
รายการ EFM FANDOM LIVE [ 13 สิงหาคม 2569 ] ค่ำคืนนี้เตรียมพบกับ “มี่ภัทร - เอญ่า” ที่มามอบรอยยิ้ม และเสิร์ฟความฟินให้แฟน ๆ ไปกับ 2 ดีเจสาวสวย คารมดี “ดีเจดาว” และ “ดีเจแนน”

ในช่วงแรกของรายการ พี่ ๆ ดีเจอ่าน 5 พล็อตเรื่อง “EFM FANDOM FANFICTION”
ที่ถูกเลือกมาจากแฟน ๆ พร้อมชวนท่องดินแดนแห่งจินตนาการที่ไร้ขอบเขตไปด้วยกัน

FANFICTION เรื่องที่ 1 มีชื่อว่า... Sweet Addiction รสหวานเกินหยุดยั้ง
นามปากกา : พิ้งกี้พายหมอดูกระโดดน้ำ
จะเป็นยังไง ถ้าโลกแห่งนี้มีแวมไพร์ร่วมอาศัยกับมนุษย์? เมนิต้า (มี่ภัทร) ลูกสาวคนเดียวแห่งตระกูลแวมไพร์ชั้นสูงที่หนีการหมั้นหมายเพียงเพราะไม่ชอบขี้หน้าฝั่งตรงข้าม เธอหนีมาพร้อมกับแมวสีเทาขนสลวยและเงินจำนวนหนึ่ง ด้วยความหิวจึงเข้าไปยังคาเฟ่และสั่งอาหารเพื่อประทังชีวิต ทันใดนั้นเอง ประสาทการได้กลิ่นของแวมไพร์ก็ทำให้เธอค้นพบกับหญิงสาวร่างเล็กที่ชื่อว่า แองเจิ้ล (เอญ่า) กลิ่นหอมหวานคาราเมลที่เตะจมูกเข้าอย่างจัง ทำให้ดวงตาสีน้ำตาลแปรเปลี่ยนเป็นสีแดงฉาน เมนิต้าพุ่งเข้าไปหาอย่างรวดเร็ว พร้อมกับดีดนิ้ว ป๊อก! เวลาได้หยุดเคลื่อนที่ กว่าจะรู้ตัว เมนิต้าก็อยู่ตรงหน้าเธอแล้ว “ฉันชื่อเมนิต้า เป็นแวมไพร์” “ห้ะ” เมนิต้าไม่พูดอะไรอีก แต่ขยับเข้าไปใกล้แองเจิ้ลกว่าเดิมจนอีกฝ่ายประหม่าและพูดว่า “เลือดเธอมันหอมหวานเหมือนคาราเมลที่เคี่ยวอย่างดี…ฉันขอดื่มได้มั้ย” แองเจิ้ลยืนอึ้งพร้อมกับพูดว่า “วอดส์” ใครจะไปคิดว่าเลือดหอมหวานในวันนั้น จะกลายเป็นดั่งยาเสพติดที่ทำให้เมนิต้าขาดแองเจิ้ลไม่ได้อีก ทั้งคู่ดำดิ่งไปกับรสชาติแสนหวานของความรักและความลุ่มหลง จนเมนิต้าลืมคิดถึงสิ่งที่ตัวเองหนีมา แล้วเธอจะทำยังไงต่อกันนะ
FANFICTION #1: This FANFICTION is titled... Sweet Addiction
Pen Name : พิ้งกี้พายหมอดูกระโดดน้ำ
Imagine a world where vampires and humans coexist! Meet Menita (also known as Miephat), the heiress to a prominent vampire clan. She's just bolted from an arranged marriage because, frankly, she's not digging the groom. Armed with a ridiculously fluffy gray cat and a pocketful of cash, she seeks refuge in a cafe, craving some grub. Suddenly, her super-vamp senses tingle. A petite human named Angel (Aya) walks in, exuding a scent that’s pure, divine caramel. It’s enough to make Menita’s normally brown eyes flash crimson. In a blink, time freezes. Before Angel can even register what’s happening, Menita is right there. "I'm Menita, a vampire," she announces. Angel, understandably bewildered, can only muster a "Huh?" Menita, unperturbed, edges closer, making Angel’s heart race. "Your blood smells like the most perfect caramel, sweet and rich... May I have a taste?" Angel, utterly speechless, can only whisper, "Wow." Little did anyone know, that single taste would ignite an insatiable addiction. Menita found herself utterly captivated, unable to imagine life without Angel. Their world became a dizzying swirl of sweet indulgence and consuming obsession, pushing Menita’s original escape plan entirely out of her mind. So, what’s her next move in this intoxicating new reality?

FANFICTION เรื่องที่ 2 มีชื่อว่า... ย้อนเวลามาพบเธอ
นามปากกา : พี่พลัสเอ
เสียงเครื่องยนต์ดังขึ้นท่ามกลางสายฝน ริน หญิงสาวผมยาวในเสื้อแจ็คเก็ตสีน้ำตาลขี่มอเตอร์ไซค์คู่ใจฝ่าถนนยามค่ำคืน เธอรีบตรงไปยังบริษัทของ เอวา คุณหนู CEO ที่เธอได้รับหน้าที่ดูแล แต่คืนนี้มีบางอย่างผิดปกติ “เอวาอยู่ไหน?” ไม่มีใครตอบได้ รินรีบขึ้นไปยังชั้นบนสุด และพบเอวายืนอยู่ริมหน้าต่าง สีหน้าของคุณหนูที่เคยสงบนิ่งกลับเต็มไปด้วยความกังวล “ริน… ฉันฝันเห็นอนาคต” “อนาคต?” เอวาหันกลับมา “อีกสามวัน ฉันจะเกิดอุบัติเหตุ และเธอจะเป็นคนที่มาถึงช้าที่สุด” รินนิ่งไป ก่อนจะหัวเราะเบา ๆ “งั้นฉันก็จะไม่ยอมให้มันเกิดขึ้น” ทันใดนั้น นาฬิกาบนผนังเริ่มหมุนย้อนกลับ เข็มนาฬิกาหมุนเร็วขึ้นเรื่อย ๆ ก่อนทุกอย่างจะหยุดลง เอวาจ้องรินด้วยสายตาตกใจ “เธอ…เห็นเหมือนฉันใช่ไหม?” รินพยักหน้า “ฉันไม่ได้เพิ่งรู้จักเธอวันนี้” “หมายความว่าไง?” รินมองเธอ ก่อนตอบเสียงเบา “ฉันเคยช่วยเธอมาแล้วหลายครั้ง” “แต่ทุกครั้งที่เวลาถูกย้อนกลับ…” รินยื่นมือออกไป “เราจะลืมกัน” เอวาค่อย ๆ จับมือเธอ “งั้นครั้งนี้…อย่าลืมฉันนะ” รินยิ้ม “ไม่ลืมแน่นอน” เสียงเครื่องยนต์ดังขึ้นอีกครั้ง และการย้อนเวลาครั้งสุดท้ายของพวกเธอก็เริ่มต้นขึ้น!!
FANFICTION #2: This FANFICTION is titled... Just in the nick of time to catch up with you!
Pen Name : พี่พลัสเอ
The rumble of the engine cut through the downpour as Rin, a striking woman with flowing hair, navigated the slick, darkened city streets on her reliable motorcycle. Her destination was Ava, the CEO she was tasked with protecting. But tonight, a disquiet hung in the air. "Where's Ava?" The question echoed, unanswered. Rin raced to the uppermost floor, finding Ava by the window, her usually composed features etched with a palpable anxiety. "Rin… I had a vision of the future." Ava turned, her voice trembling. "In three days, an accident will happen, and I'll be the last one to reach you." A soft chuckle escaped Rin's lips. "Then I'll make sure it doesn't." Abruptly, the wall clock's hands began to spin backward, accelerating wildly before everything froze. Ava's eyes widened in astonishment, fixed on Rin. "You… you saw it too, didn't you?" Rin offered a nod. "This isn't our first meeting." "What do you mean?" Rin met her gaze, her voice gentle. "I've been here for you before." "But each time time rewinds…" Rin extended a hand. "We forget each other." Ava’s fingers met hers. "So this time… please, don't forget me." A warm smile touched Rin's lips. "I won't." Once more, the engine roared to life, signaling the beginning of their final temporal reset!

FANFICTION เรื่องที่ 3 มีชื่อว่า... ส่งรักข้ามทศวรรษ
นามปากกา : The Hammerhead shark
‘มนัสนันท์’ ทำความสะอาดโต๊ะไม้เก่าในเรือนไทยพิพิธภัณฑ์ เธอพบลิ้นชักลับ ด้วยความเหงายามดึกจึงเขียนจดหมายสอดไว้ ‘ถึงใครก็ตามที่เคยนั่งตรงนี้... เมืองใหญ่หมุนไวเกินไป ฉันเหงาเหลือเกิน’ เช้าวันรุ่งขึ้น เธอพบกระดาษสาลายมือหมึกจีนตอบกลับ ‘ถึงแม่มนัส... หากเหนื่อยนัก จงพักเสีย ฉันคือ ‘วาด’ ผู้เคยอาศัย ณ เรือนนี้เมื่อร้อยปีก่อน’ ลิ้นชักกลายเป็นสะพานเชื่อมเวลา สองสาวโต้ตอบจดหมายกันทุกคืน คุณวาดเล่าถึงชีวิตในรั้ววัง ส่วนมนัสนันท์เล่าเรื่องโลกอนาคต ความผูกพันซึมลึกเป็นความรักข้ามกาลเวลา จนคืนหนึ่ง คุณวาดเขียนด้วยมือสั่นระริก ‘พ่อจะให้ฉันแต่งงานกับชายที่ไม่ได้รัก... คืนนี้จะเป็นคืนสุดท้ายที่ฉันได้อยู่เรือนนี้’ มนัสนันท์ใจสลาย รีบเขียนตอบ ‘คุณวาด... ทิ้งบางอย่างไว้ให้รู้ว่าคุณเคยมีชีวิตอยู่จริงได้ไหม’ สัญญาณขาดหาย... ลิ้นชักกลายเป็นเพียงไม้ธรรมดา มนัสนันท์ร้องไห้ลูบโต๊ะ ทันใดนั้น แสงแดดส่องกระทบขอบลิ้นชัก เผยรอยสลักรูปดอกลีลาวดีพร้อมข้อความซ่อนอยู่ ‘ถึงมนัส... หัวใจของฉันจะอยู่กับเธอเสมอ’
FANFICTION #3: This FANFICTION is titled... Sending heartfelt wishes through the years.
Pen Name : The Hammerhead shark
One quiet evening, while tidying up an antique wooden table in a charming old Thai house museum, Manasanan stumbled upon a secret compartment. Feeling a pang of loneliness as the night deepened, she penned a note and tucked it away: "To whoever once called this place home... The city's hustle feels overwhelming, and I'm quite alone." The following morning, a reply, written in elegant Chinese ink, awaited her: "To Mother Manas... If you're feeling weary, please find solace. I am Wad, who resided in this very house a century ago." This hidden drawer transformed into a magical conduit, bridging the chasm of time. Night after night, the two women exchanged heartfelt letters. Wad painted vivid pictures of life within the palace walls, while Manasanan shared glimpses of the future. Their connection blossomed into a profound love that defied the boundaries of time. Then, one somber night, Wad's hand trembled as she wrote, "My father insists I marry a man I do not love... Tonight will be my final night in this home." Heartbroken, Manasanan rushed to reply, "Wad... Is there anything you can leave behind, a small token, to assure me you once graced this place?" The subtle connection flickered and died. The drawer reverted to being just an ordinary part of the table. Tears streamed down Manasanan's face as she gently caressed the wood. Suddenly, a shaft of sunlight illuminated the edge of the drawer, revealing a delicately carved frangipani flower and a whispered message: "To Manas... My heart will forever remain with you."

FANFICTION เรื่องที่ 4 มีชื่อว่า... ปาฏิหาริย์รักใต้แสงเหนือ (Northern Lights Romance)
นามปากกา : Blue hours
"ลลิล / มี่ภัทร" นักดาราศาสตร์สาวผู้เงียบขรึม เดินทางมายังสถานีวิจัยกลางขั้วโลกเหนือ เพื่อเก็บข้อมูลปรากฏการณ์แสงออโรร่า ความสงบที่คาดหวังไว้กลับพังทลายลงตั้งแต่วินาทีแรกที่ได้พบกับ "ซัมเมอร์ / เอญ่า" ช่างภาพสาวอารมณ์ดี ผู้มาพร้อมกับรอยยิ้มสดใสและกล้องโปรตัวใหญ่ที่คอยตามเก็บภาพทุกความเคลื่อนไหวทันใดที่เห็น "สวัสดีค่ะคุณนักดาราศาสตร์! สนใจเป็นนางแบบจำเป็นให้วิวแสงเหนือข้างหลังหน่อยไหมคะ?" ซัมเมอร์ทักทายด้วยน้ำเสียงสดใสท่าทางไร้เดียงสา ท่ามกลางอุณหภูมิ -20 องศา ขณะที่ลลิลมองแล้วทำได้เพียงถอนหายใจเบาๆ ส่ายหน้าปฏิเสธ แต่โชคชะตาจะชอบเล่นตลก เพราะเกิดพายุหิมะกะทันหัน ทำให้ทั้งคู่ต้องติดอยู่ในบ้านพักหลังเล็กกลางทุ่งน้ำแข็งเพียงลำพังเป็นเวลาสามวันเต็ม ในค่ำคืนที่ลมพัดกระหน่ำจนไฟฟ้าดับสนิท ซัมเมอร์พยายามจุดเทียนไขเพื่อสร้างความอบอุ่น แต่ความหนาวเย็นก็ยังทำให้ตัวเธอนั้นสั่นเทา ลลิลที่นั่งเงียบมานานจึงตัดสินใจขยับเข้าไปใกล้ พร้อมกับหยิบผ้าห่มผืนหนามาคลุมไหล่ให้ช่างภาพสาว "หนาวขนาดนี้ ยังจะฝืนยิ้มไหวอีกเหรอคุณช่างภาพ" ลลิลเอ่ยแซวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลเป็นครั้งแรก ซัมเมอร์เงยหน้าขึ้นสบตากับลลิล
FANFICTION #4: This FANFICTION is titled... Northern Lights Romance
Pen Name : Blue hours
Lalin / Miephat, a woman of quiet contemplation and a keen astronomer, journeyed to a remote polar research outpost with the sole purpose of gathering data on the magnificent aurora borealis. Her anticipation of serene solitude was instantly disrupted upon encountering Summer / Aya, a vivacious photographer whose infectious smile and professional camera seemed to capture Lalin's every move. "Hello there, Ms. Astronomer! Fancy being my spontaneous muse for a shot with the Northern Lights as a backdrop?" Summer chirped, her voice a bright contrast to the biting -20 degree Celsius air. Lalin responded with a soft sigh and a shake of her head, declining the offer. However, fate had other plans, and an unexpected blizzard soon confined them to a small cabin adrift in the icy expanse for three long days. One blustery night, as the wind raged and the power flickered out, Summer attempted to kindle a candle for warmth, but the relentless cold continued to send shivers through her. Lalin, who had remained largely silent, finally shifted closer, gently draping a thick blanket over the photographer's shoulders. "Still managing a smile despite the chill, aren't you, photographer?" Lalin teased softly, her first playful remark. Summer looked up, her eyes meeting Lalin's gaze.

FANFICTION เรื่องที่ 5 มีชื่อว่า... ส้นสูงปักรักกลางดงมัน
นามปากกา : OAT5678
ท่ามกลางแดดเปรี้ยง "มีมี่" หนุ่มรับจ้างขุดมันสู้ชีวิต ก้มหน้าทำงานจนหน้าเปื้อนดิน จู่ๆ "ญาญ่า" เถ้าแก่ขาโหดประจำไร่ก็เดินสับส้นสูงปรี๊ดเข้ามากลางดงมันสำปะหลัง "นี่นาย... ขุดได้แค่นี้เมื่อไหร่ฉันจะรวย!" ญาญ่าเตรียมอ้าปากวีนต่อ แต่จังหวะที่มีมี่เงยหน้าขึ้นมาแล้วใช้หลังมือปาดเหงื่อเปื้อนดินออก เผยให้เห็นสันกรามคมกริบตัดกับแสงแดด เถ้าแก่สาวก็ถึงกับชะงักตาค้าง ลืมบทด่าไปชั่วขณะ เพราะมัวแต่ตะลึงความหล่อทะลุฝุ่น ส้นเข็มเจ้ากรรมดันปักพรวดลงไปในหลุมขุดมัน ร่างของญาญ่าเสียหลักหน้าคะมำ ทว่าพริบตานั้นมีมี่ก็โยนจอบทิ้ง พุ่งตัวเข้ามารับร่างเถ้าแก่ไว้ในอ้อมแขนได้อย่างนุ่มนวล พอสบตาซื่อๆ ของลูกจ้างหนุ่มในระยะประชิด ญาญ่าก็หน้าแดง ใจเต้นตึกตัก รีบผลักตัวเขาออก แกล้งทำเสียงดุ "นี่นายกล้าดียังไงมาถูกตัวฉัน! แล้วหน้าซีดแบบนี้ เดี๋ยวก็เป็นลมตายพอดี!" พูดจบเธอก็แย่งจอบมีมี่ไปโยนทิ้ง พร้อมยัดแก้วชานมไข่มุกใส่มือเขา "อะ...อะนี่! ฉันซื้อมาเกินหรอกนะ! รีบกินให้หมดจะได้มีแรงขุดต่อ!" เถ้าแก่เดินเขย่งส้นสูงหนีไปอย่างไว ปล่อยให้มีมี่ยืนงงกอดแก้วชามุก... สรุปนี่มาตรวจงาน หรือตั้งใจเอาชามุกมาส่งกันแน่เนี่ย!
FANFICTION #5: This FANFICTION is titled… High heels embroidered with love in the middle of a thicket.
Pen Name : OAT5678
Under the relentless glare of the sun, Mimi, a young man whose life revolved around the back-breaking task of digging cassava, toiled away. His face, streaked with grime, was perpetually bowed over his work. Suddenly, the formidable Yaya, the overseer of the cassava farm, made a dramatic entrance, her high heels sinking into the very earth she commanded. "Hey you!" she boomed, her voice laced with impatience. "When am I ever going to strike it rich if you only manage to dig this little?" Just as Yaya was about to unleash a torrent of her displeasure, Mimi looked up, wiping a bead of sweat from his brow with the back of his hand. The sunlight caught the sharp angles of his jaw, creating a striking contrast that momentarily halted Yaya in her tracks. Forgetting her scolding, she was captivated. In her stunned state, her stiletto heel found a soft spot, plunging into a cassava hole and sending her wobbling precariously. Without missing a beat, Mimi dropped his hoe and, with surprising agility, caught the flustered boss in his arms. Eyeing him up close, his innocent gaze meeting hers, Yaya felt a blush creep up her neck, her heart doing a frantic drum solo. She quickly pulled away, attempting to regain her composure with a feigned sternness. "How dare you touch me! And look at that sickly complexion – you'll pass out!" With that, she snatched Mimi's shovel, tossed it aside, and thrust a bubble tea into his hand. "Here, take it! I bought way too many. Drink it up so you'll have the energy to keep digging!" Yaya then scurried off on tiptoe, leaving Mimi utterly perplexed, cradling the bubble tea. Was she here to check on his progress, or was this elaborate gesture just a disguised gift?

เข้าสู่ช่วงที่สองของรายการ EFM FANDOM LIVE ค่ำคืนนี้ต้อนรับ “มี่ภัทร - เอญ่า”
ที่มาเล่าเรื่องราวน่ารัก ๆ ให้แฟนๆ ชาว Plus A ฟัง จนอดใจไม่ไหวที่จะยิ้มตามไปกับทุกคำพูดของสองสาว

( Plus A คือชื่อด้อมของเรา ! )
ชื่อด้อม “Plus A” มีที่มามาจากส่วนผสมของ “มี่ภัทร - เอญ่า” ที่มี Plus (+) A เข้ามาร่วมด้วย ซึ่ง A มีทั้งหมด 5 ตัว คือ Aya , Aura , Alpha , Apex และ All ซึ่งแต่ละตัวก็มีความหมายที่สื่อถึงทั้งคู่ด้วย โดยตอนแรกจะให้แฟนคลับช่วย ๆ กันคิดชื่อด้อมมาเสนอ แต่ “มี่ภัทร” โพสต์เกี่ยวกับ 5A แล้วแฟนคลับชอบมาก เลยได้ข้อสรุปเป็นชื่อด้อมนี้ในที่สุด

( สไตล์ที่คล้ายกันแต่ก็แตกต่าง )
“มี่ภัทร - เอญ่า” มีไลฟ์สไตล์ การแต่งตัว หรืออาหารการกินก็คล้ายกันไปหมด ทั้งคู่เล่าว่า มีเสื้ออยู่ตัวหนึ่งที่เป็นเสื้อคาร์ดิแกนสีครีมเหมือนกัน แต่เวลาหยิบมาแต่งตัวก็แมทช์กันออกมาได้เป็นคนละสไตล์อยู่ดี ทางรายการจึงมีคำถามมาว่า ถ้าต้องไปเดทด้วยกัน จะแต่งตัวให้อีกฝ่ายยังไง โดยเริ่มที่ “เอญ่า” บอกว่าตัวเองรู้ใจว่า “มี่ภัทร” ชอบใส่อะไรที่สบายตัว ดังนั้นจะเลือกให้ใส่กางเกงยีนส์ทรงแบ็กกี้ และใส่กับเสื้อแจ็คแก็ตคล้าย ๆ กับลุควันนี้ ส่วน “มี่ภัทร” อยากเปลี่ยนลุคให้ “เอญ่า” โตขึ้นออกแนวเซ็กซี่ให้มีความเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น เพราะ “มี่ภัทร” ชอบลุคแบบ “รัณ” มาก ๆ แต่แต่งตัวสไตล์ปกติแบบนี้ที่ “เอญ่า” ชอบก็โอเค เอาที่เขาชอบดีกว่า

( คนหนึ่งเร็ว คนหนึ่งช้า )
มีหลาย ๆ คนบอกว่า “มี่ภัทร” ชอบทำอะไรช้า ๆ ส่วนฝั่ง “เอญ่า” ชอบทำอะไรเร็ว ๆ แต่ทั้งคู่ก็เถียงกลับมาว่าจริง ๆ แล้วเป็น “มี่ภัทร” เองที่เร็ว และ “เอญ่า” เป็นคนที่ช้าเอง มีอยู่ครั้งหนึ่งที่กำลังถ่ายทำซีรีส์และซีนนั้นทีมกำกับบอกให้คีพโรลได้เลย ถ้า “เอญ่า” จะร้องไห้ตอนไหนก็แสดงออกมาได้เลย ทีนี้น้องก็นั่งนิ่ง ๆ ไปพักหนึ่งแล้วจู่ ๆ ก็หันมาถามว่า ‘พร้อมถ่ายหรือยังคะ’ กลายเป็นว่า “เอญ่า” บอกว่าหูดับในช่วงที่ทีมกำกับบอกว่าคีพโรล แต่ด้วยความที่เขากำลังอินกับตัวละครอยู่เลยไม่รับอะไรแล้ว และอีกเหตุการณ์หนึ่งคือ “เอญ่า” กินข้าวช้ามาก ๆ และ “มี่ภัทร” เป็นคนที่กินข้าวเร็ว แต่มันก็เป็นข้อดีที่ทำให้ได้มีเวลามองหน้าเขาแทน

[ เซ็ตคำถามพิเศษ : แม่จ๋าหนูมาแล้ว ]
( ถ้าต้องจินตนาการว่า “เอญ่า” เป็นแม่ จะเป็นแม่สายไหน ? )
“มี่ภัทร” บอกว่า ยังไง “เอญ่า” ก็ต้องเป็นแม่ที่ตามใจลูก และไม่ลืมที่จะแต่งตัวแมทช์กับลูก ตามใจลูกทั้งหมด ถ้าลูกทำผิดก็จะไม่ดุ เพราะ “เอญ่า” ก็ดุใครไม่เป็นด้วย แถมเขายังไม่เคยโกรธใคร ขนาด “มี่ภัทร” ลองแกล้งแหย่เล่นให้โกรธก็ยังไม่โกรธกันเลย เผลอ ๆ “เอญ่า” ก็จะเป็นคนมาง้อเราด้วย

( คิดว่า “มี่ภัทร” เป็นตัวแม่ในเรื่องอะไรบ้าง ? )
สำหรับ “เอญ่า” มองว่า “มี่ภัทร” เป็นตัวแม่ในการวางแผน เพราะเวลาจะไปไหนด้วยกันก็จะวางแผน หาสถานที่ หาร้านอาหารให้ตลอด จัดการให้ทั้งหมดเลย จน “เอญ่า” มีหน้าที่จ่ายอย่างเดียว แต่ก็มีสลับกันเลี้ยง สลับกันจ่ายบ้างในบางมื้อ

( ถ้าทั้งสองคนได้เลี้ยงสัตว์เป็นลูกด้วยกัน จะเลี้ยงอะไร ? )
“มี่ภัทร - เอญ่า” บอกว่าจะเลี้ยง ‘วาฬมีเขา’ ซึ่งมาจากส่วนผสมของ ‘วาฬและยูนิคอร์น’ ที่เป็นตัวแทนของทั้งคู่ โดยน้องอาจจะเป็นครึ่งบกครึ่งน้ำ ใช้ครีบในการบิน และถ้าให้ตั้งชื่อ ก็จะตั้งชื่อว่า “ยูนิวาฬ” แต่ถ้าออกอินเตอร์ ๆ หน่อยก็จะเป็น “Uniwhale”

( ความคิดถึงส่งไปให้พี่เลเน่และน้องรัณ )
ซีรีส์เรื่องนี้ “เอญ่า” รับบท “รัณ” เล่าว่าคิดถึงทุกโมเมนท์ในกองถ่าย เพราะตอนอยู่ในกองถ่ายอบอุ่น และสนุกมาก ๆ แถมยังท้าทายกับการรับบท “รัณ” สุด ๆ เพราะมีอารมณ์ดราม่าเยอะมาก ๆ แต่ในชีวิตจริงเราไม่ได้มีอารมณ์นี้เท่าเขา และเรื่องนี้ยังได้เป็นนักแสดงหลักเรื่องแรกด้วย ทุกอย่างมันยากมาก ๆ ได้มีการ Workshop แถมได้คุยกับพี่นักเขียน ทีมผู้จัดและผู้กำกับกันโดยตลอด คุยกันเรื่องการไต่ระดับอารมณ์ในซีนงานศพว่าจะเสียใจมากน้อยแค่ไหน พอได้อยู่ในซีนสถานการณ์จริง ๆ แล้วก็เหมือนว่า “เอญ่า” รู้สึกแบบนั้นจริง ๆ เลย ส่วน “มี่ภัทร” ก็คิดถึงบทบาท “เลเน่” มาก ๆ เช่นเดียวกัน เพราะตัวเขามีหลากหลายอารมณ์ เขาเหมือนลูกสาวมาเฟียที่เสียใจแต่ไม่แสดงออก ถ้าใครอยากรู้ก็ต้องเดาอารมณ์เอาเอง “มี่ภัทร” ทำการบ้านเกี่ยวกับตัวละครนี้เยอะมาก เพราะการแสดงออกทางอารมณ์มันขัดแย้งกันมาก ๆ ที่โกรธแต่ทำสายตาโหยหา เรียกได้ว่ายากมาก ๆ ช่วงนั้นผ่านมาได้คือตัวเองเก่งสุดยอด แถมยังมีฉากบู๊ที่ได้เรียน 2 วันเต็ม ๆ ถึงจะเหนื่อยแต่ก็ฮึดสู้ พอได้เห็นผลงานในวันนี้ทั้งคู่ก็ดีใจมาก ๆ

( Love Scene สุดเขิน ! )
พูดถึง Love Scene ของเรื่องนี้คือตามสไตล์ของ MeMindY เลย แต่เรื่องนี้ทีมผู้กำกับก็รับฟังความคิดเห็นของ “มี่ภัทร - เอญ่า” ว่าจะเล่นแบบไหน แต่ตอนที่คุยกันก็นึกไม่ออกเหมือนกันว่าจะเล่นยังไง พอได้ไปดูหน้าเซ็ตถึงนึกภาพตามออก เป็นกึ่ง ๆ การ Improvise ในซีนนั้น เพราะทีมก็มีการพูดคุยกันมาแล้วว่าซีนนี้อยากได้ Mood แบบไหนหรือเล่นแบบไหน “มี่ภัทร - เอญ่า” ก็จะลองเล่นกันให้ทีมดูก่อน ถ้าโอเคแล้วก็เล่นจริงแบบนั้นเลย ตอนที่เล่นซีนพวกนี้ก็เขิน เขินตั้งแต่ตอนซ้อมจนถึงตอนถ่ายทำจริง แม้ว่าตอนซ้อมจะเขินมาก ๆ แล้ว แต่ตอนถ่ายทำจริงก็เขินมากกว่าเดิมอีก

( บทบาทในอนาคตที่อยากเล่น )
ในอนาคต “มี่ภัทร” อยากเล่นแนวแฟนตาซีบ้าง อย่างแวมไพร์ หรือจะเล่นบทคนธรรมดาปกติเลยก็ได้ เพราะอย่าง “เลเน่” เองเขาก็จะใส่ส้นสูงตลอดเวลา แถมยังขรึมมาก ๆ “มี่ภัทร” เลยอยากปล่อยตัวสบาย ๆ เป็นคนธรรมดาทั่วไปดูบ้าง ส่วน “เอญ่า” เองก็อยากได้เล่นแนวที่ฉีกออกจากตัว “รัณ” เหมือนกัน อยากลองแบดขึ้น เอาแต่ใจ หรืออาชีพที่น่าสนใจมากขึ้นอย่างหมอ หรือตำรวจ

( ถ้าได้ย้อนเวลากลับไปในวันแรก จะพูดว่าอะไร ? )
สำหรับ “มี่ภัทร” จะพูดกับ “เอญ่า” ในทันทีว่า ‘อีก 3 ปีเตรียมเจอกันเลย’ เพราะทั้งคู่เคยได้เจอกันมาก่อนเมื่อ 3 ปีที่แล้ว แถมช่วงปีใหม่ “เอญ่า” ก็ยังทักมา Happy New Year กันอยู่เลย จนซีรีส์เรื่องนี้เปิดแคสนักแสดงจนได้กลับมาเจอกันจริง ๆ อีกรอบ นั่นทำให้ “เอญ่า” บอกว่าถ้าได้พูดกับ “มี่ภัทร” ในตอนนั้นก็คงพูดว่า ‘เชื่อว่ายังไงเราก็จะได้เจอกันอีก’ นั่นทำให้ “มี่ภัทร” แซวว่าหรือนี่คือเหตุผลที่ “เอญ่า” มาขอ Instagram ของ “มี่ภัทร” ในวันนั้นใช่มั้ย ทำเอา “เอญ่า” เขินจนพูดไม่ออกเลย

( เพลงประกอบซีรีส์จากเสียงน่ารัก ๆ ของทั้งคู่ )
“มี่ภัทร - เอญ่า” ได้มาร้องเพลงประกอบให้ซีรีส์เรื่องนี้ด้วย โดย “มี่ภัทร” เล่าว่าเป็นครั้งแรกที่ได้ร้องเพลงจริงจังขนาดนี้ เพราะเสียงตัวเองค่อนข้างเล็ก ทำให้ไม่ค่อยมั่นใจในเสียงตัวเองสักเท่าไหร่ แต่ “เอญ่า” ก็คอยให้กำลังใจ และช่วยประสานเสียงจนผ่านกันมาได้

และอีกหนึ่งช่วงเวลาสำคัญ ที่จะเติมเต็มให้ไลฟ์นี้มีแต่ความสุข และรอยยิ้ม จนกลายเป็นค่ำคืนสุดพิเศษ
ทางรายการ EFM FANDOM LIVE มีเกมสุดพิเศษมาให้ “มี่ภัทร - เอญ่า” ได้เล่นสนุกกันแบบจัดเต็ม
กับเกมชื่อว่า “อดีต ปัจจุบัน อนาคต เธอรู้ไหม? ฉันชอบที่เธอ ...”
ในเกมนี้ทั้งคู่ก็เล่นกันออกมาได้น่ารัก ชวนแฟน ๆ เขินน้วยตัวบิดกันแบบสุด ๆ
สามารถไปติดตามรับชมความน่ารักของทั้งคู่ได้เลยยย!
(เข้าไปชมได้ใน YouTube : ATIME)

ยังคงเติมเต็มความฟินให้ค่ำคืนนี้แบบต่อเนื่อง กับโมเมนต์สุดพิเศษ ด้วยการให้ “มี่ภัทร - เอญ่า”
โทรกลับไปพูดคุย และสร้างรอยยิ้ม เติมกำลังใจให้กับแฟน ๆ ได้อิ่มฟินไปตาม ๆ กันนน

สุดท้ายนี้ ทางรายการ EFM FANDOM LIVE ขอขอบคุณ “มี่ภัทร - เอญ่า” สำหรับโมเมนต์สุดพิเศษตลอดค่ำคืนนี้ และขอบคุณที่มามอบรอยยิ้มฮีลใจ ให้แฟน ๆ และทีมงานในสตูได้ใจฟูจนหุบยิ้มกันไม่อยู่ ฝากทุกคนติดตามซีรีส์ “Love Beyond Dreams Series เพื่อเธออีกครั้ง” ดูได้ทาง YouTube : MemindY Official และเวอร์ชัน UNCUT ทางแอป iQIYI และสุดท้ายฝากเพลง ost. ของทั้งสองอย่างเพลง "เริ่มต้นใหม่ (Reset)" ที่ร้องคู่กัน และเพลง "เพื่อเธอ (Once Again)" ที่ร้องโดยเอญ่า ด้วยน้าา

สามารถเข้าไปรับชมความเคมีเคใจของทั้งคู่ได้ทาง
แล้วมาท่องโลกความฟินพร้อมกันใหม่ใน Chapter ต่อไปน้า~

-