HIKINIKU TO COME ร้านแฮมเบิร์กเจ้าดังจากญี่ปุ่น

Food & Beverage

HIKINIKU TO COME ร้านแฮมเบิร์กเจ้าดังจากญี่ปุ่น

15 พ.ค. 2025

บดใหม่ ย่างใหม่ หุงใหม่ ทุกคำ!

ร้านแฮมเบิร์ก เจ้าดังจากประเทศญี่ปุ่นอย่างร้าน Hikiniku to Come มาเปิดที่ประเทศไทยอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2567 ปีที่ผ่านมา แต่ในปี 2568 นี้ก็ยังคงเป็นกระแสที่คนจำนวนมากอยากไปลิ้มลองสักครั้ง

เนื่องจากร้าน Hikiniku to Come เป็นร้านที่มีชื่อเสียง เมื่อมาเปิดสาขาที่ประเทศไทยนั้น ทำให้ผู้คนมาต่อคิวกันจำนวนมาก และพื้นที่ของร้านที่ขนาดไม่ใหญ่มากนัก จึงไม่สามารถรองรับจำนวนผู้คนที่มาได้ครบ ใครที่อยากจะมาลองชิ้มแฮมเบิร์กแสนอร่อยก็ต้องมาจองคิวกันก่อนที่หน้าร้าน โดยจะเปิดรับเป็นรอบ ๆ และเมื่อได้รับบัตรคิวแล้ว พนักงานก็จะให้นั่งรอเรียกเพื่อไปกดสั่งเมนูที่ตู้ทำรายการ ก่อนที่โต๊ะสำหรับนั่งทานอาหารจะว่าง

ด้านในตกแต่งคล้ายสาขาในญี่ปุ่น คือ มีเตาย่างแฮมเบิร์กอยู่ตรงกลาง ล้อมรอบด้วยที่นั่งแบบเคาน์เตอร์ หนึ่งที่นั่งจะประกอบด้วยอุปกรณ์การกินในลิ้นชัก โดยมีน้ำจิ้ม และผักดองอยู่บริเวณซ้ายและขวาของผู้กิน แน่นอนว่าด้านหน้ามีเตาเล็กๆ พร้อมถ่านอุ่นๆ วอร์มตะแกรงเหล็กไว้ เพื่อคงอุณหภูมิของเนื้อแฮมเบิร์กให้อุ่นตลอดเวลา กลางร้านมีมุมโชว์บดเนื้อ และปั้นเนื้อสด ๆ 

โดยการเสิร์ฟจะแบ่งออกเป็น 3 ชิ้นด้วยกัน ซึ่งแต่ละชิ้นจะเสิร์ฟหลังจากที่ชิ้นก่อนหน้าหมดเท่านั้น และแต่ละชิ้นจะถูกเสิร์ฟภายใน 1 วินาที หลังย่างเสร็จ เพื่อที่ว่าเราจะได้ทางแฮมเบิร์กที่แสนอร่อย ในรสชาติและกลิ่นที่อร่อยที่สุด

ชุดแฮมเบิร์ก 1 เซ็ต (590 บาท) ประกอบด้วยเนื้อแฮมเบิร์กขนาด 90 กรัม 3 ชิ้น, ไข่ไก่ 1 ฟอง, หัวไชเท้าขูดฝอย, ซุป 1 ถ้วย และข้าวเปล่าแบบเติมฟรีไม่อั้น นักชิมสามารถสั่งได้ที่ตู้อัตโนมัติบริเวณหน้าร้าน หลังจากนั้นทางร้านจะเริ่มย่างและเสิร์ฟให้กินทีละชิ้นจนครบ

  • ชิ้นแรกเชฟแนะนำให้เรากินแฮมเบิร์กแบบไม่ต้องปรุง

เพื่อสัมผัสกับรสชาติแท้จริงของแฮมเบิร์ก ความฉ่ำซอสของเนื้อที่ถูกกักเก็บไว้ระหว่างย่าง แทรกด้วยกลิ่นหอมควันอ่อนๆ จากย่างเตาถ่าน เป็นรสดั้งเดิมที่กินง่าย ใครกินก็อร่อย เนื้อแฮมเบิร์กฟูนุ่ม ไม่ด้าน กินกับข้าวก็ได้ หรือจะกินเปล่าๆ เลยก็ได้เช่นกัน

  • ชิ้นที่ 2 ถูกเสิร์ฟมาพร้อมกับหัวไชเท้าขูดฝอยราดด้วยพอนสึสูตรพิเศษ

การกินแบบนี้ ได้รสชาติที่อร่อยแบบสดชื่น ความเค็มอมเปรี้ยวของพอนสึเสริมรสเนื้อให้เข้มข้นขึ้น

  • ส่วนชิ้นที่ 3 เสิร์ฟมาพร้อมไข่ไก่คุณภาพเกรดกินดิบได้

วิธีกินชิ้นนี้แล้วแต่ความชอบ บางคนชอบโปะไข่แดงบนแฮมเบิร์ก หรือใครที่กินไข่ขาวได้ก็สามารถตีรวมกับไข่แดงรวมกันราดที่แฮมเบิร์กได้เลย หากเติมมิโซะสูตรเฉพาะราดลงไปบนข้าว ท็อปด้วยแฮมเบิร์ก กินคู่กับผักดอง ก็จะได้รสชาติเค็มๆ นัวๆ เข้ากับเนื้อได้ดีอีกแบบหนึ่ง

ใครที่อยากมาลิ้มรสความอร่อยที่ไม่ต้องบินไปไกลถึงประเทศญี่ปุ่น ก็อย่าลืมแวะมากันที่ร้าน Hikiniku to Come ชั้น 7 centralwOrld โซน Atrium 

 

Hikiniku to Come

พิกัด : ชั้น 7 centralwOrld โซน Atrium

เปิด-ปิด : เวลา 10.00-21.30 น.

งบประมาณ : เริ่มต้น 590 บาทขึ้นไป

 

ผู้เขียน เบญญาภา แนบเนียน

related Food & Beverage

ดินแดนปลาดิบที่ “Simple Little Osaka”

30 พ.ค. 2024

ดินแดนปลาดิบที่ “Simple Little Osaka”

วันนี้ Atime ขอนำเสนอร้าน Simple Little Osaka เป็นร้านอาหารญี่ปุ่นที่เหมือนยกทะเลมาไว้ที่ร้าน เพราะร้านนี่วัตถุดิบของเขาสด ราวกับว่าพึ่งตกขึ้นมาจากทะเลกันเลย สมกับเป็นดินแดนปลาดิบในไทยที่ร้าน Simple Little Osaka มีการตกแต่งด้วยภาพวาดสไตล์ญี่ปุ่น โคมไฟหลากสี และการแขวนธงต่างๆ สีสันสวยงาม เมื่อเข้าไปภายในร้านจะรู้สึกสบายตาด้วยไฟร้านเป็นสีไฟโทนอุ่นเมนูของทางร้านมีหลากหลายเมนูให้เลือก ทั้งเมนูประจำฤดู เมนูยอดฮิต รวมถึงใครชอบทานข้าว หรือเส้นร้านนี้ก็มีเช่นกัน โดยวันนี้เมนูที่เราเลือกมาคือ “หมี่เย็นทรงเครื่องแซวมอสซอสยุสุ” ซึ่งเป็นเมนูสเปเชียลของทางร้าน Simple Little Osaka เส้นนุ่มหนึบ หอมกลิ่นซอสยุสุ รสชาติเข้มข้น อีกทั้งทางร้านให้แซลมอลมาแบบจัดเต็มไม่มีกั๊กเมนูที่สองของร้าน Simple Little Osaka ได้แก่ “ข้าวมันปูกุ้งหวาน” ซึ่งเป็นเมนูสเปเชียลเช่นกัน ข้าวญี่ปุ่นท็อปด้วยกุ้นหวานสับ และราดซอสมันปูเข้มข้น ทานรวมกันรสชาติเข้ากันมาก รสชาติอร่อย มีความเข้มข้นของซอสมันปู สายมันปูห้ามพลาดเมนูนี้ต่อด้วย แซลมอลสดแร่มาพอดีคำ จัดเรียงอย่างสวยงาม ทานคู่กับวาซาบิและซอส คือ อร่อยฟิน เพราะที่ร้าน Simple Little Osaka วัตถุดิบ สด สะอาด ไม่มีกลิ่นคาวส่วนใครที่กำลังมองหาซูซิโร อย่างเมนู “Tempura Top salmon” ทางร้าน Simple Little Osaka ก็มีเช่นกัน และที่สำคัญคือรสชาติอร่อย แถมยังให้มาคำโตมากใครสายปลาดิบ อาหารญี่ปุ่น เราขอแนะนำร้าน Simple Little Osaka รับรองว่าหากได้มาลองชิมแล้ว ไม่มีผิดหวังกลับไปแน่นอน ทางร้านมีทั้งหมด 4 สาขา เปิด 11.00-21.30น.1. สาขาติวานนท์-ปากเกร็ด 562. สาขาพระราม 5-นครอินทร์3. สาขาพระราม2-พุทธบูชา4. สาขาบางนา-ม.ราม2 ในโครงการFoodie marketสามารถสั่งอาหารผ่านลิ้งค์หน้าเพจ Lineman หรือ Robinhoodหรือติดต่อสอบถาม : 098 293 5564

Big Monkey Cafe & Bistro จุดเช็คอินความอร่อยแห่งกบินทร์บุรี

21 มี.ค. 2024

Big Monkey Cafe & Bistro จุดเช็คอินความอร่อยแห่งกบินทร์บุรี

ผ่านมากบินทร์บุรี ต้องมาเช็คอิน "Big Monkey Cafe Bistro" ร้านอาหารสุดวาไรตี้ บรรยากาศดี ที่รวมเมนูอาหาร และของหวาน มากมายให้ได้เลือกชิม"Big Monkey Cafe Bistro" ถือได้ว่าเป็นร้านอาหารชื่อดัง ที่ถามใครต่อใครที่นี่ ก็แนะนำให้มาที่นี่ ทั้งเรื่องบรรยากาศภายในร้าน นอกร้าน คือดีย์ มีทั้งมุมถ่ายรูป มุมนั่งชิลให้ได้มานั่งผ่อนคลาย จิบกาแฟ จิบเครื่องดื่ม กินอาหารกันเพลิน ๆ ร้านเปิดทุกวันตั้งแต่เวลา 9.30 น. - 20.00 น.เมนูของทางร้านก็จะมีทั้งอาหารไทย อาหารฟิวชั่น พร้อมทั้งเครื่องดื่ม ชา กาแฟ ให้ได้เลือกสั่งมาชิมกันอย่างมากมายใครได้มีโอกาสผ่านมากบินทร์บุรี ลองแวะเข้ามาชิม มาชิลกันได้น้าที่ "Big Monkey Cafe Bistro" ร้านบรรยากาศดี ที่น่ามาผ่อนคลายสุด ๆ

LT Fish Restaurant สัมผัสรสชาติอาหารจีนสไตล์เสฉวน

15 ธ.ค. 2024

LT Fish Restaurant สัมผัสรสชาติอาหารจีนสไตล์เสฉวน

วันนี้ Atime ขอเอาใจคนรักอาหารจีน กับร้าน LT Fish Restaurant ร้านอาหารจีนสไตล์เสฉวนที่หากใครเป็นสายกิน โดยเฉพาะอาหารเสฉวนที่ขึ้นชื่อเรื่องความจัดจ้าน และหอมเครื่องเทศแล้ว ต้องที่ร้าน LT Fish Restaurant คือปลายทางที่คุณต้องมาสัมผัสLT Fish Restaurant เป็นร้านอาหารจีนสไตล์เสฉวนที่นำเสนอรสชาติอันโดดเด่นของอาหารจากมณฑลเสฉวน ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องความเผ็ดร้อน และการใช้เครื่องเทศหลากชนิด มาให้คนไทยได้ลิ้มลองในบรรยากาศร้านที่ทันสมัย และเข้าถึงง่าย ทั้งยังมีเมนูเด็ดให้เลือกหลากหลายอีกด้วยมาเริ่มกันด้วยที่เมนูซิกเนเจอร์ที่กำลังเป็นกระแสอยู่ในตอนี้ ที่ไม่ว่าใครก็ต้องสั่ง คือ เมนูต้มปลาผักกาดดอง ปลากะพงที่แล่เป็นชิ้นขนาดพอดีคำที่เคี่ยวในน้ำซุปนานกว่า 12 ชั่วโมง ทำให้มีความหอมละมุน และเข้มข้นจนโดดเด่น อีกทั้งยังเสริมรสด้วยผักกาดดองที่เพิ่มความเปรี้ยวหวานที่ลงตัว ทำให้จานนี้ครบครันทั้งรสเปรี้ยว หวาน เค็ม เผ็ด และกลิ่นหอมจากเครื่องเทศ ยิ่งทานคู่กับข้าวสวยร้อน ๆ ยิ่งอร่อยแบบสุด ๆต่อมาเป็น เกี๊ยวเสฉวน อีกหนึ่งจานเด็ดที่ไม่ควรพลาด เกี๊ยวชิ้นโต เนื้อแน่นเต็มคำ เสิร์ฟมาในน้ำซุปหมาล่ารสเผ็ดร้อนในแบบจีนแท้ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ให้ลิ้นชารสชาติสะใจเอาใจสายหมาล่ากันต่อกับเมนู ปลาหมึกกระดองหมาล่า จานนี้โดดเด่นด้วยปลาหมึกกระดองสดใหม่ ชิ้นใหญ่เคี้ยวหนึบ ผัดกับซอสหมาล่าที่ให้ความเผ็ดชาจัดจ้านในแบบต้นตำรับ หอมกลิ่นเครื่องเทศจีนอย่างชัดเจนปิดท้ายด้วย มาโปเต้าหู้ (Mapo Tofu) เมนูที่ใช้เต้าหู้ปรุงกับพริกหมาล่าสีแดงเข้ม มีกลิ่นหอม และความมันจากโต้วป้าน โดดเด่นด้วยรสเผ็ดชาที่ได้จากพริก และพริกไทยเสฉวน ผสมผสานรสชาติอย่างลงตัวหากใครกำลังมองหาสถานที่เพลิดเพลินกับรสชาติอาหารจีนแท้ ๆ ที่จัดจ้านและลงตัว อย่าลืมมาแวะที่นี่ รับรองว่าคุณจะกลับไปพร้อมความสุขและอิ่มอร่อยที่ยากจะลืมพิกัด ชั้น 7 โซน Beacon ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ถนนราชดำริ เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330เวลาเปิด-ปิดเปิดบริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 10:00 น. - 21:30 น.โทร 0-2003-0828Facebook: LT FISH Restaurantผู้เขียน วิภูษิตา ญาติจันทึกภาพ เบญญาภา แนบเนียน

"โหงวโภชนา" ตำนานความอร่อยที่ครองใจทุกคนมานานว่า 40 ปี

15 ก.พ. 2024

"โหงวโภชนา" ตำนานความอร่อยที่ครองใจทุกคนมานานว่า 40 ปี

ตำนานความอร่อยที่ครองใจคนมานานกว่า 40 ปี "โหงวโภชนา" ร้านข้าวต้มรอบดึกที่มีเมนูธรรมดา ๆ แต่อร่อยเด็ดจนต้องสั่งกันทุกโต๊ะ จะมีเมนูเด็ดเมนูไหนบ้าง มาดูกันเลย"โหงวโภชนา" ตั้งอยู่ที่ตลาดรังสิต หรือคนรู้จักกันคุ้นหูกันดีอีกชื่อว่า "ตลาดนอก" เมื่อก่อนร้านโหงวเป็นร้านข้าวต้มข้างทาง ที่มีโต๊ะตั้งเรียงรายอยู่ริมถนน แต่ตอนนี้เปลี่ยนไปแล้วนะจ้า เปลี่ยนไปอยู่ในตึก 4 ชั้น เยื้อง ๆ กับที่เก่า เป็นอาคารพานิชย์ภายในมีห้องแอร์ โต๊ะเพียบ ไม่ต้องกลัวเลยว่าโต๊ะจะไม่พอ เพราะมีมากกว่า 400 โต๊ะเมนูของทางร้านก็จะเป็นเมนูอาหารไทยทั่วไป ทั้งแบบเมนูข้าวต้ม เมนูจานหลักต่าง ๆ ต้ม ผัด อบ ทอด มีหมด รวมไปถึงเมนูเด็ดที่ถ้ามาถึงแล้วไม่ได้สั่ง ถือว่ามาไม่ถึงอย่างเมนู "ไก่ผัดเม็ดมะม่วง" ไม่ว่าจะหันไปทางไหน ก็จะมีวางไว้ทุกโต๊ะเลยมาร้านนี้ต้องเข้าใจนิดนึงน้าว่าคนเยอะ เมนูอาจจะมาช้านิดนึง แต่ถ้าเมนูมาแล้ว ก็จะมาทีเดียวเลยแบบเต็มโต๊ะมาแล้ว "ไก่ผัดเม็ดมะม่วง" เมนูเด็ดที่ห้ามพลาดถัดมา "กุ่ยช่ายขาวหมูกรอบ""ยำปลาสลิด" ถือว่าเป็นอีกหนึ่งเมนูเด็ด ที่ต้องโดนตามมาด้วย "กะเพราหมูสับกับกุ้ง" รสจัดจ้านถึงใจสุด ๆปิดท้ายด้วยเมนู "หนำเลี๊ยบ"ใครที่ผ่านมาแถวรังสิต ลองแวะมาลองกันได้น้า ร้านเปิดทุกวัน ตั้งแต่เวลา 14.30 - 23.00 น. สามารถจอดรถได้ข้างทางได้เลย