ART TOY ที่ MRT พหลโยธิน ชั้น 2 BUTA.STORE

Food & Beverage

ART TOY ที่ MRT พหลโยธิน ชั้น 2 BUTA.STORE

23 ก.ค. 2024

ร้านใหม่ที่ MRT พหลโยธิน ที่มี ART TOY และตุ๊กตาดังๆ มารวมกันไว้ที่นี่ ที่ร้าน BUTA.STORE โดยร้านจะตั้งอยู่ชั้น 2 หรือติดทางเชื่อมไปสกายวอคเซนทรัลลาดพร้าว

โดยร้าน BUTA.STORE เป็นร้านตั้งอยู่หลังเครื่องเล่นตู้คีบตุ๊กตา สีสันสนใจ และโมเดลที่สะดุดตา

แถมที่ร้าน BUTA.STORE ยังมีตุ๊กตาม่อนชิชิ มากมายหลายเวอร์ชั่น ใครที่ชื่นชอบและกำลังสะสมน้องม่อนชิชิต้องรีบมาด่วนเลย

นอกจากนั้นร้าน BUTA.STORE นี้เขายังมีของน่ารักอีกมากมาย ทั้งที่ห้อยน้องหนีเนยที่กำลังเป็นกระแส ด้อมน้อยเนยต้องรีบมาเก็บ เพราะมีให้เลือกหลายแบบ น่ารักสุดๆ

ส่วนใครจะมาลุ้นดวงกับตู้คีบก็ได้เช่นกันที่หน้าร้าน BUTA.STORE มีให้เลือกหลายตู้ แต่ละตู้จะมีตุ๊กตาแต่ละแบบใครชอบแบบไหนก็ไปลองคีบกันได้

เหล่านักสะสมห้ามพลาด ร้านBUTA.STORE ร้าน ART TOY ติด MRT พหลโยธิน แถมเดินทางสะดวกอีกด้วย แล้วจะพลาดได้ไง

related Food & Beverage

มิวเซียมสยาม พิพิธภัณฑ์การเรียนรู้

11 มิ.ย. 2024

มิวเซียมสยาม พิพิธภัณฑ์การเรียนรู้

เซียมสยาม หรือ ตึกกระทรวงพาณิชย์ (เดิม) ก่อสร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 6 หรือเมื่อ 100 ปีก่อน ใช้เป็นสำนักงานกระทรวงพาณิชย์ มีการออกแบบโดยสถาปนิกชาวอิตาลี ซึ่งรูปแบบสถาปัตยกรรมตึกนั้น อ้างอิงมากจากสมัยเรอเนสซองส์ ซึ่งทั้งหมดนี้เกิดจากการใส่ใจในรายละเอียดในทุกขั้นตอนการทำงาน สู่การเป็นตึกมิวเซียมสยาม ที่มีความสง่างาม มั่นคงแข็งจนกลายเป็นศูนย์การเรียนรู้ชั้นนำในปัจจุบันการเข้าชมศูนย์การเรียนรู้ ที่มิวเซียมสยามนั้นจะมีอัตราค่าเข้าชม โดยมีราคา ดังนี้ ผู้ใหญ่ 100 บาท และเด็ก 50 บาท หากมาเป็นหมู่คณะ ทางศูนย์การเรียนรู้จะมีโปรโมชัน ครึ่งราคา สำหรับผู้เข้าชมที่มาเป็นหมู่คณะทั้งเด็ก และผู้ใหญ่ ภายในอาคาร ที่ห้องโถง จะมีโต๊ะวางรายละเอียดและข้อมูลต่างๆ ของกิจกรรมภายในศูนย์การเรียนรู้ สามารถหยิบอ่านได้ ทั้งยังมีกิจกรรมในแผ่นการเรียนรู้อีกด้วยนิทรรศการของมิวเซียมสยาม มาในชื่อ "ถอดรหัสไทย"ที่จะพาทุกคนไปเรียนรู้พัฒนาการความเป็น"ไทย"ตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบันจากบริบททางสังคมที่เปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัยมาที่ห้องแรก “ห้องไทยดีโคตร” นำเสนอพัฒนาการของความเป็นไทย ที่ได้รับอิทธิพลมาจากวัฒนธรรมอื่น อาทิ พระปรางค์วัดอรุณ ที่สุดของสถาปัตยกรรม ตัวอักษรไทย รถตุ๊กตุ๊ก เป็นต้น ผ่านรูปแบบการนำเสนอด้วยภาพ ซึ่งผู้ชมสามารถเข้าใจได้ง่ายมากยิ่งขึ้น อาทิ เลเซอร์คัท 3 มิติ โซโทรป ฟลิปบุ๊ก เป็นต้นห้องที่สอง “ห้องไทยชิม” ที่พาคุณไปเรียนรู้ที่มาของอาหารไทยขึ้นชื่อต่างๆ อย่าง ต้มยำกุ้ง ส้มตำ ผัดไทย เป็นต้น โดยใช้เทคโนโลยีคิวอาร์สแกน พร้อมโมชันกราฟิกสีสันสวยงาม รวมถึงแผ่นพับรูปจาน ที่สอดแทรกเกร็ดความรู้อาหารเหล่านั้นห้องที่สาม “ห้องไทยวิทยา” ภายในจำลองบรรยากาศห้องเรียน 4 ยุคสมัย ได้แก่ ยุคเริ่มต้นประชาธิปไตย ความเป็นไทยยุค 2500 ความเป็นไทยยุคโลกาภิวัตน์ และความเป็นไทยยุคพอเพียง ห้องนี้เหมือนได้พาทุกคนย้อนเวลากลับไปสมัยเรียน อีกทั้งยังสามารถแต่งตัวเป็นนักเรียนถ่ายภาพลำรึกความหลัง เพราะที่ห้องนี้มีเสื้อผ้าชุดรักเรียน ชาย หญิง เตรียมให้พร้อมห้องที่สี่ “ไทยประเพณี” ห้องจัดแสดงในรูปแบบโกดังเก็บของ นำเสนอเรื่องราวเกี่ยวกับ ประเพณี เทศกาล และมารยาท อันเป็นสิ่งสะท้อนความเป็นไทยได้อย่างชัดเจน ใส่ไว้ในกล่อง ภายในมีเอกสารอธิบายที่มาที่ไปของเรื่องต่างๆ ภาพประกอบของจริงที่จับต้องได้ เล่นได้ และมีเกมที่จะทำให้เข้าใจเรื่องราวได้สนุกยิ่งขึ้นห้องที่ห้า “ห้องไทยเชื่อ” ห้องที่รวบรวมวัตถุด้านความเชื่อของเมืองไทย กว่า 108 สิ่ง ครอบคลุมทั้งความเชื่อเรื่อง ผี พุทธศาสนา พราหมณ์และความเชื่อแบบไทยๆ พร้อมเวิร์กชอปความเชื่อให้ทดลองกันได้จริง อาทิ การทำนายโชคชะตา การเสี่ยงทายรูปแบบต่างๆ เป็นต้นห้องที่หก “ห้องไทย Only” ห้องที่รวบรวมข้าวของเครื่องใช้ที่เราเห็นกันอย่างคุ้นตาในชีวิตประจำวัน ที่เห็นแล้วสามารถบอกได้ทันทีว่าเป็นของไทยแน่นอน อาทิ พวงเครื่องปรุง ถุงหิ้วกาแฟผูกหนังยาง โครเชต์หุ้มหูกระเป๋าแบรนด์เนม มาม่าสารพัดรส เป็นต้นห้องที่เจ็ด “ห้องไทยแค่ไหน”นำเสนอความเป็นไทยผ่านเสื้อผ้าเครื่องแต่งกาย จัดแสดงด้วยหุ่นเสื้อผ้าที่เกี่ยวข้องกับความเป็นไทยในรูปแบบต่างๆ วางกระจายอยู่บนฐานเกลียวก้นหอย จากสูงลงมาต่ำ เพื่อแสดงถึงสถานะและลำดับความเข้มข้นของความเป็นไทยห้องที่แปด “ห้องไทยอลังการ” ภายในจำลองบรรยากาศของท้องพระโรงและพระที่นั่ง เพื่อแสดงถึงสุนทรียะ ความงดงามของสถาปัตยกรรม และงานหัตศิลป์ไทยห้องที่เก้า “ห้องไทยแปลไทย” ห้องจัดแสดงที่เต็มไปด้วยตู้โชว์ ลิ้นชัก ที่ภายในบรรจุวัตถุจัดแสดง นำเสนอประเด็นสิ่งของความเป็นไทยในแต่ละยุคสมัย ให้ผู้เข้าชมมาเรียนรู้และค้นหา “ความเป็นไทย” ในสิ่งของเหล่านั้นที่ส่งผลถึงอัตลักษณ์ความเป็นไทยในปัจจุบันเดินทางมาถึงห้องสุดท้ายของศูนย์การเรียนที่รู้มิวเซียมสยาม คือ “ห้องไทยรึเปล่า” นำเสนอประเด็นคำถาม โดยหยิบยกกรณีตัวอย่างปรากฏการณ์ “ความเป็นไทย” ที่เป็นข้อถกเถียงในสังคม อาทิ เลดี้กาก้าสวมชฎา ชุดประจำชาติมิสยูนิเวิร์ส นักแสดงหน้าฝรั่งเล่นละครไทย เป็นต้น เพื่อให้ผู้เข้าตั้งคำถามถึงความเป็นไทยรอบตัว ในยุคสมัยที่เปลี่ยนไป ว่าแท้จริงแล้ว อะไรคือความเป็นไทยหากใครสนใจมาเรียนรู้ความเป็นไทย Atime ขอนำเสนอนิทรรศการถาวร ชุด "ถอดรหัสไทย" ณ มิวเซียมสยาม ท่าเตียน (ข้างวัดโพธิ์) กรุงเทพฯ ติดต่อสอบถามเพิ่มเติม หรือขอเข้าชมเป็นหมู่คณะได้ที่ 02-225-2777 ต่อ 411ค่าธรรมเนียมเข้าชม : ผู้ใหญ่ - 100.00 บาท เด็ก - 50.00 บาทเวลาทำการ : วันอังคาร-วันอาทิตย์ 10.00-18.00 น. หยุดทำการทุกวันหยุดนขัตฤกษ์ที่อยู่ : ถนนสนามไชย พระนคร, กรุงเทพมหานคร (MRT สนามไชย ทางออก 1)

"กีกี้ Voice – The Art Experience"

20 ก.ค. 2024

"กีกี้ Voice – The Art Experience"

ถึงเวลาฟังเสียง ‘กีกี้’ พูดในสิ่งที่ใคร ๆ ไม่กล้าพูด ที่นิทรรศการ “กีกี้ Voice” – The Art Experience ผ่าน รูป - รส - กลิ่น - สัมผัส และเสียงของ ‘กีกี้’ ครั้งแรกในเมืองไทยในด่านแรกที่เราเข้ามาภายในเราจะเจอกับอุโมงค์กีกี้ ที่ทำจากผ้า และภายในงานจะมีเสียงของกีกี้ที่ศิลปินได้จำลองจากเสียงภายในกีกี้ เหมือนถ้ำความชื้นแฉะด่านที่สองจะเป็นภาพวาดกีกี้แต่ละแบบ และมีการทำภาพ 3มิติให้ได้เพื่อนที่มาชมได้สัมผัสกันด้วยต่อมาในด่านที่สาม คือการจำลองสีตกขาวของผู้หญิง ตั้งแต่แบบปกติ จนถึงติดเชื้อ ถือว่าเป็นจุดที่เราได้ทำความเข้าใจกับเรื่องใกล้ตัวของผู้หญิงที่ไม่มีใครบอกและจุดต่อมาเป็นน้ำพุกีกี้ คือการพูดถึงโรคที่เกิดขึ้นกับกีกี้ของเรา ที่ส่งผลให้สีและรูปร่างของกีกี้นั้นเปลี่ยนไป และจุดนี้ยังมีแว่นขยายให้เราได้ค้นหาอาการติดเชื้อต่างๆ อีกด้วยจุดนี้ถือเป็นจุดสุดท้ายทาย คือจุด กลิ่น ที่ให้เล่านักกล้ามาลองดมกลิ่นกีกี้กัน ซึ่งกลิ่นแต่ละกลิ่นจะต่างกันออกไปตามประเภทดังนี้ กลิ่น Balance มีกลิ่นคล้ายกับผิวของคน กลิ่น Clean มีกลิ่นคล้ายแป้งเด็ก และกลิ่นImbalance มีกลิ่นมีอับชื้น ถ้านึกไม่ออกจะประมาณกลิ่นปลาหมึก แต่ไม่ต้องห่วงเพราะกลิ่นที่ให้ลองดมกันนั้นคือน้ำหอมที่ทางแบรนด์ได้ทำเลียนแบบให้คล้ายมากที่สุดใครที่อยากมาลองสัมผัสประสบการณ์ และเข้าใจกีกี้ให้มากขึ้น ต้องมาชมนิทรรศการ “กีกี้ Voice” ที่จะบอกเล่าประเด็นเรื่องเพศ และปัญหาสุขภาพจุดซ่อนเร้นของสาวไทย ผ่าน รูป - รส - กลิ่น - สัมผัส และเสียงของ ‘กีกี้’ ครั้งแรกในเมืองไทย จาก 12 ศิลปินรุ่นใหม่ที่จัดงาน : 1559 Space Galleryระยะเวลา :11 กรกฎาคม - 3 สิงหาคม 2024เปิดทุกวันอังคาร – อาทิตย์ เวลา 12.00 – 19.00 น. (ปิดทุกวันจันทร์)

เรียนรู้โลกใต้น้ำที่ สถาบันวิทยาศาสตร์ทางทะเล ม.บูรพา

05 มิ.ย. 2024

เรียนรู้โลกใต้น้ำที่ สถาบันวิทยาศาสตร์ทางทะเล ม.บูรพา

สถาบันวิทยาศาสตร์ทางทะเล มหาวิทยาลัยบูรพา ตั้งอยู่บริเวรด้านหน้าของมหาลัยบูรพา ซึงเป็นสถานที่ท่องโลกทะเล และให้ความรู้เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ทางทะเล โดยค่าเข้าชมผู้ใหญ่คนละ 80 บาท ส่วนเด็กราคาคนละ 40 บาทเท่านั้น ซื้อเมื่อตั๋วเรียบร้อยแล้ว ก็เข้าไปชมความอลังการของโลกใต้ทะเลกันได้เลยระหว่างทางเดินก็จะมีน้องนักศึกษาจากมหาลัยบูรพาที่ประจำอยู่ที่ สถาบันวิทยาศาสตร์ทางทะเล มาให้ความรู้วิทยาศาสตร์ทางทะเล หรือจะเดินอ่านตามป้ายเองเพลิน ๆ ก็ได้เช่นกันจุดไฮไลท์ของ สถาบันวิทยาศาสตร์ทางทะเล อีกหนึ่งจุด คือ แมงกระพรุนพระจันทร์ (Moon Jellyfish) ใครที่เดินผ่านจะต้องแวะดูสีสันความสวยงาม และถ่ายรูปคู่กับน้องแมงกระพรุนกันไฮไลท์สำคัญของ สถาบันวิทยาศาสตร์ทางทะเล คือ ตู้จัดแสดงปลาขนาดใหญ่ ที่รวบรวมเหล่ายักษ์ใหญ่ของปลาทะเลไทย มาให้เราได้ดูกันแบบใกล้ชิด มีทั้งปลาฉลาม ปลากระเบน ปลาทูน่า และปลาอื่น ๆ อีกมากมายเรียกได้ว่า สถาบันวิทยาศาสตร์ทางทะเล ม.บูรพา แห่งนี้ คือ ศูนย์การเรียนรู้ทางทะเลที่อลังการ อีกทั้งยังมีอีกหลากหลายมุมที่มีให้ชม ได้ดูความสวยงามของทะเล แถมยังได้ความรู้อีกด้วย ถือว่าคุ้มค่ากับค่าบัตรเพียงแค่ 80 บาท ส่วนใครยังไม่เคยได้ไป ต้องลองไปสักครั้งในชีวิต หรือจะพาน้อง ๆ หนู ๆ ไปเสริมทักษะการเรียนรู้โลกใต้ท้องทะเลก็ได้เช่นกันพิกัดสถาบันวิทยาศาสตร์ทางทะเล ม.บูรพา : https://goo.gl/maps/aZwJqCeARNUhPu7W7เวลาให้บริการเวลา : 9.00-16.00 น.ค่าเข้าชม : เด็ก 40 บาท ผู้ใหญ่ 80 บาท คนต่างชาติ เด็ก 120 บาท ผู้ใหญ่ 220 บาท

Bangkok Art Biennale 2024 ศิลปะระดับโลก ภายใต้แนวคิด “รักษา กายา (Nurture Gaia)”

06 ธ.ค. 2024

Bangkok Art Biennale 2024 ศิลปะระดับโลก ภายใต้แนวคิด “รักษา กายา (Nurture Gaia)”

วันนี้ Atime จะชวนทุกคนไปชมนิทรรศการ Bangkok Art Biennale 2024 เทศกาลศิลปะร่วมสมัยนานาชาติที่มีการจัดแสดงผลงานจากศิลปินชั้นนำกว่า 76 คน จาก 39 ประเทศทั่วโลกกับผลงานที่เต็มไปด้วยแรงบันดาลใจภายใต้แนวคิด “Nurture Gaia” หรือ "รักษา กายา"แนวคิด 'รักษา กายา' (Nurture Gaia) เป็นแนวคิดที่สะท้อนความเชื่อมโยงระหว่างธรรมชาติ การเลี้ยงดู ความเป็นผู้หญิง และการครุ่นคิดเกี่ยวกับนิเวศวิทยา การเมือง และอำนาจที่มองไม่เห็นโดยผลงานทุกชิ้นจะถ่ายทอดผ่านสื่อศิลปะหลากหลายรูปแบบ ตั้งแต่ภาพวาด วิดีโอ จนถึงงานจัดวาง ซึ่งเป็นการนำเสนอผลงานระหว่างศิลปะและสังคม กระตุ้นให้เราฉุกคิด และมองหาทางแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมและสังคมในอนาคตอย่างผลงานชิ้นนี้ มีชื่อว่า Mapping the Land Body Stories of its Past มีการจัดแสดงโดยใช้เครื่องจักรกลจากกระแสไฟฟ้าจากต้นปาล์มมาวาดลายเส้นพู่กัน ที่ค่อย ๆ ถูกลบเลือนจากการไหลของน้ำ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงปัญหาระบบนิเวศ ที่ธรรมชาติกำลังถูกทำลายTransfigurations งานประติมากรรมรูปร่างเด็กทารกที่มีลักษณะผิดปกติแตกต่างจากเด็กในยุคปัจจุบัน สะท้อนถึงการปรับเปลี่ยนร่างกายมนุษย์ให้สามารถเผชิญกับความท้าทายในอนาคตOne Eyed Rangda เป็นเชือกพลาสติกที่พบตามป่าชายเลนและชายหาดที่ถูกนำกลับมาดัดแปลงใช้ใหม่ สะท้อนในมุมมองที่คนบาหลีทุกข์ยากลำบากจากการที่ไม่มีนักท่องเที่ยวมาที่เกาะสำหรับใครที่ชอบงานอาร์ต และอยากมาสัมผัสกับชิ้นงานที่เต็มไปด้วยเรื่องราวจากศิลปินทั่วโลก ก็มาเจอกันได้ที่หอศิลปวัฒนธรรมกรุงเทพ (ฺBACC) อย่าลืมแวะมาเยี่ยมชมกันนะระยะเวลา 24 ตุลาคม 2567 ถึง 25 กุมภาพันธ์ 2568พิกัด หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร 939 ถนนพระรามที่ 1 แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330ห้องนิทรรศการหลัก ชั้น 9 : 24 ตุลาคม – 30 พฤศจิกายน 2567ห้องนิทรรศการหลัก ชั้น 7-8 : 24 ตุลาคม 2567 – 25 กุมภาพันธ์ 2568เวลาเปิด–ปิดบริการทุกวันอังคาร - อาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 10.00 – 20.00 น.ปิดทุกวันจันทร์เบอร์โทร: 02 214 6630Website: bkkartbiennale.comFacebook: BkkArtBiennaleผู้เขียน: วิภูษิตา ญาติจันทึก