[รีวิวหนัง] "วิมานหนาม" ตอกย้ำความเจ็บปวด ที่สมรสเท่าเทียมก็ไม่สามารถชดใช้ได้

Movie & Trend

[รีวิวหนัง] "วิมานหนาม" ตอกย้ำความเจ็บปวด ที่สมรสเท่าเทียมก็ไม่สามารถชดใช้ได้

21 ส.ค. 2024

วันนี้แอดขอนำเสนอหนังเรื่อง "วิมานหนาม" ของค่ายหนังอารมณ์ดีอย่าง GDH จากผลงานการสร้างหนังเรื่องแรกของผู้กำกับรุ่นใหม่ไฟแรงฝีมือจัดจ้าน "บอส-นฤเบศ กูโน" ที่ได้หยิบยกเรื่อง LGBTQ+ มาเป็นแรงบันดานใจในการทำหนังเรื่องนี้ โดยเริ่มต้นเรื่องจากหนุ่มชาวสวนทุเรียน

เรื่องย่อ วิมานหนาม

เริ่มต้นจาก ‘ทองคำ’ หรือเจฟ ซาเตอร์ ที่ได้นำเงินก้อนใหญ่ที่สุดในชีวิต ที่หามาด้วยน้ำพักน้ำแรก มาลงทุนปลูกบ้านทำสวนทุเรียน และไถ่ถอนที่ดินให้กับ ‘เสก’ หรือเต้ย พงศกร เมตตาริกานนท์ คนรัก ซึ่งเสกได้ติดจำนองอยู่ตั้งแต่รุ่นพ่อ แต่เมื่อใกล้ถึงฤดูเก็บเกี่ยวทุเรียน เสกกลับประสบอุบัติเหตุตกจากต้นทุเรียนจนเสียชีวิต และกรรมสิทธิ์บ้านและสวนจึงตกเป็นของ ‘แม่แสง’ หรือสีดา พัวพิมล) แม่ของเสกตามกฎหมาย และต่อมาไม่นาน แม่แสงก็ได้ย้ายเข้ามาอยู่ที่สวนทุเรียนพร้อมกับ ‘โหม๋’ หรืออิงฟ้า วราหะ ลูกสาวที่เก็บมาเลี้ยง และ น้องชายของโหม๋ ‘จิ่งนะ’ หรือเก่ง หฤษฎ์ บัวย้อย มาอยู่ด้วยกัน ทองคำจึงหาทางทำทุกอย่างเพื่อที่จะทวงวิมานที่เขาสร้างมาด้วยกันกับเสกคู่รักของเขาคืนมา และในขณะเดียวกันโหม๋ก็ทำทุกทางที่จะปกป้องสิทธิ์ที่ถูกต้อง “ตามกฏหมาย” ของแม่เสก และโดยหวังว่าจะได้ร่วมครอบครองบ้านและที่ดินสวนทุเรียนนี้เช่นกัน 

และเนื้อเรื่องทำให้แอดรู้สึกว่า ทุกอย่างที่หนังได้สื่อออกมานั้น ตอกย้ำความเจ็บปวดของเพศที่ 3 หรือ LGBTQ+ เป็นความเลื่อมล้ำทางสังคม เพราะที่ ‘ทองคำ’ หรือเจฟ ซาเตอร์ ไม่ได้สิทธิ์ในสมบัติ การรักษาพยาบาลของคนรัก เพียงเพราะความรัก ความทรงจำ และหลักฐานใดๆ ที่เขามีนั้น ไม่หนักแน่นพอเมื่อเทียบกับความรักที่ยืนยันด้วยแผ่นกระดาษ อย่างทะเบียนสมรส 

วิมานหนาม ทำให้แอดเห็นภาพความเจ็บปวดจาก ความไม่เท่าเทียมทางกฏหมายเหล่านี้ ที่กลายเป็นทรัพย์สินซึ่งถูกส่งต่อเป็นทอดๆ แทนมรดก เช่นการที่แม่แสงเผชิญความอยุติธรรมจึงพยายามครอบครองสิ่งที่เธอสมควรได้รับด้วยกฏหมาย แม้ว่ามันจะอยู่บนหยาดเหงื่อแรงกายของคนอื่น และส่งต่อความอยุติธรรมนั้นให้กับโหม๋ที่ถูกใช้งานดูแลยิ่งกว่าลูก แม้จะไม่ได้รับสิทธิ์ที่ลูกคนหนึ่งสมควรได้รับด้วยกฏหมาย หรือทองคำที่ถูกยึดเอาสินทรัพย์ที่หามาไปต่อหน้าต่อตา เพียงเพราะความรักของเขานั้นไม่สามารถเซ็นกระดาษสมรสได้เพียงแผ่นเดียว

เรื่องราวอันแสนวุ่นวายนี้ ที่เกินขึ้นในสวยทุเรียน จะจบลงอย่างไร และใครนั้นที่จะได้ครอบครองวิมานนี้ไป สามารถไปดูกันได้ที่โรงภาพยนตร์ ตั้งแต่วันที่ 22 สิงหาคม 2567 

ใครที่อยากดูหนังฟรี ดูหนังรอบพิเศษก่อนใคร แอดแนะนำให้รีบโหลดแอปพลิเคชัน Atime FungFin และเก็บสะสมคะแนนกันเลย ส่วนรอบหน้า Atime จะมีหนังดีๆ เรื่องไรมาให้ชาว FungFin รอลุ้นกันเลย

related Movie & Trend

แฟลตเกิร์ล ชั้นห่างระหว่าง เ ร า เมื่อชั้นของแฟลตสะท้อนระยะห่างของชีวิต ความสัมพันธ์ และความฝัน

06 ก.พ. 2025

แฟลตเกิร์ล ชั้นห่างระหว่าง เ ร า เมื่อชั้นของแฟลตสะท้อนระยะห่างของชีวิต ความสัมพันธ์ และความฝัน

วันนี้แอดขอนำเสนอภาพยนตร์เรื่อง แฟลตเกิร์ล ชั้นห่างระหว่าง เ ร า ภาพยนตร์แนว Coming of Age จากค่ายน้ำดีอย่าง GDH ที่เสิร์ฟความเข้มข้นและแฝงมิติของตัวละครที่ถูกสังคมกดทับภายใต้ความเหลื่อมล้ำ ผ่านมุมมองของเด็กวัยรุ่นผู้หญิงที่อาศัยอยู่ในแฟลตตำรวจมาฝากให้แฟน ๆ ได้รับชมกัน โดยภาพยนตร์เรื่องนี้ได้ผู้กำกับมากฝีมืออย่าง แคลร์ จิรัศยา วงษ์สุทิน ที่ฝากผลงานคุณภาพกับ ONE YEAR 365 วัน บ้านฉัน บ้านเธอ มาให้แฟน ๆ ได้รับชมกันมาแล้วเรื่องย่อ แฟลตเกิร์ล ชั้นห่างระหว่าง เ ร าเมื่อชั้นของแฟลต ไม่ได้เป็นแค่ตัวเลข แต่คือระยะห่างของชีวิต ความสัมพันธ์ และความฝัน... ภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นเรื่องราวในแฟลตตำรวจที่มีครอบครัวตำรวจนับร้อยอยู่ร่วมกัน เจน (แฟร์รี่ กิรณา พิพิธยากร) เด็กสาวจากครอบครัวนายตำรวจยศสูงซึ่ง แม่ (น้ำฝน ภักดี) เป็นเจ้าแม่เงินกู้ประจำแฟลตที่ทุกคนต้องเกรงใจ ส่วน แอน (เอินเอิน ฟาติมา เดชะวลีกุล) เด็กสาวที่พ่อเสียชีวิตในหน้าที่ ทำให้เธอต้องช่วย แม่ (จอยซ์ กรภัสสรณ์ รัตนเมธานนท์) ทำงานหาเลี้ยงน้องอีก 3 คน โดยเจนกับแอนแบ่งปันทุกโมเมนต์ร่วมกันและยังตัวติดกันเสมอ หลังเลิกเรียน พวกเธอมักจะมาตีแบดด้วยกันที่สนามแบดกลางแฟลตกับเพื่อนร่วมแก๊งสุดซี้อย่าง ไนซ์ (อาโป วชิรากร รักษาสุวรรณ) เจนหวังว่าจะได้อยู่ที่แฟลตนี้ โดยมีแอนเคียงข้างกันไปตลอด จนกระทั่ง การเข้ามาของ อาตอง (บอย ปกรณ์ ฉัตรบริรักษ์) ตำรวจหนุ่มที่เพิ่งย้ายมาอยู่แฟลตที่ไม่เพียงสั่นคลอนมิตรภาพของทั้งคู่ แต่ยังทำให้เจนและแอน ต้องเผชิญหน้ากับความจริงที่ว่า ครอบครัวที่ไร้พ่อผู้เป็นตำรวจเช่นครอบครัวของแอน อาจมีเวลาที่จะอยู่ในแฟลตแห่งนี้เหลือน้อยลงไปทุกทีหลังจากรับชมภาพยนตร์เรื่องนี้ ทำให้แอดรู้สึกว่า Mood Tone ของเรื่อง อาจทำให้ทุกคนเข้าใจว่าภาพยนตร์เรื่องนี้คงจะเป็นแนวความสัมพันธ์ระหว่างผู้หญิงกับผู้หญิง แต่หลังจากที่แอดได้รับชมภาพยนตร์ กลับทำให้รู้สึกประทับใจการสะท้อนมุมมองที่มากกว่าความสัมพันธ์ของตัวละครหลัก หรือมิตรภาพที่เห็นได้ทั่วไปและสิ่งที่ GDH สอดแทรกให้ผู้ชมได้คิดตามตลอดทั้ง 2 ชั่วโมงนิด ๆ นั้น คือเรื่องความเหลื่อมล้ำของชีวิตวัยรุ่นที่ถูกบั่นทอนความฝันไปทีละนิดด้วยข้อจำกัดของคำว่า ระยะห่าง ที่ไม่ใช่เป็นเพียงตัวเลขของแฟลต แต่เป็นระยะห่างของชีวิต ความสัมพันธ์ และความฝันของตัวละคร พร้อมทั้งสะท้อนระบบข้าราชการไทยและความ ล้าหลังที่ทำให้ชีวิตของคนที่อาศัยภายในแฟลตไม่ได้รับความสะดวกสบายเท่าที่ควรนอกจากนี้ สิ่งที่ทุกคนไม่ควรพลาด ในการไปดูภาพยนตร์เรื่องนี้ คือ ฉาก มุมกล้อง โทนสี และการจัดวางองค์ประกอบต่าง ๆ นี่คือเสน่ห์ของ GDH ที่ไม่ว่าจะสร้างภาพยนตร์เรื่องไหนออกมา แอดรู้สึกว่ามันทำให้ผู้ชมสัมผัสถึงตัวละครและเรื่องราวไปพร้อม ๆ กัน บอกได้คำเดียวว่าอินตามสุด ๆ รวมถึงการแสดงของนักแสดงต้องบอกเลยว่านักแสดงทุกคนรับส่งอารมณ์และแสดงออกมาเป็นธรรมชาติอย่างน่าประทับใจเรื่องราวของการก้าวข้ามผ่านวัยภายในแฟลตตำรวจจะเป็นอย่างไร มาร่วมหาคำตอบไปพร้อมกันว่า “ฉัน” หรือ “ชั้น” อะไรที่เป็นตัวกำหนดความต่างของชีวิต มิตรภาพ และความฝัน พร้อมสัมผัสระยะห่างระหว่างความหวานและความขมกันได้แล้ว ในภาพยนตร์ แฟลตเกิร์ล ชั้นห่างระหว่าง เ ร า วันที่ 6 กุมภาพันธ์ ในโรงภาพยนตร์

9 เดือน 9 วิญญาณจะติดตาอีกครั้ง ในโรงภาพยนตร์

03 ก.ย. 2024

9 เดือน 9 วิญญาณจะติดตาอีกครั้ง ในโรงภาพยนตร์

20 ปีผ่านไป คุณยังมีอาการปวดคอ-ปวดหลัง-น้ำหนักเกิน อยู่มั้ย!? โปรดระวัง..อาการเหล่านี้ จะกลับมาหลอนคุณแบบ‘ชัดเจน’ กว่าเดิม..เพราะ ‘ชัตเตอร์ กดติดวิญญาณ’ กำลังจะกลับมา ฉบับรีมาสเตอร์ 4K ฉลองครบรอบ 20 ปีผีขี่คอพบกับ ‘ชัตเตอร์ กดติดวิญญาณ’ ภาพยนตร์สยองขวัญระดับตำนานกับการ REMASTERED ใหม่ กระจ่างชัดระดับ 4Kวันที่ 9 เดือน 9 วิญญาณจะติดตาอีกครั้ง ในโรงภาพยนตร์

LGBTQ+ Pride Flags and What They Stand For

13 มิ.ย. 2025

LGBTQ+ Pride Flags and What They Stand For

LGBTQ+ Pride Flags ธงไพรด์ถูกสร้างขึ้นในปี 1978 โดย Gilbert Baker ตามคำขอของ Harvey Milk เพื่อเป็นสัญลักษณ์ของความภาคภูมิใจของ LGBTQ+ โดยแต่ละสีมีความหมายธงไพรด์ (Pride Flag / Rainbow Flag)ความหมาย: ตัวแทนของ LGBTQ+ ทั้งหมดสี: ชมพู (เพศ), แดง (ชีวิต), ส้ม (เยียวยา), เหลือง (แสงแดด), เขียว (ธรรมชาติ), ฟ้าน้ำทะเล (ศิลปะ/เวทมนตร์), คราม (ความสงบ), ม่วง (จิตวิญญาณ)ธงฟิลาเดลเฟียไพรด์ (Philadelphia Pride Flag)ความหมาย: เน้นการเรียกร้องสิทธิของ LGBTQ+ ที่เป็นคนผิวสีProgress Pride Flag (เวอร์ชันรวม Intersex)สีใหม่: วงกลมม่วงบนพื้นเหลือง (แทนอินเตอร์เซ็กซ์)ความหมาย: รวมความหลากหลายของ LGBTQ+ โดยเฉพาะ คนข้ามเพศ, คนผิวสี และคนอินเตอร์เซ็กซ์ธงเควียร์ไพรด์ (Queer Pride Flag)สี: เขียว: ตัวตนที่ไม่เป็นไปตามเพศกำหนด, ขาว: ความเป็นไปได้ไม่สิ้นสุด, ม่วง: การหลอมรวมระหว่างเพศและรสนิยมหลากหลายความหมาย: ตัวแทนกลุ่มที่ไม่จำกัดเพศหรือรสนิยมใด ๆ โดยเฉพาะคนที่ระบุตัวเองว่า "เควียร์"ธงคนข้ามเพศ (Transgender Flag)สี: ฟ้า (ชาย), ชมพู (หญิง), ขาว (ไม่ระบุเพศหรือกำลังเปลี่ยนผ่าน)ธงอินเตอร์เซ็กซ์ (Intersex Flag)วงกลมม่วงบนพื้นเหลืองสี : เหลือง: สีที่ไม่อิงเพศ, วงกลมม่วง: ความสมบูรณ์และสิทธิในการกำหนดเพศด้วยตนเองธงอเซ็กชวล (Asexual Flag)สี: ดำ (ไม่มีแรงดึงดูดทางเพศ), เทา (บางระดับ), ขาว (พันธมิตร), ม่วง (ชุมชน)ธงไบเซ็กชวล (Bisexual Flag)สี: ชมพู (เพศเดียวกัน), น้ำเงิน (เพศตรงข้าม), ม่วง (ทั้งสอง)ธงพานเซ็กชวล (Pansexual Flag)สี: ชมพู (รักเพศหญิง), เหลือง (ไม่จำกัดเพศ), น้ำเงิน (รักเพศชาย)ธงเลสเบี้ยน (Lesbian Flag)เวอร์ชันนิยม: แถบสี 7 เฉด (ส้ม-ชมพู)สี: ส้มเข้ม: ความเป็นเพศหญิง , ส้มอ่อน: ความเป็นอิสระ , ขาว: ความรักที่บริสุทธิ์ , ชมพูอ่อน: ความอ่อนโยน , ชมพูเข้ม: ความรักระหว่างผู้หญิงธงนอนไบนารี (Nonbinary Flag)สี: เหลือง: คนที่ไม่ใช่เพศชายหรือหญิง , ขาว: ตัวตนหลายเพศหรือทุกเพศ , ม่วง: การผสมผสานระหว่างเพศชายและหญิง , ดำ: ผู้ไม่มีเพศเลยขอบคุณข้อมูลจาก :VolvogroupThe Human Rights Campaign

รีวิว “หลานม่า” หนังครอบครัวที่เรียบง่ายแต่ทรงพลัง

05 เม.ย. 2024

รีวิว “หลานม่า” หนังครอบครัวที่เรียบง่ายแต่ทรงพลัง

หลานม่า (HOW TO MAKE MILLIONS BEFORE GRANDMA DIES) ภาพยนตร์ไทยที่ได้แรงบันดาลใจจากเรื่องจริงที่มีทุกครอบครัว ผลงานภาพยนตร์เรื่องแรกของ “บิวกิ้น-พุฒิพงศ์ อัสสรัตนกุล” และ “ยายแต๋ว-อุษา เสมคำ”เรียกได้ว่าเป็นหนังคืนฟอร์ม GDH เลยก็ว่าได้ ตลอดระยะเวลา 2 ชั่วโมงของหนัง “หลานม่า” เต็มไปด้วยความเรียบง่าย เล่าความเรียลของชีวิตผ่านตัวละคร “อาม่า” ถึงแม้หนังจะเล่าเรื่องราวของครอบครัวคนไทยเชื้อสายจีน แต่เชื่อว่าครอบครัวคนไทยเองก็สามารถเข้าถึงหนังได้ไม่ต่างกัน นอกจากจะเป็นความคิดถึงของการรอคอยลูกหลานให้กลับบ้านมาพร้อมหน้าพร้อมตาแล้ว ยังเล่าถึงตัวละครลูกที่ถูกเลี้ยงดูมาไม่เหมือนกัน กู๋เคี้ยง ลูกชายคนโตที่มีครอบครัวสุขสบาย มีครบทุกอย่าง, ซิว ลูกสาวคนกลาง แม่เลี้ยงเดี่ยวสู้ชีวิตที่ถูกมองข้าม, กู๋โส่ย ลูกชายคนเล็กที่ชีวิตสุดจะพัง ต่างคนต่างแยกย้ายกันไปใช้ชีวิตจนละเลยคนที่สำคัญที่สุดไปถึงแม้หนังจะสามารถเดาทางได้ แต่ระหว่างทางเต็มไปด้วยความเรียลอย่างน่าอัศจรรย์ใจ เห็นถึงเคมีของนักแสดงที่เล่นอย่างเป็นธรรมชาติ การอยู่ร่วมกันของตัวละคร โมเมนต์การต่อปากต่อคำของม่าหลาน หรือแม้แต่บรรยากาศภายในบ้านที่อบอวลไปด้วยความเหงาและความคิดถึง หนังพาคนดูค่อย ๆ ไต่อารมณ์ไปตามตัวละคร และปล่อยให้ซึบซับอารมณ์ภายในใจ จนต้องเสียน้ำตาเป็นพัก ๆ เรียกได้ว่าอยู่ในจุดที่ทำถึง กินใจคนดูอีกหนึ่งเสน่ห์ของ “หลานม่า” นอกจากตัวละครที่เล่นสมบทบาทแล้ว สถานที่ที่ใช้ถ่ายทำก็ยังเป็นย่านเก่าแก่ เช่นตลาดพลู มีสถานที่แห่งความทรงจำของลูกหลานคนจีนมากมาย ทั้งวัด ทางรถไฟ และชุมชนบ้านเก่าแก่ของคนไทยเชื้อสายจีนโดยรวมแล้วเป็นหนังที่มีคุณค่าทางจิตใจ และหนังทำหน้าที่พาเรากลับบ้านจริง ๆ การกลับมาครั้งนี้ของ GDH ถึงแม้จะยังไม่หลุดจากสูตรเดิม ๆ แต่เรียกได้ว่าทำถึง คุ้มค่าแก่การดูแน่นอน