาเห็นถุงขนม ความหงุดหงิดหายไปแทบหมด ก่อนเขียนโพสต์อิทตอบกลับ “รับคำขอโทษครับ ขนมอร่อยมาก” เช้าวันต่อมา ขนมอีกถุงถูกแขวนกลับมา “ถ้าอร่อย งั้นถือว่าเป็นค่าปรับครับ” จากนั้นขนมหนึ่งถุงก็แลกกับโพสต์อิทหนึ่งแผ่น จนทั้งคู่เริ่มจำได้ว่าอีกคนชอบอะไร และเผลอรอข้อความจากคนที่ไม่เคยเห็นหน้า จนกระทั่งเช้าวันหนึ่ง ประตูสองบานเปิดออกพร้อมกัน มือที่กำลังจะหยิบถุงขนมหยุดชะงัก สายตาของทั้งคู่สบกันเป็นครั้งแรก ไม่มีโพสต์อิท ไม่มีถุงขนม และไม่มีคำพูดใดหลุดออกมา มีเพียงหัวใจที่เต้นแรงขึ้นอย่างไม่รู้เหตุผล เพราะคนที่คุ้นเคยที่สุดตลอดหนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมา… กลับเป็นคนที่เพิ่งได้พบหน้ากันเป็นครั้งแรก และบางที…การตกหลุมรักใครสักคน อาจเริ่มต้นจากโพสต์อิทแผ่นหนึ่งก็ได้

FANFICTION #5: This FANFICTION is titled… Post-it

Pen Name : มะเขือเทศ

            Since early evening, the muffled sounds of video games had drifted through the walls. Mye tried to fall asleep, holding out until nearly three in the morning, but the laughter from the neighboring room never seemed to end. At last, he wrote a note and stuck it to the door: “If you’re going to keep gaming this late, could you please lower the volume?” The next morning, Peem found the message and hung a bag of snacks on the door. “Sorry about last night.” When Mye came home that evening, he spotted the bag, and most of his irritation melted away. He left a note in return: “Apology accepted. The snacks were delicious.” The following morning, another bag was waiting. Its note read, “If they were that good, then think of them as a fine.” After that, snacks and sticky notes began passing between their doors. Before long, they remembered each other’s favorite treats and found themselves looking forward to messages from someone they had never even seen. Then, one morning, both doors opened at exactly the same time. The hand reaching for the snack bag stopped in midair. Their eyes met for the first time. There were no notes, no snacks, and no words—only two hearts suddenly beating faster for reasons neither could explain. Because the person they had come to know best over the past week… was someone they were meeting for the very first time. And maybe falling in love with someone begins with nothing more than a single sticky note.

เข้าสู่ช่วงที่สองของรายการ EFM FANDOM LIVE ค่ำคืนนี้ต้อนรับ 6 หนุ่ม “GELBOYS 2”

ที่จะชวนทุกคนเม้าแฟ่ดถึงเรื่องราวต่าง ๆ ของ 6 หนุ่ม จนทำให้ทุกคนยิ้มไม่หุบ

( “GELZBABY” เติมเต็มความสดใส )

            หลังจากได้มีน้องใหม่เพิ่มเข้ามาอย่าง “ภีม - ไม้” ก็เลยอยากรู้ว่าความรู้สึกของพี่ ๆ มีต่อน้อง ๆ เป็นอย่างไรบ้าง โดยเริ่มจากคนแรก “นิว” บอกว่า “ภีม” เป็นน้องรักเลยล่ะ นี่คือเด็กปั้นของพี่ ๆ ทุกคน แล้วน้องเขาบริสุทธิ์สุด ๆ คิดอะไรก็พูดอย่างนั้น มองตาใสเลย ส่วน “ไม้” ก็เป็นเด็กฉลาด มีเสน่ห์กันคนละแบบกับ “ภีม” ต่อมาสำหรับ “ไป๊ป” เล่าว่าน้องทั้งสองคนมีคาแรกเตอร์ที่สวนทางกันมาก เวลาทั้งคู่อยู่ด้วยกันก็สนุกดี เหมือนได้เติมเต็มกันและกัน และ “พีเจ - เลออน” ได้เสริมอีกด้วยว่า ถ้ามองดี ๆ น้องทั้ง  2 คนจะมีความเป็นพวกเรา (ไป๊ป-นิว , พีเจ-เลออน) สูงมาก แต่เพราะพวกเราได้มีน้องจึงโตขึ้น แต่ความเป็นเด็กของพวกเราก็ไปโผล่อยู่ในตัวน้อง ๆ แทน เหมาะกับการเป็น ‘เจลเบบี้’ ที่สุด และในส่วนของเด็ก ๆ อย่าง “ภีม - ไม้” ก็เล่าว่าพี่ ๆ ทั้ง 4 คนดูแลดีมาก ๆ ทุกคนคือครอบครัวเดียวกัน อบอุ่น และไม่มีใครดุหรือแกล้งเลย เรียกได้ว่าหนุ่ม ๆ GELBOYS ทั้ง 6 คนรักกันแบบเริ่ด ๆ เลยล่ะ

[ เซ็ตคำถามพิเศษ : ปักเมนปักใจคนนี้ใช่เลย ]

( คิดว่าใครคือเหนือเมนของคุณ ? )

          “เลออน” ชี้ “ไม้” เพราะรู้สึกว่าคาแรกเตอร์ของน้องคล้ายกับตัวเขา ต้องอ่อนโยนทุกครั้งที่เล่นด้วย อีกทั้งเหมือนได้เห็นตัวเอง เพราะน้องเคยเป็นนายแบบมาก่อนเหมือนกับเขา เลยอยากให้น้องเดินในเส้นทางที่ถูกต้อง ไม่ต้องเจอสิ่งกีดขวางแบบที่เขาเคยได้เจอ เป็นความคิดที่น่ารักจับใจจูสุด ๆ ส่วนคนอื่น ๆ ก็เลือกที่จะตอบตัวเอง แต่ก็มี “ไป๊ป” ที่ชี้ “นิว” โดยเหตุผลคือ เขาเพิ่งออกเพลงหล่ออนิเมะมา ในตอนนี้ใครจะไปหล่อสู้เขา ต้องยอมเขานะเรื่องนี้

( ถ้าแก๊ง GELBOYS ต้องเลือก Leader จะเลือกใคร ? )

            เกือบทุกคนใจตรงกันเลือก “ไป๊ป” กันหมด เพราะพี่คนนี้เหมาะกับการเป็นผู้นำคนที่สุด พึ่งพาได้ แถมยังมีสติที่สุด ถ้าต้องพูดสคริปต์ยาว ๆ ทุกคนก็พร้อมใจจะส่งให้ “ไป๊ป” กันหมด เรียกได้ว่า ‘พี่ไป๊ปรับจบ’ แต่ก็มี “ไป๊ป , ไม้” ตอบ “นิว” โดยคำตอบของ “ไป๊ป” ตลกมากเพราะเขาแค่ขี้เกียจเป็นผู้นำแล้วเฉย ๆ ส่วน “ไม้” ก็ให้เหตุผลว่า “นิว” เป็นคนหัวไว เลยไว้ใจให้เขาเป็นผู้นำได้

( ให้หนุ่ม ๆ แก๊ง GELBOYS ทำหน้าที่คิดว่าน่ารักที่สุด และให้เลือกว่าใครทำได้ดีที่สุด ? )

            เรียกได้ว่าทั้ง 6 คนทำถึงมากในการทำหน้าตาน่ารัก ๆ และพอให้เลือกคนที่ทำหน้าได้น่ารักที่สุดก็เสียงเป็นเอกฉันท์ว่า “เลออน” น่ารักที่สุด และทุก ๆ คนก็เรียกหน้านี้ว่า ‘เคอร์บี้เหม็นเปรี้ยว’ ที่เป็นตัวการ์ตูนสีชมพูกลม ๆ น่ารักเหมาะสมกับ “เลออน” สุด ๆ

( คิดว่าใครเป็นติ่งสายเปย์ที่สุด ? )

            และเป็นอีกครั้งที่เป็นผลเป็นเอกฉันท์ เพราะทุก ๆ คนร่วมใจกันชี้ไปที่ “พีเจ” กันทั้งหมด แถม “ไป๊ป” ยังแซวด้วยว่าชื่อ ‘PJ’ นั้นย่อมาจาก ‘Pay Jing (เปย์จริง)’ ก็ไม่มีใครค้าน เพราะถ้า “พีเจ” ชอบศิลปินคนไหนคือให้ทั้งหมดเลย บัตร Re-Sale ขายเป็นหมื่นก็ซื้อ หรือต้องนั่งรถไฟฟ้าเพื่อไปรับบัตรก็ทำมาแล้ว นั่นทำให้ทุก ๆ คนแซวว่านิสัยเหมือน “บ้าบิ่น” มาก แถมยังเหมือนว่าจะบ้ากว่าอีกด้วย

( ถ้าสามารถเลือกใครให้มาเป็นพ่อพ่อของเรา จะเลือกใคร ? )

            สำหรับคำถามนี้ “ไป๊ป” เลือก “พีเจ” เพราะอิงมาจากคำตอบของข้อที่แล้วที่ว่าเดี๋ยว “พีเจ” จะได้มาเปย์ตัวเองเยอะ ๆ ส่วน “พีเจ” เลือก “ไม้” เพราะคิดว่าน้องจะเลี้ยงให้เป็นราชนิกุล สุภาพ เรียบร้อยดั่งผ้าพับไว้ ส่วน “ไม้” เลือก “ภีม” เพราะเขาคิดว่าถ้าได้เป็นลูกของ “ภีม” ก็คงจะสนุกน่าดู นั่นทำให้ “ภีม” ก็เลือกตัวเองเหมือนกัน เพราะเจ้าตัวก็ยืนยันเพิ่มเติมว่าชอบนิสัยตัวเองตอนนี้มาก ๆ และมั่นใจว่าตัวเองเป็นคนสนุก ไปต่อที่ “เลออน” เลือก “นิว” เพราะคิดว่า “นิว” จะเลี้ยงลูกเริ่ดมาก และต้องตามใจลูกแน่ ๆ สุดท้ายคือ “นิว” เลือก “ไป๊ป” เพราะพี่เขาเป็นคนที่มีของทุกอย่างในกระเป๋า จะต้องเป็นพ่อที่อยู่ด้วยแล้วสบายใจ มีครั้งหนึ่งที่ไปถ่ายรายการข้างนอกด้วยกัน แล้วในกระเป๋า “ไป๊ป” ก็มียาทุกประเภท สบายใจหายห่วงถ้าป่วยเป็นอะไร แต่ “ไป๊ป” ก็แอบเผยความลับว่า ‘ก็วันนั้นคุณมีแต่แปรงสีฟันด้วยซ้ำ’

( เซอร์ไพรส์ของ GELBOYS ยังไม่หมด ! )

            ด้วยความที่ GELBOYS2 จะเป็นมู้ดเกี่ยวกับความรักมากขึ้น เพราะจะได้เห็นความสัมพันธ์ของตัวละครที่ได้เป็นแฟนกันแล้ว และมีเด็ก ๆ ที่เป็นลูกของเหล่าพ่อพ่อมาตามหาว่าเรื่องราวของพ่อพ่อเป็นอย่างไร เพราะในอีก 30 ปีข้างหน้าที่เป็นช่วงเวลาของเด็ก ๆ นั้นพ่อพ่อได้เลิกกันแล้ว เลยจะเป็นมุมมองที่เด็ก ๆ เล่าถึงพ่อพ่อ ซึ่งก็ได้ ‘พี่โทโมะ-พี่ชิน-พี่ธามไท’ มาเล่นเป็นพ่อพ่ออีกด้วย และยังมีเซอร์ไพรส์พ่อพ่ออีก 1 คนสุดท้ายให้แฟนคลับลุ้นได้ ทุกคนพูดเป็นเสียงเดียวกันเลยว่าทำถึงมาก !

( BUS VS PJ )

          “พีเจ” เล่าว่าตอนที่ถ่ายทำเครียดมาก ๆ เพราะในวันนั้น “BUS” มาถ่ายแค่ซีนเดียวกับ “พีเจ” เลย แล้วยังกดดันที่ต้องท่องแฟนชานท์ให้ครบ แถมต้องแอ็กติ้งกรี๊ด ๆ น้ำตาคลอใส่พี่ ๆ “BUS” อีก แอบอายแต่สุดท้ายก็รอดมาได้

( ความในใจของ “ภีม - ไม้” )

          “ภีม” บอกว่าตื่นเต้นมาก ๆ เพราะพวกพี่ ๆ เขาก็เป็นดาราเบอร์ใหญ่ แถมก่อนหน้านี้ก็แอบฟอล IG ของ “เลออน” อยู่แล้วด้วย ชอบพี่เขามาก ๆ พอได้มาเล่นด้วยกันก็เขินสุด ๆ ถึงแม้นี่จะเป็นการเล่นซีรีส์เรื่องแรกทำให้มีความกดดัน แต่พอทุกอย่างเข้าที่ก็เอนจอยกับพี่ ๆ เป็นประสบการณ์ใหม่ ๆ ที่ได้อะไรเยอะมาก ส่วน “ไม้” ก็ตื่นเต้นมาก ๆ เช่นเดียวกัน เพราะดูซีรีส์เรื่องนี้ตั้งแต่ซีซั่นแรก พอซีซั่นที่ 2 เราได้มาเล่นด้วยก็ดีใจมาก ๆ เป็นครั้งแรกที่ได้แสดงอะไรแบบนี้ ทั้งการร้อน การเต้น การแสดง แต่ภาพรวมทุกอย่างสนุกมาก ๆ

และอีกหนึ่งช่วงเวลาสำคัญ ที่จะเติมเต็มให้ไลฟ์นี้มีแต่ความสุข และรอยยิ้ม จนกลายเป็นค่ำคืนสุดพิเศษ

ทางรายการ EFM FANDOM LIVE มีเกมสุดพิเศษมาให้หนุ่ม ๆ  “GELBOYS 2” ได้เล่นสนุกกันแบบจัดเต็ม

กับเกมชื่อว่า “GELBOYS FAN CHECK! เปิดโหมดติ่งแฟน”

ในเกมนี้ทั้ง 6 หนุ่มก็เล่นกันออกมาได้แสนซน ทำให้เหล่าแฟน ๆ สนุกกันสุด ๆ !

สามารถไปติดตามรับชมความน่ารักของหนุ่ม ๆ ได้เลยยย!

(เข้าไปชมได้ใน YouTube : ATIME)

ยังคงเติมเต็มความฟินให้ค่ำคืนนี้แบบต่อเนื่อง กับโมเมนต์สุดพิเศษ ด้วยการให้ “GELBOYS 2”

โทรกลับไปพูดคุย และสร้างรอยยิ้ม  เติมกำลังใจให้กับแฟน ๆ ได้อิ่มฟินไปตาม ๆ กันนน

            สุดท้ายนี้ ทางรายการ EFM FANDOM LIVE ขอขอบคุณ “GELBOYS 2” สำหรับโมเมนต์สุดพิเศษตลอดค่ำคืนนี้ และขอบคุณที่มามอบรอยยิ้มฮีลใจ ให้แฟน ๆ และทีมงานในสตูได้ใจฟูจนหุบยิ้มกันไม่อยู่ ฝากทุกคนติดตามซีรีส์ "GELBOYS 2 ตกอยู่ในสถานะติ่งแฟน" ทุกวันเสาร์ เวลา 21.30 น. ทางช่องวัน 31 และเวอร์ชัน UNCUT ได้ทางแอป iQIYI เท่านั้น สุดท้ายฝาก OST. ‘เพลงปักเมนแฟน (I STAN YOU) จาก PP KRIT, NEX, ONGLEE ft. GELBOYS’ และ ‘เพลงหล่ออนิเมะ จาก NEW CHAYAPAK’ ด้วยน้าา 

สามารถเข้าไปรับชมความเคมีเคใจของหนุ่ม ๆ ได้ทาง

 

แล้วมาท่องโลกความฟินพร้อมกันใหม่ใน Chapter ต่อไปน้า~

 

album
efm
-

-