ความห่างของอายุ 8 ปี ทำให้เคมีของคู่นี้ลงตัวอย่างบอกไม่ถูก ! “อิน - องศา” นำความน่ารักสุดละมุน มาเติมเต็มสตู EFM FANDOM LIVE จนทุกคนยิ้มกันแก้มปริ แถมเรียกคะแนนความน่ารัก น่าเอ็นดูจากแฟน ๆ ตลอดทั้งคืน

EFM FANDOM RECAP

ความห่างของอายุ 8 ปี ทำให้เคมีของคู่นี้ลงตัวอย่างบอกไม่ถูก ! “อิน - องศา” นำความน่ารักสุดละมุน มาเติมเต็มสตู EFM FANDOM LIVE จนทุกคนยิ้มกันแก้มปริ แถมเรียกคะแนนความน่ารัก น่าเอ็นดูจากแฟน ๆ ตลอดทั้งคืน

04 ส.ค. 2026

                รายการ EFM FANDOM LIVE [ 30 กรกฎาคม 2569 ] ค่ำคืนนี้พบกับ “อิน - องศา” ที่จะมามอบรอยยิ้ม และเสิร์ฟความฟินให้แฟน ๆ ไปกับ 2 ดีเจสุดหล่อ คารมดี “ดีเจโซเซฟ” และ “ดีเจเคเบิ้ล”

ในช่วงแรกของรายการ พี่ ๆ ดีเจอ่าน 5 พล็อตเรื่อง “EFM FANDOM FANFICTION”

ที่ถูกเลือกมาจากแฟน ๆ พร้อมชวนท่องดินแดนแห่งจินตนาการที่ไร้ขอบเขตไปด้วยกัน

FANFICTION เรื่องที่ 1 มีชื่อว่า... Love me, Love My Mango. คุณครับ รับรักพร้อมมะม่วงไหม

นามปากกา : เจดเอ็นส่า

                “องศา” เป็นเด็กหนุ่มที่รักการทานมะม่วงเป็นชีวิตจิตใจ วันหนึ่งองศาซื้อมะม่วงจากซูเปอร์มาร์เก็ตใกล้บ้าน มะม่วงผลนั้นหวานหอมจนรู้สึกว่าอร่อยที่สุดในชีวิต บนเปลือกมะม่วงมีเพียงสติกเกอร์คำว่า “ไร่จักราสินธุ์” ติดอยู่ องศาออกเดินทางตามหาต้นกำเนิดของรสชาตินั้น                        จนมาถึงสวนมะม่วงจักราสินธุ์ สวนมะม่วงชื่อดังที่ส่งผลผลิตทั่วประเทศ และได้พบ “อิน” เจ้าของสวนผู้ดูแลต้นมะม่วงทุกต้นด้วยตัวเอง อินพาองศาเดินชมสวน เล่าเรื่องดิน น้ำ และการรอคอยให้ผลสุกตามธรรมชาติ องศาเพิ่งเข้าใจว่าความอร่อยไม่ได้เกิดจากโชค แต่เกิดจากความรักและใส่ใจในทุกขั้นตอน ก่อนกลับ... อินยื่นชิ้นมะม่วงให้องศาพร้อมรอยยิ้ม “ลูกนี้เด็ดเมื่อเช้า ลองชิมมะม่วงจากสวนดูสิ” องศาชิมคำแรกแล้วหัวเราะ “อร่อยยิ่งกว่าที่เคยทานอีก” ตั้งแต่นั้นองศากลายเป็นแขกประจำของสวน และค่อย ๆ เปลี่ยนจากคนที่หลงรักมะม่วง มาเป็นคนที่หลงรักเจ้าของสวนโดยไม่รู้ตัว ส่วนอินก็เริ่มรอคอยวันที่องศาจะกลับมา พร้อมมะม่วงลูกที่หวานที่สุดของฤดูกาลเสมอ

FANFICTION #1: This FANFICTION is titled... Love me, Love My Mango.

Pen Name :  เจดเอ็นส่า

                Ongsa, a young man whose heart truly belongs to mangoes. One day, a supermarket haul yields a particularly sensational mango – so bursting with sweetness and fragrance that Ongsa declares it the absolute best he's ever encountered. The only clue to its origin? A simple sticker reading 'Chakrasin Orchard.' Driven by this revelation of flavor, Ongsa embarks on a quest that leads him to the renowned Chakrasin Mango Orchard, a national supplier of these delectable fruits. There, he encounters Inn, the orchard's dedicated owner, who personally tends to each and every mango tree. In graciously guides Ongsa through the lush grounds, sharing insights into the rich soil, the life-giving water, and the patient art of allowing the fruit to ripen naturally. It dawns on Ongsa that such exceptional taste isn't mere chance, but the profound outcome of unwavering love and meticulous care woven into every stage of cultivation. As Ongsa prepares to depart, Inn offers him a perfectly ripe mango, plucked that very morning. 'Taste a mango straight from the orchard,' Inn prompts with a warm smile. Ongsa's first bite is met with an exclamation of pure delight, 'It's even more incredible than any I've had before!' From that day forward, Ongsa becomes a familiar face at the orchard, his initial passion for mangoes slowly blossoming into a deeper affection, one that he doesn't quite realize is directed towards the orchard's owner. Meanwhile, Inn finds himself eagerly anticipating Ongsa's return, always hoping to share the season's sweetest harvest with him.

FANFICTION เรื่องที่ 2 มีชื่อว่า... หัวใจใต้ชั้นหิน Love Beyond the Fossils

นามปากกา : linlin

                "คนหนึ่งใช้ชีวิตขุดค้นอดีตที่ถูกฝังกลบมาหลายล้านปี... ส่วนอีกคนกลับค่อย ๆ ขุดพบหัวใจของใครบางคน ที่เคยปิดตายจนไม่คิดว่าจะกลับมาเต้นเพื่อใครอีกครั้ง" ศิลา นักบรรพชีวินวิทยาวัย 34 ปี หัวหน้าทีมขุดค้นฟอสซิลไดโนเสาร์ ชายหนุ่มร่างสูง สุขุม เย็นชา และปากร้าย ผู้ใช้ชีวิตอยู่กับร่องรอยของอดีตมากกว่าผู้คน จนกระทั่งเขาได้พบกับ ดิน นักศึกษาธรณีวิทยา ปี 4 สาขาบรรพชีวินวิทยา เด็กหนุ่มร่างเล็กที่ลงภาคสนามเพื่อทำวิจัยจบ แม้จะดูบอบบาง แต่กลับดื้อ เถียงเก่ง และไม่เคยยอมแพ้ การพบกันของทั้งคู่ไม่ต่างจากชั้นหินคนละยุคที่ไม่น่าจะมาบรรจบกัน คนหนึ่งเชื่อในประสบการณ์ อีกคนเชื่อในความคิดใหม่ จึงกลายเป็นคู่กัดที่ปะทะกันทุกวัน "คุณศิลา บ่นเก่งขนาดนี้ ผมเริ่มสงสัยแล้วว่าคุณอายุ 34 จริง ๆ หรือเป็นฟอสซิลยุคจูแรสซิกที่เพิ่งถูกขุดขึ้นมา" จากเด็กฝึกงานที่ศิลามองว่าเป็นตัวปัญหา กลับกลายเป็นคนที่ทำให้เขาเริ่มจดจำเรื่องเล็ก ๆ ได้มากกว่าฟอสซิล เพราะบางที... การค้นพบครั้งสำคัญที่สุดในชีวิตของเขา อาจไม่ใช่ฟอสซิลอายุหลายล้านปี แต่อาจเป็นหัวใจของใครบางคน... ที่รอให้เขาค้นพบมาตลอด

FANFICTION #2: This FANFICTION is titled... Love Beyond the Fossils

Pen Name :  linlin

                Imagine one soul dedicating their existence to uncovering echoes from eons past, buried deep within the earth. Simultaneously, another soul embarks on a slow, tender excavation of a heart that had long since sealed itself off, convinced it would never beat for anyone again.  Sila, a 34-year-old paleontologist leading a dinosaur fossil dig. He’s a towering presence, cool, collected, and armed with a sharp wit. He seems more at home with ancient relics than with living people. That is, until he encounters Din, a fourth-year geology student specializing in paleontology. Din, a diminutive and seemingly delicate young man, is on fieldwork for his final research project. Beneath his fragile exterior, however, lies a stubborn, argumentative spirit that simply refuses to yield. Their meeting feels like a collision of ancient geological formations – two distinct eras that were never meant to intersect. One operates on the bedrock of experience, the other on the fresh currents of new ideas, making them constant sparring partners. Din’s playful jabs, like, “Mr. Sila, you grumble so much, I’m starting to think you’re not 34 but a newly unearthed Jurassic fossil,” highlight their dynamic.  What began as Sila seeing Din as a troublesome intern evolves into Din becoming the one who reminds him of life’s smaller wonders, eclipsing even the grandest fossils. Perhaps, the most profound discovery of Sila’s life isn't a relic from millennia ago, but the heart of someone... who had been patiently waiting for him to find it all along.

FANFICTION เรื่องที่ 3 มีชื่อว่า... ปลูกผักเพราะรักเธอ

นามปากกา : Red Capsule (เรด - แคป-ซูล)

            "ต้นกล้า" พนักงานออฟฟิศหนุ่มเมืองกรุงที่ต้องเผชิญภาวะ Burnout ร่างกายและจิตใจ ตัดสินใจทิ้งความวุ่นวาย ย้ายมาพักกาย พักใจที่บ้านสวนเก่าของย่าในจังหวัดพะเยา เขาตั้งใจจะเริ่มชีวิตใหม่ด้วยการทำแปลงผักออร์แกนิกเล็กๆ แต่ชีวิตจริงกลับไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด เพราะคนเมืองอย่างเขา แม้แต่การแยกวัชพืชกับต้นกล้ายังทำไม่เป็น แถมยังรดน้ำผักกลางแดดเปรี้ยงจนแปลงผักเกือบพัง    โชคดีที่เขาได้พบกับ "พี่ภู" (ภูผา) เจ้าของฟาร์มผักสุขภาพข้างบ้าน ชายหนุ่มสายอบอุ่นเปรียบเสมือนไมโครเวฟเดินได้ พี่ภูยื่นมือเข้ามาช่วยสอนวิธีจับจอบ พรวนดิน และย้ายกล้าไม้ด้วยความอดทนและใจเย็น บรรยากาศสงบยามเช้าที่มีหมอกบาง ๆ ปกคลุมทิวเขา และการปั่นจักรยานชมพระอาทิตย์ตกดินริมกว๊านพะเยา คอยหล่อเลี้ยงจิตใจที่เคยแห้งแล้งของต้นกล้าให้กลับมามีความสุขอีกครั้ง ยิ่งต้นกล้าผักเติบโตความสัมพันธ์ของทั้งคู่ก็ยิ่งผูกพันแน่นแฟ้น ในวันที่แปลงผักเริ่มออกดอกออกผล ทางบริษัทเดิมในกรุงเทพฯ ติดต่อให้เขากลับไปทำงาน เขาต้องเลือกระหว่างชีวิตเมืองกรุงที่คุ้นเคยกับชีวิตสโลว์ไลฟ์ที่เรียบง่ายพร้อมกับผู้ชายที่สอนให้เขารู้จักคำว่า "บ้าน" ที่แท้จริง

FANFICTION #3: This FANFICTION is titled... Cultivating these veggies, all for the love of you.

Pen Name : Red Capsule 

                Feeling utterly drained, both physically and mentally, from his demanding office job in bustling Bangkok, a young man named Tonkla decides to trade the urban chaos for a quieter existence. He retreats to his grandmother's old garden in the serene province of Phayao, dreaming of a fresh start cultivating a small organic vegetable patch. However, the reality of farming proves far more challenging than he anticipated. As a city slicker, Tonkla struggles to even distinguish weeds from precious seedlings, and his initial attempts at watering under the intense sun nearly spell disaster for his nascent garden.  Fortuitously, he crosses paths with Pee Phu (Phupha), the friendly proprietor of a thriving organic farm next door. Pee Phu, with his comforting warmth and kindness, becomes Tonkla's patient mentor, guiding him through the fundamentals of using a hoe, preparing the soil, and carefully transplanting young plants.  The tranquil mornings, softened by a gentle mist blanketing the mountains, and leisurely bike rides to witness breathtaking sunsets over Phayao Lake, begin to mend Tonkla's weary spirit, rekindling a lost sense of joy.  As Tonkla's vegetables flourish, so too does his connection with Pee Phu.  Just as his garden starts to yield its bounty, an offer arrives from his former Bangkok company – a tempting job proposition. Tonkla now faces a pivotal decision: return to the familiar rhythm of city life or embrace the simple, unhurried existence alongside the man who has shown him the true meaning of 'home'.

FANFICTION เรื่องที่ 4 มีชื่อว่า... หวานเสียยิ่งกว่าน้ำตาลปั้น

นามปากกา : HobKub (ฮ๊อป - คับ)

                ท่ามกลางแสงไฟหลากสีจากหลอดไฟ ซึ่งขึงโยงตามต้นไม้พาดผ่านเจดีย์เก่า คุณชายศา และ คุณชายอิน เดินเคียงกันตัดผ่านผู้คนเบียดเสียดในตลาด ไปยังลานแสดงโขนที่จัดขึ้น ณ คลองริมน้ำ ระหว่างทางคุณชายอินก็ลอบซื้อน้ำตาลปั้นรูปดอกกุหลาบมาให้คุณชายศาด้วย คาดหวังว่าคนที่ตนกำลังตามจีบจะพึงใจ จนสุดท้ายก็สามารถทำให้น้องหน้าแดงได้สมใจหวัง ครั้นเดินมาถึงหน้าเวทีแสดง หม่อมราชวงศ์ชายสองคนก็รับชมการแสดงด้วยความเพลิดเพลิน “รำได้งามนัก สมแล้วที่เป็นคณะโขนชื่อดัง” คุณชายศาพึมพำขณะทอดสายตาชมการร่ายรำตรงหน้า “พี่เห็นด้วย” คุณชายอินพยักหน้า “นางสุพรรณมัจฉาก็งาม มิแปลกที่หนุมานจะตามตื๊อจนได้เป็นภรรยา” ศากำลังจะพยักหน้าเห็นด้วย ทว่าพอทวนประโยคนั้นแล้ว มันกลับชวนให้น่าขมวดคิ้วอย่างมิชอบใจนัก “งาม? อืม... เห็นทีนางรำคนนี้คงต้องตาพี่อินมากกว่าน้อง ถึงได้ชื่นชมและมองไม่วางตาเช่นนี้” “ไม่ใช่ซี่” อินที่รู้ตัวว่าคงทำให้น้องแง่งอนเสียแล้วจึงรีบเอ่ยแก้ “พี่บอกว่านางงาม” “…” “แต่มิได้บอกว่างามเท่าชายศา ใครเล่าจะมาเทียบเคียงน้องได้” อืม ดูทีน้ำตาลปั้นในมือของเขาคงไม่จำเป็น เพราะมันคงหวานสู้วาจาคนข้างกายมิได้

FANFICTION #4: This FANFICTION is titled... Sweeter than sugar candy.

Pen Name : HobKub       

                Underneath the twinkling lights that adorned the trees around the ancient pagoda, Khunchai Sa and Khunchai Inn strolled together through the bustling market, making their way towards the Khon performance stage nestled by the canal. As they ambled along, Khunchai Inn discreetly purchased a rose-shaped candy, a sweet gesture intended to charm his admirer. His mission was a success, as a faint blush bloomed on his younger brother's cheeks. Once they arrived, the two noblemen settled in to watch the show, thoroughly captivated. "The artistry of the dancers is truly remarkable, as one would expect from such a celebrated Khon troupe," Khunchai Sa commented, his eyes glued to the stage. Khunchai Inn readily agreed, nodding his head. "Indeed. And Suphannamatcha himself is quite stunning. It's no wonder Hanuman was so smitten he made her his wife." Sa was about to voice his assent, but on repeating Khunchai Inn's words, a subtle crease of displeasure appeared on his brow. "Beautiful, you say? Hmm... it seems this particular dancer has captured your attention more than I have, Khunchai Inn, judging by the intensity of your gaze." Sensing he might have inadvertently ruffled his younger brother's feathers, Khunchai Inn quickly clarified, "No, that's not it at all." "You said I was beautiful," Khunchai Sa prompted. "..." "But you didn't say I was as beautiful as a man. Who could possibly compare to you?" It dawned on Khunchai Inn that the sugar candy he held might be entirely superfluous, for it paled in comparison to the sweetness of the words spoken by the person beside him.

FANFICTION เรื่องที่ 5 มีชื่อว่า... HIS FILM

นามปากกา : butter 25%

            “กล้องฟิล์ม” กลับมาเป็นที่นิยมอีกครั้งในหมู่วัยรุ่น ด้วยเสน่ห์ที่ชวนให้นึกถึงอดีตที่ไม่ว่าจะผ่านมานานแค่ไหน มันก็ไม่เคยเก่าเลย องศา ก็เป็นหนึ่งในวัยรุ่นที่ตกหลุมรักในกล้องเก่า เขาชอบสะสมและใช้มันถ่ายรูป จนกระทั่ง... กล้องฟิล์มตัวล่าสุดที่เขาเพิ่งซื้อมาจากออนไลน์ มีเพียงข้อมูลเล็กน้อยจากคนขายเท่านั้น แต่เขากลับตกลงซื้อทันที มันเป็นกล้องที่ไม่ได้ถูกใช้งานอีกเลยหลังจากเจ้าของเก่าจบชีวิตตัวเองไปเมื่อ 30 กว่าปีก่อน เมื่อสำรวจตัวกล้องที่เพิ่งได้มา ก็พบว่าด้านล่างนั้นมีเทปขุ่นเล็ก ๆแปะอยู่ มันถูกเขียนไว้ว่า อิน นอกจากนี้ยังมีฟิล์มสีที่ยังถ่ายไม่หมดติดมาด้วย ไม่รู้อะไรดลใจให้เขานำไปล้าง แม้เวลาจะผ่านมานาน แต่รูปที่ออกมานั้นราวกับว่าเพิ่งถูกถ่ายไปเมื่อวาน มันก็เป็นแค่รูปถ่ายวิวทั่ว ๆ ไป แต่มีเพียงใบเดียวที่ต่างออกไป ในภาพนั้นเขาเห็นเพียงผู้ชายคนหนึ่ง น่าจะโตกว่าเขาไม่มาก นาทีที่เผลอสบเข้ากับนัยย์ตาสีสวยนั้น มันสะกดเขาอย่างบอกไม่ถูก แชะ! เมื่อลองลั่นชัตเตอร์เพียงครั้งเดียว สิ่งต่าง ๆ ก็พลันเปลี่ยนไป ข้างหน้าเขาตอนนี้กลับกลายเป็นร้านอาหารที่ไม่คุ้นตา และที่นั่นองศาได้เจอกับ “คนในภาพ” เป็นครั้งแรก

FANFICTION #5: This FANFICTION is titled… HIS FILM

Pen Name : butter 25%

                There's a cool resurgence of film cameras happening with teens, totally drawn to their timeless, nostalgic vibe. Ongsa's totally on board with this vintage camera craze, collecting and snapping pics with them.  Then, he snagged this latest film camera online.  Despite the seller giving him hardly any deets, he went for it. Turns out, this camera hadn't seen the light of day since its last owner shuffled off this mortal coil over 30 years ago.  While checking it out, Ongsa spotted a tiny piece of see-through tape on the bottom with the word 'Inn' scrawled on it.  And get this, there was still an unexposed roll of film inside.  For reasons unknown, he decided to get it developed.  Even after all that time, the shots looked like they were taken yesterday.  They were mostly just standard landscape snaps, but one was a total outlier.  In this particular photo, there was just one guy, looking pretty close to Ongsa's own age.  The instant their eyes seemed to lock, Ongsa was completely mesmerized by this dude's striking gaze.  *Click!*  One press of the shutter, and bam, everything shifted.  Suddenly, Ongsa found himself in front of an unfamiliar restaurant, and there, he met 'the man from the picture' for the very first time.

เข้าสู่ช่วงที่สองของรายการ EFM FANDOM LIVE ค่ำคืนนี้ต้อนรับ “อิน - องศา”

ที่จะมาแจกความน่ารัก สดใส และความน่าเอ็นดูที่ทำเอาเหล่าแม่ ๆ ใจละลายกันตาม ๆ ไป

( ทำไมถึงเป็นมะม่วง ? )

                สาเหตุเกิดจากแฟนฟิคที่เหล่าแฟนคลับส่งมา มี Detail เกี่ยวกับมะม่วงเยอะมาก นั่นก็เพราะ “องศา” เป็นคนที่ชอบกินมะม่วงมาก แฟนคลับรู้กันหมดว่าชอบเป็นชีวิตจิตใจ ถึงแม้ว่า “องศา” จะแยกสายพันธุ์ไม่ออก แต่ก็กินได้ทั้งหมดเลย ทั้งแบบเปรี้ยว หวาน มัน หรือแม้กระทั่งมะม่วงแปรรูปก็กินเหมือนกัน ยกเว้นมะม่วงดองที่จะไม่กิน “องศา” เล่าว่าชวน “อิน” กินด้วยกันตลอด แต่ถ้าเขาลีลา ไม่กินเลย มะม่วงก็จะไม่เหลือถึงเขา เพราะ “องศา” กินหมดแล้ว ในฝั่งของ “อิน” จะชอบกินแค่มะม่วงที่หวาน แล้วบางที “องศา” ก็จะแกล้งเอามะม่วงเปรี้ยวมาให้กิน แต่ “องศา” รีบแย้งกลับว่าไม่ได้มีเจตนาจะแกล้ง ด้วยความที่ตัวเองเป็นคนที่กินเปรี้ยวได้เยอะ ทำให้แยกไม่ออกว่าอันนี้คือเปรี้ยวสำหรับ “อิน” หรือยัง

( ถ้าต้องมีไร่ มีสวนเป็นของตัวเอง )

                สำหรับ “อิน” คงเป็นไร่องุ่น เพราะส่วนตัวชอบไปเที่ยวเขาใหญ่ และที่เขาใหญ่มีไร่องุ่นเยอะ เป็นบรรยากาศที่ดี เราก็เลยอยากมีไร่องุ่นเป็นของตัวเองบ้าง และสำหรับ “องศา” แน่นอนว่าต้องเป็นส่วนมะม่วงอยู่แล้ว กินได้ไม่มีเบื่อ กินมะม่วงเรื่อย ๆ ได้เป็นกะละมังเลยล่ะ

( บรรยากาศการรวมพลครั้งแรก )

                หลังจากได้มีการรวมพลครั้งแรกของ “อิน - องศา” อย่างเป็นทางการไป “อิน” รู้สึกตกใจมาก เห็นแฟนคลับทุกคนที่มารอแล้วตื้นตันใจสุด ๆ เพราะไม่คิดว่าจะมีคนมาหาเยอะขนาดนี้ เรียกได้ว่าพูดไม่ออกกันเลยทีเดียว ขอบคุณทุกคนที่ตั้งใจมาหากัน และ “องศา” ก็ตกใจมาก ๆ เช่นเดียวกัน เพราะตอนที่ค่อย ๆ เดินออกไปแล้วค่อย ๆ เห็นว่าคนเยอะมาก รู้สึกขอบคุณทุกคนที่มาซัพพอร์ต “อิน - องศา” นึกถึงกี่ครั้งก็ยังยิ้มอยู่ตลอด และขอบคุณสำหรับทะเลดาวที่ทุกคนทำให้ทั้งคู่ด้วย

( ด้อมที่ขี้แซวที่สุดจนพี่ดาราต้องยอม )

                สำหรับ “อิน - องศา” ยังไม่ได้มีชื่อด้อมอย่างเป็นทางการ แต่อยากให้แฟน ๆ ทุกคนมาช่วยกัน Brainstorm และมีส่วนร่วมด้วยกันไปกับการตั้งชื่อด้อม ซึ่งปกติแล้วด้อมของ “อิน  -องศา” เป็นด้อมที่ขี้แกล้ง และขี้แซวกันสุด ๆ เพราะตั้งแต่ EP. แรกออนแอร์มาจนถึงตอนนี้ “อิน” เล่าว่าตัวเองมีฉายาใหม่มาตลอด บางครั้งแฟนคลับก็เรียก “อิน” ว่า ‘หมูเด้ง’ เพราะชื่อนี้มีมาตั้งแต่เรื่องที่แล้วอย่าง หงสาวดี ที่ “อิน” เองก็ตัวใหญ่กว่าตอนนี้มาก แต่ตอนนี้ก็มีฉายาใหม่อย่าง ‘ตู้เย็น 40 คิว, ตัวใหญ่เท่าวัง, ตัวเท่าต้นไม้, จ่าเด้ง, บิ๊กเด้ง’ หรือแม้กระทั่ง ‘ยุง’ เพราะมันมีซีนที่ “อิน” ต้องฝากรอยไว้ที่คอของ “องศา” แฟนคลับก็แซวว่า ‘ยุงตัวใหญ่เท่าวังเลย’ บางทีแฟนคลับก็กลัว “อิน” จะนอยด์ แต่ไม่ต้องห่วง เพราะเขาชอบมาก แต่แฟนคลับก็ไม่ค่อยแซว “องศา” เลย ทำเอา “อิน” บ่นว่าแฟน ๆ สองมาตรฐานแล้ว ซึ่ง “องศา” ก็บอกว่าถึงแม้แฟน ๆ จะไม่แซวตัวเขาเอง แต่แฟน ๆ ก็แซวพฤติกรรมของหม่อมเจ้าในซีรีส์แทน เรียกได้ว่าแม่ ๆ ปวดหัวกันทุก EP. เลยทีเดียว

( บรรยากาศหลังจากที่ดู EP.6 ไปด้วยกัน )

                EP.6 ได้มีงาน ‘อรุณรุ่ง The Edge of Horizon Fan Screen EP 6 With INNONGSA’ ที่ “อิน - องศา” ได้ดูสดไปพร้อมกับแฟน ๆ “อิน” เล่าว่าส่วนตัวชอบบรรยากาศแบบนี้มาก เพราะได้ดู Reaction สดจากทุกคน บางซีนเหมือนเชียร์มวย หรือบางทีทุกคนก็ให้กำลังใจกับซีน ๆ นั้น ดีใจที่ได้มาดูด้วยกัน แถม EP.6 มีฉากแบบนั้นเยอะด้วย แฟน ๆ เขาก็มี Reaction ที่เยอะและสนุกดี ฝั่งของ “องศา” ก็ดีใจที่ได้มาดูกับแฟน ๆ เช่นเดียวกัน เรียกได้ว่าการตั้งใจทำงานของทั้งเบื้องหลัง และเบื้องหลังมันส่งไปถึงใจคนดูได้จริง ๆ แถมบางคนอินกับเรื่องราวมากจนไปศึกษาประวัติศาสตร์เพิ่มเติมอีก ทำให้เรารู้ว่าสิ่งที่เราตั้งใจถ่ายทอดมันส่งไปถึงคนดูจริง ๆ ก็ยิ่งมีความสุขมากขึ้นไปอีก

( เตรียมตัวรับแรงกระแทกของ EP.7 )

            “อิน - องศา” บอกว่าเตรียมตัวรับแรงกระแทกของ EP.7 ได้เลย เตรียมหมอนและทิชชู่เอาไว้ด้วย จาก EP.6 ที่หวานมาก ๆ ทำให้ EP.7 มันเข้มข้นขึ้นตามกันไป ความสัมพันธ์มันจะหวานไปตลอดไม่ได้หรอก และ “องศา” แอบสปอยล์ว่า ทุกคนอาจจะได้เห็นทินกรในแบบที่ทุกคนไม่เคยได้เห็นมาก่อน อะไรก็เกิดขึ้นได้ใน EP.7 อย่าไว้ใจช่องวันเด็ดขาด !

( สิ่งที่เปลี่ยนไปหลังจากซีรีส์ออนแอร์ )

                ด้วยความที่เป็นเรื่องแรกที่ “อิน - องศา” แสดงคู่กัน การที่มีแฟนคลับเพิ่มขึ้นมาเยอะขนาดนี้ “อิน” บอกว่ามันเปลี่ยนไปเยอะมาก ๆ เวลาที่จะทำอะไรก็ต้องมีสติ และรอบคอบมากขึ้น แม้กระทั่งเราจะออกไปข้างนอก หรือเล่นโซเชียลก็ต้องระมัดระวังมากขึ้น แต่สิ่งที่ “อิน - องศา” จะไม่เปลี่ยนคือความตั้งใจและความพยายามของทั้งคู่ และ “อิน - องศา” จะไม่หยุดที่จะพัฒนาตัวเอง โอกาสแบบนี้มันไม่ได้มาง่าย ๆ เพราะฉะนั้นทั้งคู่ก็จะพยายามทำให้ดีที่สุด และ “องศา” ก็ดีใจที่มีคนรู้จักตัวเองมากขึ้นจากบททินกร และจะดีใจมากถ้าออกไปข้างนอก แล้วมีคนเข้ามาทักเกี่ยวกับซีรีส์ และนั่นจะเป็นแรงขับเคลื่อนให้เราต้องพัฒนาขึ้นในทุก ๆ วัน และขอบคุณทุกคนที่เขามาติดตามและซัพพอร์ต “อิน - องศา”

[ เซ็ตคำถาม : เกิดก่อนเป็นพี่ เกิดทีหลังเป็นน้อง แล้วเกิดเมื่อไหร่จะได้เป็นแฟนกัน ]

( ข้อดีของการมีแฟนเป็นรุ่นพี่ของอิน )

                สำหรับ “อิน” บอกว่า อย่างแรกเลยจะได้รับความอบอุ่น มีความเป็นผู้นำที่จะทำให้ไว้ใจได้ สามารถปกป้องอีกฝ่ายได้ และที่สำคัญเลยคือเป็นสายเปย์ แถมถ้าจะคบรุ่นน้องสักคนจะห่างสัก 8 ปีก็ได้ไม่ติด

( ข้อดีของการมีแฟนเป็นรุ่นน้องขององศา )

                ในฝั่งของ “องศา” บอกว่า ทุกคนจะได้รับความสดใส ยิ้มง่าย ตื่นมาก็จะได้ Energy ดี ๆ แถมมีกำลังใจกองโต เพิ่มเติมคือมีมะม่วงให้กินไม่มีเบื่อ และถ้าจะคบรุ่นพี่สักคนก็ห่างหลายปีก็ได้หมดเลยเช่นเดียวกัน

( ถ้า “อิน – องศา” ได้เป็นแฟนกัน ชีวิตคู่จะเป็นอย่างไร )

            “อิน - องศา” บอกว่าสีสันชีวิตคู่มันก็มีการตีกันบ้าง แต่สุดท้าย “อิน” ก็จะตามใจ “องศา” แน่นอน จะดูแลเทคแคร์ แต่สุดท้ายก็ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ว่าจะตามใจหรือตีกัน แถม “องศา” แซวปิดท้ายว่าใครจะผิดก็ได้ แต่ไม่ใช่ผมแน่นอน

( เพลงแสงแรกที่ปังที่สุดในตอนนี้ ! )

                เพลง ‘แสงแรก (เพลงจากซีรีส์ อรุณรุ่ง The Edge of Horizon) - องศา ธีธัช’ เรียกได้ว่าตอนนี้กำลังเป็นกระแสในโลกโซเชียลอย่างมาก เพราะศิลปินรุ่นพี่ T-POP และนักแสดงหลาย ๆ คนมา Cover เพลงนี้กันเยอะมาก รับรู้ได้เลยว่าทุกคนชอบเพลงนี้กันมากสุด ๆ “องศา” บอกว่าดีใจมาก ๆ ที่ทุกคนชอบ ทุกครั้งที่เห็นคนพูดถึงเพลงนี้ก็ยิ้มตลอด ขอบคุณทุกคนที่ชอบเพลงนี้ เพราะตัวของ “องศา” เองก็ถ่ายทอดเพลงนี้ออกมาในฐานะทินกร “องศา” ก็จะมีวิธีการถ่ายทอดออกมาในแบบของเรา แต่พอได้ฟังที่หลาย ๆ คนเข้ามา Cover ก็ได้เห็นการถ่ายทอดในแบบฉบับของทุกคนเอง เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งผลงานที่ “องศา” รักมาก ๆ แถมได้ “พี่แอ้ม อัจฉริยา” มาแต่งให้ด้วย เนื้อเพลงและเมโลดี้มันบาดใจมากตั้งแต่ฟังตัว Demo แค่ฟังครั้งแรกก็ชอบทุกอย่างในเพลงนี้เลย

และอีกหนึ่งช่วงเวลาสำคัญ ที่จะเติมเต็มให้ไลฟ์นี้มีแต่ความสุข และรอยยิ้ม จนกลายเป็นค่ำคืนสุดพิเศษ

ทางรายการ EFM FANDOM LIVE มีเกมสุดพิเศษมาให้ “อิน - องศา” ได้เล่นสนุกกันแบบจัดเต็ม

กับเกมชื่อว่า “อิน - อง ขอร้อง อย่าหยุดรัก...”

ในเกมนี้ “อิน - องศา” ก็เล่นกันออกมาได้น่ารัก ชวนแฟน ๆ เขินน้วยตัวบิดกันแบบสุด ๆ !

สามารถไปติดตามรับชมความน่ารักของทั้งคู่ได้เลยยย!

(เข้าไปชมได้ใน YouTube : ATIME)

ยังคงเติมเต็มความฟินให้ค่ำคืนนี้แบบต่อเนื่อง กับโมเมนต์สุดพิเศษ ด้วยการให้ “อิน - องศา”

โทรกลับไปพูดคุย และสร้างรอยยิ้ม  เติมกำลังใจให้กับแฟน ๆ ได้อิ่มฟินไปตาม ๆ กันนน

                สุดท้ายนี้ ทางรายการ EFM FANDOM LIVE ขอขอบคุณ “อิน - องศา” สำหรับโมเมนต์สุดพิเศษตลอดค่ำคืนนี้ และขอบคุณที่มามอบรอยยิ้มฮีลใจ ให้แฟน ๆ และทีมงานในสตูได้ใจฟูจนหุบยิ้มกันไม่อยู่ ฝากทุกคนติดตามซีรีส์ “อรุณรุ่ง (The Edge of Horizon)” ทุกวันเสาร์ เวลา 20.30 น. ทางช่อง one31 และสามารถรับชมย้อนหลังได้ทางแอป oneD สุดท้ายอย่าลืมไปฟังเพลง “แสงแรก” ที่ประกอบซีรีส์จากองศาด้วยน้าา

สามารถเข้าไปรับชมความเคมีเคใจของทั้งคู่ได้ทาง

 

แล้วมาท่องโลกความฟินพร้อมกันใหม่ใน Chapter ต่อไปน้า~

 

album
efm
-

-