กะไปแกล้งเธอหยอก ๆ แต่หัวใจดันบอก... รักจริงซะงั้น ! เตรียมจับตาดูให้ดี ห้ามพลาดแม้วินาทีเดียว เพราะครั้งนี้ “โอห์ม - ปูน” บุกสตู EFM FANDOM LIVE พร้อมเสิร์ฟโมเมนต์สุดฟินแบบเกินจะต้านไหว~

EFM FANDOM RECAP

กะไปแกล้งเธอหยอก ๆ แต่หัวใจดันบอก... รักจริงซะงั้น ! เตรียมจับตาดูให้ดี ห้ามพลาดแม้วินาทีเดียว เพราะครั้งนี้ “โอห์ม - ปูน” บุกสตู EFM FANDOM LIVE พร้อมเสิร์ฟโมเมนต์สุดฟินแบบเกินจะต้านไหว~

17 มี.ค. 2026

            รายการ EFM FANDOM LIVE [ 5 มีนาคม 2569 ] ค่ำคืนนี้เตรียมใจให้พร้อม เพราะงานนี้ “โอห์ม - ปูน” เสิร์ฟให้แบบไม่มีหยอก! ส่งมอบความฟินจนอยากจะกัดหมอน ชวนหัวใจเต้นแรงแบบไม่มีพัก ไปกับ 2 ดีเจสองสวย สดใส “ดีเจดาว” และ “ดีเจแนน”

ในช่วงแรกของรายการ พี่ ๆ ดีเจอ่าน 5 พล็อตเรื่อง “EFM FANDOM FANFICTION”

ที่ถูกเลือกมาจากแฟน ๆ พร้อมชวนท่องดินแดนแห่งจินตนาการที่ไร้ขอบเขตไปด้วยกัน

FANFICTION เรื่องที่ 1 มีชื่อว่า... Dream and Truth

นามปากกา : LittlePrince_j

            กัปตันคืออาชีพในฝันของ โอห์ม ด้วยเหตุนี้โอห์มจึงชอบเวลาเขาเดินเล่นที่สนามบินเพื่อรอรับคุณแม่กลับบ้านเสมอ แม้เขาจะไม่ได้เป็นกัปตันอย่างในฝัน เพียงได้เห็นคนในอาชีพที่ตนใฝ่ฝันเดินผ่านไปมาก็ทำให้เขามีความสุขเช่นกัน ในวันหนึ่งระหว่างที่โอห์มกำลังมองกัปตันท่านหนึ่งเดินลากกระเป๋ามาจากช่องทางผู้โดยสารขาออก จู่ ๆ ก็ได้ยินเสียงสดใสของเด็กหนุ่มคนหนึ่งตะโกนลั่นบริเวณนั้น “พ่อ!!” ปูน ชูมือโบกเรียกกัปตันคนนั้นสุดแขนด้วยท่าทางร่าเริง “ว่าไงเจ้าปูน ทำไมวันนี้ถึงมารับพ่อได้ล่ะ” “เมื่อคืนผมฝัน! ว่าผมจะเจอเนื้อคู่ที่สนามบิน ผมเลยมารับพ่อเผื่อจะเจอเนื้อคู่เกรดเอพรีเมี่ยม”  เด็กหนุ่มยักคิ้วเข้มไปมาใส่บิดาของตน เรียกรอยยิ้มขบขันแกมเอ็นดูจากบิดา ตอนที่ทั้งคู่เดินผ่านเด็กหนุ่มร่างสูงหน้าตาดีคนหนึ่ง โอห์มและปูนบังเอิญสบตากัน คนหนุ่มตัวสูงยิ้มน้อยๆ แล้วผงกศีรษะให้ปูนเป็นเชิงทักทาย ปูนรีบหันหน้าหนีเพราะความตกใจ ที่จู่ๆ แก้มของเขาก็ร้อน แค่เพราะคนแปลกหน้ายิ้มให้ ..  เมื่อคนทั้งสองเดินจากไป .. โอห์มก็นึกสงสัยว่า หากเขาจะไม่ได้เป็นกัปตันจริงๆ งั้นเขาพอจะเป็นลูกเขยของกัปตันได้ไหมนะ?

FANFICTION #1: This FANFICTION is titled... Dream and Truth

Pen Name : LittlePrince_j

            Ohm had always dreamed of being a captain, so he relished his time at the airport, waiting for his mother’s return. Although he wasn’t a captain in real life, the sight of pilots bustling about brought him joy. One day, while he watched a captain pulling his suitcase from the departure lounge, a joyful voice rang out, "Dad!!" It was Poon, waving enthusiastically at the pilot. "Hey there, Poon! What brings you to the airport to pick me up today?" the captain asked. “I had a dream last night!” Poon exclaimed, his eyes shining. “I’m convinced I’ll meet my soulmate here, so I thought I’d come to fetch you and see if luck brings me that perfect match!” He shot a cheeky wink at his dad, who responded with an affectionate grin. As they strolled past a tall, striking young man, Ohm and Poon’s gazes unexpectedly locked. The handsome stranger offered a slight smile and a nod towards Poon, who quickly turned away, a blush creeping up his cheeks from such a simple yet startling gesture. Once they had moved on, Ohm pondered—a captain might not be in his future, but could he still dream of potentially being a son-in-law someday?

FANFICTION เรื่องที่ 2 มีชื่อว่า... ไร้ลิขิตขีดเขียน

นามปากกา : Lita P

            ในโลกที่ทุกคนเกิดมาพร้อมกับคำลิขิตบนข้อมือ ซึ่งเป็นคำแรกที่เนื้อคู่จะเอ่ยทักทายกัน แต่ ปุณ กลับมีข้อมือที่ว่างเปล่า เขาใช้ชีวิตด้วยความเชื่อว่าตนเองถูกโชคชะตากำหนดให้ไร้คู่ จนได้เข้ามหา'ลัยและพบ โอบ รูมเมทนักกีฬาร่างสูงรอยยิ้มอบอุ่น ที่สำคัญโอบก็ไม่มีข้อความบนข้อมือเช่นกัน “นายไม่มีเหมือนกันนี่” ปุณถามด้วยความตื่นเต้นในวันแรกที่พบกัน โอบก็พยักหน้าแล้วยิ้มตอบโดยไม่พูดอะไร ทว่าความเงียบระหว่างกันในตอนนั้นกลับไม่ได้ทำให้รู้สึกอึดอัด กลายเป็นความสบายใจอย่างน่าประหลาด นานวันเข้าความสัมพันธ์ระหว่างพวกเขาก็เริ่มลึกซึ้งมากกว่าแค่รูมเมท ผ่านการกระทำที่เสียงดังกว่าคำพูด โอบมักจะเตรียมมื้อดึกไว้ให้ปุณตอนที่ต้องอ่านหนังสือสอบ ปุณก็จะคอยซัพพอร์ตโอบในการแข่งกีฬาเสมอ แววตาและความเอาใจใส่ระหว่างกันมันชัดเจนถึงความรักยิ่งกว่าตัวหนังสือบนผิวหนัง ทว่าปุณกลับยังโหยหาคำยืนยันของพรหมลิขิต ในคืนวันหนึ่งปุณพูดว่า ระหว่างเราอาจไม่ใช่ความรัก เพราะไม่มีคำยืนยันใดใดเหมือนคู่อื่น โอบจึงดึงมือปุณมาแนบที่หัวใจ แล้วพูดว่า “เพราะกฎของเนื้อคู่ที่จริงคือ หากรักกันได้ด้วยหัวใจใช่คำพูด คนคู่นั้นคือรักนิรันดร์”

FANFICTION #2: This FANFICTION is titled... Unwritten destiny

Pen Name : Lita P

            In a realm where every individual bears a destiny mark on their wrist—their soulmates’ first words—Pun finds himself marked by emptiness. He’s always thought he was tied to fate, but that belief shifts when he steps into university and crosses paths with Ob, his tall, athletic roommate whose smile radiates warmth. Curiously, Ob doesn’t have a mark either. “You don’t have one, do you?” Pun nearly sputters in excitement upon their first encounter. Ob nods, beaming silently, and the quiet that blankets them feels anything but uncomfortable—it’s a soothing balm. As days turn into weeks, their bond evolves into something profound, transcending mere roommate status, manifesting in gestures louder than any declaration. Ob has a knack for whipping up midnight snacks for Pun during late-night study sessions, while Pun champions Ob in every sporting challenge. The unspoken connection in their gazes and the kindness they offer each other weave a tapestry of love that no words could encapsulate. Yet, Pun grapples with a yearning for a sign from fate. One evening, he voices a doubt: their relationship may not be true love due to the absence of a familiar confirmation like other couples receive. In a tender moment, Ob takes Pun’s hand and gently places it over his heart, whispering, “The real essence of soulmates is this: if your love springs from the heart and not just from words…” “That love is everlasting.”

FANFICTION เรื่องที่ 3 มีชื่อว่า... Minor, My Major

นามปากกา : คนธรส (คน-ธะ-รส)

            หากเปรียบเราสองดั่งโน้ตดนตรี เธออาจเป็นคีย์เมเจอร์ที่สว่างไสวเหมือนเช้าวันใหม่ ส่วนฉันเป็นไมเนอร์ที่อบอุ่นปนเหงา แต่เมื่อบรรเลงพร้อมกันกลับกลายเป็นคอร์ดที่พอดีอย่างประหลาด ปี 1977 ในห้องซ้อมเก่าใต้โรงละคร โอห์ม คือนักเปียโนผู้เคยถูกตราหน้าว่า “ทำลายเวที” เพราะคืนหนึ่งเขาเล่นผิดคีย์ในคอนเสิร์ตใหญ่จนถูกไล่ออก ตั้งแต่นั้นเขาไม่กล้าบรรเลงเพลงรักอีก ปูน นักร้องหนุ่มเสียงนุ่มที่เข้ามาเช่าเปียโนตัวเดียวกัน กลับได้ยินทำนองที่โอห์มพยายามซ่อน ทุกครั้งที่ปูนร้อง เสียงเปียโนของโอห์มจะสั่นไหวราวกับหัวใจถูกแตะต้อง แต่ยิ่งใกล้กัน ข่าวลือในวงดนตรีและแรงกดดันจากค่ายเพลงก็ยิ่งบีบให้ปูนต้องเลือกระหว่าง เส้นทางดังไกล กับ นักเปียโนที่มีอดีตด่างพร้อย ความรักของพวกเขาจึงเหมือนเพลงที่ยังเขียนไม่จบ หวานลึกแต่เจ็บร้าว เพราะโอห์มต้องต่อสู้กับปมในใจว่า เขาคู่ควรจะยืนเคียงข้างปูนหรือไม่ ขณะที่ปูนยืนยันผ่านทุกโน้ตว่า บางครั้งความผิดพลาดในวันวาน ก็เป็นเพียงคอร์ดนำทางไปสู่ทำนองที่งดงามที่สุด และหากโอห์มกล้ากดคีย์นั้นอีกครั้ง ไม่ใช่เพื่อพิสูจน์ใคร แต่เพื่อยอมรับตัวเอง บทเพลงของทั้งสองอาจกลายเป็นรักที่ไม่ต้องหลบซ่อนอีกต่อไป

FANFICTION #3: This FANFICTION is titled... Minor, My Major

Pen Name : คนธรส

            If we were musical notes, you might be a vibrant major chord, shining like the first light of dawn, while I resemble a warm, sorrowful minor. Yet, when we come together, we form an unexpectedly harmonious blend. Back in 1977, in a dusty old practice room beneath the theater, Ohm was a pianist unfairly labeled a 'stage destroyer' after he hit a wrong note during a big concert and lost his job. Since that night, love songs have been off-limits for him. Poon, a young vocalist with a gentle voice who also plays the same piano, can sense the melody Ohm tries to keep under wraps. Every time Poon sings, Ohm's playing quivers, as if his heart is being stirred. But with their growing closeness, whispers within the band and pressure from their record label push Poon to decide between fame and a pianist with a troubled history. Their love is like an incomplete tune, achingly sweet yet tinged with sadness, as Ohm grapples with his self-worth: does he deserve to stand alongside Poon? Through every note, Poon insists that sometimes, our past missteps are just notes leading to the most beautiful symphony. If Ohm finds the courage to strike that key again—not to prove anyone wrong, but to embrace who he is—their song could evolve into a love that no longer needs to be concealed.

FANFICTION เรื่องที่ 4 มีชื่อว่า... หากว่าเป็นไปได้

นามปากกา : LINLININ

            ความรักที่เคยบริสุทธิ์แต่ในวันนี้ถูกตราหน้าว่าผิด เพียงเพราะทะเบียนสมรสฉบับใหม่เปลี่ยนสถานะจาก คนรัก ให้กลายเป็น พี่น้อง ในชั่วข้ามคืน โอห์ม ทรุดกายคุกเข่าลงต่อหน้าเงาของปูนที่พาดผ่านแสงสลัวในห้องพระ กลิ่นธูปและเสียงสวดมนต์ยามค่ำคืนไม่ได้ช่วยชะล้างความปรารถนาอันบาปหนาที่ยังสุมทรวง ทุกครั้งที่ปูนเอ่ยคำว่า พี่ ออกมาต่อหน้าพ่อแม่ มันเหมือนเข็มพิษที่ทิ่มแทงหัวใจจนเหวอะหวะ ความทรงจำที่ปลายนิ้วเคยสอดประสานกันใต้โต๊ะอาหารถูกฝังกลบด้วยความเหมาะสมที่โลกหยิบยื่นให้ ทั้งที่ความจริงเราคือเจ้าของกันและกันมาก่อนที่เส้นขนานจะถูกบังคับให้มาบรรจบเป็นวงตระกูล โอห์มสะอื้นไห้ไร้เสียง ก้มกราบลงบนพื้นไม้เย็นเฉียบที่สั่นสะท้านด้วยแรงอารมณ์ เขารู้ดีว่าต่อให้เอื้อมมือไปคว้าชายเสื้อปูนในตอนนี้ สิ่งที่ได้กลับมาคงมีเพียงคำตัดสินของสังคมที่ตราหน้าว่า พวกเขาคือรอยด่างพร้อยของบ้าน โอห์มแหงนมองใบหน้าคนที่รักที่สุด ซึ่งบัดนี้เลือนรางผ่านม่านน้ำตา พลางเอ่ยคำสัตย์สาบานที่แสนสิ้นหวังว่า “หากเป็นได้จริง ผมแค่อยากขอรักคุณใหม่” รักในวันที่เรายังเป็นเพียงคนแปลกหน้าที่หัวใจว่างเปล่า ไม่ใช่คนในครอบครัวที่หัวใจแหลกสลายเช่นนี้

FANFICTION #4: This FANFICTION is titled... If possible

Pen Name : LINLININ

            Once, their love was a bright flame, but now it's tainted by the cruel twist of a marriage certificate that turned them from lovers into mere siblings overnight. Ohm found himself kneeling in the soft glow of the prayer room, the shadows of Poon dancing in the tender light. The fragrance of incense mixed with the echoes of evening prayers could never cleanse the fiery longing still ignited in his soul. Each time Poon called him "brother" in front of their parents, it felt like a thousand sharp thorns piercing through him, leaving wounds that would never heal. Their memories—of fingers intertwined beneath the dinner table—were buried beneath society's rigid demands, but they had once belonged solely to each other before the harsh lines of family ties pulled them apart. Ohm's silent tears dripped onto the cool wooden floor as he shook with emotion, knowing that if he dared to reach out and touch Poon's shirt now, all he'd meet would be society's harsh judgment branding them a disgrace. Through a veil of tears, he gazed at the face of the man he adored most and whispered a desperate promise: "If only I could, I would choose to love you again." To love you back when we were just two strangers with hearts yearning for connection. It's not just families that suffer like this; hearts break in silence, all around.

FANFICTION เรื่องที่ 5 มีชื่อว่า... สิ่งศักดิ์สิทธิ์ช่วยลูกด้วย

นามปากกา : Maddy

            “โอห์ม” ศิลปินไส้แห้งที่วาดรูปประทังชีวิตมาตั้งแต่เรียนจบ ทั้งที่สมัยเรียนเขาเคยเป็นที่ 1 ไม่ว่างานไหนของเขาก็ต้องเป็นที่พูดถึงจากคนในคณะเสมอ เขาถูกชื่นชมจากอาจารย์และเพื่อนฝูงมากมาย แต่บัดนี้กลับกลายเป็นเพียงศิลปินที่ไร้ชื่อเสียง วันหนึ่งเขาทนกับความผิดหวังในตัวเองไม่ไหวจนต้องไปบนบานศาลกล่าวต่อหน้าต้นมะม่วงใต้อพาร์ตเม้นท์ ใครจะไปคิดว่าอาทิตย์ถัดมาคำขอเขาจะเป็นจริงสมใจ ตอนนั้นแค่ขอไปเล่น ๆ ว่าให้งานชิ้นที่วาดขายได้ราคา 100,000 บาท แล้วจะเลิกกินหมูตลอดชีวิต จู่ ๆ ก็มี “ปูน” ไอ้เด็กหน้าแมวที่ไหนไม่รู้มาติดต่อขอซื้องานจริง พร้อมบอกว่า “พี่ไปกินบุฟเฟ่ต์เป็นเพื่อนผมได้ไหมครับ ผมจ้างเดือนละหมื่น พร้อมซื้องานทั้งหมดของพี่ด้วย แต่พี่แค่ต้องไปกินบุฟเฟ่ต์กับผมทุกวันจันทร์ พุธ ศุกร์ อาทิตย์” แล้วไอ้บุฟเฟ่ต์ที่ว่านี่เป็นเนื้อโคขุนโพนยางคำได้ไหมวะ พี่กินหมูไม่ได้แล้วไงน้อง แต่เจ้าตัวดันบอกมาว่า “ผมนับถือเจ้าแม่กวนอิม กินเนื้อไม่ได้” แล้วผมต้องทำยังไงวะเนี่ย เงินก็อยากได้ แต่หมูก็กินไม่ได้แล้วไง สิ่งศักดิ์สิทธิ์ช่วยลูกด้วยยยยยย

FANFICTION #5: This FANFICTION is titled… Oh, heavenly forces, lend me your aid.

Pen Name : Maddy

            Ohm," an aspiring artist grappling with the challenges of life, has managed to survive on his paintings ever since he tossed his graduation cap in the air. Back in school, he shone brightly as a top student, earning accolades and admiration from both peers and professors alike. Yet now, he's just a face in the crowd, a nameless artist seeking his place in the world. One fateful day, overwhelmed by his frustration, he finds himself beneath a mango tree near his apartment and makes a wish. Little did he know that magic was about to intervene in his life. He whimsically wished for 100,000 baht from one of his paintings, even swearing to abstain from pork for life in exchange. Out of the blue, a mysterious boy named "Poon," who had the unique charm of a feline face, reached out to him with an intriguing offer. Poon proposed, "How about we hit up a buffet together? I’ll give you 10,000 baht a month and buy all of your artwork. All I ask is that you join me at the buffet every Monday, Wednesday, Friday, and Sunday." Ohm couldn’t help but wonder if their buffet adventures would feature premium beef, given that pork was now off the menu for him. To his surprise, Poon responded, "I honor the Goddess of Mercy, so meat's not on my plate." Now, Ohm found himself at a crossroads. He yearned for the cash, but what could he do without his beloved pork? "Oh, divine powers, lend me a hand!

เข้าสู่ช่วงที่สองของรายการ EFM FANDOM LIVE ค่ำคืนนี้ต้อนรับ “โอห์ม - ปูน”

ที่จะมาเริ่มปฏิบัติการหลอกให้เหล่าแฟน ๆ ตกหลุมรักจนกู้ไม่กลับ พากันโดนหลอก แบบเต็มใจให้หลอกไปตาม ๆ กัน  !

กว่าจะมาเป็น “โอห์ม - ปูน”

          “ปูน” ได้เผยว่า ช่วงแรกที่ได้เจอกัน ด้วยความที่คนพี่นั้นเป็นคนเงียบ ๆ จึงทำให้เกิดความกลัวว่าจะเข้ากันได้ไหม จะทำลายกำแพงอีกคนได้หรือป่าว แต่สุดท้าย พอได้พูดคุยกันก็ทำให้รู้ว่า จริง ๆ แล้ว “โอห์ม” ไม่ใช่คนที่มีกำแพงเลย และไลฟ์สไตล์ต่าง ๆ ของทั้งคู่ก็มีความใกล้เคียงกัน ไม่ว่าจะเรื่องที่ชอบน้องหมา ชอบถ่ายรูป หรือจะเป็นชอบการไปแฮงเอาท์ สิ่งเหล่านี้ทำให้ทั้งคู่สามารถสนิทกัน และเข้ากันได้ง่ายขึ้น แม้ว่าภาพที่คนอื่นมองมา ทั้งคู่จะดูแตกต่างกันมากก็ตาม

            ด้านของ “โอห์ม” ก็ได้เผยว่า แค่อยู่กับคนน้อง ก็สบายใจแล้ว ไม่ต้องกังวลเรื่องที่จะไม่มีคนพูดเลย เพราะคนน้องเป็นคนพูดเก่งมาก และยังน่ารัก สดใส เข้ากับคนอื่นได้ง่าย ทำให้เวลาอยู่ใกล้ ๆ แล้วรู้สึกสบายใจสุด ๆ !

ว่าด้วยเรื่องออกกำลังกายของทั้งคู่

          “โอห์ม” เผยว่า จริง ๆ แล้ว ตนนั้นเป็นคนไม่ชอบเข้ายิม จะชอบออกกำลังกายอยู่ที่บ้านมากกว่า และไม่ได้เป็นคนที่เคร่งครัดในการออกกำลังกายขนาดนั้น แต่จะหาอะไรทำ ที่เป็นการออกกำลังกายในชีวิตประจำวันแทน เช่น การเลือกเดิน แทนการนั่งวินมอเตอร์ไซค์ พร้อมพูดแบบติดแซวอีกว่า ช่วงนี้ “ปูน” เริ่มจะฟิตกว่าตัวเองแล้ว ทำเอาคนน้องเมื่อฟังจบก็อดยิ้มภูมิใจไม่อยู่

            ด้านของ “ปูน” ก็ได้เผยว่า ตนนั้นจะมี “ดัมเบล” คู่ใจอันหนึ่ง ที่จะพกไปด้วยกันทุกที่ โดยในช่วงที่ตนนั้นได้เล่นซีรีส์เรื่องแรก ซึ่งเป็นเรื่องที่ได้ใส่เสื้อแขนกุดในหลาย ๆ ซีน จึงทำให้ต้องโชว์แขนอยู่บ่อย ๆ ตนก็จะพกดัมเบลคู่ใจนี้ไปด้วยตลอด และจะเน้นเล่นแต่แขนเป็นส่วนใหญ่

TOP 5 คนขรึม “Introvert” ประจำ GMMTV

          “โอห์ม” ก็ได้เป็นตัวแทนในการจัดอันดับคนเรียบร้อย พูดน้อย น่ารัก ประจำ GMMTV โดยได้เลือกให้ “โอห์ม ฐิติวัฒน์” หรือตัวเองนั้น เป็นอันดับที่หนึ่ง

            และในอันดับที่สอง ความพูดน้อยเรียบร้อยตามกันมาติด ๆ กับ “มาร์ค จิรันธนิน”

            คนถัดไปที่ “โอห์ม” ได้เลือกให้ประจำตำแหน่ง Top 5 Introvert ในอันดับที่สาม ประจำ GMMTV ได้แก่ “นานิ หิรัญกฤษฎิ์”

            ในอันดับที่สี่นั้น “ปูน” ก็ได้อาสาช่วย “โอห์ม” เลือกคนที่จะมาอยู่ในอันดับนี้ โดย “ปูน” ก็ได้เลือก “สกาย วงศ์รวี” โดยให้เหตุผลเสริมว่า โดยส่วนตัวรู้สึกว่า “สกาย” นั้นเป็นคนที่เงียบมาก ๆ

            และอันดับสุดท้าย อันดับที่ห้า “โอห์ม” จึงได้เลือก “เปรม วรุศ” เป็นผู้ที่ได้ครองตำแหน่ง Top 5 Introvert ประจำ GMMTV ในอันดับที่ห้านี้ไป

TOP 5 ตัวจี๊ด “Extrovert” ประจำ GMMTV

            โดย “ปูน” ก็ได้เป็นคนรับผิดชอบในการเลือก 5 ตัวจี๊ด “Extrovert” ประจำ GMMTV และได้ยกอันดับแรกให้กับ “จูเนียร์ ปณชัย” ผู้เป็นที่เลื่องลือว่าเป็นคนที่พูดเก่งอันดับต้น ๆ ของ GMMTV สำหรับเหล่าแฟน ๆ นั่นเอง

            อันดับที่สอง ก็คงหนีไม่พ้น “เต ตะวัน” ซึ่งคนนี้ก็ถือเป็นที่เลื่องชื่อลือชา สำหรับการที่เป็นคนพูดเก่ง และคอยสร้างรอยยิ้ม กับเสียงหัวเราะให้กับเพื่อน ๆ น้อง ๆ และแฟน ๆ อยู่เสมอ

            อันดับที่สาม คำตอบในอันดับนี้กลับทำให้คนฟังต้องตกตะลึงใจอย่างมาก เพราะชื่อที่ออกมาจากปากของ “ปูน” ดันเป็นชื่อของ “มาร์ค จิรันธนิน” โดย “ปูน” ได้ให้เหตุผลว่า ส่วนตัวแล้วตนนั้นรู้สึกว่าพี่มาร์คนั้นเปลี่ยนไป ไม่ได้นิ่งเหมือนเมื่อก่อนแล้ว

            ในส่วนของอันดับที่สี่ ตำแหน่ง Top 5 ผู้สดใส ร่าเริง ประจำ GMMTV “ปูน” ก็ได้เลือกยกให้กับ “บุ๊ค กษิดิ์เดช”

            และสุดท้าย อันดับที่ห้า ตามมาติด ๆ “ปูน” ได้เลือกให้ ตัวเอง อยู่ในอันดับที่ห้า พร้อมให้เหตุผลเพิ่มเติมว่า เมื่อก่อน ช่วงแรก ๆ ที่ตนนั้นเพิ่งได้เข้ามา ตนจะสดใส ร่าเริงกว่านี้

            นอกจากนี้ “ปูน” ยังได้เสริมอีกว่า อีกคนหนึ่งที่ขาดไม่ได้ หากจะให้จัดอันดับ ตัว Top 5 Extrovert ประจำ GMMTV ก็คงหนีไม่พ้น “ออฟ จุมพล” ผู้ที่เป็นเสมือนตำนานของ GMMTV และนิสัยสุดน่ารักของ “ออฟ” นั้น เรียกได้ว่าสามารถเข้าได้กับทุกคนเลยก็ว่าได้

“ปูน” เพื่อน “นอร์ธ”

            โดย “ปูน” ได้เผยว่า ตัวละครของ “นอร์ธ” นั้นเป็นคนที่ใช้ความรู้สึกนำทางมากกว่าการใช้เหตุผล และหากตนมีเพื่อนที่นิสัยเหมือนกับ “นอร์ธ” ในชีวิตจริง คงหนีไม่พ้นคำว่า ‘เป็นห่วง’ ซึ่งตั้งแต่ EP.1 จะมีเหตุการณ์ที่ “นอร์ธ” เจอกับ “ยู” และให้เช็คเงิน 250 ล้านบาทเลยทันที ความไว้ใจคนง่ายเกินไปของ “นอร์ธ” เป็นเหตุผลที่ทำให้ “ปูน” อดเป็นห่วงไม่ได้

สาเหตุของการ “ตกหลุมรัก”

          “โอห์ม” ได้เผยว่า สิ่งที่ตัวเขานั้นคิดว่าตัวของ “ยู” นั้นแพ้ทางให้กับ “นอร์ธ” นั่นก็คือ ความใสซื่อ ความน่ารัก และความบริสุทธิ์ ของ “นอร์ธ” ที่เป็นเหมือนน้องน้อย จึงไม่แปลกใจเลยที่จะทำให้ “ยู” ตกหลุมรัก “นอร์ธ” เข้าแบบเต็มเปาาา

“รักหลอก Love or Lie”

            งานนี้พี่ ๆ ดีเจ ก็ได้ให้ “โอห์ม - ปูน” ร้องเพลง “รักหลอก Love or Lie” แบบสด ๆ เสิร์ฟเสียงทุ้ม นุ่ม ละมุน ชวนเอาแฟน ๆ หูเคลือบทองไปตาม ๆ กันนน

และอีกหนึ่งช่วงเวลาสำคัญ ที่เต็มไปด้วยรอยยิ้ม และความสนุกสนานตลอดทั้ง Live

 ทางรายการ EFM FANDOM LIVE มีเกมสุดพิเศษมาให้ “โอห์ม - ปูน” ได้เล่นสนุกกัน 

กับเกม ‘1 ถึง 10 จำให้ดี เลขนี้มีอะไร ?’ บอกได้เลยว่างานนี้ “โอห์ม-ปูน” จัดเต็มสุด ๆ จะน่ารัก แสบซนกันขนาดไหน 

สามารถไปรับชมความครีเอท ความน่ารัก ฟินใจของทั้งคู่ได้เลยยย

(เข้าไปชมได้ใน YouTube : ATIME)

ยังคงเติมเต็มความฟินให้ค่ำคืนนี้แบบต่อเนื่อง กับโมเมนต์สุดพิเศษ ด้วยการให้ “โอห์ม - ปูน” โทรกลับ

และพูดคุยกับแฟน ๆ ชวนแฟน ๆ ยิ้มแก้มแตก อิ่มอกอิ่มใจไปตาม ๆ กัน

            สุดท้ายนี้… รายการ EFM FANDOM LIVE ขอขอบคุณ “โอห์ม - ปูน” สำหรับโมเมนต์สุดพิเศษตลอดค่ำคืนนี้ และขอบคุณที่เข้ามาสร้างรอยยิ้ม และสีสันให้กับดีเจ และเหล่าแฟน ๆ รวมถึงทีมงานได้พากันเขินน้วย ใจฟูตลอดค่ำคืน ฝากทุกคนติดตามซีรีส์เรื่อง “My Romance Scammer รักจริง หลังแต่ง” สามารถรับชมได้ทุกวันอาทิตย์ เวลา 20.30 น. ทางช่อง GMM25 และรับชมย้อนหลังได้ที่ WeTV ใครดูแล้วระวังจะตกหลุมรักแบบไม่รู้ตัววว

สามารถเข้าไปรับชมความเคมีเคใจ ความน่ารักของทั้งคู่ได้ทาง

แล้วมาท่องโลกความฟินพร้อมกันใหม่ใน Chapter ต่อไปน้า~

 

album
efm
-

-