คุยกับ fellow fellow ถึง 2 ซิงเกิลล่าสุด "ดาวหางฮัลเลย์" และ "ฉันคือความทรงจำดี ๆ ของเธอรึเปล่า

Beauty & Health

คุยกับ fellow fellow ถึง 2 ซิงเกิลล่าสุด "ดาวหางฮัลเลย์" และ "ฉันคือความทรงจำดี ๆ ของเธอรึเปล่า

11 ก.ย. 2023

fellow fellow กลับมาลุยงานเพลง ภายใต้ต้นสังกัดใหม่อย่าง Kicks Records พร้อมสองซิงเกิลล่าสุด "ดาวหางฮัลเลย์" และ "ฉันคือความทรงจำดี ๆ ของเธอรึเปล่า" ที่ต้องบอกเลยว่า ทันทีที่ปล่อยออกมาก็ได้รับกระแสตอบรับดีสุด ๆ วันนี้เราเลยขอชวน ข้าว—ปณิธิ เลิศอุดมธนา และ ที—พิษณุ หทัยพัธลักษณ์ จาก fellow fellow มาพูดคุยถึงการทำงานในสองซิงเกิลนี้กัน

 

ช่วยเล่าคอนเสปของเพลง "ดาวหางฮัลเลย์" ให้เราฟังหน่อย

ข้าว – “ผมเป็นคนชอบเรื่องอวกาศอยู่แล้ว แล้วก็พอจะรู้จักดาวหางฮัลเลย์คร่าว ๆ เราได้ยินมาตอนเด็ก ๆ ก็พอจะรู้ว่าเป็นดาวหางที่จะวนมาที่โลกเรื่อย ๆ ซึ่งพอไปอ่านข้อมูลเพิ่มเติม ก็รู้ว่ามันจะวนกลับมาให้เห็นด้วยตาเปล่าทุก 75 ปี เลยรู้สึกว่ามันโรแมนติกดี ถ้าเราจะเอามาเปรียบกับเรื่องความรัก มาพูดกับใครสักคนว่า เราอยากจะรอดูดาวหางฮัลเลย์กับเธอจัง มันแปลว่าเราอยากอยู่ไปจนแก่นะ อยู่ด้วยกันไปนาน ๆ”

เพลงนี้ใช้เวลาทำนานมั้ย

ที – “น่าจะประมาณเดือนกว่า ๆ ครับ”

คิดว่าอะไรคือสิ่งที่ยากที่สุดในการทำเพลงนี้

ข้าว – “คอนเสปนี่แหละครับ ดาวหางฮัลเลย์นี่แหละ”

ที – “ผมว่าน่าจะเป็นช่วงตอนเขียนแหละ”

ครั้งนี้ fellow fellow กลับมาในแนวที่เปลี่ยนไปด้วยใช่มั้ย

ข้าว – “หลายคนอาจจะจำ fellow fellow ว่าทำเพลงเศร้า จริง ๆ แล้วเราก็มีมุมโรแมนติกครับ แค่ยังไม่ได้นำเสนอให้ทุกคนเห็นบ่อย ๆ”

ที – “น่าจะเป็นเพราะว่าเราหายกันไปพักใหญ่ด้วย ปีกว่า ๆ ทุกคนเลยอาจจะมองว่ามันเปลี่ยนไป แต่ผมว่าสไตล์เพลง วิธีการเล่าเรื่อง มันก็คล้าย ๆ กับก่อนหน้านี้ที่เราทำ แต่อาจจะมีสี หรืออะไรบางอย่างที่แตกต่างออกไปตามยุคสมัย”

ชอบท่อนไหนมากที่สุดในเพลง "ดาวหางฮัลเลย์"

ข้าว – “มันจะมีท่อนนี้ครับ ผมเขียนว่า ยังมีเพลงรักเป็นพันบทเพลงรอแชร์ให้เธอได้ฟัง ยังไม่รวมถึงลูกที่เราจะมีด้วยกันในอนาคต ที่จะเป็นสัญญาความรักของเรา”

ที – “ตอนแรกที่ข้าวเขียนมา ผมก็ตกใจเหมือนกัน ข้าวมันจะไม่เขินเหรอ ร้องท่อนอะไรแบบนี้”

ข้าว – “ตอนแรก ๆ ก็เขียนไปเขินไป แต่รู้สึกว่ามันต้องใส่ รู้สึกว่าการที่เราพูดกับใครสักคนเรื่องลูก แปลว่าเรามองสเต็ปไปไกลมาก มันมากกว่าความรักทั่วไปละ แสดงว่าเราต้องการที่จะมีเขาในชีวิต”

ที – “ซึ่งก็ทำให้เห็นว่าเพลงนี้เรามีความเติบโตทางด้านอารมณ์ ดูเป็นผู้ใหญ่ขึ้น”

มีฟีดแบคจากคนฟัง บอกว่าเพลงนี้จะเป็นเพลงงานแต่งในอนาคต รู้สึกยังไง

ข้าว – “ดีครับ ยินดีเลยครับ”

มาที่อีกเพลง "ฉันคือความทรงจำดี ๆ ของเธอรึเปล่า" เพลงนี้เริ่มต้นมาจากอะไร

ข้าว – “มันมาจากการที่ผมคิดว่าเนื้อหาแบบนี้ทุกคนน่าจะเคยผ่านมา ก็คือเราอาจจะเคยมีความทรงจำกับใครสักคน อาจจะเป็นเพื่อนเก่า แฟนเก่า”

ที – “คนที่เราไม่ได้ติดต่อกันแล้ว เกินกว่า 3 ปีขึ้นไป อะไรแบบนี้”

ข้าว – “วันนึงเราอาจจะบังเอิญเจอรูปภาพที่ทำให้เราระลึกย้อนเรื่องราวในอดีต แล้วเราอาจจะคิดว่า ตอนนั้นเราก็มีความสุขดีเนอะ ทีนี้ก็อยากจะย้อนถามอีกฝั่งนึงว่า แล้วเธอล่ะ เวลาเธอนึกถึงเรา มันเป็นความทรงจำที่ดีหรือเปล่า ถ้าบังเอิญเจอหน้ากัน เดินสวนกัน เธอจะทักเรามั้ย หรือว่าเธอจะหลบหน้า เหม็นหน้าเรา อะไรแบบนี้อะครับ”

เพลงนี้ได้ guncharlie มาร่วม feat. ด้วย การร่วมงานกันเป็นยังไงบ้าง

ข้าว – “คือน้อง guncharlie เนี่ย เป็นศิลปินร่วมค่ายอยู่แล้ว เป็นศิลปินรุ่นพี่ใน kicks records ครับผม เราเห็นความสามารถของเขาอยู่แล้ว เพราะเขาเป็นแรปเปอร์ที่มีสไตล์การแรปที่ค่อนข้างเป็นเด็กรุ่นใหม่ แล้วก็คิดว่าน่าจะเหมาะ”

ที – “แล้วเพลงที่เขาปล่อย ๆ มาก่อนหน้านี้ ก็ดูเหมาะกับมู้ดเพลงที่เรากำลังทำอยู่พอดี แล้วด้วยความที่เราก็ย้ายบ้านใหม่มาอยู่ในบ้านเดียวกันด้วย ก็เลยง่ายเลยครับ ก็เลยคุยกับพี่แทนว่าอยากได้น้องกันมาร่วมฟีท”

ข้าว – “ตอนแรกก็คิดถึงคนอื่นเยอะแยะ แต่สุดท้ายก็คุยกับพี่แทนว่าน้องกันเนี่ยแหละ ผมว่าน้องกันน่าจะเวิร์ค”

ที – “พอระบุเป็นน้องกันปุ๊บ เราก็ส่งเดโม่ไปเลยครับ น้องกันก็เขียนกลับมาภายในไม่เกิน 24 ชั่วโมงเลยเนอะ ได้เดโม่แรกกลับมาเลย”

ข้าว – “ใช่ เด็กสมัยนี้ไฟแรง”

ที – “สุดท้ายก็คุยกัน แก้ไปแก้มา ผมก็ทำดนตรีเพิ่ม เหมือนคุยกันว่าอยากได้มากกว่านี้ เพิ่มท่อนมั้ย ผมก็ทำดนตรีเพิ่มส่งกลับไป แป๊บ ๆ ก็ได้กลับมาครบทั้งท่อนหมดเลย”

เพลง "ฉันคือความทรงจำดี ๆ ของเธอรึเปล่า" ใช้เวลาทำนานมั้ย

ข้าว – “มาควบคู่กับดาวหางฮัลเลย์เลยครับ แต่งมาพร้อม ๆ กัน”

ที – “ใช่ ทำในช่วงเวลาใกล้ ๆ กัน ก็ประมาณเดือนกว่า ๆ เหมือนกันครับ”

เป็นความตั้งใจของ fellow fellow มั้ย ที่อยากให้สองซิงเกิลที่ปล่อยมาอารมณ์คอนทราสกัน

ข้าว – “จริง ๆ ก็คือความตั้งใจนะครับ จริง ๆ เริ่มเขียนเพลง ฉันคือความทรงจำดี ๆ ของเธอหรือเปล่า ก่อน เสร็จแล้วก็รู้สึกว่าเราต้องทำเพลงอีกสักเพลงนึง แต่งมาเผื่อ แล้วความรู้สึกมันไม่ควรจะไปซ้ำกับอีกเพลงนึง ก็เลยพยายามแต่งอีกเพลงที่มันแตกต่างออกมา ก็เลยมาเป็นเพลงดาวหางฮัลเลย์”

ตัว VISUALIZER ของทั้งสองเพลง เป็นเหมือนภาคต่อกันด้วยมั้ย

ที – “จริง ๆ ด้วยความที่มันถ่ายพร้อม ๆ กันด้วยแหละครับ แต่วิธีการสื่อสารมันอาจจะไม่ได้ต่อกัน หรือมันอาจจะต่อกันก็ได้นะ แล้วแต่คนตีความ แต่มันเป็นความบังเอิญที่เราถ่ายทำพร้อม ๆ กัน คนแสดงก็ใช้คนเดียวกัน”

 

ทำไมถึงเลือกใช้เป็น VISUALIZER แทนการทำเป็น MV

ข้าว – “ผมรู้สึกว่าผมอยากให้คนฟังเพลงอะครับ ผมอยากให้ภาพ VISUALIZER มันทำหน้าที่เสริมอารมณ์ในการฟังเพลง ให้มันเห็นภาพมากขึ้น แต่ไม่ได้มาแย่งซีนของเพลง”

ที – “เหมือนส่วนใหญ่เวลาเราเห็นคอมเมนต์ของ MV ที่เป็นเส้นเรื่อง หลัก ๆ คอมเมนต์ข้างล่างมันจะแบ่งเป็น 2 ฝั่งเนอะ มันจะเป็นฝั่งที่เรามาวิเคราะห์เนื้อเรื่องของ MV กัน แล้วอีกฝั่งก็จะคอมเมนต์เรื่องเพลง แต่พอมาเป็น VISUALIZER มันจะตัดเรื่องนั้นออกไป เพราะมันไม่ต้องมีการเชื่อมโยงอะไรทั้งสิ้น คือเราฟังเพื่อเป็นภาพประกอบมู้ดของเพลง”

ข้าว – “คืออยากให้คนฟีลกับภาพ รู้สึกว่าภาพสวย แล้วอารมณ์มันไปกับดนตรีด้วย”

อยากให้ทั้งสองเพลงนี้ เป็นอะไรสำหรับคนฟัง

ข้าว – “ดาวหางฮัลเลย์ ก็อยากให้เป็นเครื่องมือในการที่แบบ ถ้าเราสักใครสักคนนึง ที่เรารู้สึกว่ารักเขามาก ๆ อยากจะอยู่กับเขาไปตลอด เพลงนี้ใช้ได้ ใช้เป็นสื่อ ใช้เป็นเพลงงานแต่งได้ครับ”

ที – “ส่วน ฉันคือความทรงจำดี ๆ ของเธอหรือเปล่า อาจจะให้เป็นมุมมุมนึงไว้ให้เขาคลายเหงาละกันครับ ผมว่ามันน่าจะเหมาะสมกับแบบนั้นมากกว่า มันจะออกสื่อมากก็ไม่ได้เนอะ”

ข้าว – “อ่า ใช่”

ที – “แต่ถ้าโสดจริง ๆ ก็น่าจะใช้ได้เหมือนกัน”

ข้าว – “ถ้าโสดใช้ได้ มีแฟนก็ใช้ได้ แต่ถ้าแฟนถามก็บอกว่าเพื่อนเก่า (หัวเราะ)”

พูดอะไรถึงแฟนคลับที่ติดตาม fellow fellow อยู่หน่อย

ที – “ขอบคุณแฟนคลับตั้งแต่ยุคดั้งเดิมที่ติดตามกันมาจนถึงปัจจุบัน แล้วใครก็ตามที่ฟังเพลงใหม่ ๆ เรา แล้วก็ โห เพลงนี้เป็นเพลงแรกเลยที่เคยฟัง ก็ขอบคุณทุกคนมาก ๆ เลยครับ มันก็เป็นเหมือนกำลังใจสำหรับเราเหมือนกันนะ เวลามีใครมาคอมเมนต์ หรือว่าโพสต์สตอรีแล้วแท็กบอกเราว่าชอบเพลงนี้มาก ๆ”

ข้าว – “เราเก็บทุกคอมเมนต์ พวกคอมเมนต์ในยูทูปหรือเฟซบุ๊คอะไรแบบนี้ คนทั่วไปอาจจะคิดว่าศิลปินคงไม่ค่อยตั้งใจที่จะดูที่จะอ่าน แต่พวกผมอ่านทุกบรรทัดนะครับ”

ที – “บางทีอาจจะไม่ได้อยากไปตอบมาก เพราะรู้สึกว่าเดี๋ยวมันอาจจะดูรก แต่ว่าเราอ่านหมด”

สปอยล์งานในอนาคตหน่อย เราจะได้เห็นอะไรจาก fellow fellow อีกบ้าง

ที – “ก็ในปีนี้ คิดว่าน่าจะมีเพลงใหม่อีกหนึ่งเพลงครับ สปอยล์ได้มากสุดเท่านี้”

ข้าว – “สปอยล์มากกว่านี้ไม่ได้ เพราะว่ายังไม่ได้ทำ”

ที – “มันก็จะเป็นแนวที่เราทำกันอยู่แล้วอะครับ แต่อกหักหรือสมหวังยังไม่แน่ใจ ให้รอติดตามครับ”

สามารถเข้าไปฟังและชม OFFICIAL VISUALIZER ของทั้ง 2 ซิงเกิลล่าสุด "ดาวหางฮัลเลย์" และ "ฉันคือความทรงจำดี ๆ ของเธอรึเปล่า" ได้แล้ววันนี้ บน YouTube: fellowfellowband และทุกบริการ Music Streaming

related Beauty & Health

เปิด “โหมดพระจันทร์” อยู่กับ “ZOM MARIE” คุยเบื้องหลังซิงเกิลล่าสุด

22 ก.พ. 2024

เปิด “โหมดพระจันทร์” อยู่กับ “ZOM MARIE” คุยเบื้องหลังซิงเกิลล่าสุด

ZOM MARIE ส่งความน่ารักอย่าง “โหมดพระจันทร์” (Silent Mode) เป็นซิงเกิลแรกเปิดปี 2024 พร้อมท่าเต้นชวนเขิน แถมยังได้แจ๊คกี้ TRINITY มาเพิ่มความน่ารักใน MV มากขึ้นไปอีก เราจึงได้ชวน ZOM MARIE มาพูดคุยถึงเบื้องหลังการทำงานในซิงเกิลนี้กันเพลง "โหมดพระจันทร์" (Silent Mode) เริ่มต้นมาจากอะไร“มาจากการที่ปกติปล่อยแต่เพลงเศร้า แล้วแฟนคลับทักว่า พี่คะ พี่ปล่อยเพลงมาตรงกับชีวิตหนูมากเลยตอนนี้ เป็นอย่างงี้ตลอด ปล่อยเพลงรักบ้างได้มั้ย เผื่อมันจะตรงกับชีวิตหนูบ้าง เหมือนดวงผูกกับเราอะไรแบบนี้ ก็เลย อะ ลองปล่อยเพลงรักบ้าง เพราะเราเองก็ตั้งใจว่าเพลงแรกของปีจะปล่อยช่วงวาเลนไทน์ แล้วก็คุยกับนักแต่งเพลง คุยไปคุยมาก็ได้คำว่า โหมดพระจันทร์ เราก็เลยให้โจทย์ไปว่า งั้นขอแต่งแนวเปิดโหมดพระจันทร์อยู่กับฉันได้มั้ย เป็นแนวอ้อน ๆ ก็เลยออกมาเป็นเพลงนี้”คิดว่าอะไรเป็นส่วนที่ยาก และส่วนที่ง่ายที่สุด ในซิงเกิลนี้“ตอนอัดเพลงมันก็แอบยากนะ เพราะปกติร้องแต่เพลงเศร้า การทำอารมณ์กับการใช้เสียงมันก็อีกแบบนึง เพลงนี้ก็ค่อนข้างใช้ลมเยอะ มันก็จะเหนื่อยนิดนึง ส่วนง่ายที่สุดเหรอ จริง ๆ เพลงนี้เป็นเพลงที่เราว่าร้องง่ายที่สุดสำหรับคนฟัง ร้องตามง่าย เพลงอื่น ๆ ของเรามันจะต่ำก็ต่ำมาก สูงก็สูงมาก คนฟังชอบบอกว่า พี่ชอบทำเพลงเหมือนไม่ให้คนร้องตามเนอะ คนชอบแซวแบบนี้เยอะ เพลงนี้ก็จะเป็นเพลงที่ไม่ได้สูงเกิน แทบไม่มีเสียงหลบเลย คิดว่าถ้าใครเอาไปร้องตามก็น่าจะง่าย โน้ตไม่ยาก ไม่ได้สูงเว่อร์”มาที่พาร์ท MV กันบ้าง MV นี้มาในคอนเสปอะไร“มาในคอนเสป พี่สาวครับ เริ่มตั้งโจทย์ด้วยคำนี้ก่อน เพราะว่ามันก็แอบ ๆ เป็นเทรนด์นิดนึงเนอะ พี่แอฟนนกุล อะไรแบบนี้ แล้วเราก็เหมือนโตประมาณนึงแล้ว ก็อยากได้พระเอกที่อายุน้อยกว่า อยากจะได้คนที่ถ้าได้ลองมาเป็นแฟนหนุ่มใน MV แล้วจะดูน่ารัก จะดูไอ้ต้าว จะดูพี่สาวครับ ประมาณนั้นค่ะ ก็ตั้งโจทย์กันแบบนี้ก่อน โดยที่ยังไม่ได้คิดว่าใครจะมาเป็นพระเอก แล้วก็เฟ้นหาพระเอกกัน ประชุมเรื่องเนื้อเรื่อง MV ยังน้อยกว่าประชุมเรื่องพระเอก MV อีกอะ เพราะก็มีชอยส์อยู่หลายชอยส์ แล้วก็มีถามชาวเน็ตว่า อยากเห็นใครเป็นพระเอกเพลงใหม่เรา คนก็เขียนกันมาเยอะ สุดท้ายก็ได้แจ๊คกี้มา”ทำไมถึงเลือกพระเอก MV เป็นแจ๊คกี้ TRINITY“แจ๊คกี้เป็นชอยส์แรกตั้งแต่ประชุมแรกเลย หมายถึงเป็นชอยส์ที่พูดถึงตั้งแต่ประชุมแรก และยังคงอยู่รอดในประชุมต่อ ๆ มาด้วย ตอนนั้นเราก็พูดไล่รายชื่อกันมาหลายคนเนอะ เหมือนเอามาเข้าคลังก่อน ยังไม่เช็คคิวอะไร เหมือนเอาชื่อขึ้นบอร์ดไปก่อน หลังจากนั้นก็ค่อย ๆ เช็คว่ามีใครว่างไม่ว่างยังไง ระหว่างนั้นเราก็รู้แล้วแหละว่ามีใครว่างบ้าง แต่เราก็ยังคงไปหาคนอื่น ๆ อยู่ เผื่อมีใครที่เราไม่เห็น แต่สุดท้ายก็ยังอยู่ในชอยส์แรก เป็นน้องแจ๊คกี้แหละ”ร่วมงานกันครั้งแรกหรือเปล่า การทำงานร่วมกันเป็นยังไงบ้าง“ครั้งแรกที่ได้ร่วมงานกันจริงจังค่ะ แต่ว่าเจอกันบ่อยตามงานแสดงต่าง ๆ เจอบ่อยมากเวลาไปเล่นงานแคมปัส ก็มักจะได้เล่นงานเดียวกับ TRINITY ปกติก็จะทำได้แค่ทักกันแค่นั้น พอได้ทำงานด้วยกันก็น่ารักดีค่ะ น้องเป็นคนเงียบ ๆ แหละ อาจจะเงียบเพราะยังไม่ได้สนิทกัน เพราะว่าล่าสุดไปเจอกันอีกรอบก็ไม่ค่อยเงียบละ เริ่มคุยกันมากขึ้น”ตอนเข้าซีน หรือตอนเต้นด้วยกัน มีเขินกันบ้างมั้ย“เราว่าตอนเล่นด้วยกันมันไม่ได้เขิน แต่เวลาที่ไม่ได้เล่นอะ จะรู้สึกว่า คุยอะไรดีนะ เป็นคนสองคนที่เงียบ ๆ มองหน้ากันแล้วก็ยิ้มให้กันอย่างเดียว”พอมาทำงานด้วยกันจริง ๆ มีมุมไหนของน้องที่ต่างจากที่คิดไว้ตอนแรกมั้ย“ก็น่าจะเรื่องเงียบเนี่ยแหละ จนเราถามเลยว่าปกติแจ๊คกี้เป็นคนเงียบ ๆ ปะ ปกติเงียบแบบนี้เหรอ เขาก็บอกว่า ใช่ครับ แต่เราไม่เคยสังเกตมั้ง เพราะก่อนหน้านี้มันคือแค่สวัสดีแล้วแยกย้าย ไม่ค่อยมีโอกาสได้คุยกัน ก็เลยไม่ได้คิดว่าเขาจะเป็นคนเงียบ เพราะเรารู้สึกว่าเราเป็นคนเงียบแหละ แล้วพอเจอน้อง น้องเงียบกว่า ก็เลยต้องถามเลยว่าปกติเป็นคนเงียบแบบนี้มั้ย แต่ว่าน้องน่ารักค่ะ”มีเรื่องสนุก ๆ หรือเรื่องเซอร์ไพรส์อะไรในกองที่สามารถแชร์ให้เราฟังได้บ้างมั้ย“ไม่ได้มีอะไรเซอร์ไพรส์นะ แต่ว่าชอบบรรยากาศในกองมากกว่า แจ๊คกี้เป็นนักตกคน ตกทีมงานได้ทุกคน เวลาผู้กำกับสั่งคัทก็คือจะเสียงระทวย จนฉันต้องแบบ เสียงเป็นอะไร ก็คือนางถูกใจ นางแฮปปี้ แล้วบางทีกล้อง insert เป็นหน้าแจ๊คกี้ แบบเป็น POV เรา เราก็เลยไปดูหน้ามอนิเตอร์ ก็คือทีมงานทุกคนอาการเดียวกันหมดเลย แบบน้อง โอ๊ย อ๊าย เราก็เลยแบบว่า โอเค ทุกคนโดนตกหมดแล้ว”ถือว่ามาถูกทางนะ สำหรับ MV แนวพี่สาวครับ“ใช่ ๆ ถูกทางมาก เพราะว่าเวลาเล่าให้ใครฟังว่าเอาน้องคนนี้มา หลายคนก็จะแบบ ฉันชอบเขามาก โดยที่เราไม่เคยรู้มาก่อน สิ่งที่เซอร์ไพรส์คือกลายเป็นว่า เฮ้ย มีคนชอบน้องเยอะมาก แล้วก็มีเอา MV ก่อนหน้าที่จะปล่อย ไปให้คนรู้จักดู เขาก็จะเขิน ก็เลยแบบว่า ถูกต้องละ ถือว่า MV มันทำงาน”ชอบซีนไหนที่สุดใน MV“เราว่าสวยสุด สวย ๆ ฝัน ๆ ก็คือซีนตอนกลางคืนที่เป็นดอกไม้ไฟ มันก็จะโรแมนติกหน่อย แต่ว่าแสงสวยเลย จะเป็นซีนที่เราไปปิคนิคกัน รู้สึกว่าแสงสวย”ปกติเปิดโหมดพระจันทร์บ่อยมั้ย มักจะเปิดโหมดพระจันทร์ตอนไหน“ตลอดเลยอะ โดนด่าตลอด เวลาพี่โจ๊กจะโทรหาเรา ต้องโทรหาทีมงานถึงจะคุยกับเราได้ เพราะว่าไม่เปิดอะไรเลย ทะเลาะกันตลอด เพราะว่าเราเปิดโหมดพระจันทร์ตลอดเลย มันเข้าไปแล้วมันออกไม่ได้ มันเข้าแล้วเข้าตลอดไป เข้าวงการนี้แล้วออกยาก มันรู้สึกว่าชีวิตสงบสุขดี อยากจะดูมือถือเฉพาะตอนที่มีเวลา อยากจะดูก็ดูอะไรแบบเนี้ย”งั้นลองพูดอะไรถึงคนที่เปิดโหมดพระจันทร์ตลอดเวลาหน่อย“ก็ปิดบ้างก็ได้ คือใช้คำว่า เปิดโหมดพระจันทร์แล้วใช้ชีวิตให้มีสมาธิก็ดี แต่ว่าก็ปิดโหมดพระจันทร์บ้างก็ได้ เพราะว่าจะได้ติดต่อได้บ้าง แต่ถ้าพูดถึงคำว่า โหมดพระจันทร์ ที่ไม่ใช่โหมดในโทรศัพท์ ก็ฝากเพลงนี้ด้วยแล้วกันค่ะ”อยากให้พูดถึงแฟน ๆ ที่ติดตาม ZOM MARIE กันอยู่หน่อย“ขอบคุณที่ติดตามกันมา แล้วก็หวังว่าจะติดตามกันเรื่อย ๆ เพราะว่าฉันยังมีเพลงที่ยังไม่ได้ปล่อยอีกเยอะแยะมากมาย ดังนั้นรอติดตามกันค่ะ”มีแพลนจะทำเป็นอัลบั้มเต็มบ้างมั้ย“จริง ๆ มีแพลน ๆ ไว้แหละว่าอาจจะปีหน้า อาจจะรวบรวมแล้วกลายเป็นอัลบั้มได้แล้ว เพราะว่าจริง ๆ ก็ไม่ได้ตั้งใจจะทำเป็นอัลบั๊มอัลบั้มแหละ ก็ยังชอบวิธีการทำงานเป็นซิงเกิลนะ แล้วเราก็มีเหมือนตีมในหัวบาง ๆ ไว้ประมาณนึงในการคุมตัวเองไว้ ไม่ได้อยากจะให้มันฟิกอะไรขนาดนั้น”สุดท้าย ฝากผลงานหน่อย ช่วงนี้มีอะไรให้ติดตามกันบ้าง“ก็ช่วงนี้มีเพลงค่ะ โหมดพระจันทร์ ส่วนโซเชียลก็ยังทำงานอยู่เหมือนเดิมค่ะ ยังคงเป็นยูทูปเบอร์ ลงคลิป มีรายการใหม่ชื่อ มีของมาส่ง ก็ชอปปิงสนุกมาก ก็รอติดตามกันได้เรื่อย ๆ ปีนี้ไปเที่ยวเยอะขึ้นด้วย ก็ฝากติดตามแล้วกันค่ะ คลิปเที่ยวก็จะมีมาเรื่อย ๆ”

Talk with Whal & Dolph ถึงเบื้องหลังซิงเกิลใหม่ “ดีใจรึเปล่า” (D Jai)

23 ก.พ. 2024

Talk with Whal & Dolph ถึงเบื้องหลังซิงเกิลใหม่ “ดีใจรึเปล่า” (D Jai)

Whal Dolph ปล่อยซิงเกิลใหม่รับวาฬเลนไทน์ “ดีใจรึเปล่า” (D Jai) ที่ได้ชาวปลามาเติมความพิเศษให้ซิงเกิลนี้มีความหมายมากยิ่งขึ้น วันนี้เราจึงได้ชวน ปอ-กฤษสรัญ จ้องสุวรรณ และ น้ำวน-วนนท์ กุลวรรธไพสิฐ มาพูดคุยถึงเรื่องราวการทำงานในซิงเกิลนี้กันซิงเกิลใหม่ “ดีใจรึเปล่า” เริ่มต้นมาจากอะไรปอ – “มันเริ่มต้นมาจากช่วงนั้นผมกำลังจะแต่งงาน ผมก็เลยคิดว่าอยากจะมีเพลงสักเพลงนึง ไว้ถามภรรยาของผม ว่าเขาดีใจหรือเปล่าที่ได้เจอกับผม ดีใจหรือเปล่าที่ได้รักผมคนนี้ ก็เลยเขียนเพลงนี้ขึ้นมา”คิดว่า "ดีใจรึเปล่า" มีความโดดเด่นหรือแตกต่างจากเพลงรักเพลงก่อน ๆ ของ Whal Dolph มั้ยปอ – “เพลงนี้เป็นเพลงแรกที่เราได้ร่วมงานกับเพื่อนเรา เป็นโปรดิวเซอร์คนนึง ตอนแรกเขามาเที่ยวบ้าน แล้วเราก็บอกว่า เราอยากทำเพลงที่มีกรู๊ฟ มีความโมทาวน์เล็ก ๆ แล้วเพื่อนเราก็บอกได้ ๆ งั้นพวกเอ็งแต่งมา แล้วเดี๋ยวเขาไปขึ้นเบสขึ้นกลอง เขาก็ทำเบสทำกลองมาให้เรา ซึ่งมันก็ตรงใจกับเรา เราไม่เคยทำเพลงที่กรู๊ฟประมาณนี้ ถ้าถามความโดดเด่นในด้านดนตรี คือมันจะฟังเพลิน มีความโยกได้เบา ๆ ประมาณนี้”อะไรคือส่วนที่ยากที่สุดในขั้นตอนการทำเพลงนี้น้ำวน – “ตอนแรกผมว่าพาร์ทที่ยากที่สุดคือพาร์ท rhythm ของเพลงนี้แหละครับ ตอนแรกเราทำมารอบนึงละ แล้วเรารู้สึกว่าเฉย ๆ ไม่ได้ชอบ จนมีเพื่อนคนที่ปอบอกเมื่อกี้อะครับมาช่วย มันก็ทำให้ทุกอย่างมันดูลงตัวมากขึ้น”ทั้งคู่ชอบท่อนไหนมากที่สุดในเพลงน้ำวน – “ผมชอบท่อนโซโล่ครับ มันเป็นสิ่งที่เราไม่เคยทำมาก่อน คือการโซโล่คู่กัน”ปอ – “ซึ่งมันเป็นไอเดียของเพื่อนเราที่ชื่อบิลลี่คนนี้แหละครับ บอกว่าอยากให้ปอกับน้ำวนโซโล่คู่กันให้ดูหน่อย มันอยากเห็น ซึ่งเราไม่เคยคิดเลยนะ”น้ำวน – “ใช่ เราไม่เคยทำเลย”ปอ – “ส่วนผม ถ้าเป็นเนื้อเพลงนะ จริง ๆ ชอบทุกท่อนเลย แต่ถ้าให้เลือกมาอันนึงนะ ชอบท่อน ‘ให้เธอได้รักไม่ต้องกลัวว่าเธอจะเสียใจ โปรดรู้ว่ารักครั้งนี้จะไม่ยากสักเท่าไร ดีใจรึเปล่า’ มันความรู้สึกแบบ เธอไม่ต้องกลัวกับความรักครั้งนี้แล้ว เพราะมันไม่ยากหรอก อะไรประมาณนี้”มาที่พาร์ท MV กันบ้าง MV นี้สตอรีเป็นยังไงน้ำวน – “เป็นเรื่องราวของแฟนเพลงของเราครับ คนที่อยู่ใน MV เรา คือแฟนเพลงเราจริง ๆ ที่เราคัดเลือกเขาเข้ามาด้วยการเล่นกิจกรรม ให้เขาพาคนที่รู้สึกดีด้วยในความสัมพันธ์ของคุณมา ซึ่งก็จะมีมาหลายรูปแบบเลย เพื่อน พี่น้อง คู่รัก สัตว์เลี้ยง ให้เขามานั่งฟังเพลงด้วยกัน แล้วเราก็เก็บรีเอคชันเขาว่ารู้สึกยังไงกับการฟังเพลงครั้งแรก”ปอ – “เรามีกิจกรรมให้แฟนเพลงส่งคำตอบมา ถ้าได้มาฟังเพลงใหม่ และอยู่ใน MV ของ Whal Dolph คุณอยากพาใครมา ด้วยเหตุผลอะไร ก็มีส่งมา 500-600 คน แล้วเราก็คัดเลือกจากข้อความที่เราชอบที่สุด”บรรยากาศการถ่ายทำเป็นยังไงบ้างน้ำวน – “เท่าที่ดูคร่าว ๆ นะครับ คือผมอยู่แหละ แต่เขาไม่ได้ผมลงมา คือมันจะมีชอตที่เซอร์ไพรส์แฟนเพลง คือให้พวกผมเล่น ก็ดูชื่นมื่นดีนะครับ ทุกคนก็พาคนรู้ใจมา ทุกคนก็คุยกัน เฮฮา”ชอบซีนไหนที่สุดใน MVปอ – “ชอบซีนสุดท้าย ที่เป็นข้อความขึ้นตรงคน เป็นเหตุผลว่าทำไมเขาถึงอยากมา มันคือเหตุผลจริง ๆ ที่เขาเขียนมา แล้วเราเอามาขึ้นตรงนั้นตอนท้าย ไปจนถึงตอนจบ แล้วก็มีคู่สุดท้ายที่เขากำลังจะแต่งงานกันเพราะของเรา เราก็รู้สึกเรามีประโยชน์ดีนะ ภูมิใจ”ขอ 1 ประโยคบอกรัก ที่ไม่มีคำว่ารักน้ำวน – “กินข้าวหรือยัง”ปอ – “เป็นไงมั่ง”ความรักที่ดี ในมุมมองของ Whal Dolph เป็นยังไงปอ – “ความรักที่ให้อภัยกันได้ เข้าใจกัน แล้วก็มีเวลาให้กัน มีที่ว่างให้กัน สำหรับผมมันก็คือเป็นความรักที่ดีแล้วครับ”อยากร่วมงานกับใครบ้างมั้ยในอนาคตปอ – “ถ้าสักคนนึงในชีวิตอะ ผมอยากร่วมงานกับพี่ปาล์มมี่นะ ผมชอบเขามาก ทั้ง performance ทั้งเพลงของเขา ผมรู้สึกว่าถ้าไปถึงจุดนั้น แล้วเราสามารถเขียนเพลงขึ้นมาเพลงนึง แล้วให้พี่ปาล์มมี่มาร้องเพลงกันเราได้ น่าจะฟินมากเลย”น้ำวน – “พี่โป่ง หินเหล็กไฟ ละกันครับ ชอบมากส่วนตัว”เป็นธรรมเนียมของ Whal Dolph ใช่มั้ย ที่จะปล่อยเพลงใหม่ทุกวาเลนไทน์ปอ – “ใช่ครับ หนึ่งในการปล่อยเพลง จริง ๆ เราปล่อยทั้งปี แต่คนชอบคิดว่าเราปล่อยแค่วาเลนไทน์ ห้ามใช้คำนี้ ไม่งั้นเดี๋ยวเพลงอื่นจะไม่มีคนฟัง (หัวเราะ) ปล่อยทั้งปีนะครับ แต่วาเลนไทน์เราก็จะปล่อยเป็นซิงเกิลเปิดปีในทุก ๆ ปี แต่ถ้าปีไหนเราทำไม่ทันจริง ๆ เราก็จะบอก อย่างปีที่แล้วเราทำไม่ทัน เราก็จะบอกว่าไม่มีนะปีนี้ ไม่ต้องรอ”พูดอะไรถึงชาวปลาที่ติดตาม Whal Dolph กันอยู่หน่อยปอ – “สำหรับชาวปลาทุกคนที่อ่านบทสัมภาษณ์นี้นะครับ ถ้าคุณอ่านมาถึงตรงนี้ แปลว่าคุณเป็นแฟนปลาตัวจริง เพราะคุณอ่านมาจนจบ ต้องขอบคุณมาก ๆ ที่อยู่กับเราตั้งแต่วันที่คุณรู้จักเรา จนกระทั่งวันนี้ บางคนตามมานาน หรือว่าบางคนเพิ่งมาติดตามกัน แต่ไม่เป็นไรเลย ขอบคุณจริง ๆ ขอบคุณในทุก ๆ ข้อความที่ส่งมา ทุก ๆ การมาดูของคุณ มันมีความหมายนะครับกับวงดนตรีวงนึง แค่คุณมาดู แค่คุณแชร์เพลงของเรา หรือแค่คุณคอมเมนต์ มันต่ออายุชีวิตของวงดนตรีวงนึงได้จริง ๆ ก็ขอบคุณที่เกิดมาเป็นแฟนเพลงของพวกเราครับ”

พูดคุยกับ Namcha ถึงเบื้องหลังการทำงานในซิงเกิลล่าสุด Mascara

04 ต.ค. 2023

พูดคุยกับ Namcha ถึงเบื้องหลังการทำงานในซิงเกิลล่าสุด Mascara

ไม่ว่ามาสคาร่าไหน ก็คงไม่กันน้ำตาให้เรา... “น้ำชา – ชีรณัฐ ยูสานนท์” กลับมาพร้อมกับซิงเกิลใหม่ “Mascara” เพลงเศร้า ๆ เล่าเรื่องราวคนไม่มูฟออน ถ่ายทอดผ่านเสียงเพราะ ๆ ที่พร้อมเยียวยา และเป็นเพื่อนกับทุกหัวใจที่กำลังร้องไห้ วันนี้เราได้ชวน “น้ำชา” มาพูดคุยถึงเบื้องหลังซิงเกิลล่าสุดนี้กันทำไมถึงชื่อเพลง “Mascara” ทั้งที่เนื้อร้องไม่มีคำนี้เลย“Mascara เป็น symbolic มากกว่า เหมือนเวลาเราร้องไห้แล้วมาสคาร่ามันเลอะ ส่วนเนื้อเพลง มันเป็นเพลงที่ไม่มูฟออน เหมือนคนที่เลิกแต่ไม่มูฟออน ยังรักอยู่ ว่าจะไม่เสียใจแล้วนะ แต่ก็ยังเสียใจอยู่ ว่าจะไม่ร้องไห้ แต่ก็ยังร้องไห้อยู่”ขั้นตอนการทำงานในเพลงนี้เป็นยังไงบ้าง“เพลงนี้เราก็คุยกับทางค่ายว่าอยากได้ฟีลไหนกัน ก็ทำการบ้านมา เลยจบท้ายที่สตอรีนี้ คือชอบมีเพื่อนมาปรึกษาเรื่องความรักกับเรา ฉันเลิกแล้วนะ เลิกจริง ๆ แต่ก็ไม่เลิก ก็เป็นแรงบันดาลใจของเรา เป็นบ่อย เป็นเยอะด้วยนะ พูดว่าจะเลิกแล้วแต่ยังไม่เลิก ก็เลยแบบ งั้นเราถ่ายทอดออกมาเป็นเพลงฟีล ๆ นี้ มาจับต้นชนปลายกับ ข้าว fellow fellow ที่เป็นผู้แต่งเพลงนี้ขึ้นมา”อะไรเป็นสิ่งที่รู้สึกว่าท้าทายที่สุดในเพลงนี้“น่าจะเป็นเรื่องโวคอลดีไซน์นะ คือเวลาได้เพลงมา ชาก็มีหน้าที่ที่จะต้องดีไซน์เสียงนิดนึง ทำการบ้านเรื่องโวคอล ออกแบบเสียงร้อง”ชอบท่อนไหนมากที่สุดในเพลงนี้ เพราะอะไร“ชอบท่อนฮุค เพราะชารู้สึกว่ามันติดหู ฟังแค่ทีเดียวก็ติดหูแล้ว”อยากให้เพลง “Mascara” เป็นอะไรสำหรับคนฟัง“เป็นเพลงสำหรับคนที่ยังไม่มูฟออนจากความรักครั้งเก่าสักที หรือกำลังจะบอกเลิก เตรียมตัวกำลังจะบอกเลิก หรือเพิ่งบอกเลิกไป แต่ยังทำใจไม่ได้”เรื่องราวใน MV นี้เป็นยังไง“ก็เป็นความรักตั้งแต่สมัยเรียนจนถึงตอนโต ผ่านความรักที่เฟลมา แล้วก็มาแต่งงานมีลูก แล้วก็กลายเป็นไม่ประสบความสำเร็จอีก อันนี้เป็นสตอรีไลน์นะคะ”ชอบซีนไหนใน MV มากที่สุด“ชอบซีนที่เรานั่งร้องไห้อยู่ แล้วลูกเอามือเข้ามาจับเรา เรารู้สึกว่าอันนั้นเป็นแบบ ให้ MV เล่าเรื่องตรงนั้น เรารู้สึกว่าสุดท้ายแล้ว เราก็ยังมีความรักดี ๆ อยู่นะ แต่แค่ยังไม่ใช่รูปแบบของสามีภรรยาเท่านั้นเอง ความรักมันเป็นได้หลายรูปแบบมาก”ปีนี้คิดว่าจะมีซิงเกิลใหม่ปล่อยออกมาให้เราฟังกันอีกมั้ย“น่าจะเป็นต้นปีหน้าเลยค่ะ”ในอนาคตอยากร่วมงานกับใครมั้ย ไม่ว่าจะเป็นโปรดิวเซอร์ หรือ feat. กับศิลปินท่านอื่น“ตอนนี้ยังไม่มีนะที่ลิสต์ไว้ ร่วมงานกับตัวเองมาตลอดเลย ยังไม่เคยร่วมงานกับใครเลย อาจจะเป็นศิลปินต่างประเทศ แต่จริง ๆ ก็ไม่ได้ expect อะไรเลย เพราะเราเป็นโซโล่มาตั้งแต่เด็กแล้ว เราอยู่คนเดียวมาตลอดเลย”มีรายการด้วย “ชาใจ Sharing” รายการนี้เกี่ยวกับอะไร“มันเป็นพอดแคสที่แชร์ชีวิต แชร์เรื่องราวต่าง ๆ ที่พอเราฟังปุ๊บ เราได้พลังมาใช้ชีวิตต่อ อันนี้คือคอนเสปของรายการ ให้เข้าใจชีวิต ให้ปล่อยวาง ให้รักตัวเอง”ทำไมถึงเริ่มทำรายการนี้“ส่วนใหญ่เวลาที่เปิดเข้าไปในยูทูป เราจะเจอตลกโปกฮาไง ทุกคนจะแข่งกันตลก แต่เอาจริง ๆ นะ ชารู้สึกว่าโลกแห่งความจริงมันไม่ได้เป็นแบบนั้น โลกแห่งความจริงคือเวลาที่เรากลับมาบ้าน ลบเมคอัพ ถอดเสื้อ อาบน้ำ ชุดอยู่บ้าน เอนลงโซฟา เอนลงเตียง ชารู้สึกว่าชาอยากทำรายการที่ทำให้รู้สึกแบบนั้น แบบที่โนฟิลเตอร์ และเล่าเรื่อง แบ่งปัน รักษา”การทำรายการทำให้ได้มุมมองใหม่ ๆ ในการทำเพลงด้วยมั้ย“ด้วย เราได้สตอรีจากหลาย ๆ คน หลากหลายมุมมอง บางคนอยากให้รักษาเรื่องครอบครัว บางคนรักษาเรื่องความรัก บางคนรักษาตัวเอง ยังรักตัวเองไม่เป็น ก็รู้สึกว่าพอเราทำแล้ว เราได้รักษาตัวเองด้วย ในขณะที่คุยกัน เราได้สะท้อนถึงชีวิตเราด้วย”บทบาทของการเป็นนักร้อง กับการเป็นพอดแคสเตอร์ มีความยากง่ายต่างกันมั้ย“ชาว่าน่าจะง่ายที่สุดของการทำยูทูปแล้ว ฉากเดิม ไมค์ ทุกอย่างเหมือนเดิม เราแค่เปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วมานั่ง เราไม่ต้องออกไปข้างนอก รู้สึกว่ามันน่าจะง่ายที่สุดแล้ว keep it simple ที่สุด”พูดฝากผลงานหน่อย ทั้งเพลงนี้ แล้วผลงานอื่น ๆ ช่วงนี้มีอะไรให้ติดตามกันบ้าง“ตอนนี้นะคะ ชาก็ทำซิงเกิล แล้วก็แค่นั้นเลย ดูแลลูก เป็นแม่ แล้วก็ทำธุรกิจด้วยในขณะเดียวกัน ก็ทำทุกอย่าง”แล้วแบ่งเวลายังไง“ไม่ได้แบ่งเลย อะไรมาให้แก้ปัญหาก่อนก็แก้ตรงนั้น อะไรต้องดูก่อนก็ดูตรงนั้น”พูดถึงแฟนคลับที่ติดตามกันอยู่หน่อย“ฝากติดตามต่อ แล้วก็คนที่ยังไม่เคยติดตาม ก็ฝากติดตามด้วยนะคะ เพราะว่าชาก็อยากถ่ายทอดสิ่งดี ๆ เสียงเพลง รายการของชา เนื้อหาของชาทั้งหมด ผู้ติดตามได้ประโยชน์จากตรงนี้ด้วยนะ ติดตามคนอื่นแล้ว ก็ฝากติดตามเราเพิ่มอีกหนึ่งคนด้วยแล้วกันค่ะ (หัวเราะ)”

พูดคุยกับ ‘ส้ม มารี’ และ 'บิวกิ้น’ ถึงเพลงใหม่ 'กันและกัน' Ost. เธอกับฉันกับฉัน

14 ก.พ. 2023

พูดคุยกับ ‘ส้ม มารี’ และ 'บิวกิ้น’ ถึงเพลงใหม่ 'กันและกัน' Ost. เธอกับฉันกับฉัน

พูดคุยแบบชิล ๆ สไตล์ Chill Online กับ 'ส้ม มารี' (Zom Marie) และ 'บิวกิ้น พุฒิพงศ์' (Billkin) ผู้ถ่ายทอดเพลง 'กันและกัน' เพลงประกอบภาพยนตร์เรื่อง เธอกับฉันกับฉัน You Me Me เวอร์ชัน Cover จากเพลงต้นฉบับของ Triumphs Kingdom ดูโอ้สาวสุดฮอตในยุค Y2Kรู้สึกยังไงที่ได้มีโอกาสมาร่วมร้องเพลงประกอบภาพยนตร์เรื่องนี้ส้ม มารี: “รู้สึกดีใจมากค่ะ เพราะว่าอยากทำงานกับ GDH มานานแล้ว แล้วก็อยากร่วมงานกับบิวกิ้นด้วย โดยรวมแล้วดีใจมาก แล้วก็ยิ่งรู้สึกดีใจตอนเห็นผลงานออกมา”ครั้งนี้เป็นการร่วมงานกันครั้งแรกหรือเปล่า ความประทับใจแรกตอนเจอกันเป็นยังไงบิวกิ้น: "จริง ๆ อันนี้เป็นการร่วมงานกันครั้งที่สาม เพราะครั้งแรกคืออัดเสียง แล้วครั้งที่สองก็ถ่ายเอ็มวี”ส้ม มารี: “ไม่สิ (ขำ) เราเจอกันครั้งแรกตอนฟิตติ้ง แล้วก็เพิ่งได้รู้ว่าบิวกิ้นเด็กมาก หมายถึงว่าอายุห่างจากเราเยอะอยู่ ตกใจมาก เพราะเหมือนตอนนั้นผู้กำกับกำลังเล่าให้ฟังว่าหนังเรื่องนี้เป็นช่วงปี 1999 แล้วบิวกิ้นก็พูดขึ้นมาว่า อุ๊ย ปีเกิดผมเลย"บิวกิ้น: "ใช่ครับ ผมเกิด 1999"ส้ม มารี: "แล้วตอนแรกก็คิดว่าบิวกิ้นน่าจะเป็นคนนิ่ง ๆ สุขุม ดูจากรูปลักษณ์ภายนอก"บิวกิ้น: "แล้วจริง ๆ ใช่มั้ย"ส้ม มารี: "ไม่ใช่เลย จริง ๆ แล้วบิวกิ้นเป็นคนกวน ๆ หัวไว ตลก บางทีแค่นั่งอยู่ในห้องเดียวกันก็ขำได้ เขาก็จะแหย่คนนั้นคนนี้ไปเรื่อย เราเป็นผู้ชม บางครั้งก็มีคำถามว่า เขาเป็นคนยังไงนะ (ขำ)"แล้วบิวกิ้นเจอพี่ส้มครั้งแรกรู้สึกยังไงบ้างบิวกิ้น: "อาจจะเพราะเราเคยดูรายการ YouTube พี่ส้มด้วย ก็เลยได้เห็นไลฟ์สไตล์พี่เขาประมาณนึง พี่ส้มก็คือเหมือนที่เราเห็นเลย มีความซื่อ ๆ เป็นคนไนซ์ เจอแล้วรู้สึกว่าเป็นคนน่ารักมาก รู้สึกดีใจแล้วก็ตื่นเต้นนิดนึงตอนเจอครั้งแรก"ส้ม มารี: "จริงเหรอ ดูไม่ออกเลย ฉันอะตื่นเต้น"บิวกิ้น: "ใช่ ผมตื่นเต้นนะ แต่ผมเก็บทรงไง"อยากให้พูดถึงความหมายของเพลงกันและกันในมุมมองของทั้งคู่หน่อยส้ม มารี: "ครั้งแรกที่เราฟัง เรารู้สึกว่ามันเหมือนเพลงปัจฉิม เป็นการที่เราใช้ชีวิตกับใครนาน ๆ หรือคนกลุ่มใดกลุ่มนึงนาน ๆ แล้ววันนึงเราต้องแยกย้าย มันเป็นฟีลนั้นสำหรับเรา แล้วมันเป็นการแยกย้ายที่เราไม่รู้ว่าจะได้กลับมาเจอกันมั้ยนะ แต่ว่าเราก็จะเก็บเธอไว้ในใจ เราจะยังมีความทรงจำดี ๆ ที่จะเก็บเอาไว้ตลอดไป"บิวกิ้น: "ผมรู้สึกเหมือนเป็นเพลงปัจฉิมเหมือนกัน มันไม่ได้เศร้า แต่มันคือช่วงเวลานึงที่กำลังจะผ่านไป ซึ่งมันเป็นช่วงเวลาที่ดี มันอาจจะเศร้าในแง่การจากลา แต่มันไม่ได้เป็นความเศร้าในความหมายที่ไม่ดี มันมีความสุขอยู่ในนั้น"ส้ม มารี: "แต่ว่าการปัจฉิมในยุคเรากับยุคกิ้น มันก็จะไม่เหมือนกันนะ"บิวกิ้น: "ครับ ของพี่เป็นไง"ส้ม มารี: "เพราะของเราอะ ช่วงนั้นสมาร์ทโฟนยังไม่ได้แพร่หลาย คือเหมือนถ้าจากกันไปแล้ว เราไม่มีทางรู้เลยว่าอีกคนไปไหน เฟซบุ๊กก็ยังไม่ได้บูมมาก เราไม่รู้เลยว่าคนอื่นไปใช้ชีวิตยังไง ทำงานอะไรอยู่ แต่ถ้าเป็นเด็กยุคนี้ เราว่าอย่างน้อยมันก็จะยังติดต่อกันได้เหมือนเดิม คุยไลน์กันได้เหมือนเดิม"ทั้งคู่เคยมีประสบการณ์ความรักในช่วงวัยเด็กยังไงบ้าง มีตรงกับเพลงนี้บ้างมั้ยส้ม มารี: "ก็มีชอบรุ่นพี่"บิวกิ้น: "ไม่มีนะ ผมรักครอบครัวอย่างเดียวเลย ตั้งใจเรียน รักการเรียน แล้วก็รักครอบครัวครับ"ส้ม มารี: "จ้า (ขำ) ของเราบางคนก็ยังเป็นเพื่อนกันได้อยู่ แบบเป็นเพื่อนในเฟซบุ๊ค คอยดูกันห่าง ๆ ไม่ค่อยได้คุยกัน นาน ๆ จะทักไปคุยกันสักที"ถ้าให้พูดถึงมุมมองความรักในยุค Y2K คิดว่าเป็นยังไง ต่างจากยุคนี้มั้ยส้ม มารี: "ยังเด็กอยู่เลย ยุค Y2K นี่ยังเด็กมากเลย"บิวกิ้น: "ผมไม่รู้จัก Y2K ผมไม่ทัน ผมเพิ่งเกิด (ขำ)"ส้ม มารี: "ถ้าเป็นของเรา สมัยเราเด็กน้อย กำลังจะเริ่มเป็นวัยรุ่น เราต้องเล่น MSN ดังนั้นการจะได้คุยกับคนที่ชอบ เราจะต้องมีอีเมลเขาก่อน เอาไว้คุย MSN กัน ประมาณนั้น"สุดท้ายให้ทั้งคู่ฝากผลงานหน่อยส้ม มารี: "ก็ฝากเพลงนี้ด้วยนะคะ กันและกัน เพลงประกอบภาพยนตร์เรื่อง เธอกับฉันกับฉัน You Me Me เป็นอีกเวอร์ชันนึงที่อยากให้ทุกคนลองฟังกันดู เผื่อใครที่เคยฟังเวอร์ชันเก่าแล้ว พอมาลองฟังเวอร์ชันนี้ ก็อาจจะหวนคิดถึงความหลังได้ แล้วก็ฝากหนังด้วยค่ะ"บิวกิ้น: "ขอฝากภาพยนตร์เรื่อง เธอกับฉันกับฉัน You Me Me ด้วยครับ สามารถไปดูได้แล้วที่โรงภาพยนตร์ใกล้บ้านทุกสาขา อยากให้ทุกคนไปดูที่โรงภาพยนตร์จริง ๆ เพราะมันจะเต็มอิ่มไปด้วยเรื่องราว และอรรถรสของการดูหนัง ถ้าใครว่างก็อยากให้ไปดูกันนะครับ"