Talk with "4EVE" ถึงเบื้องหลังเพลง "คิดคิด (Let me know)"

Beauty & Health

Talk with "4EVE" ถึงเบื้องหลังเพลง "คิดคิด (Let me know)"

16 ส.ค. 2024

เรียกได้ว่ากระแสตอบรับดีสุด ๆ สำหรับ "คิดคิด (Let me know)" ซิงเกิลใหม่จากสาว ๆ 4EVE ที่เล่าถึงความไม่แน่ใจในความสัมพันธ์ ว่าเราทั้งคู่คิดเหมือนกันไหม วันนี้เราจึงได้ชวน 4EVE มาพูดคุยถึงเบื้องหลังการทำงานในซิงเกิลนี้กัน

"คิดคิด (Let me know)" มาในคอนเซ็ปต์อะไร

แฮนน่า – “เนื้อเพลงของ ‘คิดคิด’ ก็จะมีคอนเซ็ปต์ประมาณว่า เรากับคนคนนั้น ทำนู่นทำนี่ด้วยกัน กินข้าวด้วยกัน ดูหนังด้วยกัน แต่ว่าเราไม่รู้ว่าที่เขาคิดอะ ความคิดเรามันตรงกันมั้ย ที่เราชอบเธออยู่เนี่ย เราไม่รู้หรอกว่าเธอชอบฉันไหม เราก็เลยส่งซิกกันแค่สายตา แต่ก็ไม่กล้าถาม”

เมมเบอร์ในวงได้มีส่วนร่วมในการเสนอไอเดียอะไรเพิ่มเติมบ้างมั้ย

ฝ้าย – “ส่วนใหญ่จะเป็นตอนร้องค่ะ คือพี่แอ้มเขาก็เขียนเนื้อมาใช่มั้ยคะ แต่ตอนร้องจริง เขาไม่ได้ฟิกว่าต้องลองแบบลายเซ็นของเขาขนาดนั้น เขาก็จะให้ร้องในแบบที่เป็นเรา”

คิดว่าพาร์ทไหนยากที่สุดในการทำเพลงนี้

อ๊ะอาย – “พาร์ทหนูละกันค่ะ หนูจะมีพาร์ทที่เป็นไฮโน๊ต ปกติพี่แอ้มเขาจะไกด์มาให้ ซึ่งก็ยากอยู่แล้ว เราก็พยายามร้องไปตามเดโม่ แล้วพอเข้าห้องอัดไปพี่เขาบอกว่า พี่ขออันที่ได้ยินแล้วยากกว่าเดโม่ ขอให้คนฟังฟังแล้วแบบ โห ร้องอะไร หนูก็ได้ค่ะพี่แอ้ม หนูก็เลยไฮโน๊ตเพิ่มไปจากเดโม่ พี่แอ้มก็ซื้อค่ะ ก็เลยคิดว่าตรงนี้เป็นส่วนที่ยาก แล้วก็ต้องคิดเองด้วยว่าจะเป็นไลน์ไหน แล้วก็ต้องร้องให้ได้ด้วยค่ะ”

มาที่ MV บ้าง ได้มาริโอ้มาเป็นพระเอก MV ใครเป็นคนเลือก

โจริญ – “เอาจริง ๆ ทางทีมเป็นคนตัดสินใจไฟนอลค่ะ แต่ว่าเราก็มีเสนอรายชื่อไปบ้าง”

ร่วมงานกับมาริโอ้เป็นยังไง มีเขินกันบ้างไหม

ตาออม – “เขินค่ะ ตอนที่ทุกคนถ่ายอะ ทุกคนตื่นเต้นมาก สมมุติว่าพาร์ทแฮนน่าถ่าย ทุกคนก็ยืนเกาะรั้วค่ะ เหมือนชาวบ้าน พอมาเป็นพาร์ทตัวเองก็เขินมาก น้ำชอบพี่โชนค่ะ (หัวเราะ)”

บรรยากาศการถ่ายทำวันนั้นเป็นยังไง มีอุปสรรคอะไรบ้าง

อ๊ะอาย – “ส่วนมากก็จะแค่พาร์ทเต้นค่ะ ที่ตอนแรกจะต้องใส่รองเท้าส้นสูง แต่เราก็แก้ปัญหาโดยการไม่ต้องใส่ค่ะ”

แสดงว่าซีนที่ถอดรองเท้าเต้น คือเพิ่งตัดสินใจถอดกันหน้าเซตเลยเหรอ

อ๊ะอาย – “ใช่ค่ะ”

แล้วการเต้นเท้าเปล่าแบบนั้นมันยากไหม

อ๊ะอาย – “ง่ายกว่าใส่รองเท้าค่ะ”

ฝ้าย – “เพราะรองเท้าที่เราใส่เป็นส้นสูงค่ะ แล้วพื้นตรงนั้นมันก็เป็นหิน”

โจริญ – “โชคดีที่หินตรงนั้นมันไม่ได้แหลมมาก มันเป็นหินก้อนกลม ๆ เล็ก ๆ เฉย ๆ ค่ะ”

แต่ละคนมีซีนที่ชอบมากเป็นพิเศษกันไหม

ตาออม – “นี่มี ๆ นี่ชอบซีนที่เรามัดผมติดกันข้างหลัง แล้วนั่งล้อมเป็นวงกลม”

โจริญ – “นี่ชอบซีนที่เรากระซิบกันเป็นวงกลม เอาจริงซีนนั้นมันมีความหมายหลายอย่างมากค่ะ”

ถ้าตกอยู่ในสถานการณ์แบบในเพลง แต่ละคนจะบอกชอบเขาก่อนไหม หรือรอเขามาบอก

แฮนน่า – “เรากลัวความสัมพันธ์จะเปลี่ยนไป ถ้าสมมุติเราบอกว่าเราชอบแกนะ แล้วเขาไม่ได้คิดเหมือนเรา เราอาจจะเสียเพื่อนไปเลยก็ได้ เพราะฉะนั้นเราปล่อยให้มัน toxic อย่างนี้ไปแหละ (หัวเราะ) อย่างน้อยเราก็ยังได้อยู่ใกล้เขาไง ไม่มีสถานะไม่เป็นไร เรามีเธอก็พอ”

ฝ้าย – “ก็คงเหมือนพี่แฮนน่าค่ะ ปล่อยให้ toxic แต่เราก็คงดูความชัดเจนของเขา ว่าเขามีความชัดเจนขนาดไหน แล้วก็คงเพิ่มความชัดเจนของเราไปบ้าง ส่งซิกหาเขา แต่สุดท้ายก็ยังคงความ toxic นั่นแหละ (หัวเราะ)”

พั้นช์ – “ของหนู หนูว่าจะรีบทำให้มันชัดเจน เพราะรู้สึกว่า หนูต้องการอะไรที่มันมีสถานะ เราจะได้ไม่ต้องทำตัวเก้ ๆ กัง ๆ ว่าจะยังไงดี ถ้าคิดอะไรก็พูดออกมาเลย”

โจริญ – “หนูน่าจะรีบทำให้มันชัดเจน แต่จะไม่บอกก่อน ทำยังไงก็ได้ เราจะชัดในการกระทำของเรา แล้วเราก็จะบังคับให้เขาชัดให้ได้ จนเขาต้องบอกเราก่อน”

อ๊ะอาย – “หนูเหรอ เอาเป็นรอแล้วกันค่ะ เอาตามเนื้อเพลงเลย รอให้เขามาบอกเอง”

ตาออม – “ถ้าเป็นหนู หนูก็น่าจะถามค่ะ เพราะสุดท้ายแล้วไม่ว่าจะเป็นยังไง เราก็จะได้ไม่เสียเวลากันทั้งคู่ ถ้าไม่ชอบเราก็จะได้รู้ว่าเราจริงจังคนเดียว ถ้าชอบเราก็จะได้แบบ เฮ้ย ใจตรงกัน อะไรอย่างงี้”

คำว่า "ประสบความสำเร็จ" ในแง่ของการเป็นศิลปิน สำหรับ 4EVE คืออะไร

แฮนน่า – “นี่ว่ามีหลายจุดเลยค่ะ ถ้าในเวย์ของศิลปินหนูคิดว่า การที่มีคนฟังเพลงแล้วรู้จักเพลงเรา มันน่าจะคอมพลีทมาก ๆ หนูว่าศิลปินหลายคนน่าจะประสบปัญหาที่ว่า รู้จักเพลง แต่ไม่รู้จักศิลปิน แต่อย่างน้อยเราก็รู้สึกว่า เขารู้จักเพลงเรา มันก็คอมพลีทแล้วค่ะ”

ฝ้าย – “หนูรู้สึกว่ามันมีหลายมิชชั่นในการประสบความสำเร็จ คือหนูรู้สึกว่าคำว่าประสบความสำเร็จ มันค่อนข้างที่จะอยู่สูงมาก แต่ก่อนจะไปถึงตรงนั้น จะมีมิชชั่นที่เราทำสำเร็จเป็นเควส ๆ ไป ในมุมหนู หนูมองเป็นเกมนะ เหมือนเราค่อย ๆ ไต่แรงก์ขึ้นไปเรื่อย ๆ เพราะหนูรู้สึกว่ามันไปได้เรื่อย ๆ ไม่ได้มีจุดที่เรารู้สึกว่าเราสำเร็จแล้ว เราพอแล้ว”

พั้นช์ – “หนูเสริมจากของเพื่อน ๆ แล้วกันค่ะ หนูรู้สึกว่าการประสบความสำเร็จ คือการที่เราได้ทำในสิ่งที่เราชอบ แล้วคนก็ให้ผลตอบรับที่ดี เพราะว่าสุดท้ายแล้ว สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือตัวเราชอบผลงานนั้น ๆ มั้ย ถ้าเราชอบ แล้วคนอื่นชอบ ก็ถือเป็นการประสบความสำเร็จที่ได้กำไรด้วย”

แล้วคิดว่าตอนนี้วงเราประสบความสำเร็จแล้วหรือยัง แล้วเราอยากจะพาวงไปจนถึงจุดไหน

โจริญ – “หนูว่า 4EVE ไม่ได้มองว่าจุดไหน แบบว่าจุดเนี้ย ต้องไปให้ได้ แต่เราจะไปด้วยกันเรื่อย ๆ ซะมากกว่า เราอยากไปข้างหน้าด้วยกันเรื่อย ๆ เราไม่รู้หรอกในอีก 3 ปีข้างหน้า เราอาจจะเจอเอเลี่ยน แล้วเราอาจจะอยากไปดังในโลกต่างดาวก็ได้ คือเราแค่ไปกันเรื่อย ๆ ไปด้วยกัน ไปถึงไหนก็ไป”

มีงานอะไรในวงการบันเทิงที่ 4EVE อยากทำอีกมั้ย

โจริญ – “อยากทำซีรีส์รวม 7 คนมาก ๆ ค่ะ ใครสนใจเข้าได้นะคะ (หัวเราะ)”

ฝ้าย – “ขอพระเอก 7 คนนะคะ (หัวเราะ)”

พูดอะไรถึง FORAYE ที่ซัพพอร์ต 4EVE กันอยู่หน่อย

ตาออม – “ก็อยากจะขอบคุณ FORAYE ทุกคนค่ะ ที่อยู่ตั้งแต่วันแรกจนตอนนี้ เราเดินทางกันมาเยอะมากจนถึงเพลงล่าสุด ขอบคุณมาก ๆ ที่คอยให้กำลังใจเรา แล้วก็สนับสนุนทุกแนวเพลงของเรา เพราะจริง ๆ เราก็ออกเพลงมาหลากหลายแนวมาก เขาก็ยังน่ารัก คอยมาเล่นชาเลนจ์ คอยปั่นวิว เราชอบไปส่องว่าเขาคิดเห็นอะไรยังไงในแต่ละวัน ก็รู้สึกดีใจค่ะที่ทำให้เขาได้มีความสุขในแต่ละวัน แล้วก็ขอบคุณที่รักที่พวกเราเป็นเราค่ะ”

สุดท้ายให้ 4EVE ฝากผลงานหน่อย ช่วงนี้เรามีอะไรให้ติดตามกันบ้าง

อ๊ะอาย – “ก็ฝากเพลงนะคะ ‘คิดคิด’ เพลงใหม่ของเรา สามารถไปดู MV กันได้ที่ช่องยูทูป 4EVE ส่วนเพลงก็ไปฟังกันได้ทุกสตรีมมิงแพลทฟอร์ม แล้วก็ขอเพลงกันได้ตามคลื่นวิทยุ คนจะได้รู้จักกันเยอะ ๆ ค่ะ”

ฝ้าย – “ส่วนอนาคตก็ปล่อยเพลงเรื่อย ๆ ติดตามงานกันได้ที่ 4EVE Official ค่ะ”

แฮนน่า – “แล้วก็มาเล่น คิดคิด challenge กันได้นะคะ”

related Beauty & Health

Talk with "VENITA" ที่มาพร้อมซิงเกิลใหม่ “จีบให้จบ ๆ"

13 ส.ค. 2024

Talk with "VENITA" ที่มาพร้อมซิงเกิลใหม่ “จีบให้จบ ๆ"

"VENITA" เกิร์ลกรุ๊ปจากค่าย XOXO ENTERTAINMENT ประกอบไปด้วย 3 สาว 3 คาแรคเตอร์ ปอย พนัชกร, ฟิลลิ่ง ธันยพร และไชน่า กุลภัสสร์ คัมแบคในรอบ 1 ปี กับซิงเกิลใหม่ "จีบให้จบ ๆ" ที่มาพร้อมความสดใส และลุคที่ดูโตขึ้น เราจึงได้ชวนปอย และฟีลลิ่ง มาพูดคุยถึงเรื่องราวในเพลงนี้กันเพลง "จีบให้จบ ๆ" เริ่มต้นมาจากอะไร คอนเซ็ปต์เพลงเป็นยังไงปอย – “เพลงนี้เราได้พี่อลันและพี่เบนซ์มาร่วม produce ให้ค่ะ ซึ่งคอนเซ็ปต์ก็จะเป็นการที่เรารู้สึกนะว่าเขาก็ชอบเรา เราก็มีความรู้สึกดี ๆ กับเขาเหมือนกัน แต่ต่างฝ่ายต่างไม่มีใครเริ่มก่อน เราก็เลยรู้สึกว่าถ้าเธอไม่จีบเราก่อน เราก็จะจีบเธอก่อนนะ”ฟีลลิ่งมีส่วนร่วมในการแต่งท่อนแรปด้วย ยากไหม มีอุปสรรคอะไรระหว่างแต่งบ้างฟีลลิ่ง – “ใช่ค่ะ หนูแต่งพาร์ทแรป ก็จะอยู่หลังฮุคแรก หนูว่าอุปสรรคในการแต่งคือการทำความเข้าใจตัวเพลงด้วย หนูก็พยายามหามุมใหม่ ๆ เพื่อทำให้แรปมันดูไม่น่าเบื่อ หรือว่าจำเจจากเนื้อร้องอยู่แล้ว จริง ๆ ก็ลองแต่งไปหลายอันอยู่ แล้วก็มาเลือกอันที่ตัวเองชอบที่สุด ที่มันเพิ่มคาแรคเตอร์เข้าไปให้กับมู้ดเพลงอะค่ะ”ใช้เวลาในการแต่งท่อนแรปนานไหมฟีลลิ่ง – “หนูแต่งประมาณ 2-3 ชั่วโมงค่ะ”ท่าเต้นในเพลงนี้ก็คิดเองด้วย เริ่มต้นยังไงกันปอย – “ปกติเวลาหนูฟังเพลง มันมักจะมีท่าเต้นบางอย่างแว๊บขึ้นมาในหัว เราก็จะเอาตรงนั้นมาต่อยอด แล้วก็คุยกับเพื่อนในวงว่าท่าเต้นเป็นแบบนี้ดีมั้ย เพื่อนในวงอย่างฟีลลิ่งก็มีส่งมาเสนอเพิ่มเหมือนกัน คิดว่าตรงนี้เป็นแบบนี้ก็ดีนะ แล้วเราก็จะมาแชร์กันว่าพาร์ทนี้เอาแบบไหนดี”มีการปรับเปลี่ยนเยอะไหม กว่าจะออกมาเป็นท่าเต้นที่เราเห็นกันแบบใน MVปอย – “ค่อนข้างเยอะมากเลยค่ะ”ฟีลลิ่ง – “ขนาดตอนที่ถ่าย MV ก็ยังมีปรับกันอีกด้วยค่ะ”มาที่ MV บ้าง บรรยากาศในกองวันนั้นเป็นยังไงบ้างปอย – “ร้อนค่ะ”ฟีลลิ่ง – “แต่ว่าสนุกค่ะ เพราะว่ามีเต้นด้วย แล้วก็ได้เล่นเครื่องเล่นด้วย”ปอย – “ถือว่าเป็นประสบการณ์ใหม่ ๆ ของเราเลย เพราะตอนที่ต้องเล่นเครื่องเล่น มันก็หมุนแบบหมุนจริง ๆ มันก็เป็นครั้งแรกด้วยที่เราทำอะไรแบบนั้นค่ะ รู้สึกว่าเป็นประสบการณ์ที่ดี แล้วก็หวาดเสียวนิดนึง”มีอุปสรรคหรือเรื่องที่คาดไม่ถึงอะไรระหว่างถ่ายทำบ้างไหมฟีลลิ่ง – “น่าจะเป็นเรื่องฟ้าฝนค่ะ เพราะว่าเดี๋ยวก็แดดออก เดี๋ยวก็ฝนตก ตอนนั้นเหมือนฝนลงเม็ดด้วย”ปอย – “แล้วก็อาจจะมีตอนที่เราต้องถ่ายซีนเต้น แล้วพื้นมันฝืดมาก คือเราจะมีท่า foot work ที่มันต้องบิดไปบิดมา มันเลยยากมากกับการเต้นตรงนั้นอะค่ะ”ถ้าเขาไม่ชัดเจน แต่ละคนจะทำยังไงให้เขาเข้ามาจีบให้มันจบ ๆฟีลลิ่ง – “ถ้าไม่ชัดเจนเหรอคะ เราก็จะทำให้มันชัด ถ้าเป็นคนที่หนูสนใจ หนูก็จะถามไปตรง ๆ เลย ยังไง ชัดเจนได้แล้ว แต่ถ้าเรารู้สึกว่าเขาไม่ชัดเจนแบบนี้กับหลายคน หนูก็จะตัดทิ้งค่ะ”ปอย – “หนูก็จะไปกระซิบเพื่อนเขา ตอนนี้เขายังไงเนี่ย ถ้าจะชัดเจนก็ชัดเจนมาเลยนะ”แล้วถ้าอยากจีบแต่ละคนให้ติด ต้องทำยังไง มีสเปคไหมปอย – “หนูว่าต้องคุยกับหนูรู้เรื่องค่ะ ไม่จำเป็นต้องมีอะไรที่เหมือนกันมาก แต่ถ้าหนูชอบอะไร เขาก็สามารถไปกับเราได้แค่นั้นก็โอเคค่ะ”ฟีลลิ่ง – “ของหนูคือเป็นคนจริงใจ รักจริงก็พอค่ะ แค่นี้เลย ไม่มีสเปค แต่ว่าขอแค่เป็นคนดี ไม่เอาแบดบอย หนูขอลุคแบบเนิร์ด ๆ เลย ไม่เสือ”ทำไมแต่ละคนถึงอยากมาเป็นศิลปินปอย – “จริง ๆ ตั้งแต่เด็กเลยค่ะ คุณแม่ก็จะเปิดให้ดูว่ามันมีอาชีพนักร้องนะ พอเราเห็นเราก็อยากจะเป็นแบบนั้นบ้างตั้งแต่เด็กเลยค่ะ เหมือนพอหนูเริ่มชอบ แล้วครอบครัวสนับสนุน เราก็อยากทำไปโดยปริยาย เราก็รักก็ชอบมันไปเลยอะค่ะ”ประมาณกี่ขวบพอจำได้ไหมปอย – “ก็ตั้งแต่จำความได้เลยค่ะ พอดูทีวี พ่อแม่ซื้อเครื่องคาราโอเกะมาให้ เห็นเราชอบ แล้วก็ส่งไปเรียนเลย มันเป็นจุดเริ่มต้นใช่มั้ยคะตอนเด็ก ๆ แล้วพอโตมา เหมือนจุดที่ทำให้เรารู้สึกอยากเป็นศิลปินจริง ๆ มันคือการที่หนูร้องเพลง หนูเต้น ขึ้นไปบนเวที แล้วหนูรู้สึกว่าภูมิใจที่ได้ทำ แล้วก็รู้สึกว่าชอบตัวเองที่ได้ทำมันค่ะ อันนั้นคือความรู้สึกหนูในตอนที่โตขึ้น”สำหรับฟีลลิ่งล่ะ ทำไมถึงอยากมาเป็นศิลปินฟีลลิ่ง – “ตั้งแต่เด็ก ๆ เหมือนกันเลยค่ะ หนูเป็นคนกล้าแสดงออกอยู่แล้ว หนูชอบตัวเองเวลาเพอร์ฟอร์มบนเวที ชอบเวลาเราถ่ายทอดอะไรออกไปให้คนดู แล้วหนูก็แค่รู้สึกว่า ดนตรีมันเป็นเหมือนการถ่ายทอดอารมณ์ความรู้สึกต่าง ๆ ได้ดีที่สุดสำหรับหนู หนูก็เลยชอบร้องเพลงชอบเต้นอยู่บนเวทีค่ะ”แล้วฟีลลิ่งนี่รู้ตัวนานหรือยังว่าอยากเป็นศิลปินฟีลลิ่ง – “ถ้าเป็นศิลปินเลย หนูก็ไม่มั่นใจว่าสิ่งที่หนูอยากเป็นเรียกว่าเป็นศิลปินขนาดนั้นมั้ย แต่หนูแค่รู้ว่าหนูชอบร้องเพลง ชอบเป็น inspiration ให้คนอะค่ะ หนูก็เริ่มร้องเพลงมาตั้งแต่ 9 ขวบค่ะ”ถ้าให้นิยามความเป็น VENITA จะนิยามว่าอะไรฟีลลิ่ง – “หนูคิดว่าเป็นผู้หญิง 3 คนที่แตกต่าง แล้วก็มีสไตล์เป็นของตัวเอง มีความน่ารัก แต่ก็มีความซนและแสบนิด ๆ มีหลายรสละกัน”ปอย – “หนูคิดว่า ถ้ารวม ๆ หนูเห็นเป็นแบบ คนที่มีความสดใสหน่อย แต่ก็จะมีความแสบเล็ก ๆ แล้วก็แอบซน ๆ แต่ก็จะไม่ได้เด็กมาก จะมีความขี้เล่น”อะไรคือความฝันสูงสุงของ VENITA ในเส้นทางการเป็นศิลปินฟีลลิ่ง – “จริง ๆ ก็อยากจะไปให้ได้มากที่สุด เท่าที่พวกเราจะไปได้ ไม่ได้ระบุชัดเจนว่าเราต้องได้ไปเล่นที่นี่จะถือว่าคอมพลีท แต่ว่าก็จะไม่หยุดพัฒนาตัวเอง แล้วก็อยากมีโอกาสในการทำงานในวงการตรงนี้เยอะ ๆ ค่ะ”ปอย – “ใช่ค่ะ แล้วก็ถ้าในเรื่องของเพลง ก็อยากจะมีจุดนึงที่เราขึ้นไปยืนร้องเพลงบนเวที แล้วคนดูเขาร้องเพลงตามได้ อันนั้นก็รู้สึกว่าจะเป็นจุดที่ประสบความสำเร็จของ VENITA เหมือนกันค่ะ”พูดอะไรถึงคนที่ติดตามผลงานของ VENITA กันอยู่หน่อยฟีลลิ่ง – “แฟนคลับเราน่ารักมากเลย บางคนเขาก็บอกว่าตามมาตั้งแต่ในรายการ เห็นพัฒนาการของเราตั้งแต่ตอนที่เรายังเต้นไม่ค่อยได้ จนถึงตอนนี้ที่เรามีส่วนร่วมในเพลงของเราแล้ว เขาก็ซัพพอร์ทเราทุกมูฟเมนต์เลย”ปอย – “ใช่ค่ะ คือหนูอยากขอบคุณทุกคนมาก ๆ ค่ะ เพราะ VENITA ก็ไม่ได้มีผลงานออกมาถี่หรือบ่อย ๆ ให้เขาตาม ซึ่งหนูรู้สึกว่ามันเป็นอะไรที่น่าขอบคุณมาก ๆ ที่เวลาเราปล่อยผลงานมาทีนึง เขาก็ยังรอคอย ยังอยู่กับเราอะค่ะ”สุดท้าย ให้ VENITA ฝากผลงานหน่อย ช่วงนี้มีอะไรให้ติดตามกันบ้างฟีลลิ่ง – “เอาผลงานเพลงก่อน ‘จีบให้จบ ๆ’ ก็สามารถดู MV ได้แล้วที่ XOXO Entertainment แล้วก็ฟังเพลงได้ทุกสตรีมมิงแพลทฟอร์มค่ะ”ปอย – “แล้วถ้าเป็นช่องทางของวงนะคะ ก็จะมี VENITA Official เป็น IG แล้วก็มี X ด้วยค่ะ รวมไปถึงฝากผลงานต่อ ๆ ไปของพวกเราในอนาคตด้วยค่ะ”

Talk with "ATLAS" ที่กลับมาพร้อมซิงเกิลใหม่ "ฉันคนเก่า (Let Me Try Again)"

07 ต.ค. 2024

Talk with "ATLAS" ที่กลับมาพร้อมซิงเกิลใหม่ "ฉันคนเก่า (Let Me Try Again)"

ไม่ปล่อยให้ ALIS รอนาน ทั้ง 7 หนุ่ม ATLAS จูเนียร์ เจ็ท ภูมิ ไนซ์ เออร์วิน มิวอ้อน และแทด ก็ได้ส่งผลงานล่าสุด "ฉันคนเก่า (Let Me Try Again)" เพลงช้าอ้อน ๆ ขอโอกาสกลับตัวอีกครั้ง มาให้แฟน ๆ ได้ชมกัน เราจึงได้ชวนทั้ง 7 คน มาพูดคุยถึงเบื้องหลังซิงเกิลนี้ และมุมมองต่อการเป็นศิลปินของพวกเขากันซิงเกิลล่าสุด "ฉันคนเก่า (Let Me Try Again)" มาในคอนเซ็ปต์อะไรภูมิ – “เพลงนี้ถือว่าเป็นเพลงช้าอีกเพลงนึงครับ คือทุกปีเราจะมีเพลงช้า เพลงนี้ความหมายคือประมาณว่า เหมือนความสัมพันธ์อะครับผม พอบางทีเรารักกันไปนาน ๆ มันเริ่มมีความละเลยกันเกิดขึ้น อาจจะทำตัวไม่ดีบ้าง เผลอลืมอะไรบางอย่างไปบ้าง จนกระทั่งวันนึงเรามาตระหนักได้ว่า เราทำอย่างงี้มันไม่ถูกนะ เราอยากแก้ตัว เราอยากกลับไปเป็นคนดี เหมือนเป็นฉันคนเก่าตอนแรก ๆ ที่เราคบกันครับ”พาร์ทไหนของซิงเกิลนี้ ที่รู้สึกว่ายากต่างจากซิงเกิลก่อน ๆ บ้างไนซ์ – “สำหรับผม ผมว่าพาร์ทที่ยากที่สุดในซิงเกิลนี้ คือพาร์ทของการซ้อมเต้นครับ คือในเรื่องของการเล่น MV เนี่ย พวกเราจะมีพื้นฐานในเรื่องการแสดงอยู่แล้ว แล้วก็ไม่ได้มีปัญหาอะไร ส่วนเรื่องร้องก็มีโปรดิวเซอร์และโวคอลโค้ชที่คอยไกด์ให้อยู่แล้ว แต่เรื่องของท่าเต้นเนี่ย รอบนี้จะเป็นท่าเต้นที่มีดีเทลเยอะมาก ๆ มีรายละเอียดเยอะ มีการที่ทำท่าเต้นไม่เหมือนกัน แต่ว่าเต้นเหมือนกัน ก็คือเป็นดีเทลที่มันเยอะมาก ๆ มากกว่าเพลงอื่น ๆ เลยด้วยซ้ำ”แทด – “ถึงมันอาจจะเป็นเพลงช้า แต่จริง ๆ มันยากกว่าเพลงเร็วบางเพลงอีกนะ เพราะเราต้องใจเย็น ๆ แล้วก็โฟกัสมาก ๆ เลยครับผม”แล้วมีพาร์ทไหนไหมที่รู้สึกว่าง่าย หรือว่าสบายใจที่จะทำบ้างไหมเออร์วิน – “เล่น MV ครับ ผมว่าตอนเล่น MV สนุก”ไนซ์ – “พาร์ทร้องด้วยครับ การอัดเสียง”มาที่ MV บ้าง ทีเซอร์กับ MV เรียกว่าสับขาหลอกกันสุด ๆ เป็นความตั้งใจของเราไหมที่อยากให้ออกมาเป็นแบบนี้ภูมิ – “เป็นความตั้งใจครับผม เพราะเรารู้สึกว่าจะน่าสนใจมากขึ้น ถ้า MV ตัวจริง ไม่เหมือนกับที่ทุกคนเดาไว้ แล้วก็ผมชอบสตอรีของ MV มาก ผมว่ามันค่อนข้างที่จะทัชใจเราตั้งแต่ตอนที่เราเล่นแล้ว”เล่าให้ฟังหน่อยว่า MV นี้ สตอรีเป็นยังไง มาในคอนเซ็ปต์อะไรเออร์วิน – “มันเป็นเรื่องของความรักครับ ซึ่งผมว่ามันก็รีเลทได้กับความรักของหลาย ๆ คู่ พระเอกก็คือมีแพชชั่นกับการขี่มอเตอร์ไซค์ แต่ว่าในขณะเดียวกัน เขาไม่มีเวลาให้แฟน เวลานัดไปไหนก็ไปสาย ทำให้มันเกิดความขัดแย้งกันในความสัมพันธ์นี้ แล้วพอมันมากขึ้น ๆ เขาก็ไม่ไหวแล้ว เลือกที่จะเลิกกับเรา แต่ลึก ๆ ข้างในของตัวพระเอกเนี่ย เขาตั้งใจที่จะทำสิ่งนี้ให้สำเร็จ เพื่อที่จะนำเงินรางวัล นำความสำเร็จไปขอผู้หญิงแต่งงาน แต่มันดันไม่เกิดขึ้น เพราะระหว่างทางเขาดันเกิดอุบัติเหตุจนเสียชีวิตก่อน”ระหว่างถ่าย MV มีอุปสรรคอะไรบ้างเจ็ท – “ฝนตกครับ แล้วตกตอนถ่ายซีนที่เออร์วินรถล้มด้วย เลยต้องรีบวิ่งหลบ แต่สุดท้ายก็ถ่ายตอนฝนตกปรอย ๆ”ภูมิ – “แต่ผมว่ามันเป็นมู้ดที่ดีนะ”แทด – “แล้วเขาแก้ปัญหาได้ดี โดยการที่เอาซีนที่อยู่ in door มาถ่ายก่อนครับ ก็เลยถ่ายทุกอย่างได้ราบรื่นมากครับ”คิดว่าซีนไหนใน MV ยากที่สุดมิวอ้อน – “ผมว่าแล้วแต่คนเลย อย่างผมก็จะยากตรงซีนที่ต้องเอาแหวนไปให้พี่แพรวครับ เพราะว่ามันเป็นซีนอารมณ์ แล้วผมไม่ค่อยมีประสบการณ์เรื่องการแอคติ้งขนาดนั้น ก็เป็นซีนที่เราจินตนาการว่าเพื่อนเราในวงไม่อยู่แล้ว แล้วเราก็ขึ้นคอนเสิร์ตไม่ได้แล้ว พอไม่มีเขาแล้ว มันก็เลยดึงอะไรออกมาในตอนที่เราแสดง MV ได้”ได้อ่านฟีดแบคจากแฟน ๆ ไหม มีคอมเมนต์ไหนที่ถูกใจเราเป็นพิเศษบ้างเออร์วิน – “มีครับ ของผมมี 1 อัน เขาเขียนว่า ขนาดเออร์วินใส่เซฟตี้ ใส่หมวกกันน็อค ยังรถล้มเสียชีวิตเลย แล้วสายซิ่งตามท้องถนนที่ขี่มอเตอร์ไซค์เขาไม่กลัวเสียชีวิตกันบ้างเหรอ โยงเข้าเรื่องสังคมไป”ขอ 1 สิ่ง ที่รู้สึกว่า "ฉันในวันนี้" แตกต่างกับ "ฉันคนเก่า" ที่สุดภูมิ – “แต่ก่อนทำสีผมบ่อยครับ สังเกตว่าตอนที่ผมเดบิวต์แรก ๆ จะมีฟ้า มีส้ม มีม่วง ตอนนี้ดำยาว ๆ แล้ว เพราะต้องขอดูแลผมก่อนครับ”เจ็ท – “ของผม ฉันคนเก่าเคยชอบอยู่นอกบ้านครับ แต่ฉันในวันนี้ไม่ออกนอกบ้านแล้ว เพราะผมแก่แล้วครับ เอาจริงทุกวันนี้เวลาผมออกไปนอกบ้านอะ ผมไม่ชินนะที่ต้องเรียกคนอื่นว่าน้อง เพราะปกติผมจะเรียกทุกคนว่าพี่”มิวอ้อน – “สำหรับผม ฉันคนเก่าเคยชอบอยู่บ้านครับ แต่ฉันตอนนี้ผมไม่อยากอยู่บ้านแล้ว สลับกันกับพี่เจ็ท ผมชอบออกไปข้างนอก ไปหาอะไรทำครับ ช่วงนี้ก็จะต่อยมวยบ่อย ๆ”จูเนียร์ – “เอาเร็ว ๆ นี้แล้วกัน ฉันคนเก่าเคยมีซิกแพค แต่ตอนนี้ไม่มีแล้ว”ไนซ์ – “ฉันคนเก่าเคยฟันเหยินครับ แต่ว่าตอนนี้ฟันไม่เหยินแล้ว เรียกว่ามันเป็นปมนึงในชีวิตที่แบบว่า เคยถูกหลายคนพูดถึงสิ่งนี้ เราก็รู้สึกว่าผ่านมันมาได้แล้ว แล้วก็รู้สึกแฮปปี้มาก ๆ กับเรื่องนี้ครับ”แทด – “ฉันคนเก่าเคยชอบทำอะไรผาดโผนครับ สมัยก่อนผาดโผนกว่านี้อีก ชอบเรียนโดดน้ำ โดดจากแพลทฟอร์ทอะไรแบบนี้ แต่เดี๋ยวนี้แค่กลับขึ้นมายืนก็กลัวแล้วครับผม”เออร์วิน – “ของผม ฉันคนเก่าอยากเป็นนักวิทยาศาสตร์ อยากเป็นด็อกเตอร์ครับ อยากเป็น scientist เรื่องอวกาศ แต่ว่าตอนนี้อยากเป็นศิลปิน แล้วก็ได้เป็นแล้ว”คำว่า "ประสบความสำเร็จ" ในแง่ของการเป็นศิลปิน สำหรับ ATLAS คืออะไรจูเนียร์ – “ส่วนตัวผม ผมรู้สึกว่าการประสบความสำเร็จคือการที่ร้องเพลงแล้วคนรู้จักเพลงเรา คนชื่นชอบในผลงานของพวกเรา ผมว่าแค่นั้นมันก็ประสบความสำเร็จมาก ๆ แล้ว ที่แบบอยากที่จะเอาเราเป็น role model อยากที่จะทำตาม อันนั้นคือคำว่าประสบความสำเร็จในมุมมองของผมนะ”ไนซ์ – “สำหรับผม ผมว่าคล้าย ๆ กันครับ ของผมจะเป็นในส่วนของ ถ้าวันนั้นเราทำได้ดี เรารู้สึกว่าเราแฮปปี้ รู้สึกว่าเราสามารถ success ได้ในทุกวัน วันนี้เราทำงานได้ดี เราไปเล่นงาน festival แล้วเราทำได้ดี เราก็จะรู้สึกว่าเราประสบความสำเร็จแล้วครับ”แทด – “ของผมก็จะคล้าย ๆ พี่ไนซ์ครับ จะเป็นเรื่องความสุข ความสำเร็จของผมคือการที่เราทำสิ่งที่เรารัก แล้วยังมีความสุขอยู่ และสามารถส่งต่อความสุขนี้ให้กับคนอื่นได้อีกเยอะ ๆ แล้วก็ inspire คนไปเรื่อย ๆ ก็เป็นสิ่งที่ success แล้วครับ”เออร์วิน – “ของผมมี 2 จุด จุดแรกคือการเป็นศิลปิน ซึ่งอันนี้ success แล้ว อันที่สองคือการได้ทำงานทุกวันแล้วรู้สึกว่า เราตื่นมาทำงานได้อย่างแฮปปี้ แล้วก็ทำผลงานวันนั้นออกมาได้ดี คือสำเร็จแล้ว”ภูมิ – “นอกจากเรื่องงาน ผมว่าหลัก ๆ คือการเห็นน้อง ๆ ทุกคนเติบโตมาเป็นศิลปินที่ดี เก่งขึ้นทุกวัน ผมว่ามันเป็นการประสบความสำเร็จอีกอย่างนึง นอกจากความเป็นอาชีพศิลปิน มันรู้สึกว่าครอบครัวของเรามันแข็งแกร่งขึ้น โตขึ้น”เจ็ท – “ใช่ครับ ผมเสริมต่อจากคนอื่น อีกหนึ่งอย่างที่รู้สึกว่า success คือ การเป็นศิลปินของ ATLAS อะ ทำให้ทุกคนสามารถดูแลตัวเอง ดูแลครอบครัวได้มากขึ้น ก็เลยรู้สึกว่ายิ่ง success ครับ”มิวอ้อน – “ความสำเร็จอย่างนึงที่ตอนนี้ฝันไว้ คืออยากขึ้นรับรางวัลบนเวทีครับ”แล้วเราเคยตั้งเป้ากันไว้ไหม ว่าอยากจะพาวง ATLAS ไปให้ถึงจุดไหนจูเนียร์ – “ตั้งแต่ day 1 ของพวกเราเลย เรามองกันว่า ไม่รู้ว่า ATLAS จะไปได้ไกลขนาดไหน แต่ผมรู้สึกว่าเราจะสนุกไปในระหว่างทาง จะมีความสุขกับมันให้มากที่สุด และพากันไปให้ได้ไกลที่สุดแหละครับ รอดู รอสนุกไปด้วยกัน ต่อจากนี้จะมีเรื่องอะไรที่เข้ามาอีกเยอะมาก ๆ เราก็เตรียมตัวรับมือกับมันตลอดเวลาครับผม”เจ็ท – “ความสุขไม่ได้อยู่ที่ปลายทาง แต่อยู่ที่ระหว่างทางครับ”อยากให้ ATLAS พูดถึง ALIS หน่อยแทด – “รักนะ”เออร์วิน – “เพิ่งปล่อยเพลงใหม่ไปด้วยครับ ก็หวังว่าทุกคนจะมีความสุขไม่มากก็น้อยกับเพลงเพลงนี้ แล้วก็ระหว่างทางหลังจากนี้ มันมีอะไรน่าตื่นเต้นรอเต็มไปหมดเลยครับที่อยากให้ ALIS เห็นเร็ว ๆ เหมือนกัน ก็อยากให้ทุกคนอดทน อยู่กับเรา เป็นปีกให้กับพวกเราต่อไป แล้วก็สัญญาว่าจะเต็มที่กับทุก ๆ งาน ให้ทุกคนมีความสุขที่สุดกับพวกเรา ATLAS ครับ”สุดท้ายให้ ATLAS ฝากผลงานหน่อย ทั้งซิงเกิลนี้ ผลงานในอนาคต แล้วก็ผลงานเดี่ยวของแต่ละคน มีอะไรให้เราติดตามกันบ้างแทด – “ก็ฝากเพลงใหม่ล่าสุดของพวกเราด้วยนะครับ ‘ฉันคนเก่า (Let Me Try Again)’ เป็นเพลงที่ผมบอกเลยว่าผมชอบมาก ๆ แล้วก็หวังว่าแฟน ๆ ทุกคนจะได้ฟังมัน แล้วก็เอ็นจอยไปกับมัน เหมือนที่พวกเราเอ็นจอย แล้วก็ผลงานที่จะตามมาในอนาคต ก็ฝากติดตามทางช่องทาง ATLAS official ได้ทุกช่องทางเลยครับผม จะคอยอัปเดตตารางงาน แล้วก็โปรเจ็คที่กำลังจะมีในอนาคต ก็รอติดตามกันครับ น่าจะสนุกมาก ๆ ครับปีนี้”เจ็ท – “ของผมตอนนี้มีละครที่กำลังออนอยู่ครับ ชื่อว่า ‘เมืองลับแล’ ก็ออนทางช่อง Workpoint 23 เวลา 2 ทุ่มนะครับ ทุกวันเสาร์และอาทิตย์ แล้วก็สามารถดูย้อนหลังได้ทาง Netflix ครับผม”