คุยกับ PAUSE ถึงเพลงใหม่ “วันหนึ่งถ้าฉันอกหัก”

Beauty & Health

คุยกับ PAUSE ถึงเพลงใหม่ “วันหนึ่งถ้าฉันอกหัก”

27 ก.พ. 2024

PAUSE กลับมาให้แฟน ๆ หายคิดถึง กับผลงานล่าสุด “วันหนึ่งถ้าฉันอกหัก” เพลงน่ารัก ๆ สำหรับสายง้อแฟน กับท่อนฮุคที่ต้องทำเธอใจอ่อน “วันหนึ่งถ้าฉันอกหัก ฉันจะรักใครได้อีก” วันนี้เราเลยได้ชวนวง PAUSE มาพูดคุยถึงเรื่องราวในซิงเกิลล่าสุดนี้กัน

ซิงเกิลใหม่ "วันหนึ่งถ้าฉันอกหัก" มาในคอนเสปอะไร

“คอนเสปก็คือเกี่ยวกับความรัก เกี่ยวกับคนที่กำลังมีแฟน แล้วก็ตามง้อแฟน มีการทะเลาะนิดหน่อย มีงอน มีง้อ เพลงนี้ไว้สำหรับง้อแฟน”

เพลงนี้ใช้ระยะเวลาในการทำนานมั้ย

“จริง ๆ เราเตรียมการไว้ตั้งแต่พฤศจิกายนแล้วครับ แล้วก็เสร็จตอนมกรา ระหว่างเตรียมการเราก็พยายามทำให้มันดีที่สุด แล้วก็มาถึงการที่เราเข้าไปอัด ถึงกระบวนการข้างหลัง ก็เตรียมการกันพอสมควร”

คิดว่าอะไรคือจุดที่โดดเด่น หรือเป็นเรื่องใหม่ต่างจากเพลงก่อน ๆ ของ PAUSE

“ถ้าจุดเด่นของเพลงนี้ น่าจะเรื่องที่มันเป็นเพลงเร็ว เพราะส่วนใหญ่เพลงของ PAUSE ที่คนรู้จักกัน มันมักจะเป็นเพลงช้า นอกจากเพลง ‘กอดหมอน’ ที่เป็นเพลงมีเดียม จริง ๆ PAUSE เคยทำเพลงเร็วนะ แต่มันไม่ค่อยเป็นที่รู้จัก มักจะเป็นที่รู้จักในเพลงช้ามากกว่า ‘ดาว’ ‘ที่ว่าง’ พวกเนี้ย ก็หวังว่าเพลงนี้จะเป็นเพลงเร็วที่ทำให้คนรู้จัก PAUSE กันมากขึ้น”

มาที่พาร์ท MV บ้าง เรื่องราวใน MV นี้เป็นยังไง

“ทางทีม MV ก็ได้มาปรึกษาเรา มาเสนอว่าเราจะทำเป็นเด็ก ๆ มั้ย เป็นเหมือนงานโรงเรียน ละครเวทีของเด็ก ๆ เขามาถามว่าพี่ ๆ โอเคมั้ย เพราะตอนต้นเพลง ถ้าใครได้ฟังก็จะมีเสียงของเด็กอยู่ เลยลองคิดว่าเอาเป็น MV ของเด็ก ๆ มั้ย น่ารัก ๆ ซึ่งพอเขามาคุย เราก็ชอบตั้งแต่แรก เพราะผมก็สังเกตเวลาไปทัวร์ พี่ ๆ เขาก็ชอบเล่นกับเด็ก ๆ บวกกับเคยให้โจทย์กับทางทีมทำ MV ไว้ ว่าเรามักจะมีซีนมาเล่นดนตรีกัน มีลายซิงค์ แต่ว่า PAUSE ไม่เคยเป็นหนึ่งในตัวแสดงในเนื้อเรื่องของ MV นั้น ๆ เลย เลยอยากให้ลองทำแบบนี้ดูบ้าง เขาก็เลยจับพวกเราไปเป็นนักแสดงอยู่ในนั้นด้วย ช่วงท้ายก็จะมีขึ้นมาแจม มาเล่นดนตรีกับเด็ก ๆ บนเวที แต่ว่าเครื่องดนตรีนั้นไม่ใช่เครื่องดนตรีจริง เป็นเครื่องดนตรีเด็กเล่น มันก็จะน่ารักไปอีกแบบ”

ทำไมนักแสดงหลักถึงต้องเป็นบล็อกโคลี่กับข้าวโพด

“ไม่ทราบเหมือนกันฮะ น่าจะหาชุดได้พอดี (หัวเราะ) ก็เป็นทางทีม MV เขาเสนอมา”

การใช้เด็ก ๆ เป็นนักแสดงนำใน MV เลย ยากมั้ย บรรยากาศในการทำงานเป็นยังไงบ้าง

“ผมว่าน่ารักนะ อย่างพวกเราไปกันตอนบ่าย ๆ พอเห็นเด็ก ๆ เราก็ชอบอยู่แล้ว แต่น่าจะหนักไปทางทีมงานที่ต้องดูแลน้อง ๆ ตั้งแต่เช้า ต้องขอบคุณน้อง ๆ ด้วยที่มากันตั้งแต่ตีห้า แสดงกันตั้งแต่เช้าเลย จนพระอาทิตย์ตกก็ยังอยู่ ก็ต้องขอบคุณน้อง ๆ ที่มาแสดง แล้วก็คุณพ่อคุณแม่ที่มาดูแลน้อง ๆ ด้วย”

มีซีนโปรดใน MV กันมั้ย ชอบซีนไหนที่สุด

“ซีนที่มีเด็กมากระเด่ว ๆ (หัวเราะ) เป็นท้ายของ MV ที่พวกเราขึ้นมาแจมกันบนเวทีอะฮะ แล้วเด็ก ๆ ก็จะเต้น ๆ กัน อันนั้นชุลมุนดีครับ เด็ก ๆ น่ารัก”

ในปีนี้จะมีผลงานออกมาให้เราฟังกันอีกมั้ย สปอยล์ได้มั้ย

“ก็พยายามคุยกับทางค่าย จริง ๆ ก็อยากให้ปีนี้มีอีกสักหนึ่งเพลง แต่ถ้าจะมากกว่านั้นก็ต้องขอขอบคุณด้วยครับ อยากให้มีอีกครับ เพราะเราก็อยากจะปล่อยเพลงให้มันเยอะขึ้น คือช่วงโควิดเราไม่ได้ปล่อยเพลงเลย มันก็เป็นไปตามช่วงนั้นอะเนอะ โควิดมันทำอะไรมากไม่ได้ เราก็เลยไม่ได้มีเพลงใหม่กัน แต่ตอนนี้สถานการณ์มันปกติแล้ว อาจจะสักปีละสองเพลงครับ”

เราได้มองไว้มั้ยว่าอยากให้วง PAUSE ไปถึงจุดไหน

“ถ้าเป็นอย่างคาราบาวได้ก็จะดีมากเลย ที่เล่นไปจนแก่เฒ่า ก็ยังไม่หายไปไหน ก็จะยินดีมาก ๆ ครับ เราก็จะทำต่อไปเรื่อย ๆ”

สุดท้าย พูดอะไรถึงแฟนเพลงที่ติดตามวง PAUSE กันอยู่หน่อย

“ก็อย่าเลิกตามนะครับ (หัวเราะ) คือเพลง PAUSE มีอายุอานามกันมาหลายปีแล้ว ตั้งแต่นักร้องคนเก่าพี่โจ้ ก็เริ่มตั้งแต่ปี 2539 ก็ยาวนานเนอะ แต่มันก็มีเป็นสองยุค ยุคเก่าก็คือหลายคนโตมากับเพลงเรา ถ้าเป็นน้อง ๆ ยุคปัจจุบัน ก็อยากให้เขาโตไปกับยุคของเฟ้น อยากจะให้ติดตามวง PAUSE กันต่อไปอีกเรื่อย ๆ ก็ฝากติดตามพวกเราด้วยนะครับ มาเจอกันได้ ฝากเพลงใหม่ของพวกเราวง PAUSE ‘วันหนึ่งถ้าฉันอกหัก’ รวมไปถึงใครอยากจะไปฟังพวกเราเล่นสด ๆ ก็สามารถติดตามตารางงานได้ทางเฟซบุ๊คของพวกเราวง PAUSE ครับ”

related Beauty & Health

เดินทางไปกับ Jeff Satur ใน Space Shuttle No.8

01 มี.ค. 2024

เดินทางไปกับ Jeff Satur ใน Space Shuttle No.8

เรียกได้ว่าฮอตสุด ๆ สำหรับ “Jeff Satur” ศิลปินมากความสามารถ ที่ได้ปล่อยอัลบั้มแรก “Space Shuttle No.8” พร้อมจัดคอนเสิร์ตเอเชียทัวร์ที่ 6 เมืองใหญ่ ไทเป, ฮ่องกง, มะนิลา, จาการ์ตา, สิงคโปร์ และปิดท้ายที่กรุงเทพ เราจึงได้ชวน Jeff Satur มาพูดคุยถึงเรื่องราวการเดินทางครั้งนี้กันอัลบั้ม Space Shuttle No.8 มีที่มายังไง“คือเราอยากจะรวบรวมเพลง ตั้งแต่เพลงแรก Highway จนมาถึงเพลงนี้ โดยที่เนื้อเรื่องของมันจะเชื่อมโยงกันหมด แล้วก็เราจะมีแกนกลางของเรื่องในอัลบั้มนี้อยู่แล้ว ซึ่งจะค่อย ๆ เห็นออกมาเรื่อย ๆ จากการดู MV จากการฟังสัมภาษณ์ จากการไปดูคอนเสิร์ตต่าง ๆ มันก็จะมี element hint เล็ก ๆ ออกมาเรื่อย ๆ จริง ๆ สิ่งที่อยากให้ทำเวลานั่งฟังอัลบั้มนี้ก็คือ เหมือนเรานั่งอยู่บน Space Shuttle หรือว่ากระสวยอวกาศเนี่ยแหละ นั่งคิดแล้วก็ฟัง แล้วก็ตั้งคำถามกับเพลง กับชีวิตตัวเอง รีเลทตัวเอง เหมือน have conversation กับตัวเอง แล้วก็มาดูว่า พอมันไปถึงปลายทางจริง ๆ มันพาเราไปถึงไหน”อัลบั้มนี้ใช้ระยะเวลาในการทำนานเท่าไหร่“ประมาณ 2 ปีกว่า ๆ ครับ”ทำไมถึงใช้ชื่อ Space Shuttle No.8“เพราะว่าผมรู้สึกวิวที่เราเห็นอยู่ทุกวันอะ เราเคยเห็นแล้วไง Space Shuttle คือการที่เราออกไปเจอสิ่งที่เรายังไม่เคยเห็น การที่ break boundary ว่าทำไมเราจะไม่สามารถไปที่อวกาศได้ล่ะ ในแต่ละสเตชั่นก็จะเป็นภาพวิวที่เราไม่เคยเห็นมาก่อน ผมก็เลยอยากให้มันเป็นเหมือนการเดินทางไปสู่สิ่งที่เราไม่รู้”แล้วเลข 8 มีความหมายอะไรด้วยมั้ย“เลข 8 มันคล้ายสัญลักษณ์ infinity ครับ ผมเชื่อว่าถ้าผมตายไปแล้ว สุดท้ายแล้วผลงานเหล่านี้ มันก็จะยังคงอยู่ต่อไปเป็นนิรันดร์”เพลง “ซ่อน(ไม่)หา” (Ghost) กระแสตอบรับดีมาก ได้คาดหวังมั้ยว่ากระแสตอบรับจะดีขนาดนี้“ไม่ได้คาดหวังว่าฟีดแบคมันจะดีขนาดนี้ แล้วก็มีคนชื่นชอบขนาดนี้ การที่ได้เห็นศิลปินหลาย ๆ ท่าน หรือหลาย ๆ คนมาคอมเมนต์ ก็รู้สึกว่าเพลงนี้มันทำงานเนอะ เหมือนได้คุยกับพวกเขา ก็รู้สึกภูมิใจครับ”ในมุมมองของเจฟที่เป็นคนทำเพลง เราตีความเพลงนี้ว่ายังไง“ผมรู้สึกว่ามันเป็นเพลงที่เราก็เจ็บปวด แต่เราก็ต้อง let go กับอะไรบางอย่างไป โดยที่ต่อให้เราจะรั้งสิ่งเหล่านั้นไว้ มันก็ไม่ได้ทำให้เรามีความสุขมากกว่าเดิม มันจะยิ่งเจ็บปวดไปอีก มันเหมือนการที่ตัดสิ่งที่มันอยู่ต่อไม่ได้แล้ว ถ้าพูดตามตรงก็คือเหมือนส่วนไหนเน่าแล้วก็ต้องตัดออกไป เพื่อไม่ให้มันลุกลามแล้วก็เจ็บปวดกว่าเดิม คือมันไม่ใช่เพลงรักแน่นอนอยู่แล้ว แต่มันอาจจะเป็นเพลงที่รักตัวเอง อาจจะเป็นเพลงเศร้าในเชิงที่เราต้องเสียใจกับตัวเอง แต่ผมว่ามันก็เป็นเพลงนึงที่จะทำให้เรารักตัวเองมากขึ้น”มาที่ “ส่วนน้อย” (Yellow Leaf) ทำไมเจฟถึงใช้เพลงนี้เป็นซิงเกิลโปรโมทปิดอัลบั้ม“ผมรู้สึกว่าแต่ละเพลงที่เราทำมาตลอด มันมีความบู๊ประมาณนึง มีความรุนแรง มีความ aggressive เศร้าบ้าง ลึกบ้าง ก็เลยรู้สึกว่าอยากให้เพลงสุดท้ายของอัลบั้ม เป็นเพลงที่ซอฟต์ เหมือนได้จิบชาอุ่น ๆ ฟังแล้วรู้สึกว่าสบาย”เจฟออกซิงเกิลที่ 10 ก่อนซิงเกิลที่ 9 ด้วย ตรงนี้มีความหมายอะไรมั้ย“จริง ๆ ด้วยความที่มันเป็น Space Shuttle No.8 ไงครับ คือจบที่เลข 8 เพราะฉะนั้นการเริ่มสิ่งใหม่ ๆ มันจะเริ่มที่เลข 9 มันคือการสิ้นสุด และเริ่มต้นใหม่ที่เลข 9 แล้วก็เราจะได้เห็นว่า เนื้อเรื่องทั้งหมด เดี๋ยวจะได้รู้อีกทีว่าทำไมมันถึงต้องเป็นแบบนี้”เรามีเฉลยเรื่องนี้ด้วยใช่มั้ย“มีเฉลยครับ แต่ว่ายังไม่เฉลยตอนนี้”เฉลยในคอนหรือเปล่า“ไม่ใช่ในคอนด้วย ต้องรอติดตามครับ”อีกหนึ่งเพลงใหม่ในอัลบั้ม “Almost over you” ช่วยเล่าให้ฟังหน่อยว่าเพลงนี้เกี่ยวกับอะไร“เพลงนี้เนื้อหาของมันคือการที่เราเกือบลืมเธอได้แล้ว สักวันนึงฉันจะลืมเธอได้จริง ๆ แต่อาจจะยังไม่ใช่ตอนนี้ แล้วก็มันพร่ำพรรณนาความเศร้าที่แบบ เธอไปแล้ว ดอกไม้มันเป็นสิ่งเดียวที่เป็นตัวแทนของเธอ ที่จะทำให้ฉันจำเธอได้ เพราะว่าทุกคนรอบข้างฉันลืมเธอไปหมดแล้ว เขาไม่พูดถึงเธอแล้ว สุดท้ายแล้วความเจ็บปวดของเรา มันก็จะเป็นความเจ็บปวดของเรา คนอื่นไม่ได้มีส่วนร่วมในความเจ็บปวดนี้ เพราะฉะนั้นเขาจะลืมความเจ็บปวดนี้ได้เร็วกว่า แล้วเพลงนี้มันถูกแต่งขึ้นมาอย่างรวดเร็ว คือจริง ๆ ทำ song camp กัน ใช้เวลา 4 ชั่วโมง เมโลดี้และคอร์ดก็เสร็จ แล้วก็ส่งต่อไปให้ทีมเขียนเนื้อที่เป็นทีมต่างประเทศเขียน ส่วนโปรดิวเซอร์ที่ทำเพลงนี้คือคุณ Hyuk Shin เป็นโปรดิวเซอร์ที่ทำเพลงให้ EXO ด้วยครับ”เพลงสุดท้าย “Saturdayss” เจฟแต่งให้แฟนคลับ แล้วก็ใช้วิธีการอัดที่แตกต่างจากเพลงอื่นด้วย“ใช่ครับ มันเป็นเพลงที่เหมือนฟังผมเล่นอยู่ในห้องทำงาน ผมกดอัด แล้วผมก็เล่นเลย อยากให้มันเป็นฟีลนั้น”เจฟใช้เวลาทำนานมั้ยสำหรับเพลงนี้“จริง ๆ ช่วงแต่งไม่นาน แต่ช่วงอัดจะนานตอนที่หาวิธีว่าโปรแกรมใช้ยังไง ผมไปเช่าห้องอัดที่ตราด เพราะว่าตอนนั้นผมถ่ายหนัง ก็เลยไม่มีเวลากลับมาอัดที่กรุงเทพ แต่ว่าใช้เวลาจริง ๆ อัดแค่ 10 นาทีเอง”ทำไมถึงเลือกใส่ “Saturdayss” ไว้เป็นแทรคสุดท้ายในอัลบั้ม“ผมรู้สึกว่ามันเป็นเพลงที่เรียบง่าย honest มาก แล้วก็เป็นเหมือนของขวัญ เหมือนเราผ่านอะไรด้วยกันมาในสเตชั่นต่าง ๆ เราไม่รู้ว่าสเตชั่นสุดท้ายมันจะเป็นยังไง แต่รู้ว่าปลายทางมีคนที่รักเราอยู่ สุดท้ายแล้วเราก็จะรอให้ถึงวันเสาร์อยู่เสมอ”ถ้าให้เลือกเพลงในอัลบั้มที่ตรงกับชีวิตหรืออารมณ์ของเจฟในตอนนี้มากที่สุด จะเลือกเพลงไหน“ยากจัง ไม่เคยคิดเรื่องนี้มาก่อนเลย จริง ๆ ทุกเพลงมันคือ element ที่ดึงออกไปจากชิ้นส่วนของความทรงจำของผม แล้วก็ออกมาเป็นเพลง เพราะฉะนั้นถ้าถามว่าตอนนี้ความรู้สึกของผมตรงกับอันไหนเหรอ ผมเลือก ‘Saturdayss’ แล้วกัน เพราะผมรู้สึกว่า เราได้ความรักจากคุณวันเสาร์เยอะ รู้สึกว่ามันเป็นอะไรที่ comfort เราเสมอ ไม่ว่าเราจะอยู่ในสถานการณ์ไหน แล้วก็เป็นแรงใจในการทำงาน ที่เราตื่นมาเดินสายสื่อ 4 วัน โดยที่เรารู้สึกว่ายังไหวอยู่ เพราะเรารู้ว่าพวกเขาเหล่านั้นกำลังรอชมสิ่งเหล่านี้อยู่ แล้วก็เขาให้กำลังใจเราเสมอ”เพิ่งเปิดเอเชียทัวร์มา ไทเป และฮ่องกง เจฟร้องเพลงเวอร์ชั่นภาษาไทยเนอะ เขาร้องตามกันได้มั้ย“ผมร้องเวอร์ชั่นไทยครับ เขาร้องตามได้ทุกเพลงเลย ประทับใจนะ เพราะเราก็ไม่คิดว่าเราออกเพลงมาเป็นภาษาไทยทุกเพลง แล้วเขาจะร้องตามได้ เพราะมันก็ไม่ใช่เรื่องที่ง่าย ๆ ที่เขาต้องฝึกร้องได้ทุกคำขนาดนี้ แล้วก็ร้องเสียงดังด้วย ผมรู้สึกประทับใจมาก ๆ แล้วก็มันเติมฟีลในตัวเรามาก”ช่วงเบเนฟิตมีได้พูดคุยกันด้วย รู้สึกยังไงที่ได้คุยกับคุณวันเสาร์ต่างชาติที่เขาอาจจะไม่ได้เจอเราบ่อย ๆ“เรารู้สึกว่ามันไม่ใช่แค่เรื่องของการได้เจอกัน มันคือการได้คุยกันจริง ๆ แล้วโมเมนต์มันเป็นของเราจริง ๆ ผมมีความสุขมาก มันไม่เหนื่อยเลย มันแบบว่าหลายคนมากที่ต่อคิว แต่พอทำเสร็จผมรู้สึกไม่เหนื่อยเลยนะ มันเหมือนเป็นการเติมพลังให้กัน เขาอยากพูดอะไร เขาอยากคุยอะไรกับเรา เมสเสจมันมีแค่ 8 วินาที มันมีคุณค่ามาก ๆ ทั้งกับผมและกับเขา”เห็นเจฟเต้นด้วย แล้ว Space Shuttle No.8 Asia Tour in Bangkok จะเต้นด้วยมั้ย“จะเป็นเซิ้งแทนครับ ไม่เต้น แต่จะเป็นเซิ้ง หมอลำแทน”พูดแบบนี้คนเขาคาดหวังนะ“(หัวเราะ) ก็อาจจะมี ครับผม ต้องรอดูว่าเป็นยังไง”เกสต์สำหรับคอนเสิร์ตนี้ล่ะ มีวางไว้หรือยังว่ากี่คน“มี 2 ศิลปินครับ ยังไม่บอกว่าเป็นใคร แต่เป็นคนที่ทุกคนรู้จักแน่นอน”อีกบทบาทที่เจฟทำอยู่ คือเป็นเมนเทอร์รายการ Chuang Asia เป็นยังไงบ้างกับการถ่ายทำรายการนี้“ก็หนักหน่วงนะครับผม เพราะว่าจริง ๆ แล้วการที่เราได้มาอยู่ตรงนี้ คือเราต้องเก็บเกี่ยวประสบการณ์จากสิ่งต่าง ๆ ที่ทำมา การไกด์น้อง ๆ เราก็ต้องระวังมาก ๆ ตรงที่ว่าคำพูดของเรามันมีความหมายมากสำหรับน้อง ๆ เพราะฉะนั้นการที่เราจะพูดอะไรออกไปสักอย่าง เราต้องคิดมาดี ๆ แล้ว แล้วก็ไม่ใช่ว่าทำให้เขารู้สึกหมดไฟในการทำงาน แต่ทำให้เขาพัฒนาขึ้นไป โดยที่เขาไม่ได้รู้สึกว่าสิ่งที่เขาทำมันผิดหรืออะไร เพราะสุดท้ายแล้วอาร์ตมันไม่มีสิ่งที่ผิด มันแค่ว่า ถ้าในสกิลเบสิคที่แบบ เต้นต้องล็อคท่านี้ อะไรแบบนี้มันโอเค ในวันนึงที่เราทำสิ่งนั้นได้แล้ว เราจะสามารถ expand ไปยังสิ่งต่าง ๆ ได้ คาแรคเตอร์ของน้อง ๆ ที่มีมาอยู่แล้ว อยากให้มันกรูมไปในแนวทางไหน เราต้องคิดตลอดเวลา แต่ความสนุกมันคือการได้ทำสิ่งนี้แหละ เพราะผมรู้สึกว่าการได้ไกด์น้อง ๆ ได้เอาประสบการณ์ทั้งหมดมาใช้ มันเป็นอะไรที่เราอยากทำให้กับใครสักคนนึง แล้วการได้มา explore ในสิ่งนั้น มันเป็นเรื่องที่ดี”เจฟคิดว่าตัวเองเป็นเมนเทอร์สายไหน ดุมั้ย“ผมไม่ได้ดุนะ เป็นเมนเทอร์สายชิล เป็นคนที่น้อง ๆ จะสามารถ โย่วเจฟ วอทซัพเจฟ อะไรแบบนี้ได้ ชิล เพราะผมมีความเชื่อว่างานศิลปะ มันจะเกิดมาจากการที่เรา relax อะครับ ในอีพีแรกผมอาจจะดูเคร่งนิดนึง เพราะว่ามันเป็นการที่เราต้องตั้งสมาธิมาก ๆ กับการดูน้อง ๆ ร้องเพลง ถ้าเราพูดอะไรออกไปโดยที่เราไม่ได้ตั้งใจมากพอ ผมรู้สึกว่ามันเป็นการทรยศต่อความตั้งใจของน้อง ๆ”เจฟทำอะไรหลายอย่างมากเลย แบ่งเวลายังไง“ก็ไม่แบ่งนะฮะ (หัวเราะ) จริง ๆ ผมรู้สึกว่าสำคัญที่สุด คือเวลาพักผ่อน ผมควรจะพักยังไงให้มีคุณภาพ ก็คือการนอน การได้ดูอะไร ผมก็ใช้เวลาว่าง ๆ ในการทำสิ่งนั้น แต่ไม่ได้รู้สึกว่ามันเหนื่อยขนาดที่ทนไม่ไหว มันเป็นอะไรที่สนุกในทุกแง่มุม พอทำอะไรที่แตกต่างกัน อย่างเช่น สัมภาษณ์ ถ่ายแบบ โอเค มันก็เป็นสิ่งที่ต่างกัน มันก็รู้สึกว่าสนุกดี”มีอะไรที่เจฟอยากทำ แล้วยังไม่ได้ทำอีกมั้ย“ผมอยากทำซีรีส์ของตัวเอง ซึ่งก็คิดว่าก็คงได้ทำครับ”พูดแบบนี้แสดงว่ามีแพลนไว้บ้างแล้ว“คิดไว้แล้วครับ”เจฟเคยบอกไว้ว่าอยากเขียนหนังสือ พาร์ทนี้มีความเป็นไปได้แค่ไหน“อันนั้นก็มีแน่นอนครับ แล้วก็กลับมาที่คำถามเดิมว่า แล้วแบ่งเวลายังไง ก็ไม่แบ่งครับ (หัวเราะ)”เจฟได้มองภาพในเส้นทางสายดนตรีไว้มั้ย ว่าเราอยากไปถึงจุดไหนในฐานะศิลปิน“ความฝันของผมคือการได้เล่นเวิลด์ทัวร์ ไปเจอแฟน ๆ ในทุก ๆ เมือง ทุก ๆ ประเทศ ผมมองว่าถ้าได้ทำสิ่งนั้น มันก็จะเป็น achievement นึง แต่ถามว่ามองไปถึงตรงไหนมั้ย ผมว่าผมยังสนุกกับการลุ้นว่าพรุ่งนี้ผมจะทำอะไร หรือว่าพรุ่งนี้มันจะมีอะไรเกิดขึ้นอีก เพราะว่าจากที่เคยวางแพลนมาแล้วเนี่ย ทุกอย่างมันผิดไปหมดเลย มันคนละแบบ ผมก็เลยรู้สึกว่า งั้นก็ไม่ต้องวางหรอก ก็ทำเต็มที่ในทุก ๆ อย่างที่ทำ แล้วก็รอดูว่ามันจะพาเราไปไหน”ถ้าให้พูดอะไรถึงเจฟในอดีต วันแรกที่เราเริ่มเข้ามาเป็นศิลปิน จะพูดอะไรกับเขา“ไม่บอกอะไรฮะ เพราะว่าที่เขาทำมา มันก็ดีมากแล้ว”แล้วถ้าให้พูดถึงเจฟในอนาคตล่ะ“ก็ไม่บอกอะไรเหมือนกัน เพราะผมเชื่อว่าเขาจะเป็นคนที่คิดอะไรได้ด้วยตัวเองอยู่แล้วครับ เขาคงไม่ต้องการคำพูดจากผม”ฝากผลงานหน่อย ช่วงนี้เจฟทำอะไรอยู่บ้าง“ช่วงนี้ก็จะมีหนัง GDH ครับ ช่วงประมาณกลาง ๆ ปี มี Space Shuttle No.8 ที่เป็นทั้งอัลบั้มแล้วก็คอนเสิร์ต ยังซื้อบัตรรอบวันอาทิตย์ที่ 21 เมษายน 2567 ได้นะครับ ที่ Thai Ticket Major แล้วก็รายการ Chuang Asia ที่ผมเป็นเมนเทอร์ในเรื่องของโวคอล แล้วก็จะมีโปรเจคพิเศษค่อย ๆ ตามมา จะค่อย ๆ ปล่อยมาเรื่อย ๆ แต่ว่าตลอดปีนี้ยาว ๆ แน่นอนครับ”อยากให้เจฟพูดอะไรถึงคุณวันเสาร์หน่อย“การที่ได้มาเจอกันในช่วงเวลานี้ ไม่ว่าจะเพิ่งมาเจอกัน หรือเจอกันมานานแล้ว ก็อยากให้ทุกคนมีความสุข ไม่ต้องรู้สึกกดดันว่าเป็นแฟนคลับที่ดีต้องเป็นยังไง เป็นแฟนคลับที่ไม่ดีคืออะไร แค่รู้สึกว่าการที่เราได้รู้จักกัน ติดตามผลงาน ได้ร่วมเดินทางครั้งนี้ไปด้วยกัน ผมก็รู้สึกมีความสุขมากแล้ว เพราะฉะนั้นไม่ว่าจะเป็นยังไง ผมก็หวังว่าทุกคนจะมีความสุขในการเดินทางครั้งนี้ เพราะว่าผมมีความสุขจริง ๆ ที่ได้เจอ แล้วก็ได้เดินทางร่วมกับทุกคน มันมีความหมายมาก แล้วก็ขอให้ทุกคนมีความสุข ไม่ว่าจะอยู่ตรงนี้ หรือไม่อยู่ตรงนี้ก็ตาม”คุณวันเสาร์เขาจะชอบเจฟในหลาย ๆ โพ เรามีชอบโพไหนเป็นพิเศษมั้ย“ผมไม่มีนะ แล้วแต่เขาแล้วกัน เขาอยากจะเลือกเป็นสถานะอะไรก็เลือกไปเถอะ เพราะทุกคนเป็นคนรักของผม”

ชวน “JAONAAY” เล่าเรื่อง เพลง “รัก” (LOVESONG)

06 มี.ค. 2024

ชวน “JAONAAY” เล่าเรื่อง เพลง “รัก” (LOVESONG)

"JAONAAY" หรือ "เจ้านาย-จินเจษฎ์ วรรธนะสิน" ศิลปินหนุ่มแห่งค่ายเจมีดี (JAYMIDI) คัมแบคในสไตล์ที่ดูโตขึ้น กับเพลง "รัก" (LOVESONG) ที่เขียนเนื้อร้องเองจากประสบการณ์ตรง เราจึงได้ชวนเจ้านายมาพูดคุยถึงเบื้องหลังการทำงาน กว่าจะออกมาเป็นเพลง “รัก” เพลงนี้กันเพลง “รัก” (LOVESONG) มาในคอนเสปอะไร“เพลงรักมาในคอนเสปของการอยากบอกรักแบบดื้อ ๆ เลย ไม่ได้สนใจอะไรทั้งนั้น ไม่รู้ว่าตอบอะไรมาบ้าง แต่ว่าอยากให้รู้ว่ารัก แค่นั้น แต่ถ้าเอาเรื่องลึกลงไปอีก คือเราส่งเพลงให้สาวฟัง เพลงเต็ม ๆ มัน 3 นาที แล้วเขาตอบมาว่าเพราะมากเลย แต่เขาตอบมาตั้งแต่นาทีเดียว ซึ่งเรารู้แล้วว่าอันนี้คือเขายังฟังไม่จบไง ก็เข้าใจแหละว่าอยากให้กำลังใจ ก็น่ารักดี ก็เลยเอามาเป็นประโยคแรกของเพลง อยากแต่งเพลงรักให้เธอสักครั้ง ไม่เป็นไรถ้าเธอไม่ฟัง”งั้นแสดงว่าเพลงนี้แต่งจากประสบการณ์ตรง“ด้วย”เจ้านายเขียนเนื้อร้องเองด้วยใช่มั้ย“เพลงนี้เขียนเองครับ”เพลงนี้ใช้เวลาทำนานมั้ย“ถ้าเขียนแบบจบ ๆ เลย มันก็มีเปลี่ยนเนื้ออยู่ด้วยบ้าง ก็ประมาณ 3 วัน”พาร์ทไหนยากสุดในการทำเพลงนี้“เพลงนี้ยากตรงให้คำมันลงล็อคแบบที่อยากร้อง เพราะบางทีเราดีไซน์แล้วมันตะเบ็งเกินไป ร้องยากเกินไป เพลงนี้คือตั้งใจให้เอาไปทัวร์ได้ ก็เลยอยากให้มันเข้าปาก เลยขยับคำ วรรณยุกต์ สระ ก็นั่งเกลา ตรงนี้แหละที่ยาก แต่ที่เหลือคือพอมันลงตัวก็ไหลเลย”เจ้านายชอบท่อนไหนมากที่สุดในเพลง“ท่อนที่ผมเขียนว่า ‘แต่หนุ่ม Pop มันไม่กลัวนะ’ เราเป็นหนุ่ม Pop ไง เราพยายามหนีละ อยากไป Hip Hop บ้างอะไรบ้าง แต่เป็นหนุ่ม Pop เนี่ยแหละ”แสดงว่า Pop เป็นแนวที่เจ้านายถนัดเนอะ“เป็นแนวที่ชัวร์ดีกว่าพี่ เพราะจริง ๆ ก็อยากทำหลาย ๆ แบบแหละ”ปกติชอบใช้เพลงเป็นสื่อเวลาบอกรักมั้ย หรือพูดออกไปตรง ๆ เลยมากกว่า“เวลาบอกรักเหรอ ผมก็บอกเลยแหละ ไม่ต้องแต่งเพลงหรอก เพลงนี้ให้มันเป็นสีสัน บ่งบอกว่าอารมณ์ของช่วงชีวิตนี้มันเป็นยังไง”มาที่พาร์ท MV บ้าง สตอรี MV เป็นยังไง“สตอรี MV คือตัวละครสองตัวเจอกัน มองตากันปุ๊บแล้วมันคิดเพ้อเจ้อไปเลย ว่าเราจะไปมีความสุขกันแบบไหนบ้าง มันมาจากแค่นั้นเลยฮะ แต่ในฉากคือให้มันย่อยง่าย ๆ หน่อย คือเป็นเพื่อนมาปาร์ตี้กันที่บ้าน แล้วก็เดินจีบกันในบ้าน คิดจินตนาการว่าเดินจีบกันอยู่ เป็นภาพความคิดเรา”บรรยากาศในการถ่าย MV เป็นยังไงบ้าง“สนุกสนานครับ เพราะว่าตั้งแต่ผู้กำกับ บริษัท อะไรทุกอย่างก็เป็นของเพื่อน ๆ อยู่แล้ว ของทางพี่ไอซ์ พาริส โปรดักชัน MAXMOTIVE ซึ่งตอนนี้ทำ MV ให้หลาย ๆ คนเลย ผมรู้สึกว่าเป็นทีมไฟแรงอีกหนึ่งทีม เป็นทีมของใหม่ ก็เลยอยากร่วมงานด้วย แล้วก็เป็นงานเปิดปีที่อยากให้มันอบอุ่น ๆ ก็เลยรวมทีมญาติพี่น้องดีกว่างานนี้”เพลงนี้ได้ “จ๋อมแจ๋ม-กานต์พิชชา พงษ์พานิชย์” มาเป็นนางเอก MV ทำงานร่วมกันเป็นยังไงบ้าง“ร่วมงานกันครั้งแรกเลยครับ สนุก เขาก็เล่นเวย์หวาน ๆ น่ารัก ๆ ได้ดีเหมือนกัน เพราะตอนแรกทุกคนก็ถามว่า เขาเปรี้ยว ๆ เท่ ๆ เขาจะมาเล่นแบบนี้ได้มั้ย ผมก็บอกลองเอามาดู เขาทำได้ เพราะว่าหน้าเขาเก๋อยู่แล้ว”ใครเป็นคนเลือกนางเอก MV“จริง ๆ ผู้กำกับให้มาหลายชอยส์ เพราะผมอยากได้เป็นกึ่งนางแบบ ออกแฟชั่นนิด ๆ อันนี้คือเราเสนอไป ก็ได้มาเป็น 4-5 แคนดิเดท แล้วเราก็จิ้มเลือกเป็นจ๋อมแจ๋ม”เจ้านายชอบซีนไหนที่สุดใน MV“ผมชอบซีนที่อยู่ตรงขอบสระว่ายน้ำก่อนลง แต่ยังไม่ลงนะ ผมว่าสวยดี ชอบส่วนตัว เห็นภาพเห็นแสงแล้วมันสบายตา”แล้วซีนไหนถ่ายยากที่สุด“โดดน้ำตอนจบ ซีนนั้นถ่ายกันประมาณตี 4 อะครับ”เป็นยังไง เราหนาวมั้ย“ก็หนาว แต่ลืมหนาวไปแล้วแหละ เราอยากรีบถ่ายให้จบ อยากกลับบ้านละ (หัวเราะ) หนาวนิดหน่อย แต่ตอนโดดน้ำมันโดดได้ทีเดียว ก็เลยต้องเล่นดี ๆ ครับ”จะมีเพลงรักเวอร์ชั่นอื่นออกมาอีกมั้ย“ผมคิดว่าจะทำ live session แต่คิดว่าปีนี้น่าจะมีโปรเจคที่ใหญ่มาก ๆ ก็เลยคิดว่า หรือเราหยอดน้ำจิ้มแค่นี้พอ เพลงสองนาทีครึ่ง แล้วเราไปแถลงอีกทีตอนนู้นเลยดีกว่า เดี๋ยวจะกลับมาใหม่ฮะ”โปรเจคอะไร สปอยล์ได้มั้ย“โปรเจคที่ใหญ่มาก ๆ คือเราจะมีการปล่อยเพลงชุดใหญ่ฮะ แบบที่ไม่เคยปล่อยมาก่อน ยังพูดอะไรได้ไม่มาก”ปีนี้ตั้งใจจะปล่อยสักกี่เพลงดี“ปีนี้อย่างต่ำสัก 5-6 เพลงครับ”อัลบั้มเต็มล่ะ มีแพลนไว้หรือยัง“ไม่รู้ (หัวเราะ)”เจ้านายจะมีผลงานด้านการแสดงให้เราชมกันอีกมั้ย“ผลงานด้านการแสดง มีเรื่องที่ค้างอยู่ครับ แต่ผมก็ไม่แน่ใจว่าเรื่องจะดำเนินไปทางไหน ผมก็ตื่นเต้นอยากรู้เหมือนกัน ก็คือซีรีส์เรื่อง Delete ที่เล่นไว้กับทาง Netflix เป็นซีรีส์ไซไฟแนวใหม่ ซึ่งผมก็อินมาก ๆ กับเรื่องเหล่านี้อยู่แล้ว เพราะเป็นคนที่ชอบดูอะไรที่เหนือความเป็นจริงนิดหน่อย ก็น่าจะมีซีซั่นสองครับ”ฝากผลงานหน่อย ช่วงนี้เจ้านายมีอะไรให้ติดตามกันบ้าง“มีเพลง รัก (LOVESONG) แล้วก็จะบอกว่ากลับมาทำงานอย่างเต็มตัวแล้วฮะ เพราะว่าเรียนจบแล้ว พร้อมเป็นนักร้องเต็มตัว ก็ขอฝากเจ้านายในเวอร์ชั่นโตขึ้นนิดหน่อยกับทุกคนด้วยครับ”สุดท้ายอยากให้พูดอะไรถึงแฟนคลับหน่อย“ขอบคุณแฟนคลับที่ทำให้ยังได้ร้องเพลง ยังได้แต่งเพลงที่ชอบ แล้วก็มาตามกันที่งานคอนเสิร์ต ไว้มาเจอกันบ่อย ๆ นะครับ”

Talk with "paiiinntt" ถึงเบื้องหลังซิงเกิลล่าสุด “เจ็บแต่เก็บ” (Hurtlocker)

08 มี.ค. 2024

Talk with "paiiinntt" ถึงเบื้องหลังซิงเกิลล่าสุด “เจ็บแต่เก็บ” (Hurtlocker)

"paiiinntt" หรือ "เพ้นท์-สาธิมา เต็มวุฒิโรจน์" ศิลปินสาวจากค่าย kiddo records เปิดปีด้วยซิงเกิลเศร้า ๆ “เจ็บแต่เก็บ (Hurtlocker)” ถ่ายทอดความรู้สึกของการรู้ว่าแฟนแอบไปมีคนอื่น แต่ก็ต้องเก็บความเจ็บปวดเอาไว้ในใจ เราเลยถือโอกาสชวนเพ้นท์มาพูดคุยถึงการทำงานให้ซิงเกิลนี้กันเพลง "เจ็บแต่เก็บ" (Hurtlocker) มาในคอนเสปอะไร“เพลงนี้มาในคอนเสปเพลงเศร้าค่ะ แต่ในความเศร้าก็ยังมีดนตรีที่ทำให้โยกได้ ฟังแล้วอาจจะไม่ได้เศร้าแบบน้ำตาไหลขนาดนั้น แต่เป็นความเศร้าที่เจ็บแบบเก็บ ๆ เงียบ ๆ ในใจค่ะ”พาร์ทดนตรีล่ะเป็นยังไง“จริง ๆ คิดว่ามันมีความไปด้วยกันได้ค่ะ เพราะว่าด้วยความที่เนื้อเพลงเศร้าใช่มั้ยคะ แต่ว่าเมโลดี้ไม่ได้ขนาดนั้น เลยคิดว่าเมโลดี้กับดนตรีมีความเข้ากันได้ค่ะ”paiiinntt ชอบท่อนไหนมากที่สุดในเพลง“ชอบท่อนฮุคค่ะ ‘ไม่ใช่ว่าไม่เจ็บ ฉันก็แค่ซ่อนเก็บ เอาไว้’ รู้สึกว่าเป็นประโยคที่สื่อความหมายของทั้งเพลงได้”เคยเจอประสบการณ์แบบนี้มั้ย เจ็บแต่เก็บ รู้แต่ไม่พูด“ถ้าเป็นเรื่องความรักยังไม่มีค่ะ แต่ถ้าเป็นเรื่องรู้แต่ไม่พูดเนี่ยมีค่ะ แล้วก็คิดว่าเป็นเรื่องที่หลาย ๆ คนน่าจะเคยเจออยู่แล้วในชีวิตประจำวัน ที่เราได้รู้อะไรมา แต่ว่าเก็บเอาไว้ ไม่พูดดีกว่า”แล้วสุดท้ายเราจัดการกับสิ่งที่เจอยังไง เก็บไปนานขนาดไหน“ถ้าเป็นเรื่องที่ต้องได้พูดออกไป ก็คงขอกลับไปนอนคิดก่อนดีกว่าว่าจะพูดดีมั้ย แต่บางเรื่องก็ไม่พูดเลย เก็บเอาไว้ค่ะ”มาที่พาร์ท MV บ้าง สตอรี MV เป็นยังไง“MV นี้มันมีตีมค่ะ อย่างที่เห็นใน MV จะมีมาสคอตใช่มั้ยคะ ซึ่งในโลกนี้มาสคอตเป็น symbolize คือการโกหกค่ะ คนที่ใส่มาสคอต ก็คือคนที่โกหกเรา ก็คือพระเอก MV โกหกเราไปมีคนอื่น แล้วเขาก็ถอดมาสคอตตอนอยู่กับคนอื่น ทีนี้ตอนสุดท้ายพอเราได้รู้เรื่องราวนั้น เราก็เลยเลือกที่จะใส่มาสคอตเพื่อโกหกเขา”MV นี้ใช้เวลาในการถ่ายทำนานมั้ย“MV นี้ถ่ายตั้งแต่ 8 โมง เลิกกองประมาณทุ่มครึ่งค่ะ ไม่นานมาก”บรรยากาศในการถ่ายทำเป็นยังไงบ้าง“ชิลดีค่ะ เพราะว่ารู้จักหลาย ๆ คนในกองอยู่แล้ว ฟีลเหมือนทำงานกับเพื่อน ๆ ทำงานง่าย”paiiinntt ชอบซีนไหนมากที่สุดใน MV“หนูชอบซีนที่พระเอกถอดมาสคอตแล้วไปอยู่กับคนอื่นค่ะ รู้สึกว่ามันมีความหมายแฝงเยอะดี”แล้วซีนไหนถ่ายยากที่สุด“ซีนที่ถ่ายยากสุด น่าจะเป็นซีนแรกค่ะ ที่หนูรอซิงค์อยู่บนโซฟา มีมาสคอตอยู่ข้าง ๆ เพราะตอนนั้นสงสารเพื่อนที่ใส่มาสคอตมาก ร้อนมาก ๆ ไม่มีอากาศเลย ต้องถ่ายเทคนึง ถอดมาสคอตออกมาเป่าลมก่อน แล้วก็ใส่ใหม่ ถอดใส่แบบนี้เรื่อย ๆ ค่ะ”เพลงนี้จะมีเวอร์ชั่นอื่น ๆ ปล่อยออกมาอีกมั้ย“คิดว่าน่าจะมีนะคะ แต่ว่าตอนนี้มีเวอร์ชั่น live session ที่เป็นอะคูสติกอย่างเดียว อยู่ในยูทูป kiddorecords ยังไงก็ไปฟังได้ค่ะ”ช่วงหลังเราดูชอบร้องเพลงเศร้า แพลนจะทำเพลงรักออกมาบ้างมั้ย“มีแพลนแน่นอนค่ะ ในปีนี้มีแพลนที่จะปล่อยเพลงออกมาเรื่อย ๆ ไม่ให้ทุกคนรอนาน มีเพลงหลากหลายแนว มีทั้งเพลงรักแบบกุ๊กกิ๊กเลย เศร้าแบบที่เศร้ากว่าเพลงนี้ก็มี ยังไงติดตามได้นะคะ”ปีนี้จะทำสักกี่ซิงเกิลดี“ปีนี้น่าจะอย่างน้อย 4 ค่ะ”มีแพลนจะรวมเป็นอัลบั้มมั้ย“มีแน่นอนค่ะ”paiiinntt เริ่มต้นจากการร้อง cover มาก่อน เลยอยากให้พูดถึงคนที่มีความฝันอยากเป็นศิลปินหน่อย“จริง ๆ ตอนที่หนูทำ cover ก็ไม่ได้พร้อมมากในเรื่องสกิลการร้องหรือว่าการเล่นกีต้าร์ คิดว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดคือทำเลย ไม่ต้องรอค่ะ ไม่ต้องรอให้ตัวเองพร้อม ไม่ต้องรอให้ตัวเองมีอุปกรณ์ครบขนาดนั้นก็ได้ สิ่งแรกคือการลงมือทำจริง ๆ ค่ะ”สุดท้ายให้พูดถึงแฟนคลับที่ติดตาม paiiinntt กันอยู่หน่อย“ตอนนี้ล่าสุดมีชื่อแฟนคลับแล้วค่ะ จริง ๆ แอบเขินนิดนึง ชื่อว่าแคนวาส เพราะว่าเป็นแคนวาสของเพ้นท์ เป็นผืนผ้าใบที่ให้ระบายสี ก็เลยอยากฝากถึงแคนวาสว่า ขอบคุณที่ติดตามกันมาตลอด แล้วก็อยากให้ติดตามกันไปนาน ๆ เพราะว่าปีนี้อยากให้ทุกคนได้ฟังทุก ๆ เพลงที่ปล่อยออกมาจริง ๆ ค่ะ ตั้งใจทำมาก”

Talk with Ice Paris ถึงเบื้องหลังซิงเกิลใหม่ "มีแค่เธอก็พอ” (365Days)

19 ก.พ. 2024

Talk with Ice Paris ถึงเบื้องหลังซิงเกิลใหม่ "มีแค่เธอก็พอ” (365Days)

Ice Paris (ไอซ์-พาริส อินทรโกมาลย์สุต) กลับมาพร้อมซิงเกิลล่าสุด “มีแค่เธอก็พอ” (365Days) ซิงเกิลน่ารัก ๆ ที่มาพร้อมท่าเต้นสนุก ๆ ซึ่งถือเป็นซิงเกิลที่ 2 ภายใต้ Ice Paris Entertainment วันนี้เราจึงได้ชวนไอซ์มาพูดคุยถึงเบื้องหลังการทำงานในซิงเกิลนี้กันเพลง “มีแค่เธอก็พอ” เริ่มต้นมาจากอะไร“จริง ๆ ซิงเกิลนี้เป็นซิงเกิลแรกที่แต่งใน EP ครับ จริง ๆ กำลังทำ EP อยู่ ซึ่งจะมีทั้งหมด 5 เพลงเนอะ แล้วเพลงนี้เป็นเพลงแรกที่เราแต่งไว้ก่อนหน้าทุก ๆ เพลงเลย ก่อนงอนตลอด ก่อนเพลงอื่น ๆ ที่กำลังจะตามมา แต่ว่าพอเราเอามานั่งไล่ฟังทุกเพลงแล้วเรารู้สึกว่า เพลงงอนตลอดน่าจะทำมาปล่อยก่อน เป็นตัวเปิดที่ดีกว่า แล้วก็เป็นเพลงนี้เพลงที่สอง เพลงนี้ก็เลยจะพูดถึงความรักที่เรารู้สึกว่า เราอยากจะขอบคุณทุก ๆ อย่างบนโลกนี้ หรือขอบคุณอะไรก็ตาม ขอบคุณดวง ขอบคุณยูนิเวิร์สนี้ อะไรก็ตามที่ส่งคนคนนี้มาให้กับเรา”งั้น “เธอ” จากเพลง “มีแค่เธอก็พอ” ในความหมายของไอซ์คืออะไร“มันเป็นได้หลายอย่างเลย เพราะตอนเริ่มต้นไอเดียนี้ มันคือเริ่มมาจากคำคำเดียวของภาษาอังกฤษที่ไอซ์รู้สึกว่า ไอซ์มีคำถามกับสิ่งนี้มานานมากแล้ว ว่าทำไมคำคำนี้มันไม่มีในภาษาไทย คือคำว่า grateful หรือ appreciation มันไม่มีคำแปลตรงตัวในภาษาไทย ถ้าเกิดจะให้แปลเป็นภาษาไทย มันคือการเห็นคุณค่า หรือการขอบคุณในคุณค่าของสิ่งต่าง ๆ อะไรแบบเนี้ย ซึ่งมันไม่ได้มีคำคำนั้นตรงตัว มันอาจจะต้องแปลมาเป็นประโยค เราก็รู้สึกว่าทำไมมันถึงไม่มีสิ่งนี้ ก็เลยอยากจะถ่ายทอดมันออกมาในเพลง พอมันมาเป็นคำว่า เธอ เนี่ย มันเป็นได้หลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นแฟน ครอบครัว คนที่เรารัก หรือว่าจะเป็นแฟนคลับเองก็ตาม ทำไมทำมาแล้วรู้สึกว่ามันสามารถมอบให้กับทุกคนได้จริง ๆ ทุกคนที่เรารักก็คือคนที่เราอยากจะขอบคุณจริง ๆ ไอซ์รู้สึกว่าคำคำนี้มันเป็นคำที่ทำให้เรารู้สึกมีความสุขง่ายมากในชีวิต แค่เห็นคุณค่าของสิ่งที่เรามีอยู่”ทำไมถึงเลือก Feat. SMEW ร่วมงานกันเป็นยังไงบ้าง“เราทำงานด้วยกันอยู่แล้ว ตั้งแต่งอนตลอด จริง ๆ ตั้งแต่ก่อนหน้านั้นอีก ตั้งแต่ 789 จนมางอนตลอด แล้วก็รู้สึกว่าน้องเป็นคนที่เก่งมากอยู่แล้ว เราก็อยากร่วมงานกับน้องไปเรื่อย ๆ จนมารอบนี้ จริง ๆ ตอนแรก SMEW ไม่ได้เข้ามาแต่งด้วย คือผมแต่งกับพี่ ๆ กันเอง จนสุดท้ายมันมีท่อนนึงที่มันก็น่าแร็ปดีนะ ก็เลยคิดว่าอยากเอาให้ SMEW มาแต่งด้วย แล้วก็ช่วยแก้คำนู้นคำนี้ใน verse ต่าง ๆ แล้วพอทำไปทำมา ฟังเสียง SMEW คู่กับผม แล้วรู้สึกว่ามันก็ดีเหมือนกันนะ ก็เลยแบบ อะ SMEW ฟีทด้วยกันไปเลย ไม่ต้องมาแค่แต่ง เพราะรู้สึกว่าชอบผลงาน SMEW มาตั้งแต่แรกแล้ว อยากให้คนรู้จัก SMEW เยอะกว่านี้ อยากให้คนไทยได้เห็นเด็กเก่ง ๆ ก็เลยจับ SMEW ฟีทเลยครับ”มาที่พาร์ท MV มาในคอนเสปอะไร“เป็นมิวสิเคิลครับ เรื่องราวง่าย ๆ ก็คือ หนึ่งวันในการไปออกเดท ถ้าเกิดทุกคนได้ดู MV ก็คือตื่นมาแล้วเป็นวันที่จะไปออกเดท ทุกอย่างมันเมจิเคิลไปหมดเลย มีความสุขไปหมดเลย มีการเปิดฉาก เดินจนได้มาเจอนางเอก นางเอกก็จะมีความเขินนิดนึง แบบเพิ่งได้มาออกเดท แล้วพอรีเล็กซ์ขึ้นนิดนึงแล้วก็เต้นด้วยกัน หลังจากนั้นก็เอ็นจอยกันไปยาว ๆ ก็เป็นมู้ดนั้น ซึ่งเราทำเป็นมิวสิเคิล เพราะรู้สึกว่ามันเหมาะกับเพลงนี้ด้วย ด้วยความที่เรามีเสียงหมู่มวลอยู่แล้ว แล้วก็บวกกับว่าช่วงนี้อิน ตั้งแต่เล่นแฟนฉันเดอะมิวสิเคิลมา ดูหนังมิวสิเคิลเยอะขึ้นมาก จริง ๆ ก็ดูอยู่แล้ว แต่ช่วงหลัง ๆ มีหนังมิวสิเคิลมาอยู่บ้าง อย่างล่าสุดเลยก็ Wonka เราดูแล้วก็อินเข้าไปกว่าเดิม เราก็เลยรู้สึกว่าสักครั้งในชีวิต อยากทำมิวสิเคิลที่แดนเซอร์เยอะ ๆ ฟีลเหมือนแบบ Enchanted หนังดิสนีย์ที่คนเต้นเยอะ ๆ แบบมีความสุขสุด ๆ ก็เลยจัดเลยครับ”ทีมที่ทำก็คือโปรดักชันเฮาส์ของไอซ์เองด้วย“ใช่ครับ MAXMOTIVE”ความรู้สึกมันต่างมั้ย ระหว่างเราทำเอง กับคนอื่นทำ MV ให้“ต่างมาก เพราะเวลาเราทำเอง เราก็เหมือนต้องลงไปในทุก ๆ ดีเทลของมันเอง ก็เหนื่อยอีกแบบ แต่ก็สนุกอีกแบบเหมือนกัน ความสนุกมันคือเราได้คิดและเห็นมันออกมาในชีวิตจริง ไอเดียเราเล็ก ๆ น้อย ๆ มันสามารถโผล่มาเป็นความจริงได้ แต่ว่ามันก็จะมีข้อเสีย ตรงที่มันก็จะเหนื่อยกว่าปกติหน่อย มันต้องคิดเยอะ ต้องคิดทุกอย่าง เวลาทีมงานมีคำถามอะไรก็ต้องคิดแล้วก็ตอบ ต้องแอปปรู๊ฟ ต้องทำทุกอย่าง เหนื่อยขึ้นนิดนึง แต่ก็สนุกขึ้นด้วย”ร่วมงานกับ Pimma PiXXiE เป็นยังไงบ้าง“ดีมากฮะ รู้สึกว่าโชคดีมากที่เลือกพิมมา จริง ๆ ตอนนี้ PiXXiE ก็งานเยอะ ก็ไม่ได้มีคิวซ้อมเลย ตอนซ้อมได้ซ้อมกับพิมมาแค่รอบเดียว เป็นการซ้อมยาว ๆ รอบเดียวเท่านั้น แต่ว่าพิมมาก็คือตั้งใจมาก ต่อท่า เอาให้ได้ เห็นถึงความตั้งใจ เราก็ดีใจ แล้วพอไปออกกอง พิมมาก็ชอบพูดว่า พี่ หนูสะใจมากเลยอะ พอนางเห็นแดนเซอร์กับ extra เยอะ ๆ พูดทั้งวันเลยว่าหนูสะใจมากเลย พอเราได้ยินเราก็แฮปปี้ ที่นางเอก MV เราก็อินด้วย”เป็นการทำงานกับพิมมาครั้งแรกด้วยมั้ย“ครั้งแรกครับ”พอทำงานด้วยกันจริง ๆ น้องต่างที่เราคิดไว้มั้ย มีมุมไหนที่เพิ่งมาเห็นตอนร่วมงานกันมั้ย“พิมมาเหรอ มีจังหวะกวน ๆ หลายจังหวะที่ไม่คิดว่าจะสามารถต่อปากต่อคำได้ หรือว่าอีกอย่างนึง คือเป็นคนที่ชอบพูดว่าตัวเองกินเยอะ แต่อยู่ในกองไม่กินอะไรเลย ผมงงมาก ข้าวกล่องกินไปได้หนึ่งคำครึ่งอะ ผมว่าอันนี้คือมากสุดแล้ว มันยังเหลือแบบเต็ม ๆ เลย แต่พิมมาบอกกินไปแล้ว ไม่เอาแล้ว ผมบอกไม่จริงอะ ยูยังไม่กินอะไรเลย แต่ว่านางก็มาเถียงนะว่าวันนั้นใส่เอวลอย เดี๋ยวกลัวพุงออก ผมก็บอก จริงเหรอ เหมือนยูจะไม่กินอะไรเลยวัน ๆ”มีเรื่องสนุก ๆ อะไรในกอง หรือเรื่องเซอร์ไพรส์เหมือนสีเสื้อมงคลแบบ MV ที่แล้วมั้ย“MV นี้ไม่ได้มีเสื้อสีมงคล มีเซอร์ไพรส์อะไรในกองมั้ยเหรอ ไม่มีนะฮะ คือรู้สึกว่า MV นี้ ด้วยความเป็นมิวสิเคิลวันเทคอะ เราซ้อมกันหนักเหมือนกัน มันเป็น MV ที่เราเตรียมตัวเยอะกว่า MV อื่นมาก ตากล้องผู้กำกับก็คือแทบจะมาซ้อมเต้นกับไอซ์ไปด้วยทุก ๆ ครั้งเลย เราซ้อมหลายรอบมาก เหมือนมันไม่ใช่แค่ซ้อมเต้นแล้ว มันคือซ้อมเต้นกับกล้องไปด้วย คือการเตรียมงานอะยาก เตรียมงานนานกว่าปกติ แล้วก็ยากกว่าปกติ แต่ว่าพอไปถึงหน้ากองไม่ค่อยมีอะไรฮะ เพราะว่าด้วยความที่ทุกคนรู้ว่าเราเวลาน้อยมาก เราถ่ายได้แค่แสงกลางวัน ประมาณ 7 โมงเช้าถึง 6 โมงเย็น ก็คือแสงหมดแล้ว เราต้องถ่ายให้ทัน เพราะปกติมันไม่มี MV ไหน ที่เขาถ่ายกันเสร็จ 6 โมงเย็น มันเป็นไปได้ อันนี้ก็คือต้องรีบ”คิดว่าซีนไหนยากที่สุด หรือใช้เวลาเยอะที่สุด“โห พูดยากมากเลยอะ”งั้นไอซ์ชอบซีนไหนที่สุดใน MV“นี่ก็ยากเหมือนกัน จริง ๆ นะ พอเรามานั่งคิด ซีนตรงตู้โทรศัพท์ก็ยาก แล้วเราก็ชอบมาก คือมันยาก แล้วพอเราทำออกมาได้ เราก็ภูมิใจ ตรงซีนที่เต้นหลาย ๆ คนตรงบ่อน้ำก็ยาก นานด้วย เพราะต้องให้ทุกคนไปยืน ปรับบล็อกกิ้งทีละนิด ๆ ให้สวย กว่าจะเริ่มเต้นได้ ถ้าไม่ตรงก็ต้องเริ่มใหม่ ซีนสุดท้ายก็นานก็ยาก กว่าจะขึ้นเปียโนแล้วให้ทุกคนเต้นพร้อม ๆ กัน ก็เลยตอบไม่ได้เลยฮะ ชอบหมดเลย”คาดหวังอะไรจากซิงเกิลนี้บ้าง เอากี่ล้านวิวดี“โอ้ย ผมคาดหวังแบบ ร้อยล้านทุก ๆ ซิงเกิล แต่ว่าด้วยความเป็นจริงแล้ว ก็ให้ได้มากที่สุดเท่าที่มันจะทำได้ ผมก็จะเต็มที่ในการโปรโมท จนกว่ามันจะสุด ๆ แล้ว”MV ที่แล้ว ครบล้านวิวเลี้ยงหมูกระทะแฟนคลับ MV นี้จะมีมั้ย“เอาอะไรดีอะ”โต๊ะจีนมั้ย“โต๊ะจีนเหรอ ชีวิตนี้ผมไม่ค่อยได้กินโต๊ะจีนเลย”หม่าล่ามั้ย สุกี้หม่าล่า“หม่าล่าเหรอ ผมจะไม่พูดอะไรทั้งสิ้น ครั้งที่แล้วดิจิตอลฟุตปริ้นมาก ไอซ์รู้สึกว่าไอซ์แบบ พูดเล่น ๆ กับคนกลุ่มเล็ก ๆ ด้วยอะ แล้วอยู่ดี ๆ ทุกคนรู้ แล้วทุกคนก็เอามาเป็นหลักฐาน โอเค มันเป็นดิจิตอลฟุตปริ้น ดังนั้นเราจะไม่พูดอะไรทั้งนั้น เพราะเราไม่รู้ว่าเราทำได้แค่ไหน”เราได้มองภาพตัวเองในวงการเพลงมั้ย ว่าจุดสูงสุงของความฝันเราในเส้นทางนี้ มันเป็นยังไง“คือ ณ ตอนนี้ ก็ยังมีความฝันเดิม ว่าเราอยากมีคอนเสิร์ตเป็นของตัวเอง ก็ยังเป็นความฝันนั้นอยู่ ซึ่งคอนเสิร์ตตัวเองมันก็มีหลายปัจจัยเนอะ คอนเสิร์ตเราก็ต้องมีเพลงให้พอก่อนแล้วหนึ่ง เพลงมันก็ต้องมีคนรู้จักพอสมควร ในการที่คนเขาจะซื้อบัตรมาให้เต็ม มันก็เลยมีหลายสเต็ปกว่าที่เราจะไปถึงจุด ๆ นั้นได้ ก็เลยกำลังปั้นอยู่ฮะ”เราจะได้เห็น EP ภายในปีนี้มั้ย“ครบทุกเพลงปีนี้แน่นอนครับ”ฝากผลงานหน่อย ช่วงนี้มีอะไรให้ติดตามกันบ้าง“ก็ฝากเพลงก่อนเลยครับ มีแค่เธอก็พอ (365Days) ก็อยากให้ทุกคนเข้าไปฟังกันเยอะ ๆ ขอร้องเลย อยากให้ทุกคนเข้าไปฟังกันในสตรีมมิง เข้าไปดู MV กันเยอะ ๆ แบบพลีส ไปดู MV กัน เพราะเรารู้สึกว่าเราตั้งใจทำมาก ๆ ก็เข้าไปดูที่ YouTube Chanel Ice Paris Entertainment เนอะ แล้วก็อยากจะฝากละครไว้ด้วยฮะ เขาบอกว่ากลางปีนี้แหละ โลกหมุนรอบเธอ ใกล้และ มีพี่โบว์เมลดากับพี่เจมส์จิ อันนั้นก็เมามันเหมือนกัน แต่ไม่อยากสปอยล์อะไรเยอะ อยากให้ทุกคนรอติดตาม เขาบอกว่าปีนี้ อัปเดตล่าสุดนะ แล้วก็ฝากอีกบริษัทของไอซ์นะครับ MAXMOTIVE ถ้าเกิดใครอยากทำอะไรที่เกี่ยวกับภาพ ไม่ว่าจะเป็นภาพนิ่ง โฆษณา MV ซีรีส์ หนัง ได้หมดเลย สามารถมาติดต่อกันได้ ถ้าเกิดอยากดูพอร์ทเราก็ดูในไอจีได้ หรือดูใน MV ของคนในวงการ T-Pop ทั้งหลายเหล่านี้ ช่วงนี้เราก็ทำกันเยอะ ฝากด้วยครับ”