บอกชอบวันนี้ จะให้รักวันไหน~ ค่ำคืนแห่งความสุขกลับมาอีกครั้ง พร้อมต้อนรับ 6 หนุ่ม ATLAS ที่นำความตลกมาเติมเต็ม EFM FANDOM LIVE งานนี้บอกเลย ALIS ขำกันสนั่นทั้งคืนเลย !

EFM FANDOM RECAP

บอกชอบวันนี้ จะให้รักวันไหน~ ค่ำคืนแห่งความสุขกลับมาอีกครั้ง พร้อมต้อนรับ 6 หนุ่ม ATLAS ที่นำความตลกมาเติมเต็ม EFM FANDOM LIVE งานนี้บอกเลย ALIS ขำกันสนั่นทั้งคืนเลย !

26 พ.ค. 2026

            รายการ EFM FANDOM LIVE [ 21 พฤษภาคม 2569 ] ค่ำคืนนี้เตรียมพบกับ “ATLAS” ที่จะมามอบเสียงหัวเราะ และเสิร์ฟความฟินให้แฟน ๆ ไปกับ 2 ดีเจสาวสวย คารมณ์ดี “ดีเจดาว” และ “ดีเจแนน”

ในช่วงแรกของรายการ พี่ ๆ ดีเจอ่าน 5 พล็อตเรื่อง “EFM FANDOM FANFICTION”

ที่ถูกเลือกมาจากแฟน ๆ พร้อมชวนท่องดินแดนแห่งจินตนาการที่ไร้ขอบเขตไปด้วยกัน

FANFICTION เรื่องที่ 1 มีชื่อว่า... The Sky Bearer

นามปากกา : lomanam_ung

            ท่ามกลางยอดเขาหิมะ เอลิส เอลฟ์สาวผู้พิทักษ์พงไพรยืนอยู่เบื้องหน้ายักษ์ปักหลั่น ร่างกายกำยำประหนึ่งขุนเขา ผิวหนังของเขาขรุขระเหมือนหินผาและแบกรับท้องฟ้าทรงกลมอันหนักอึ้งไว้บนบ่า "ท่านแอทลาส" เธอเอ่ย เสียงหวานกังวาลท่ามกลางพายุ "เหตุใดท่านจึงไม่สลัดภาระนี้ลงเสีย?" ไททันผู้ถูกจองจำลืมตาขึ้น ประกายไฟแห่งบรรพกาลวาบผ่านดวงตาที่เหนื่อยล้า "หากข้าปล่อยมือ ดวงดาวจะร่วงหล่น และป่าของเจ้าจะมอดไหม้ในความมืดมิด เอลฟ์น้อย... ข้าไม่ได้แบกเพียงท้องฟ้า แต่ข้าแบก 'สมดุล' ของโลกเอาไว้" เอลิส เธอไม่ได้ถอยหนี เธอกลับชูมือขึ้นร่ายมนตร์ แสงสีเขียวแห่งชีวิตถักทอเป็นเครือเถาองุ่นและดอกไม้ป่า เลื้อยขึ้นไปตามแขนที่สั่นเทาของยักษ์ใหญ่ มันไม่ใช่เพื่อช่วยแบกน้ำหนัก แต่เพื่อมอบความสดชื่นและกลิ่นอายแห่งพสุธาให้แก่ผู้ที่ไม่มีวันได้สัมผัสพื้นดินอีกต่อไป "ข้าแบกภาระคนเดียวมานับหมื่นปี" แอทลาสพึมพำ กลิ่นหอมของดอกไม้ทำให้หัวใจที่ด้านชาสั่นไหว "ขอบใจเจ้าที่เตือนให้ข้ารู้ว่า... สิ่งที่ข้าปกป้องอยู่นั้นงดงามเพียงใด" ทั้งสองยืนนิ่งอยู่เช่นนั้น หนึ่งคือผู้แบกสวรรค์ หนึ่งคือลมหายใจแห่งป่าไม้ ผูกพันกันด้วยสัญญาแห่งมิตรภาพ

FANFICTION #1: This FANFICTION is titled... The Sky Bearer

Pen Name : lomanam_ung      

            In the midst of towering, snow-covered mountains, Alis, the elfin guardian of the forest, faced a colossal giant. His physique was as sturdy as the cliffs around them, his skin rugged like stone, and he bore the vast expanse of the sky upon his broad shoulders. "Lord Atlas," she called out, her gentle voice slicing through the stormy air, "why do you not set this weight free?" The trapped Titan slowly opened his eyes, revealing a spark of ancient fire within their weary depths. "If I were to release it, the stars would crash down, and your beloved forest would be engulfed in darkness. Little Elf... I carry not only the sky but also the delicate ‘balance’ of our world." Instead of stepping back, Alis lifted her hand and summoned a spell. A vibrant green light, infused with life, twisted into vines and wildflowers that climbed lovingly up the giant's quaking arm. This was not to relieve him of his burden but to gift him the freshness and fragrance of the earth—delightful memories for one who would never again touch the soil. "I have shouldered this weight for countless millennia," Atlas whispered, feeling the sweet scent of the blooms touch his hardened heart. "Thank you for reminding me that..." "What I protect is truly magnificent!" The two stood in unwavering stillness, one the guardian of the skies, the other the essence of the forest, united by an unbreakable bond of friendship.

FANFICTION เรื่องที่ 2 มีชื่อว่า... ร้านสะดวกซัก

นามปากกา : SugarrPeach

            ร้านซักผ้าหยอดเหรียญที่เปิด 24 ชั่วโมง กลายเป็นจุดนัดพบของคนแปลกหน้าหกคนโดยไม่ตั้งใจ จูเนียร์ พนักงานออฟฟิศที่ทำโอทีจนค่ำมืด เจ็ท มานั่งอ่านหนังสือรอผ้าเงียบๆ ภูมิ ที่ทำงานร้านสะดวกซื้อข้างๆก็แวะเวียนมาใช้บริการ ส่วน ไนซ์ เข้าร้านนี้เพราะเครื่องอบที่หอเสียไม่ซ่อมสักที เออร์วิน กับ แทด เป็นรูมเมทมหาลัยที่ทะเลาะกันทุกคืนจนเจ้าของหอบ่น สุดท้ายทั้งคู่เลยมาตีกันต่อหน้าร้านซักผ้าแทน จากคนที่แค่บังเอิญเจอหลายๆคืนเป็นเดือน กลายเป็นคนที่เริ่มคุ้นหน้าและเรื่องราวของกันและกัน มีทั้งคืนที่ไฟดับ ฝนตกหนัก คนป่วย อกหัก หรือแค่วันที่เหนื่อยเกินกว่าจะอยู่คนเดียว ร้านซักผ้าธรรมดาเลยค่อยๆกลายเป็นบ้านอีกหลังของพวกเขา วันนี้ฝนตกหนักตั้งแต่ชั่วโมงที่แล้วจนหน้าร้านซักผ้าเต็มไปด้วยละอองน้ำ ไนซ์นั่งขดตัวบนเก้าอี้พลาสติกเพราะอากาศเริ่มเย็น ภูมิยื่นแก้วนมร้อนมาให้พร้อมรอยยิ้ม อีกมุมหนึ่งเออร์วินกับแทดกำลังเถียงกันเรื่องร่มเปียกๆ แต่สุดท้ายก็ยอมแบ่งผ้าห่มผืนเดียวกัน จูเนียร์มองภาพวุ่นวายตรงหน้า ก่อนเจ็ทจะเลื่อนบะหมี่ถ้วยหนึ่งมาให้ “กินก่อน เดี๋ยวเย็น” บางที…ความอบอุ่นก็หน้าตาเหมือนคืนวันฝนตกแบบนี้เอง

FANFICTION #2: This FANFICTION is titled... Convenience laundry

Pen Name : SugarrPeach       

            A 24-hour coin-operated laundromat unwittingly transforms into a gathering spot for six individuals. Junior, a weary office worker putting in late hours; Jet, who immerses himself in a book while waiting for his laundry; Poom, the convenience store clerk next door, a frequent visitor; and Nice, whose dorm dryer remains out of commission. Meanwhile, university roommates Erwin and Tad, known for their nightly disputes that irk the landlord, find themselves bickering outside the laundromat. From mere acquaintances crossing paths a few nights each month, they’ve woven a tapestry of familiarity with each other’s lives and tales. Through power outages, torrential downpours, illness, heartbreak, or simply the exhaustion that makes solitude unbearable, this humble laundromat has morphed into a second home for them. Tonight, the rain has been relentless for the past hour, shrouding the area in a thick mist. Nice huddles under a plastic chair, feeling the chill in the air. Poom steps over with a warm glass of milk, his smile brightening the mood. In a separate corner, Erwin and Tad erupt into another debate over their drenched umbrellas but eventually come to an understanding and share a blanket. Junior observes the lively scene when Jet slides a cup of noodles towards him. "Better eat this before it cools off." Perhaps… warmth truly feels like a cozy evening beneath the rain's embrace.

FANFICTION เรื่องที่ 3 มีชื่อว่า... 6 มัจจุราช หวงรักน้องสาวมาเฟีย

นามปากกา : OUATEE

            "เลิกยุ่งกับน้องสาวพวกเราซะ ถ้าไม่อยากหายไปจากโลกนี้" ​เสียงทุ้มต่ำของ จูเนียร์ พี่คนโตดังขึ้นพร้อมกับปืนที่จ่อหน้าผากชายหนุ่มผู้โชคร้ายที่บังอาจมาขายขนมจีบให้ เอลิส น้องสาวคนเล็กเพียงคนเดียวของบ้าน โดยมี เจ็ท ยืนกอดอกคุมเชิงอยู่ข้างหลังด้วยสายตาเย็นชา ​"เอาน่าพี่ใหญ่ อย่าเพิ่งใจร้อนสิครับ" ภูมิ ยิ้มเหี้ยมพลางควงมีดสั้นในมือ "ให้ผมเฉือนมันทิ้งทีละชิ้นก่อนไหม?"​ ไนซ์ ขยับแว่นตาพลางเช็กประวัติเหยื่อในแท็บเล็ต "ประวัติสะอาดนะ แต่ความผิดฐานทำให้เอลิสยิ้มจนแก้มปริ ผมว่ามันอภัยให้ไม่ได้" ​ส่วน เออร์วิน นักแม่นปืนประจำบ้าน ไม่พูดพร่ำทำเพลง เขาแค่เหนี่ยวไกส่งกระสุนเฉียดหูชายคนนั้นไปเพียงเซนติเมตรเดียว "นัดหน้าไม่พลาดแน่" เขากระซิบเสียงเรียบ "พวกพี่! หยุดเดี๋ยวนี้เลยนะ!" ​เสียงหวานของเอลิสดังขึ้นพร้อมร่างเล็กที่วิ่งเข้ามากางปีกป้องคนข้างหลัง แทด พี่ชายคนรองสุดท้าย รีบเข้าไปคว้าไหล่น้องสาวทันที "เอลิสครับ ออกมาเถอะ ตรงนี้มันคงไม่ดี เดี๋ยวพี่พาไปกินไอศกรีมร้านโปรดนะ""ใช่ครับน้องรัก" พี่ชายทั้ง 6 คนประสานเสียงพร้อมเปลี่ยนสีหน้าจากมัจจุราชเป็นพี่ชายที่แสนดีในพริบตา เอลิสได้แต่ถอนหายใจ

FANFICTION #3: This FANFICTION is titled... Six Mysterious Guardians Shield the Mafia Boss's Sister

Pen Name : OUATEE

            “Make no mistake, if you don’t leave our sister alone, you’ll vanish from existence,” Junior, the eldest brother, thundered, his voice as deep as thunder while he pressed a gun to the forehead of the unlucky young man who had dared to flirt with Alis, the baby of the family. Behind him, Jet stood with his arms crossed, his icy stare piercing through the tension. “Come on, big bro, don’t rush things,” Poom chuckled, playfully spinning a short knife between his fingers. “What do you say I carve him up, piece by piece?” Nice, adjusting his glasses, glanced at his tablet to check the man’s background. “Clean slate, but the atrocity of making Alis beam like that? That’s a real crime.” Without missing a beat, Erwin, the family’s sharpshooter, took aim and fired, the bullet whizzing past the guy’s ear. “Next time, I won’t miss,” he murmured with a chilling calm. “Hey! Cut it out, everyone!” Alis's sweet voice pierced through the chaos as she darted forward, her small frame acting as a shield for those behind her. Tad, the second youngest sibling, quickly grasped her shoulders. “Alis, step back. This isn't safe. Let me take you for some ice cream, your favorite.” “Absolutely, dear sister,” the six older brothers echoed in perfect harmony, their faces transforming from ominous enforcers to protective older siblings in an instant. All Alis could do was let out a deep sigh.

FANFICTION เรื่องที่ 4 มีชื่อว่า... วงตลก

นามปากกา : น้อง

            เมื่อ ATLAS (จูเนียร์ , เจ็ท , ภูมิ , ไนซ์ , เออร์วิน , แทด) ตื่นมาพบว่าตัวเองติดอยู่ในมิติ "โลกตลก" ที่ทุกคนต้องพูดเป็นจังหวะสามช่า และความหล่อไม่มีค่าเท่าความฮา! พวกเขาถูกบังคับให้ขึ้นโชว์ในงานวันเกิดเจ้าพ่อมาเฟียผู้ไม่เคยยิ้ม หากทำไม่สำเร็จจะถูกกักขังในโลกนี้ตลอดกาล​ ภารกิจฮาฉบับสู้ชีวิต ​จูเนียร์ : พยายามรักษามาดหัวหน้าวง แต่ดันได้รับบท "ตัวปู" ที่ต้องโดนเพื่อนตบถาดใส่หัวตลอดเวลาจนผมเสียทรง ​เจ็ท : วิชวลของวงที่ต้องแต่งตัวเป็นกุมารทองเรียกแขก แต่ความหล่อดันทะลุแป้งดินสอพองจนคนดูสับสนว่าจะขำหรือจะเขินดี ​ภูมิ : รับหน้าที่เป็น "ซาวด์เอฟเฟกต์มนุษย์" เลียนเสียงทุกอย่างตั้งแต่เสียงไก่ขันยันเสียงระเบิดจนคอแทบแตก​ ไนซ์ : ใช้สกิลเต้นระดับเทพมาเต้นท่า "กุ้งเต้น" เวอร์ชั่นอัปเกรด พลิ้วจนคนดูงงว่านี่คือตลกหรือกายกรรม ​เออร์วิน : แร็พเปอร์สายรัวที่ต้องเปลี่ยนมาแร็พด่าตลกๆ ใส่ลูกน้องเจ้าพ่อด้วยจังหวะตึ้งโป๊ะ ​แทด : น้องเล็กหน้าใสที่แค่ยืนเฉยๆ แล้วทำหน้าเด๋อ ก็คว้าหัวใจคนดูไปเต็มๆ ​จุดพีค : เมื่อมุกที่เตรียมมาแป้กสนิท พวกเขาจึงตัดสินใจร้องเพลงตัวเองเวอร์ชั่นหมอลำซิ่งพร้อมเต้นแบบไม่ห่วงหล่อ

FANFICTION #4: This FANFICTION is titled... Humorous ensemble

Pen Name : น้อง

            When ATLAS (Junior, Jet, Poom, Nice, Erwin, Tad) awaken to discover they’ve been ensnared in a zany “Comedy World,” they're thrust into a realm where everyone must chatter in a quirky three-beat cadence, and where charm takes a backseat to wit! Their predicament? They must entertain at the birthday bash of a stone-faced mafia boss, with failure leading to an eternity of confinement in this hilariously bizarre dimension.  As they navigate this uproarious survival game: Junior strives to uphold his leader vibe but hilariously ends up as the "crab" character, consistently getting trays whacked onto his head by his pals, leaving his hair in disarray. Jet, the band’s eye candy, finds himself forced into a bizarre outfit as a child spirit meant to attract attention, but his handsome features peek through the excessive makeup, leaving the crowd torn between laughter and secondhand embarrassment. Poom takes on the role of the "human soundboard," mimicking everything from roosters to bomb blasts until his throat gives out. Nice showcases his divine dance moves with an enhanced "shrimp dance," so smooth that onlookers can’t tell if they’re witnessing comedy or a stunning circus act. Erwin, the quick-fire rapper, has to pivot to throwing in playful insults in rhyme. And the henchmen of the mafia boss? They make a grand entrance: the youngest, with an innocent look and a silly grin, effortlessly steals the audience's affection. The climax hits when their meticulously crafted jokes fall flat; in a stroke of spontaneity, they break into their own song, dancing in a rapid-fire Mor Lam style, unbothered by the need to impress.

FANFICTION เรื่องที่ 5 มีชื่อว่า... ATLAS' The Heartbeat (ท่วงทำนองแห่งความฝันในวันที่ใจเต้น)

นามปากกา : sunrise

            ภายในห้องทดลองวิทยาศาสตร์อันเงียบเหงา ‘เอลิส’ กำลังจะสูญเสียหุ่นยนต์ปัญญาประดิษฐ์ทั้ง 6 อย่าง ‘ATLAS’ เพราะระบบกลไกหัวใจจำลองของพวกเขาไม่ตอบสนอง ด้วยความเครียดเธอจึงเปิดเพลงจากศิลปินคนโปรดเพื่อปลอบใจตัวเอง แต่แล้วปาฏิหาริย์ก็เกิดขึ้น! เมื่อท่วงทำนองของบทเพลงได้กระตุ้นกลไกที่หลับใหลให้ตื่นขึ้นมา… จูเนียร์ เริ่มเคาะนิ้วตามจังหวะ เจ็ท และ ภูมิ ฮัมเพลงออกมาเบา ๆ ไนซ์ ขยับเท้าตามศิลปินที่อยู่ในจอโทรศัพท์ ส่วน เออร์วิน และ แทด หันหน้ามาสบตากันพร้อมยกยิ้มที่มุมปาก “เสียงเพลงที่คุณเปิดทำให้ระบบหัวใจจำลองของพวกเราทำงาน พวกเรามองเห็นภาพตัวเองอยู่บนเวที” หุ่นยนต์ทั้ง 6 ก้าวออกจากแคปซูลแก้ว พร้อมเอ่ยด้วยแววตามุ่งมั่นว่า “พวกเรา... อยากเป็นศิลปินครับ!” ระบบหัวใจจำลองไม่ได้แค่ตื่นขึ้นมา แต่ยังสร้าง ‘ความฝัน และ ความรู้สึก’ ราวกับ ‘มนุษย์’ ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่ควรเกิดขึ้นในหุ่นยนต์ แต่แทนที่เอลิสจะรายงานองค์กร เธอกลับตื้นตันใจ พร้อมยิ้มให้กับศิลปินวงใหม่ของเธอ และตัดสินใจวางแผนพาพวกเขาหลบหนีออกจากห้องทดลอง เพื่อร่วมต่อสู้ในเส้นทางความฝันอันยิ่งใหญ่ การผจญภัยได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว... Let’s start!

FANFICTION #5: This FANFICTION is titled… ATLAS' The Heartbeat

Pen Name : sunrise

            In the serene confines of the science lab, Alis finds herself on the verge of losing her six AI companions, known as ATLAS, due to their malfunctioning simulated heart systems. Overwhelmed by stress, she decides to turn on her favorite artist's music to ease her nerves. And then, something miraculous occurs! The enchanting melody stirs the robots from their dormant state… Junior begins tapping his fingers in sync with the beat, Jet and Poom softly hum along, Nice rhythmically taps his feet to the music playing from her phone, and Erwin and Tad exchange joyful glances filled with wonder. “The tunes you shared have awakened our simulated hearts! We can picture ourselves on stage!” With that, the six robots emerge from their glass confines, their eyes sparkling with determination as they proclaim, “We… aspire to be artists!” Not only have the simulated heart systems come alive, but they’ve also sparked ‘dreams and emotions’ akin to ‘humans’—a phenomenon that defies their robotic nature. But instead of reporting this astonishing development to her superiors, Alis finds herself brimming with emotion, smiling at the art that inspired them, and hatching a plan to help them break free from the lab and pursue their lofty dreams. The adventure is just beginning… Let’s embark on this journey!

เข้าสู่ช่วงที่สองของรายการ EFM FANDOM LIVE ค่ำคืนนี้ต้อนรับ “ATLAS”

ที่มาเม้าท์มอยเรื่องสนุก ๆ พร้อมแจกความตลกตามสไตล์หนุ่ม ๆ ให้ ALIS อิ่มใจ

( กิจกรรมในช่วงวันหยุดยาวของ ATLAS )

            หลังจากหยุดยาวที่ไม่ได้เจอเหล่าแฟน ๆ นาน “ATLAS” ก็มาอัปเดตว่าวันหยุดไปทำอะไรกันมาบ้าง

            เริ่มที่คนแรกอย่าง “ภูมิ” ก็พาคุณแม่ไปเที่ยวที่ประเทศจีน และช่วงนี้กลับมาอินทุเรียนอีกครั้ง

            ส่วน “ไนซ์” ช่วงนี้อยู่ในช่วงของการทำบัญชีเพราะมีเรื่องให้ใช้เงินเยอะ ด้วยความที่พึ่งซื้อรถมาใหม่แล้วพื้นที่ในบ้านเล็กทำให้รถมาจอดภายในบ้านไม่พอ ทำให้ต้องทำรั้วใหม่

            ส่วน “เออร์วิน” พาครอบครัวไปเที่ยวที่หลวงพระบาง ประเทศลาวมา คุณพ่อสนุกและชอบมากที่ได้ไปเที่ยวด้วยกันกับครอบครัว

            สำหรับ “แทด” เองก็พึ่งไปเที่ยวที่กระบี่กับครอบครับมาเช่นเดียวกัน ได้พักผ่อนเต็มที่ และช่วงนี้กำลังอยู่ในช่วงโปรโมทเดินสายหนังเรื่อง ‘เทอม4’

            ส่วน “เจ็ท” ตอนนี้กำลังเป็นคุณพ่อลูกสอง เข้าออกโรงพยาบาลสัตว์ไปสามถึงสี่รอบกันเลยทีเดียวเพราะกลัวลูก ๆ จะเป็นอะไร อยู่ในช่วงดูแลลูก ๆ และไม่ลืมที่จะได้ไปเที่ยวกับที่บ้านมาเช่นเดียวกัน

            และคนสุดท้ายอย่าง “จูเนียร์” ก็ได้ไปเที่ยวที่เซินเจิ้น ประเทศจีนมาด้วย และหลังจากกลับมาก็ออกกำลังกาย ชดเชยที่กินแหลกจากที่ไปเที่ยว

( Mini Challenge : เป๊ะ )

            ทางรายการเองก็มี Mini Challenge สนุก ๆ มาให้ 6 หนุ่มได้เล่นกันสนุก ๆ โดยจะเป็นการนำเพลงแต่ละซิงเกิลของหนุ่ม ๆ มาเป็นโจทย์ให้หนุ่ม ๆ ได้ตอบกัน เริ่มจากซิงเกิล ‘เป๊ะ’ ให้พูดถึงความเป๊ะของสมาชิกคนข้าง ๆ

            โดยเริ่มที่ “ภูมิ” พูดถึง “ไนซ์” ว่าความเป๊ะของไนซ์คือการไฮโน๊ต เพราะไม่ว่าจะเหนื่อยแค่ไหนแต่การร้องเพลงของไนซ์ก็จะเป๊ะมาก

            ถัดไปที่ “ไนซ์” พูดถึง “เออร์วิน” ว่าสำหรับความเป๊ะตอนนี้ก็ต้องยกให้เรื่องการจัด Song List เลย เพราะตอนนี้ทีมแอทลาสต้องทำกันเอง และได้เออร์วินมาเป็นหัวเรือในการวางเพลง ซึ่งทุกคนก็เห็นด้วยกับความเป๊ะนี้

            ต่อไปเป็น “เออร์วิน” พูดถึง “แทด” ว่าความเป๊ะของแทดตอนนี้คือแทดกำลังจัดการชีวิตของตัวเองได้ดีขึ้น ด้วยความที่แทดกำลังเตรียมทำธุรกิจบางอย่างอยู่ด้วย ยิ่งทำให้แทดเองก็ตั้งใจทำสิ่งนี้มาก ๆ

            ไปกันต่อที่ “แทด” พูดถึง “เจ็ท” ว่าตอนนี้หนุ่มเจ็ทเองเป๊ะเรื่องเต้นมาก ๆ ถ้าหากช่วงนี้ลืมท่าเต้นก็มั่นใจว่าถามพี่เจ็ทได้เลย

            มาถึงที่ “เจ็ท” พูดถึง “จูเนียร์” ว่าตอนนี้กำลังเป๊ะเรื่องการดูแลตัวเอง ไม่ว่าจะการกิน นอน ออกกำลังกาย ยิ่งพวกเขาที่ทำงานแบบนี้มันยากมาก ๆ ที่จะนอนเป็นเวลาแต่จูเนียร์เขาทำได้

            สุดท้ายที่ “จูเนียร์” พูดถึง “ภูมิ” ว่าภูมิเป๊ะเรื่องทรงผม เขาเซ็ตผมเองเก่งมาก ๆ งานวันก่อนนั่งวินมาจนหัวเปิงแต่ภูมิเขาก็เข้าห้องน้ำไปจัดผมเองได้เลย

( Mini Challenge : ส้มตำ )

            โจทย์ถัดไปมาจากซิงเกิล ‘ส้มตำ’ ด้วยคำถามที่ว่าเมนูโปรดที่ต้องสั่งเวลาไปร้านส้มตำ “ภูมิ” บอกว่าไม่สั่งไม่ได้กับเมนู ‘ปูอ่อง’ ส่วน “ไนซ์และเออร์วิน” ตอบเมนูเดียวกันว่า ‘คอหมูย่าง’ หนุ่มน้อย “แทด” ตอบว่า ‘ตำไข่เค็มใส่พริกหนึ่งเม็ด’ ถัดไปที่ “เจ็ท” ตอบว่า ‘ส้มตำปูปลาร้า’ และสุดท้าย “จูเนียร์” ที่น่าจะกำลังอินจากการไปเที่ยวที่หลวงพระบางด้วยเมนู ‘ตำหลวงพระบาง’

( Mini Challenge : MOVE YA BODY )

            โจทย์ถัดไปจากซิงเกิล ‘MOVE YA BODY’ ด้วยคำถามว่าถ้ามีพลังไฟได้หนึ่งอย่างหนุ่ม ๆ อยากจะมีพลังอะไร

            เริ่มที่ “ภูมิ” ที่อยากมีพลังด่าไฟแล่บ จะได้ด่ากลับทัน

            ต่อไปที่ “ไนซ์” บอกว่าอยากมีพลังวิ่งไฟแล่บเพราะจะได้วิ่งเร็ว ๆ ถ้าตื่นสายอย่างน้อยก็จะได้วิ่งมาทำงานได้ทัน

            ถัดไปคำตอบของ “เออร์วิน” ก็คืออยากลิ้นติดไฟเพราะจะได้แร็ปรัว ๆ

            ส่วน “แทด” ก็ตอบว่ามีตาติดไฟเพราะจะได้มองเห็นตอนกลางคืน

            ส่วน “เจ็ท” บอกว่าอยากมีมือติดไฟ เวลาทำอาหารแล้วหยิบเนื้อดิบจะได้สุกเลย การทำอาหารคงง่ายมากขึ้น

            และปิดท้ายด้วย “จูเนียร์” ถึงแม้จะตอบยากมากเพราะเป็นคนสุดท้ายแล้ว แต่ก็อยากจะรวยติดไฟ จะได้รวยมาก ๆ รวยเร็ว ๆ

( Mini Challenge : Tell Me Now )

            สุดท้ายที่ซิงเกิลล่าสุดอย่าง ‘Tell Me Now’ ด้วยคำถามที่ว่าถ้าเจอความรักที่คลุมเครือจะพูดใส่อีกฝ่ายว่าอย่างไร

            โดยเริ่มที่ “ภูมิ” ก่อนเช่นเดิมว่าถ้าเขาชัดเจนในความสัมพันธ์คุณก็จะสำคัญเสมอ

            ถัดไปที่ “ไนซ์” ด้วยคำตอบว่าปล่อยเราไปเติบโตเหอะ

            ต่อไปคำตอบของ “เออร์วิน” ที่เรียกเสียงหัวเราะด้วยคำตอบที่ว่าความรักไม่ใช่เรื่องตลกนะเว้ย ถ้าเธอไม่พร้อมเราไปเอง พร้อมโดนแซวว่าเป็นประโยคที่งอนมาก

            ถัดไป “แทด” มาด้วยคำตอบสั้น ๆ แต่เจ็บจี๊ดว่าไม่คุยครับเสียเวลาของผม

            และต่อมาที่ “เจ็ท” ว่าพร้อมจะชัดเจนเมื่อไหร่ค่อยกลับมาหาเราแล้วกันนะ สุดท้ายที่ “จูเนียร์” สั้น ๆ ว่าไม่รอแล้วนะ

( เพลงใหม่และอะไรใหม่ ๆ ของ ATLAS ! )

            สำหรับเพลงล่าสุดก็ได้ร่วมงานกับ ‘พี่แจ๊ป (JAP The Richman Toy)’ อีกครั้ง ซิงเกิลก่อน ๆ อย่าง ‘มังคุด และส้มตำ’ ก็ได้ร่วมงานกับพี่แจ๊ปมาก่อนแล้วเช่นกัน ซึ่งเพลงล่าสุด ‘Tell Me Now’ ก็มีความร็อก เรียกแนวเพลงของเพลงนี้ได้ว่า Pop-Rock ได้เลย มีการนำดนตรีสมัยใหม่เข้ามาผสม และเพลงนี้หนุ่ม “เออร์วิน” ได้มีโอกาสเขียนแร็ปด้วย ซึ่งเออร์วินเองก็ดีใจมาก ๆ เพราะเป็นสิ่งที่อยากทำให้วงอยู่แล้วไม่ว่าจะเป็นการแต่งเนื้อหรือทำเพลง ดีใจที่ได้รับโอกาสนี้ แถมเพลงนี้หลาย ๆ คนก็ได้พาร์ทแร็ปกันด้วยทั้ง “จูเนียร์-เจ็ท-แทด-เออร์วิน” ถือว่าเป็นสิ่งใหม่ ๆ ที่น่าสนใจสำหรับ “ATLAS” เพราะปกติแล้วมีเพียง “แทด และ เออร์วิน”

            และหนุ่ม ๆ ก็พูดเองเลยว่าน่าจะได้เห็นอะไรใหม่ ๆ แบบนี้อีกเรื่อย ๆ เพลงนี้ก็ยังเต้นเยอะเหมือนเดิมตามสไตล์ “ATLAS” เรียกได้ว่าเต้นเดือด ๆ ถึงจะเหนื่อยแต่ก็สนุก และสำหรับ Music Video ของซิงเกิลนี้ถึงแม้จะไม่ได้ใส่สูทก็ยังเท่กันเหมือนเดิม และเนื้อเรื่องในนั้นก็ได้เห็นผู้หญิงให้กุญแจ

            หนุ่ม ๆ “ATLAS” ก็ได้อธิบายว่าเธอให้กุญแจกับทุกคน เพราะความหมายคือสุดท้ายก็ไม่ได้จริงจังกับใครเลย ปิดท้ายด้วยการแซวหมวกที่ “เออร์วิน” ใส่ใน MV ว่าเหมือนสะตอ แต่ “เออร์วิน” บอกว่าถึงจะเหมือนสะตอแต่ในซีนแร็ปก็เท่จัดเลย แปลกดีเลยลองใส่ พี่ ๆ สไตลิสต์ ลองเอามาให้ใส่

และอีกหนึ่งช่วงเวลาสำคัญ ที่จะเติมเต็มให้ไลฟ์นี้มีแต่ความสุข และรอยยิ้ม

จนกลายเป็นค่ำคืนสุดพิเศษสำหรับแฟน ๆ  ทางรายการ EFM FANDOM LIVE

มีเกมสุดพิเศษมาให้ “ATLAS” ได้เล่นสนุกกันแบบจัดเต็ม ในชื่อเกมว่า “Tell Me ...  กุญแจนี้ ไขหัวใจ !!”

ในเกมนี้ “ATLAS” ก็เล่นกันออกมาได้ตลก เรียกเสียงหัวเราะให้แฟน ๆ ยิ้มกว้างกันเลยทีเดียว !

สามารถไปติดตามรับชมความน่ารักของ 6 หนุ่มได้เลยยย!

(เข้าไปชมได้ใน YouTube : ATIME)

ยังคงเติมเต็มความฟินให้ค่ำคืนนี้แบบต่อเนื่อง กับโมเมนต์สุดพิเศษ ด้วยการให้ “ATLAS”

โทรกลับไปพูดคุย และสร้างรอยยิ้ม  เติมกำลังใจให้กับแฟน ๆ ได้อิ่มฟินไปตาม ๆ กันนน

            สุดท้ายนี้ ทางรายการ EFM FANDOM LIVE ขอขอบคุณ “ATLAS” สำหรับโมเมนต์สุดพิเศษตลอดค่ำคืนนี้ และขอบคุณที่มามอบรอยยิ้มฮีลใจ ให้แฟน ๆ และทีมงานในสตูได้ใจฟูจนหุบยิ้มกันไม่อยู่ ฝากทุกคนติดตามซิงเกิลใหม่ ‘Tell Me Now’ ทาง YouTube : ATLAS และผลงานอื่น ๆ ของหนุ่ม ๆ ด้วยนะคะ

สามารถเข้าไปรับชมความสนุกสนานของหนุ่ม ๆ ได้ทาง

 

แล้วมาท่องโลกความฟินพร้อมกันใหม่ใน Chapter ต่อไปน้า~

album
efm
-

-