เพราะทั้งคู่เข้ามาเพื่อ “เติมเต็ม” กันและกัน เลยเป็นเหตุผลที่ทำให้ทุกโมเมนต์ของ “อุ้ม - แบม” อบอุ่นหัวใจ สตู EFM FANDOM LIVE เต็มไปด้วยบรรยากาศแห่งความรัก พร้อมความรู้สึกดีๆ จากทั้งคู่จนยิ้มตามกันไม่หุบเลย

EFM FANDOM RECAP

เพราะทั้งคู่เข้ามาเพื่อ “เติมเต็ม” กันและกัน เลยเป็นเหตุผลที่ทำให้ทุกโมเมนต์ของ “อุ้ม - แบม” อบอุ่นหัวใจ สตู EFM FANDOM LIVE เต็มไปด้วยบรรยากาศแห่งความรัก พร้อมความรู้สึกดีๆ จากทั้งคู่จนยิ้มตามกันไม่หุบเลย

02 มิ.ย. 2026

            รายการ EFM FANDOM LIVE [ 28 พฤษภาคม 2569 ] ค่ำคืนนี้พร้อมต้อนรับ “อุ้ม - แบม” 2 สาวสุดสวยที่มามอบรอยยิ้ม และเสิร์ฟความฟินให้แฟน ๆ กับ 2 ดีเจ “ดีเจเคเบิ้ล” และ “ดีเจแนน”

ในช่วงแรกของรายการ พี่ ๆ ดีเจอ่าน 5 พล็อตเรื่อง “EFM FANDOM FANFICTION”

ที่ถูกเลือกมาจากแฟน ๆ พร้อมชวนท่องดินแดนแห่งจินตนาการที่ไร้ขอบเขตไปด้วยกัน

FANFICTION เรื่องที่ 1 มีชื่อว่า... The War of Love, 1943

นามปากกา : sepdember

            ปี 1943 ในเมืองท่าริมฝั่งฝรั่งเศสที่ถูกยึดครองโดยกองทัพนาซี “เอวา” พยาบาลสาวผู้ทำงานให้ฝ่ายต่อต้านได้พบกับ “โซฟี” นักเปียโนหญิงในคาเฟ่เล็ก ๆ ที่ทหารเยอรมันใช้เป็นที่พักใจยามค่ำคืน กลางเสียงเพลงแจ๊สและฝนฤดูหนาว ทั้งสองเริ่มส่งข้อความลับผ่านแผ่นโน้ตดนตรี เอวาใช้คาเฟ่เป็นทางผ่านลำเลียงยา ส่วนโซฟีแอบดักฟังข้อมูลจากนายทหารที่มาหลงใหลเสียงเปียโนของเธอ ยิ่งสงครามทวีคูณความรุนแรง ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ยิ่งลึกซึ้ง หากแต่คืนหนึ่งแผนหลบหนีของฝ่ายต่อต้านรั่วไหล ทหารเริ่มตรวจค้นทั่วเมือง โซฟีจึงยอมเล่นเปียโนถ่วงเวลาให้เอวาพาผู้ลี้ภัยหนีออกทางเรือ เสียงเพลงดังอยู่ทั้งคืนจนเรือออกจากฝั่งได้ทัน เช้าวันถัดมาคาเฟ่ถูกปิดถาวรเหลือเพียงโน้ตเพลงแผ่นหนึ่งบนเปียโน ที่เขียนไว้ว่า “ถ้าโลกนี้ไม่มีสงคราม ฉันคงได้รักเธอนานกว่านี้” นั่นคือถ้อยคำสุดท้ายที่โซฟีต้องการที่จะเอ่ยถึงเอวา ก่อนที่เขาทั้งคู่จะต้องจากกันไปตลอดกาล

FANFICTION #1: This FANFICTION is titled... The War of Love, 1943

Pen Name : sepdember

            In the tumultuous year of 1943, in a French port city under Nazi rule, a courageous nurse named Eva, devoted to the resistance, crosses paths with Sophie, a talented pianist, in a quaint café that German soldiers use as a nighttime hideaway. As the strains of jazz mingle with the patter of winter rain, the two women forge a unique bond, sending secret messages to one another through the language of music. Eva transforms the café into a hub for smuggling medicine, while Sophie listens in on the officers who are entranced by her enchanting melodies. As the war grows fiercer, the connection between Eva and Sophie deepens. However, one fateful night, a crucial escape plan for the resistance is compromised, leading soldiers to scour the city. To buy precious time for Eva to assist refugees making a daring escape by boat, Sophie bravely agrees to play the piano. The music echoes through the night, a bittersweet serenade, until the ship finally sails away. By dawn's light, the café stands shuttered for good, with only a single sheet of music left behind on the piano. It carries the poignant message, "If there were no war, I would have loved you longer." These were the final words Sophie wished to share with Eva, a testament to love lost amidst the chaos, before they were torn apart forever.

FANFICTION เรื่องที่ 2 มีชื่อว่า... พบ(ไอ)รัก

นามปากกา : เบบี้เหมียวแว่น

            “ คุณเชื่อในเรื่องรักแรกพบหรือเปล่า ” เสียงคลื่นวิทยุดังคลอไปกับสายฝนนอกหน้าต่างรถยนต์คันเล็ก ไอรัก หญิงสาวเจ้าของรถทำท่านึกคิดตามคำพูดของดีเจเสียงนุ่มที่คุ้นหู เธอมักจะใช้เวลาในรถยนต์เสียเป็นส่วนใหญ่ จึงมีเวลาได้ฟังข่าวสารจากคลื่นวิทยุนี้แทบทุกครั้ง หัวข้อในวันนี้เกี่ยวกับ ‘รักแรกพบ’ ประโยคสุดคลาสสิกของการตกหลุมรัก ไอรักฟังดีเจหนุ่มพูดไปเรื่อย ๆ ในระหว่างทางขับรถเพื่อกลับบ้าน วันทั้งวันมานี้เธอพูดได้เต็มปากว่าเธอเหนื่อย อยากรีบกลับบ้านให้ไว เพื่อพักผ่อนเสียเต็มทน.. ก่อนที่เครื่องยนต์จะดับลงทันความคิด “ ขอให้ทุกท่านได้พบรักที่เป็นดั่งรักแรกครับ: ) ” เสียงนุ่มของดีเจทิ้งท้ายรายการทางวิทยุด้วยประโยคสุดลึกซึ้ง ทำเอาไอรักยิ้มตามกับประโยคที่ว่ามานี้ ไอรักรีบดับเครื่องยนต์ และรีบเปิดประตูเข้าไปในบ้านของตัวเอง “ กลับมาแล้วเหรอคะ เหนื่อยไหม ” เสียงใสเอ่ยถามขึ้น พลางหันหน้ามามองไอรัก แค่นี้.. วันเหนื่อย ๆ ของเธอก็หายดี “ อื้อ แต่เห็นหน้าเธอก็หายแล้วค่ะ ” “ ยิ้มอะไรคะ ” “ ขอบคุณนะคะ รักรักเธอจัง ” ไอรักได้พบแล้ว พบรักที่เป็นดั่งรักแรก และเป็นทั้งรักแรกพบ

FANFICTION #2: This FANFICTION is titled... Found (Love)

Pen Name : เบบี้เหมียวแว่น    

            “Do you believe in love at first sight?” The soft hum of the radio intertwined with the patter of rain against the small car window. Airak, a young woman behind the wheel, mulled over the soothing words of the familiar DJ. With her days often spent driving, this station had become a cozy companion. Today’s discussion revolved around that timeless concept—'love at first sight.' As she navigated her way home, Airak couldn’t shake the fatigue that clung to her, yearning to collapse into her cozy sanctuary before the engine gave its final breath. “May everyone find love reminiscent of their first love :)” The DJ’s tender voice wrapped up the segment with a touching note, eliciting a smile from Airak. She quickly shut off the engine and dashed into her house. “You’re home! Are you tired?” a warm voice called out, her gaze shifting to Airak. In that moment, the heaviness of her day faded away. “Yes, but just seeing you makes it all worthwhile.” “What’s with that smile?” “Thank you. I adore you.” In that blissful instant, Airak realized she had discovered it—love that echoed her first love, along with the magic of love at first sight.

FANFICTION เรื่องที่ 3 มีชื่อว่า... ตำนานรักในคำสาปสวรรค์

นามปากกา : แม่ออนอรเอง

            หลิงซวี่เหยียน (อุ้ม) เทพนักรบฟินิกซ์ผู้เลอโฉม งดงามเฉียบคมราวหยกขาวสลักชีวิต ดวงตาเย็นลึกดุจเพลิงน้ำเงิน แข็งแกร่ง ไร้พ่าย ดุจเทพที่สวรรค์ยังต้องยำเกรง ทว่าในร่างของนางกลับมีกระดูกมารโบราณถูกผนึกไว้ โดยที่นางไม่เคยล่วงรู้ ซู่อวี้เหยา(แบม) จิ้งจอกขาวเก้าหางผู้เลอโฉมดุจแสงจันทรา ผมขาวราวหิมะ ดวงตาเจ้าเล่ห์แฝงความอ่อนโยน รอยยิ้มเย้ายวนและสดใสราวลมฤดูใบไม้ผลิ นางใช้ชีวิตอิสระท่ามกลางสุราและรอยยิ้ม แต่แท้จริงคือผู้รู้ความลับ “คำสาปสวรรค์” และถูกกำหนดให้ตามหาผู้มีกระดูกมารเพื่อหยุดหายนะสามภพ คำสาปจารึกไว้ว่า “ฟินิกซ์ผู้ครอบครองเพลิงสวรรค์ ห้ามมีความรัก หากหัวใจเกิดรัก เพลิงนั้นจะย้อนเผาผู้ครอบครอง และกระดูกมารจะตื่นขึ้น ทำลายทั้งสามภพ” โชคชะตากลับพาทั้งสองมาพบกัน หนึ่งดุจเพลิงต้องสาป อีกหนึ่งดุจสายลมจันทรา ยิ่งใกล้ชิด หน้าที่และหัวใจก็ยิ่งสั่นคลอน คำสาปสวรรค์ “ห้ามมีความรัก” แต่หัวใจกลับเลือกจะรักผู้ที่ไม่ควรรัก ในวันที่ต้องเลือกระหว่าง “คำสั่งของสวรรค์” กับ “เสียงของหัวใจ” สุดท้ายไม่มีผู้ใดเป็นผู้ชนะ มีเพียงการสูญเสียเท่านั้น ความรักต้องสาปที่อาจแลกด้วยทั้งสามภพและลมหายใจของกันและกัน

FANFICTION #3: This FANFICTION is titled... A timeless romance ensnared by a celestial spell.

Pen Name : แม่ออนอรเอง    

             Ling Xueyan (Oom), a breathtaking warrior goddess of the Phoenix, radiates a beauty that glistens like finely sculpted white jade. Her deep and icy eyes blaze with the intensity of blue flames; she is powerful and unyielding, a deity that even the heavens dread. However, unbeknownst to her, concealed within her is the ancient bone of a demon, a secret that awaits revelation. On the other hand, Su Yuyao (Bam), an enchanting nine-tailed white fox, shines with the brilliance of moonlight, her snow-white hair and her sly yet tender gaze captivating all who behold her. Her smile dances like a gentle spring breeze, inviting joy and laughter. Yet beneath this playful exterior lies the knowledge of the "Heavenly Curse," a burden that binds her to a quest: to locate the keeper of the demonic bone and avert disaster across the three realms. The curse warns, "The Phoenix wielding the Heavenly Flame must never succumb to love. Should its heart succumb, the flame will turn against its bearer, awakening the demonic bone and bringing destruction upon all realms." Destiny intertwines their paths; one akin to a flame doomed by a curse, the other like a softly glowing moonlit zephyr. As they draw closer, both their destinies and emotions begin to intertwine and tremble. Although the Heavenly Curse stands as a barrier to love, their hearts gravitate toward each other against all odds. When the moment arrives to choose between... "the decree of heaven" and "the whisper of the heart"—neither side triumphs; both ultimately face loss. It is a love shadowed by a curse, one that could unravel the very fabric of the three realms and extinguish their breaths.

FANFICTION เรื่องที่ 4 มีชื่อว่า... BARTENDER (ความสุขที่เธอชง)

นามปากกา : Keromi.LY

            ‘ Good evening, Would you like something to drink, sir? ’ ในบาร์ลับใจกลางกรุง คุณคงคิดว่าคงเหมือนบาร์ทั่วๆไป ที่บอกว่าลับ แต่ความจริงคือคนรู้จักทั้งโซเชียล ที่นี่ไม่ได้เป็นแบบที่คุณคิด เพราะที่นี่เราจะสามารถเข้ามาได้โดยการถูกเชิญจากคนที่เคยมาที่บาร์แห่งนี้เท่านั้น ฉัน อุ้ม เป็นนักดื่มตัวยง ฉันแทบจะไปลองมาแล้วทุกบาร์ที่เค้าว่าลับ ที่เค้าว่าดี แต่บาร์นี้แตกต่างออกไป รุ่นพี่ฉันที่เคยไป บอกฉันว่าบาร์เทนเดอร์ร้านนี้จะทำให้เราได้สัมผัสกับประสบการณ์ที่โลกใบนี้ก็ให้ไม่ได้

            ฉัน แบม บาร์เทนเดอร์ในบาร์ลับแห่งนี้ ที่วันนึงจะสามารถชงค็อกเทลให้ลูกค้าที่แสนพิเศษดื่มได้แค่วันละ 1 แก้วเท่านั้น ฉันสามารถชงค็อกเทลที่จะทำให้ใครก็ตามที่ได้ดื่มมัน สามารถลิ้มรสกับความสุขที่คน ๆ นั้นโหยหามากที่สุด เมื่ออุ้มได้เข้ามาบาร์แห่งนี้ เธอได้ดื่มพิเศษจากบาร์เทนเดอร์สาวคนสวย เธอได้ลิ้มรสกับความสุขที่เธอโหยหา แต่ความสุขของเธอทำให้บาร์เทนเดอร์อย่างแบมถึงกับต้องตกใจ เพราะความสุขของอุ้มนั้น คือการได้มานั่งดื่มค็อกเทลที่เธอชง...

FANFICTION #4: This FANFICTION is titled... BARTENDER

Pen Name : Keromi.LY

            "Good evening! Would you care for a drink, sir?" Nestled in a bustling part of the city lies a concealed bar that appears typical at first glance, yet has garnered plenty of buzz on social media. However, this place is far from what you'd expect. Access is granted only through invitations from those who have experienced it before. I am Oom, a serious enthusiast of fine drinks. I've explored nearly every so-called hidden gem, but this one truly stands out. A friend who had visited shared that the bartenders here deliver an experience that is unparalleled in the world of mixology.

            I’m Bam, a bartender at this exclusive establishment, and each day, I’m allowed to craft just one unique cocktail for a very special patron. My concoctions are designed to evoke the essence of joy that anyone longs for the most. When Oom stepped into this enchanting bar, she was presented with a delightful drink from a stunning bartender. As she savored it, she felt an overwhelming sense of happiness—yet this reaction surprised me. Oom found sheer joy in simply sipping the cocktail I had crafted...

FANFICTION เรื่องที่ 5 มีชื่อว่า... มนต์รักริมโขง

นามปากกา : อดีตมักสาวลำน้ำโขง

แสงบั้งไฟแต้มสีลงบนฟ้ายามค่ำ “มินตรา” สาวเมืองกรุงที่หนีชีวิตวุ่นวายมาเที่ยวงานบุญบั้งไฟ ก่อนสายตาจะหยุดอยู่ที่หญิงสาวคนหนึ่ง สวมผ้าซิ่นลายคราม ผิวขาวนวลตัดกับแสงไฟ “เป็นคนทางใด๋ หลงทางมาบ่” เธอมีชื่อว่า “ลลิน” หลังจากคำทักทายนั้น ลลินก็เหมือนสายลมริมโขงที่คอยวนเวียนอยู่ข้างมินตราเสมอ “เพิ่นว่าพญานาคบ่ควรฮักมนุษย์ เพราะสุดท้ายต้องจากกันอยู่ดี” ลลินกล่าว มินตราหัวเราะ “แล้วถ้าเป็นเธอ จะเลือกรักไหม” ลลินเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนตอบเบา ๆ “ถ้าได้ฮักแล้ว ต่อให้ต้องจากกัน กะยังอยากฮักคือเก่า” หลังงานเลิก ฝนตกหนัก มินตราวิ่งตามลลินไปจนถึงริมแม่น้ำโขง และในจังหวะเดียวกัน สายฟ้าก็ฟาดลงกลางฟ้า เกล็ดสีมรกตวาวอยู่ใต้ลำคอของหญิงสาวตรงหน้า ก่อนจะเลือนหายไปในพริบตา มินตรานิ่งงันแต่ลลินกลับมีเพียงรอยยิ้มที่เศร้า “ข่อยเป็นนาค เจ้ายังอยากอยู่นำข้อยอยู่บ่” เสียงฝนตกหนักขึ้นเรื่อย ๆ แต่นั้นไม่ทำให้มินตรารู้สึกกลัว เธอกลับเดินเข้าไปจับมือคู่นั้นไว้ “จะเป็นอะไรก็ช่างสิ ไม่เห็นต้องสนใจเลย” ลลินหลุดหัวเราะเบาๆทั้งน้ำตา และในคืนนั้นเอง พญานาคตนนี้ก็รู้แล้วว่า ตนตกหลุมรักมนุษย์ผู้นี้หมดหัวใจ

FANFICTION #5: This FANFICTION is titled… Romance by the Mekong River

Pen Name : อดีตมักสาวลำน้ำโขง

             The rockets lit up the night sky, splashing it with bursts of color. Mintra, a city girl seeking a break from her chaotic life, was enchanted by a young woman draped in a stunning indigo-patterned sarong, her fair skin glowing under the streetlights. 'Where do you come from? Are you lost?' The young woman introduced herself as Lalin. From that moment, Lalin felt like a gentle breeze along the Mekong River, always by Mintra’s side. 'They say Nagas and humans shouldn’t fall in love, as they’re destined to be apart,’ Lalin remarked. Mintra chuckled. 'And if you were in that position, would you still choose to love?' After a brief pause, Lalin replied softly, 'If I’ve loved someone, I’d want to hold onto that love, even if it means saying goodbye.' As the festival wrapped up, a torrential downpour swept in. Mintra chased after Lalin to the riverbank just as a bolt of lightning illuminated the sky. In that fleeting moment, she caught a glimpse of emerald scales beneath Lalin's neck before they vanished. Shocked, Mintra stared, while Lalin offered a wistful smile. 'I’m a Naga. Do you still want to be with me?' The rain poured down around them, but Mintra felt no fear. Instead, she stepped closer and took Lalin's hand. 'It doesn’t matter what you are.' Lalin let out a soft laugh, tears brimming in her eyes. That night, this Naga realized she had completely fallen for the human before her.

เข้าสู่ช่วงที่สองของรายการ EFM FANDOM LIVE ค่ำคืนนี้ต้อนรับ “อุ้ม - แบม”

ที่จะมาแจกโมเมนต์สุดแสนจะอบอุ่นหัวใจ และแบ่งปันเรื่องราวน่ารัก ๆ ให้ทุกคนฟัง

( เคล็ดลับออร่าความสวยของ 2 สาว )

            สำหรับ “แบม” การนอนพักผ่อน คือ สิ่งที่สำคัญที่สุด นอนเยอะ ๆ และขยันทาครีมบำรุง ส่วน “อุ้ม” ก็ได้บอกเคล็ดลับว่า การทำความสะอาดผิว เพราะด้วยความที่ต้องแต่งหน้าทุกวัน ดังนั้นก็ต้องคลีนซิ่งหน้าให้สะอาดทุกครั้ง และทาครีมบำรุงอย่างสม่ำเสมอเช่นเดียวกัน

( ชีวิตคู่ที่ดีในอุดมคติควรเป็นอย่างไร )

            จากในซีรีส์ที่พูดถึงการใช้ชีวิตคู่ พี่ๆดีเจเลยอยากถามสองสาวว่า ‘ในมุมมองของทั้งคู่แล้ว คู่ชีวิตที่ดีควรจะเป็นอย่างไร?’           โดยสำหรับ “อุ้ม” มองว่าเป็นเหมือนพื้นที่สบายใจ สามารถแชร์มุมมองต่าง ๆ ให้กันได้โดยไม่มีอคติ และอีโก้ ในส่วนของ “แบม” มองว่าสามารถซัพพอร์ต และสนับสนุนทุกอย่างที่เราเป็น อยู่ด้วยกันแล้วพากันไปในทิศทางที่ดีขึ้นเหมือนไออุ่นและพาฝัน และถ้าหากต้องเลือก 1 คุณสมบัติที่ดีและควรมีของคู่ชีวิตจะนับว่าเป็น Green Flag ทั้ง “อุ้ม-แบม” ก็ตอบเหมือนกันว่าต้องมี Growth Mindset เพราะชอบคนที่สามารถคุยได้ พร้อมรับฟัง และเรียนรู้ไปด้วยกัน สิ่งนี้ควรมีในทุกความสัมพันธ์ไม่ว่าจะเป็นครอบครัว เพื่อน และพาร์ทเนอร์ของเราเองด้วยเช่นกัน

( เซ็ตคำถามสนุก ๆ : ถ้าฉันเป็นเธอ )

            เริ่มต้นที่ข้อแรก ‘ ถ้าวันพรุ่งนี้ “อุ้ม” ตื่นขึ้นมาแล้วพบว่าตัวเองเป็น “แบม” สิ่งที่อยากจะทำที่สุดคืออะไร? ’โดย “อุ้ม” ตอบว่าจะลองใช้ Energy แบบ “แบม” ดู เพราะ “แบม” เป็น Ambivert ขนาดเลิกงานตอนดึก ๆ เขายังออกไปวิ่ง และเต้นแอโรบิคที่สวนลุมพินีแบบหน้าผมจัดเต็มได้เลย เพราะถ้าเป็น “อุ้ม” ก็คงไม่ไป ไม่มี Energy จะทำขนาดนั้น

            ต่อไปเป็นคำถามสำหรับ “แบม” ถ้าได้เป็น “อุ้ม” 1 วัน จะแต่งตัวอย่างไรที่ไม่ใช่สไตล์เดิมของ “อุ้ม” ? ’โดย “แบม” ตอบทันทีว่าอยากจะคอสเพลย์เป็นตัวการ์ตูนในอนิเมะ เพราะ “อุ้ม” ตากลมโต แต่งออกมาต้องน่ารักแน่ ๆ และตัวละครที่จะเลือกคอสเพลย์ก็คือ Nico Robin (นิโค โรบิน) จากเรื่อง One Piece เพราะมีวันหนึ่ง “อุ้ม” ทำทรงผมเหมือนิโค โรบินเลย แถมดวงตากลมโต และมีสีผิวคล้ายกับ “อุ้ม” เลยด้วย

            ไปที่คำถามต่อไป ‘ ถ้า “อุ้ม” เป็น “แบม” แล้วมีแฟนคลับเข้ามาหา “อุ้ม” จะเนียนเป็น “แบม” ต่อมั้ย หรือคิดว่าแฟนคลับจะจับโป๊ะได้ในทันที ? ’ “อุ้ม” บอกว่ายังไงแฟนคลับก็จับได้ตั้งแต่ 5 วินาทีแรกแน่ ๆ เพราะ “อุ้ม” ซุ่มซ่าม แต่ “แบม” เขาไม่ ถ้าเจอแฟนคลับแล้วน่าจะสะดุดเลย เนียนต่อไม่ได้แน่ ๆ

            ปิดจบด้วยคำถามสุดท้าย ‘ ถ้า “แบม” กลายเป็น “อุ้ม” จะพูดให้กำลังใจหน้ากระจกว่าอย่างไร ? ’ ซึ่งคำพูดที่ “แบม” จะพูดคือ ‘พี่อุ้มเป็นคนเก่งในทุก ๆ อย่าง และสิ่งที่ทำอยู่มันดีแล้ว สิ่งที่เลือกกำลังจะส่งผล ขอให้ทำต่อไปนะคะ’

( ซีรีส์เรื่องนี้เรียกได้ว่าเป็น Destiny ! )

            ทั้งคู่บอกว่าการที่ได้รับบทคู่กันในซีรีส์เรื่องนี้นอกจากจะเป็น Destiny แล้วก็ยังเกิดจากความตั้งใจของ “อุ้ม - แบม” เองด้วย จุดเริ่มต้นมันเกิดจากทีมงานให้โจทย์มาว่าให้ “อุ้ม” หาคนที่เราอยู่ด้วยแล้วสบายใจ จึงไปชวน “แบม” ที่กำลังลังเลว่าจะไปเรียนต่อหรือรับเล่นโปรเจกต์อื่นให้มาลองแคสดู แม้ในรอบแรกที่มาแคสบทไออุ่นทีมงานก็ยังรู้สึกว่าเคมียังไม่ใช่ แต่เพราะว่าอยากร่วมงานกัน “อุ้ม” จึงชวนให้ “แบม” กลับมาแคสอีกครั้ง พร้อมเสนอทีมงานให้ลงสลับบทกัน ผลสรุปสุดท้ายทีมงานทุกคนเห็นด้วยและเคมีลงตัว ดังนั้นถ้าไม่มีการกลับมาแคสอีกรอบในวันนั้น และ “อุ้ม” ไม่มั่นใจว่าต้องเป็น “แบม” เท่านั้น ก็คงไม่ได้คู่พาร์ทเนอร์กันอย่างนี้แน่นอน

( ไฮไลท์สุดไวรัลกับก๋วยเตี๋ยวถุงเดียว )

            เรื่องราวมันเริ่มขึ้นมาจากตัวละครทั้งสองแต่งงานกันแล้ว กำลังดำเนินไปในฐานะคู่ชีวิต และอีกหนึ่งไฮไลท์ที่หลาย ๆ คนกำลังพูดถึงคือการที่ตัวละครง้องอนกันเรื่อง ‘ทำไมไม่ซื้อก๋วยเตี๋ยวมาฝาก’ ซึ่ง “แบม” ได้บอกว่า ในตอนที่อ่านบททีมงานเขาก็อธิบายเพิ่มจึงเข้าใจว่าทำไมเหตุการณ์นี้ถึงทะเลาะกันเป็นเรื่องราวได้ขนาดนี้ เพราะเบื้องหลังมันมีเหตุการณ์อื่นอีกที่ลืมอะไรมาก่อนบ้าง แต่สิ่งที่ยากคือต้องเล่นยังไงให้คนดูเข้าใจว่ามันไม่ใช่แค่ก๋วยเตี๋ยวนะ ก่อนหน้านั้นมันก็มีมาก่อน ในซีรีส์อาจจะได้เห็นแค่เรื่องเล็ก ๆ แต่มันก็มีเหตุการณ์สะสมมาเรื่อย ๆ

            เลยอยากรู้ว่า ‘ ถ้าเป็น “อุ้ม-แบม” ในชีวิตจริงแล้วเจอเหตุการณ์แบบนี้จะทำยังไง ? ’ “แบม” บอกว่า ถ้าอีกฝั่งลืมในเรื่องเล็ก ๆ ที่ไม่น่าจะลืมก็จะพูดตรง ๆ เลยว่าทำไมถึงลืม เคลียร์เรื่องเล็ก ๆ ไปเรื่อย ๆ ดีกว่า ซึ่ง “อุ้ม” ก็เสริมว่าจะพูดแบบนี้เช่นเดียวกัน เพราะจะไม่รอให้มันเป็นปัญหาใหญ่ อีกอย่างถ้าเรารู้สึกว่ามันเป็นปัญหาแล้วมันเริ่มที่จะไม่โอเค กระทบกับความสัมพันธ์ของเราก็รีบพูดกันเลยดีกว่าก่อนที่ปัญหาจะบานปลายไปมากกว่านี้ ซึ่งซีรีส์เรื่องนี้ได้มอบบทเรียนหลาย ๆ อย่างให้ทั้งคู่ โดยเฉพาะจากเหตุการณ์ก๋วยเตี๋ยวถุงเดียว เพราะในทุกความสัมพันธ์มีอะไรก็ควรจะพูดกันตรง ๆ ไปเลยไม่งั้นมันก็จะเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ทะเลาะกัน

( บรรยากาศในกองสนุกสุด ๆ ! )

            เรื่องนี้ใช้เวลาถ่ายเกือบสองเดือน เรียกได้ว่าเร็วมาก ๆ ถ่ายอัดสุด ๆ แถม “อุ้ม - แบม” ต้องทำความเข้าใจตัวละครหลายอย่างเลย เพราะตัวละครคบกันมานาน 7-8 ปี รักกันมากจนแต่งงาน โชคดีที่ทีมงานให้ใช้เวลากับการทำความเข้าใจตัวละคร มีเวิร์คช็อปเลยได้เรียนรู้จังหวะของกันและกัน และในส่วนของบรรยากาศภายในกองก็มีทั้งช่วงที่เงียบ และช่วงที่สนุกสนาน ช่วงเงียบแน่นอนว่าเป็นช่วงเช้าช่วงบ่ายหลังกินข้าว รีบถ่ายกันให้เสร็จ แต่ช่วงที่สนุกและเริ่มดีดคือช่วงใกล้เลิกกอง ซีนท้าย ๆ ของวันเลยเพราะรู้ว่าใกล้จะได้เลิกกองกันแล้วเลยแฮปปี้

และอีกหนึ่งช่วงเวลาสำคัญ ที่จะเติมเต็มให้ไลฟ์นี้มีแต่ความสุข และรอยยิ้ม จนกลายเป็นค่ำคืนสุดพิเศษ

ทางรายการ EFM FANDOM LIVE มีเกมสุดพิเศษมาให้ “อุ้ม - แบม” ได้เล่นสนุกกันแบบจัดเต็ม

กับเกมชื่อว่า “ภารกิจรัก ฝ่าอุปสรรคหัวใจ”

ซึ่งในเกมนี้ทั้งคู่ก็เล่นกันออกมาได้น่ารัก ชวนแฟน ๆ เขินน้วยตัวบิดกันแบบสุด ๆ !

สามารถไปติดตามรับชมความน่ารักของทั้งคู่ได้เลยยย!

(เข้าไปชมได้ใน YouTube : ATIME)

ยังคงเติมเต็มความฟินให้ค่ำคืนนี้แบบต่อเนื่อง กับโมเมนต์สุดพิเศษ ด้วยการให้ “อุ้ม - แบม”

โทรกลับไปพูดคุย และสร้างรอยยิ้ม  เติมกำลังใจให้กับแฟน ๆ ได้อิ่มฟินไปตาม ๆ กันนน

 

            สุดท้ายนี้ ทางรายการ EFM FANDOM LIVE ขอขอบคุณ “อุ้ม - แบม” สำหรับโมเมนต์สุดพิเศษตลอดค่ำคืนนี้ และขอบคุณที่มามอบรอยยิ้มฮีลใจ ให้แฟน ๆ และทีมงานในสตูได้ใจฟูจนหุบยิ้มกันไม่อยู่ ฝากทุกคนติดตามซีรีส์ "Fulfill รักเติมเต็ม" ดูได้ทุกวันศุกร์ เวลา 20.30 น. ทางช่อง 3 และรับชมย้อนหลังได้ทาง 3Plus น้าาา

สามารถเข้าไปรับชมความเคมีเคใจของทั้งคู่ได้ทาง

 

แล้วมาท่องโลกความฟินพร้อมกันใหม่ใน Chapter ต่อไปน้า~

 

album
efm
-

-