บุฟเฟต์ “บาบีก้อน” กลับมาแล้ว เริ่มต้นเพียง 333 บาท ตั้งแต่ 29 มี.ค. - 11 เม.ย. 66

Movie & Trend

บุฟเฟต์ “บาบีก้อน” กลับมาแล้ว เริ่มต้นเพียง 333 บาท ตั้งแต่ 29 มี.ค. - 11 เม.ย. 66

29 มี.ค. 2023

ใครคิดถึงบุฟเฟต์ “บาบีก้อน” เขากลับมาแล้วตามคำเรียกร้อง Bar B Q Plaza จัดโปร “GONGang อิ่มไม่อั้น อย่าบอกใคร!!” ให้ทุกคนอร่อยกันแบบไม่อั้น เริ่มต้นเพียงคนละ 333 บาท

 “GONGang อิ่มไม่อั้น อย่าบอกใคร!!” มีให้เลือกหลากหลายราคา

- โปรเริ่มต้น 333 บาท Net/ท่าน

- โปรลับอัปเกรด 419 บาท Net/ท่าน

- โปรลับสายเนื้อ 469 บาท Net/ท่าน

- โปรลับสายทะเล 469 บาท Net/ท่าน

- โปรลับสุดยอด 555 บาท Net/ท่าน

 นอกจากนั้นยังมี “เซ็ตก้อนใจป๋า” แลกซื้อของทานเล่นได้ในราคา 75 บาท และ 99 บาท

 สามารถจองคิวได้ทั้งทางหน้าร้าน และกดจองในแอป QueQ

ระยะเวลาโปรโมชัน ตั้งแต่วันที่ 29 มี.ค. 66 - 11 เม.ย. 66

related Movie & Trend

8 ไอเทมเด็ด เล่นน้ำวันสงกรานต์ 2568

08 เม.ย. 2025

8 ไอเทมเด็ด เล่นน้ำวันสงกรานต์ 2568

เทศกาลปีใหม่ไทยใกล้จะเข้ามาถึงแล้ว เพื่อนๆ หลายคนคงกำลังเตรียมตัวไปเล่นน้ำกันในวันสงกรานต์ แอดมินเลยมาแจก 8 ไอเทม ที่ได้ใช้แน่นอนในวันสงกรานต์ จะมีอะไรกันบ้างไปดูกันเลยปืนฉีดน้ำ : ไอเทมเด็ดประจำเทศกาลนี้ ที่ห้ามลืมเด็ดขาด ควรเลือกขนาดของปืนฉีดน้ำให้เหมาะกับขนาดร่างกายเรา และระวังเรื่องความดันน้ำกันด้วยดินสองพอง : ไอเทมนี้ใช้กันมายาวนาน เพราะด้วยสรรพคุณของดินสอพองที่ช่วยในเรื่อง แก้พิษร้อนกับร่างกาย แก้ผดผื่นและคัน ที่พิเศษคือเป็นยาห้ามเหงื่อแว่นตากันน้ำ : ไอเทมนี้ห้ามพลาด เพื่อป้องกันสิ่งแปลกปลอม หรือเชื้อโรคที่มากับน้ำ ไม่ให้เข้าสู่ดวงตา และป้องกันไม่เกิดอาการอักเสบที่ดวงตาครีมกันแดด : สำหรับใครที่เล่นน้ำกลางแจ้ง ก็ต้องอย่าลืมทาครีมกันแดดกันด้วยนะซองกันน้ำ : ซองซิปล็อกสำหรับใส่โทรศัพท์ และเงินสด เพื่อป้องกันน้ำเข้าหมวกกันแดด : ใครที่กลัวว่าครีมกันแดดจะเอาแดดเมืองไทยไม่อยู่ก็ต้องเสริมด้วยไอเทมนี้เลย นอกจากจะช่วยกันแดดแล้วยังช่วยให้ผมไม่เสียทรงอีกด้วยยาดม และยาประจำตัว : สิ่งสำคัญที่หลายคนมองข้าม ควรพกติดตัวไว้เพื่อเกิดกรณีฉุกเฉินรองเท้าแตะ : ควรเลือกสวมรองเท้าที่กันลื่น และเข็งแรง เพื่อป้องกันอุบัติเหตุผู้เขียน : เบญญาภา แนบเนียน

ชวนเพื่อนมาหารด่วน! อินทนิล ซื้อ 2 แถม 1

20 ก.พ. 2023

ชวนเพื่อนมาหารด่วน! อินทนิล ซื้อ 2 แถม 1

ชวนเพื่อนมาหารด่วน! กับโปรเด็ดจากอินทนิลในสัปดาห์นี้ซื้อเครื่องดื่มอินทนิลเมนูใดก็ได้ในราคาปกติ 2 แก้ว รับฟรี 1 แก้ว(แก้วที่แถมจะต้องมีราคาเท่ากันหรือน้อยกว่าแก้วที่ซื้อ)ตั้งแต่วันที่ 20-24 กุมภาพันธ์ 2566ที่ร้านอินทนิล ทุกสาขาหมายเหตุ- 1 สิทธิ์ / ใบเสร็จ- จำกัดวันละ 15,000 สิทธิ์- ไม่สามารถใช้ร่วมกับรายการส่งเสริมการขายอื่นได้ (ยกเว้นรายการส่งเสริมการขาย นำแก้วมาเอง)

ป๊อปคอร์นเมเจอร์ขนาด 14 ออนซ์ ลดเหลือ 19.- วันเดียวเท่านั้น!!

17 ม.ค. 2023

ป๊อปคอร์นเมเจอร์ขนาด 14 ออนซ์ ลดเหลือ 19.- วันเดียวเท่านั้น!!

ไหนใครรักป๊อปคอร์นเมเจอร์บ้างงงง ยกมือขึ้น! โปรดี ๆ กลับมาแล้ว!! เมเจอร์ฉลองป๊อปคอร์นเดย์อิ่มจุก ๆ ฟิน ๆ ได้กับป๊อปคอร์น ขนาด 46 OZ. ในราคา 19 บาท!! ราคาดีขนาดนี้ รีบชวนชาวแก๊งไปตี้ป๊อปคอร์นด่วน! 19 มกราคม 2566 นี้ เท่านั้น! Major Cineplex ทุกสาขาเงื่อนไขจำกัดจำนวนสิทธิ์ 10 กล่อง ต่อ 1 ออเดอร์ และสามารถซื้อได้ตลอดทั้งวัน ขอบคุณรูปภาพจาก : Major Group

Situationship คืออะไร? ความสัมพันธ์ฉบับ Gen Z ที่เหมือนแฟน แต่ไม่ใช่แฟน

14 ต.ค. 2026

Situationship คืออะไร? ความสัมพันธ์ฉบับ Gen Z ที่เหมือนแฟน แต่ไม่ใช่แฟน

Situationship คืออะไร? ความสัมพันธ์ฉบับ Gen Z ที่เหมือนแฟน แต่ไม่ใช่แฟนคุยกันทุกวัน ส่งข้อความ Good Morning ก่อนนอนก็มีบอกฝันดี ไปกินข้าว ดูหนัง เที่ยวด้วยกัน บางวันก็หวานจนคนรอบข้างคิดว่าเป็นแฟนกันแล้ว แต่พอมีคนถามว่า “สรุปแล้วเป็นอะไรกัน?” กลับไม่มีใครตอบได้ชัดเจนถ้าใครกำลังเจอความสัมพันธ์แบบนี้อยู่ บอกเลยว่าคุณอาจกำลังตกอยู่ในความสัมพันธ์ที่เรียกว่า Situationship ความรักรูปแบบหนึ่งที่ถูกพูดถึงบ่อยในหมู่ Gen Z เพราะเป็นความสัมพันธ์ที่อยู่กึ่งกลางระหว่างคำว่า “คนคุย” กับ “แฟน” มีความรู้สึกดี ๆ ให้กัน แต่ไม่มีสถานะที่แน่นอน จนบางครั้งก็อดสงสัยไม่ได้ว่า ตกลงเราเป็นคนพิเศษ หรือแค่คนที่เขาคุยด้วยตอนเหงากันแน่?Situationship คืออะไร? ทำไมถึงเหมือนแฟนแต่ไม่ใช่แฟนSituationship (ซิทชูเอชันชิป) คือความสัมพันธ์ที่คนสองคนมีความสนิทสนมกันมากกว่าเพื่อน อาจคุยกันทุกวัน ไปเดต ดูแลกัน หรือใช้เวลาร่วมกันเหมือนคู่รัก แต่ยังไม่ได้ตกลงกันอย่างชัดเจนว่าความสัมพันธ์นี้มีสถานะอะไร และจะพัฒนาไปในทิศทางไหนพูดง่าย ๆ ก็คือ “เหมือนแฟนทุกอย่าง ยกเว้นตอนถามว่าเป็นแฟนกันไหม”ความสัมพันธ์แบบนี้อาจเริ่มต้นจากการเป็นคนคุยธรรมดา ๆ ก่อนจะค่อย ๆ สนิทกันมากขึ้นโดยไม่มีใครพูดเรื่องสถานะ บางคู่ต่างฝ่ายต่างสบายใจกับความสัมพันธ์ที่เป็นอยู่ แต่บางคู่กลับเริ่มมีความคาดหวังไม่ตรงกัน โดยเฉพาะเมื่อคนหนึ่งเริ่มจริงจัง ขณะที่อีกคนยังมองว่าเป็นแค่ความสัมพันธ์แบบไม่ผูกมัด6 สัญญาณที่บอกว่าเราอาจกำลังอยู่ใน Situationshipบางครั้งความสัมพันธ์ก็ไม่ได้เริ่มต้นด้วยคำว่า Situationship แต่ถ้าลองสังเกตดี ๆ อาจมีพฤติกรรมบางอย่างที่ทำให้เรารู้สึกว่า ความสัมพันธ์นี้ดูเหมือนจะชัดเจน แต่ก็ไม่ชัดเจนสักทีคุยกันทุกวัน แต่ไม่เคยคุยเรื่องสถานะตื่นเช้ามาก็ทักหา ระหว่างวันคอยถามว่าทำอะไรอยู่ ก่อนนอนก็มีโทรคุยกัน เรียกได้ว่าแทบจะเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันไปแล้ว แต่สิ่งเดียวที่ไม่เคยพูดถึงก็คือคำถามว่า “ตอนนี้เราเป็นอะไรกัน?”ทำทุกอย่างเหมือนแฟน แต่ไม่มีคำว่าแฟนไปเดต จับมือ ดูแลกัน มีโมเมนต์น่ารัก ๆ จนบางครั้งก็เผลอคิดไปไกลว่าเราคงเป็นคนพิเศษของเขา แต่พอพูดถึงความสัมพันธ์จริง ๆ กลับไม่มีคำตอบที่ชัดเจน นี่แหละหนึ่งในความสับสนที่พบได้ใน Situationshipมีแค่ปัจจุบัน แต่ไม่ค่อยพูดถึงอนาคตวันนี้ไปกินข้าวกัน พรุ่งนี้นัดดูหนัง แต่พอเป็นเรื่องแผนระยะยาว เช่น เที่ยวด้วยกันช่วงสิ้นปี หรือความสัมพันธ์จะเป็นอย่างไรในอีกหลายเดือนข้างหน้า กลับไม่ค่อยมีบทสนทนาเกี่ยวกับเรื่องเหล่านี้พอถามเรื่องสถานะ อีกฝ่ายมักเลี่ยงตอบ“อยู่แบบนี้ก็ดีแล้ว” “อย่าเพิ่งรีบเลย” หรือ “ทำไมต้องมีสถานะด้วย?” เป็นคำตอบที่บางคนอาจเคยได้ยิน แม้การยังไม่พร้อมมีแฟนจะไม่ใช่เรื่องผิด แต่สิ่งสำคัญคือทั้งสองฝ่ายต้องเข้าใจและยอมรับความสัมพันธ์รูปแบบเดียวกันได้สนิทกันมาก แต่ไม่ค่อยมีตัวตนในชีวิตจริงของอีกฝ่ายคุยกันมาหลายเดือน แต่ไม่เคยรู้จักเพื่อนสนิท ไม่เคยถูกแนะนำให้คนรอบตัวรู้จัก หรือแทบไม่มีส่วนร่วมในชีวิตด้านอื่น ๆ ของอีกฝ่าย อย่างไรก็ตาม บางคนอาจต้องการความเป็นส่วนตัว จึงควรพิจารณาร่วมกับพฤติกรรมอื่น ๆ มากกว่าตัดสินจากเรื่องนี้เพียงอย่างเดียวต้องคอยเดาความรู้สึกของอีกฝ่ายอยู่ตลอดวันนี้เขาหวานมาก พรุ่งนี้กลับเงียบหาย พอเราเริ่มถอย เขาก็กลับมาทำให้ใจเต้นอีกครั้ง จนเกิดคำถามในหัวว่า “เขาชอบเราจริงไหม หรือเราคิดไปเอง?” หากความสัมพันธ์ทำให้ต้องคอยตีความพฤติกรรมของอีกฝ่ายอยู่ตลอด อาจถึงเวลาที่ต้องพูดคุยกันให้ชัดเจนขึ้นทำไม Situationship ถึงถูกพูดถึงบ่อยในกลุ่ม Gen Z?ในยุคที่การทำความรู้จักใครสักคนเริ่มต้นได้ง่าย ๆ ผ่าน Social Media หรือ Dating App ความสัมพันธ์ก็มีรูปแบบหลากหลายมากขึ้น ไม่จำเป็นต้องเริ่มจากการจีบแล้วตกลงเป็นแฟนทันทีเสมอไปสำหรับคนรุ่นใหม่บางส่วน การค่อย ๆ ศึกษากันก่อนอาจเป็นทางเลือกที่สบายใจกว่า เพราะหลายคนยังอยากให้เวลากับการเรียน การทำงาน เป้าหมายชีวิต หรือพื้นที่ส่วนตัวของตัวเอง โดยไม่ต้องรีบผูกมัดกับความสัมพันธ์ที่ยังไม่แน่ใจแต่ปัญหาของ Situationship มักเริ่มขึ้นเมื่อคำว่า “คุยกันไปก่อน” มีความหมายไม่เหมือนกันคนหนึ่งอาจกำลังคิดว่า “ค่อย ๆ เรียนรู้กันไป เดี๋ยวก็พัฒนาเป็นแฟน” ขณะที่อีกคนกลับมองว่า “คุยแบบนี้ก็ดีอยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องมีสถานะ”เมื่อความคาดหวังไม่ตรงกัน ความสัมพันธ์ที่เคยสบายใจจึงอาจกลายเป็นเรื่องที่ทำให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งรู้สึกเหนื่อยได้ทั้งนี้ ไม่ได้หมายความว่า Gen Z ทุกคนชอบความสัมพันธ์ที่ไม่มีสถานะ เพราะความต้องการด้านความรักขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคลมากกว่าช่วงวัยเพียงอย่างเดียวSituationship กับ Talking Stage ต่างกันอย่างไร?หลายคนอาจสงสัยว่า Situationship ต่างจากการเป็นคนคุยธรรมดาอย่างไร เพราะดูเผิน ๆ ก็คล้ายกันมากความแตกต่างสำคัญอยู่ที่ระดับความสนิทสนมและความคาดหวังของทั้งสองฝ่ายTalking Stage (ช่วงคนคุย) มักเป็นช่วงเริ่มต้นทำความรู้จักกัน ยังอยู่ระหว่างดูนิสัย ความเข้ากันได้ และตัดสินใจว่าจะพัฒนาความสัมพันธ์ต่อหรือไม่ส่วน Situationship มักเป็นความสัมพันธ์ที่พัฒนาไปไกลกว่าการทำความรู้จัก มีความผูกพันหรือพฤติกรรมคล้ายคู่รักแล้ว แต่ยังไม่มีข้อตกลงเรื่องสถานะและความคาดหวังที่ชัดเจนอย่างไรก็ตาม ทั้งสองคำมีความหมายทับซ้อนกันได้ และไม่ได้มีเส้นแบ่งตายตัวSituationship ไม่ได้แปลว่า Toxic เสมอไปแม้ Situationship จะถูกพูดถึงในมุมของความสัมพันธ์ที่ทำให้คนสับสนอยู่บ่อยครั้ง แต่ความจริงแล้วการไม่มีสถานะไม่ได้หมายความว่าความสัมพันธ์นั้นไม่ดีเสมอไปถ้าทั้งสองคนตกลงกันตั้งแต่แรกว่ายังไม่พร้อมมีแฟน ต้องการใช้เวลาศึกษากัน หรือสบายใจกับความสัมพันธ์แบบไม่ผูกมัด และต่างฝ่ายต่างเคารพขอบเขตของกันและกัน ความสัมพันธ์รูปแบบนี้ก็อาจดำเนินไปได้อย่างราบรื่นสิ่งที่ทำให้ Situationship เริ่มมีปัญหา จึงอาจไม่ใช่การไม่มีคำว่าแฟน แต่เป็น การที่คนสองคนมีความคาดหวังไม่ตรงกันโดยไม่เคยพูดออกมาเพราะต่อให้ไม่มีสถานะ ก็ไม่ได้หมายความว่าจะไม่ต้องรับผิดชอบต่อความรู้สึกของอีกฝ่ายเลยเมื่อไหร่ที่ Situationship เริ่มไม่โอเคกับใจเรา?ความสัมพันธ์ที่เคยทำให้ยิ้มได้ อาจเริ่มกลายเป็นเรื่องเหนื่อยใจเมื่อเราเป็นฝ่ายรอความชัดเจนอยู่คนเดียว เช่น เริ่มรู้สึกจริงจังมากขึ้น แต่อีกฝ่ายยังไม่ต้องการพัฒนาความสัมพันธ์ หรือรู้สึกว่าเราต้องพยายามทำทุกอย่างเพื่อให้เขาเลือกเราบางครั้งความรู้สึกไม่สบายใจอาจเริ่มจากเรื่องเล็ก ๆ อย่างการรอข้อความ การไม่รู้ว่าอีกฝ่ายคุยกับคนอื่นอยู่หรือเปล่า หรือการไม่กล้าถามเรื่องสถานะเพราะกลัวว่าคำถามนั้นจะทำให้เขาหายไปโดยเฉพาะเมื่อเริ่มรู้สึกว่า “เรากำลังรอให้เขาเลือก ทั้งที่เขาไม่เคยบอกว่าจะเลือกเรา”ถ้าความสัมพันธ์ทำให้คิดมาก เสียความมั่นใจ หรือรู้สึกไม่เป็นตัวเองอยู่บ่อย ๆ อาจถึงเวลาที่ต้องกลับมาทบทวนว่า ความสัมพันธ์นี้ยังตอบโจทย์ความต้องการของเราอยู่หรือเปล่าถ้าอยู่ใน Situationship ควรทำยังไง? ไปต่อหรือพอแค่นี้ถ้ากำลังอยู่ในความสัมพันธ์ที่ไม่มีสถานะ สิ่งแรกที่ควรทำอาจไม่ใช่การรีบถามว่า “จะเป็นแฟนกันไหม?” แต่เป็นการทำความเข้าใจความรู้สึกของตัวเองก่อนลองถามตัวเองว่าเรามีความสุขกับความสัมพันธ์แบบนี้จริงหรือไม่ ต้องการความชัดเจนมากแค่ไหน และถ้าความสัมพันธ์ยังเหมือนเดิมต่อไปอีกหลายเดือน เรายังยอมรับได้หรือเปล่าเมื่อรู้แล้วว่าตัวเองต้องการอะไร การพูดคุยกับอีกฝ่ายอย่างตรงไปตรงมาจะช่วยให้เข้าใจกันมากขึ้น เช่น“เรารู้สึกดีกับเธอนะ แต่อยากรู้ว่าเธอมองความสัมพันธ์ของเรายังไง เพราะเราเริ่มจริงจังมากขึ้นแล้ว”ไม่จำเป็นต้องเร่งรัดให้ใครตอบตกลงเป็นแฟนทันที แต่ควรให้โอกาสทั้งสองฝ่ายได้พูดถึงความคาดหวังและขอบเขตของความสัมพันธ์อย่างชัดเจนและหากพบว่าความต้องการของทั้งสองคนไม่ตรงกัน การเลือกถอยออกมาก็ไม่ใช่เรื่องผิด เพราะความสัมพันธ์ที่ดีไม่ควรทำให้เราต้องฝืนความรู้สึกของตัวเองตลอดเวลาสรุป Situationship ความรักที่ไม่มีสถานะ แต่ควรมีความชัดเจนสุดท้ายแล้ว Situationship ไม่ใช่รูปแบบความสัมพันธ์ที่ผิดหรือแย่เสมอไป บางคนอาจมีความสุขกับความสัมพันธ์ที่ไม่ต้องรีบกำหนดสถานะ ขณะที่บางคนอาจต้องการความมั่นคงและความชัดเจนมากกว่าสิ่งสำคัญไม่ได้อยู่ที่ว่าจะต้องเรียกกันว่าแฟนเร็วแค่ไหน แต่อยู่ที่คนสองคนเข้าใจตรงกันหรือเปล่าว่ากำลังอยู่ในความสัมพันธ์แบบไหน และต่างฝ่ายต่างต้องการอะไร เพราะต่อให้ไม่มีคำว่า “แฟน” อย่างน้อยก็ควรมีคำว่า “เข้าใจตรงกัน” และบางทีความรักที่ดีอาจไม่ใช่ความสัมพันธ์ที่หวานที่สุด แต่เป็นความสัมพันธ์ที่ทำให้เราไม่ต้องตื่นขึ้นมาพร้อมคำถามทุกวันว่า “ตกลงเราเป็นอะไรกัน?”